เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

36 หลี่เย้าเข้าสู่สนามแข่ง!

36 หลี่เย้าเข้าสู่สนามแข่ง!

36 หลี่เย้าเข้าสู่สนามแข่ง!


36 หลี่เย้าเข้าสู่สนามแข่ง!

เที่ยงวัน 12 นาฬิกา

คนกลุ่มที่สอง ซึ่งมีความในระดับทั่วไป ได้ใช้กำลังทั้งหมดลงไปในการต่อสู้ของพวกเขา โดยปกติแล้ว ครึ่งหนึ่งของคนเหล่านี้มักจะหลุดออกจากการแข่งขัน เนื่องจากได้รับบาดเจ็บและไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้อีก

ในเวลานี้เอง ที่เหล่านักเรียนจากคลาสพิเศษได้ออกมาจากห้องเรียนของพวกเขา พวกเขาวอร์มร่างกายและเริ่มเข้าสู่สังเวียนการต่อสู้

การเข้าสู่สนามแข่งของพวกเขา ได้ทำให้การต่อสู้ดุเดือดขึ้นจากหลายๆปัจจัยรวมกัน บัตรเชิญทั้ง 10 ใบได้ตกไปอยู่ในมือของนักเรียนคลาสพิเศษ สนามแข่งได้กลายมาเป็นสนามรบของเหล่านักเรียนคลาสพิเศษด้วยกันเอง

13.30 น. นอกจากเฮ่อเหลียนเลี่ยและซือเจียเสวี่ยแล้ว นักเรียนในคลาสพิเศษคนอื่นๆ ต่างก็กำลังต่อสู้กันอยู่

14.10 น. ซือเจียเสวี่ยค่อยๆเปิดดวงตาที่งดงามของเธอ และเข้าร่วมการต่อสู้!

14.15 น. ราชาแห่งโรงเรียนซื่อเซียวที่สอง เฮ่อเหลียนเลี่ย ได้ออกมาจากห้องเรียน พร้อมกับพลังอำนาจที่ปลดปล่อยออกมา ราวกับสวมชุดเกราะเอาไว้ สงครามได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!

พลังที่แท้จริงของทั้งเฮ่อเหลียนเลี่ยและซือเจียเสวี่ยนั้น อยู่เหนือชั้นไปกว่านักเรียนคนอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด ช่องว่างระหว่างพวกเขานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นตัวเลขได้

ภายใต้ช่วงเวลาเพียงแค่หนึ่งนาที ทั้งสองก็คว้าบัตรเชิญเอาไว้ได้เรียบร้อย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็จัดการจับกลุ่มนักเรียน 7-8 คนที่ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ และส่งพวกเขาทั้งหมดไปยังสถานีรักษาบนยานบินอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้ว จึงไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปแย่งชิงบัตรเชิญออกมาจากอ้อมอกของพวกเขาอีก...สุดท้าย จึงเหลือนักเรียนเพียง 8 คนที่ถือบัตรเชิญเอาไว้ และไม่มีความจำเป็นที่พวกเขาจะต้องเดินเข้าไปหาความตาย จากสัตว์ประหลาดทั้งสองคนนั้น

“เฮ่อเหลียนเลี่ย ซือเจียนเสวี่ย..ครั้งสุดท้ายที่โรงเรียนซื่อเซียวผลิตต้นกล้าชั้นดีแบบนี้ออกมาได้ ก็ผ่านมาแล้ว3-5ปี!” ใบหน้าที่เคร่งขรึมมานานกว่าครึ่งวันของผู้อาวุโสแห่งนิกายซื่อเซียว ก็ได้เผยรอยยิ้มบางออกมาให้เห็นได้ในที่สุด

“น่าเบื่อจริงๆเลย ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาจะออกมาเวลานี้ มันทำให้ฉันต้องเสียเวลาตลอดทั้งเช้าของฉันไปเปล่าๆ!” ภายในห้องรับรองแขกวีไอพี เจิ้งตงหมิงกำลังนอนอยู่บนตักที่กระชับแน่นของครูสาว และยกหัวขึ้นไปมองดูหน้าจอโฮโลแกรมเป็นครั้งราว เขายิ้มเยาะออกมา แล้วก็วางหัวลงไปที่ตัก แล้วหลับไปอีกครั้ง

14.30 น. โรงเก็บของที่ตั้งอยู่ในส่วนลึกของโรงเรียนซื่อเซียว บริเวณกลางลานสนามฝึกที่เก่าแก่

นิ้วชี้ทั้งสองของหลี่เย้าได้ฝังลึกลงไปในพื้นไม้ ศีรษะของเขาอยู่ใกล้กับพื้นและเท้าชูขึ้นไปบนฟ้า เขาได้ใช้เพียงแค่พลังจากนิ้วชี้ทั้งสองนิ้ว เพื่อตีลังกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เท้าทั้งสองได้แยกออกจากกันจนสุด และไม่มีรองเท้าใส่เอาไว้ เขาได้ใช้นิ้วเท้าที่ยืดหยุนไม่ต่างไปจากนิ้วมือของเขา ยกดัมเบลล์ข้างละอันโดยไร้อาการสั่นไหว และน้ำหนักของแต่ดัมเบลล์แต่ละอันก็หนักถึง 100 กิโล!

“ซิสสสสสสส...ซิสสสสสสส...”

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จมูกของหลี่เย้าก็ได้ส่งเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาดออกมา ดวงตาทั้งสองข้างของเขาปิดอยู่ และมีน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากของเขาเล็กน้อย—ความจริงแล้ว เขากำลังหลับอยู่!

แล้วอยู่ๆ...

“ปี๊บ!ปี๊บ!ปี๊บ!ปี๊บ!” เครื่องไมโครคริสตัลโพลเซสเซอร์ที่อยู่บนข้อมือของเขาก็ส่งเสียงเตือนและสั่นอย่างรุนแรง

เพียงสะบัดตัวเล็กน้อย “ปัง! ปัง!” ก็เกิดเป็นเสียงดังขึ้นมา ราวกับว่ามีก้อนหินที่ลุกไปด้วยเปลวไฟบินผ่านไปในความมืด มีบางสิ่งได้ลอยพุ่งไปติดเข้ากับกำแพงที่อยู่ไกลออกไป 30 เมตร จนเกิดเสียงดัง “บูม!”

ความจริงแล้วมันคือ ดัมเบลล์หนัก 100 กิโลทั้งสองที่ถูกส่งให้บินพุ่งออกไปไกลกว่า 30 เมตร โดยลูกเตะของหลี่เย้า แล้วฝังลึกเข้าไปในตัวกำแพง

กำแพงบริเวณนั้นได้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากกระพุ่งชนของดัมเบลล์ พื้นผิวของตัวกำแพง ราวมีดากตกพุ่งลงมาทำลายล้างบริเวณนั้นจนราบเป็นหน้ากอง

“เสี่ยวเย้า ฉันยกเลิกการควบคุมของ ‘กิฟอัพ’ ให้แล้วนะ รีบถอดมันออก แล้วไปเข้าร่วมการต่อสู้ได้แล้ว เธอยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมงนะ!” ซุนเปียวหัวเราะออกมา

“คุณไม่ต้องเตือนผมหรอกน่า น่ารำคาญจริงๆ” หลี่เย้าหาวออกมา เขาเกาหัวที่กระเซิงราวกับรังนกของเขา และเดินออกไปอย่างเฉยเมย

14.32 น. หลี่เย้าได้โผล่เข้าไปในสนามแข่ง เขาเดินเข้าไปยังพื้นที่ต่อสู้ของเหล่านักเรียน ด้วยท่าทีครึ่งหลับครึ่งตื่น แล้วภาพของเขาก็ถูกฉายขึ้นไปบนหน้าจอโฮโลแกรมในห้องรับรองแขกวีไอพี

ทุกคนต่างรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของเด็กนักเรียนที่เข้าสู่สนามแข่งเป็นคนสุดท้าย

โดยปกติแล้ว นักเรียนประเภทที่เข้าสู่สนามแข่งในช่วงท้าย มักจะมีความมั่นใจในพลังของตนเองสูงมาก แต่เหล่าอัจฉริยะทุกคนในโรงเรียนซื่อเซียวที่สองก็ได้ออกมาจนหมดแล้ว แล้วไอบ้านี่มันเป็นใครกัน? หรือเขาจะเป็นนักเรียนที่อ่อนแอ และยอมแพ้ให้กับการแข่งขันนี้ไปแล้ว?

ภายในห้องรับรองแขกวีไอพี ห้องที่สอง

อยู่ๆ เจิ้งตงหมิงก็ได้ผลุนผลันลุกขึ้นมาจากตักของครูสาว ทั่วทั้งร่างกายเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นคมกริบขึ้น ราวกับนักดาบที่ออกมาจากร้านเหล้า กลิ่นของแอลกอฮอลได้หายไป และปลดปล่อยกลิ่นอายของการฆ่าฟันออกมา

“เขาคือคนที่เธออยากจะมาดูเหรอ? หรือเขาจะร้ายกาจยิ่งกว่าเฮ่อเหลียนเลี่ย?” ครูสาวรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก มันนานมากแล้ว ที่เจิ้งตงหมิงไม่ได้แสดงท่าทีเคร่งเครียดแบบนี้ออกมา

“เฮ่อเหลียนเลี่ยแข็งแกร่งกว่าเขาอยู่แล้ว แต่ถ้าฉันต้องเลือกคู่ต่อสู้ ฉันขอเลือกสู้กับเฮ่อเหลียนเลี่ย และไม่ขอเลือกสู้กับคนคนนี้” เจิ้งตงหมิงจับจ้องไปที่หลี่เย้า

“ทำไมล่ะ?” ครูสาวไม่เข้าใจ

“ก็เพราะฉันกับเขาเป็นคนประเภทเดียวกันน่ะสิ” เจิ้งตงหมิงหัวเราะออกมา จนเผยให้เห็นลักยิ้มบุ๋มสองข้างแก้มของเขา

14.34 น. หลี่เย้าเดินเข้าไปด้านใน...โรงอาหารหมายเลข 2!

“เขาไปทำบ้าอะไรที่นั่นกัน? ข้างในนั้นไม่มีใครอยู่สักคน!” แขกวีไอพีหลายคน ต่างพากันวิจารณ์และส่งเสียงอื้ออึงออกมา

ในเวลานี้ การต่อสู้ส่วนใหญ่ได้จบลงไปแล้ว มีนักเรียนบางคนที่นั่งหายใจหอบอยู่ที่พื้น คนที่คู่ควรแก่การเฝ้าดูนั้นมีเพียงน้อยนิด การกระทำที่แปลกประหลาดของหลี่เย้า ได้ทำให้คนอื่นๆพากันหันมาสนใจเขา

14.35 น. หลี่เย้าได้อุ้มถาดใส่ซาลาเปาทั้งถาดออกมาจากโรงอาหารหมายเลข 2 เขาเดินพร้อมกับกินไปด้วย แล้วจัดกันเขมือบซาลาเปาไส้เนื้อขนาดเท่ากำปั้นลูกหนึ่ง หมดได้ภายในไม่กี่วินาที

“เขามาที่นี่เพื่อต่อสู้ หรือมากินกันแน่!?” แขกวีไอพีพากันเหม่อมองไปที่หน้าจอโฮโลแกรม หลังจากที่ยืนยันแล้วว่า สายตาของพวกเขายังปกติดีอยู่ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจนน้ำตาเล็ด

เมื่อไม่กี่นาทีก่อน พวกเขาต่างพากันคิดว่า ไอ้บ้าคนนี้คืออาวุธลับของโรงเรียนซื่อเซียวที่สอง และเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ พวกเขาไม่คิดเลยว่า ไอ้บ้าคนนี้จะกลายเป็นถังข้าว ที่สามารถยัดอาหารจำนวนมากเข้าปากได้อย่างน่าเหลือเชื่อ!

และภายในบริเวณโรงเรียน มีนักเรียนบางส่วนที่ได้เห็นหลี่เย้า

“พวกนายดูสิ ดูสิ! แม้แต่คนอับโชคหลี่เย้าก็ยังมา!”

“หืม? เขาดูไม่มีร่องรอยบาดเจ็บอะไรเลยนี่ ทำไมเขาถึงยังแข็งแรงและมีแรงอยู่ได้ล่ะ?”

“เขาจะต้องแอบซ่อนตัวมาจนถึงตอนนี้ และไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้เลย เพราะแบบนั้น เขาเลยยังดูมีพลังราวกับมังกรและเสือ”

“นี่ หลี่เย้า อย่าเดินไปไกลกว่านี้เลยนะ พวกนักเรียนคลาสพิเศษรวมตัวกันอยู่ข้างหน้านั้น แล้วพวกเขาก็ยังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ ระวังตัวด้วยล่ะ เดี๋ยวพวกเขาจะเผลอทำร้ายนายได้!”

ในตอนที่หลี่เย้ากำลังกัดซาลาเปาอยู่นั้น เขาก็ก้มลงมองหน้าจอไมโครคริสตัลโพรเซสเซอร์ของเขาอยู่ และไม่ได้ใส่ใจคำวิจารณ์ของคนอื่นๆ ต่อเมื่อมีนักเรียนคนหนึ่ง ที่เตือนเขาด้วยความหวังดี เขาจึงได้เงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มขอบคุณไปให้ หลังจากนั้น เขาก็เดินตรงไปข้างหน้าต่อ

“คงไม่ใช่ว่า หัวของเขาถูกทุบตีจนเสื่อมไปแล้วหรอกนะ?” นักเรียนที่พูดเตือนหลี่เย้า ได้พูดกับเพื่อนของเขาด้วยความสงสาร

บัตรเชิญทั้ง 10 ใบ ได้แสดงที่อยู่ของพวกมันผ่านทางคลื่นพลังวิญญาณในทุกๆครึ่งนาที และไปปรากฏอยู่บนแผนที่เสมือนจริง ไม่นาน หลี่เย้าก็หาจุดที่อยู่ของบัตรเชิญเจอ!

......

น่าหลานยิงกำลังพิงหลังกับต้นไม้ต้นหนึ่ง เธอกำลังอยู่ในสภาพหายใจหอบ ดวงตาที่คมกริบของเธอแสดงความตื่นตัวตลอดเวลา และจ้องมองไปรอบทิศทาง

เธอไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของตัวเอง แม้แต่ความคิดที่จะเลียมัน ก็ไม่มีอยู่ในหัวของเธอเลย

เธอได้พยายามสูดหายใจเข้าลึก เพื่อคงสภาพจิตใจเอาไว้ให้ชัดเจนให้ได้นานที่สุด เพื่อที่เธอจะสามารถฟื้นคืนกำลังสำหรับการต่อสู้ของเธอได้

ซึ่งเป็นเพราะบนร่างกายของเธอนั้น...มีบัตรเชิญอยู่หนึ่งใบ!

น่าหลานยิงนั้นอยู่ในระดับ 21 ของนักเรียนทั้งหมดในคลาสพิเศษ อัตราการตื่นของรากวิญญาณอยู่ที่ 65% การที่เธอสามารถคว้าเอาบัตรเชิญมาได้ ถือเป็นโชคครั้งใหญ่สำหรับเธอ เธอไม่มีความมั่นใจเลยว่า ตัวเองจะสามารถถือบัตรเชิญนี้เอาไว้ได้จนกระทั่งถึงเวลาบ่าย 3 โมง

โชคดีที่ ดาวแห่งโชคของเธอเปล่งประกายในวันนี้ นักเรียนบางคนจากคลาสพิเศษ ได้เข้าร่วมการต่อสู้กับเฮ่อเหลียนเลี่ยและซือเจียเสวี่ย และได้รับบาดเจ็บ จนทำให้พวกเขาต้องออกไปจากการแข่งขัน

นักเรียนคลาสพิเศษที่อยู่จึงได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงบัตรเชิญมา รอบตัวเธอจึงยังไม่มีผู้ที่แข็งแกร่งบุกเข้ามา อย่างน้อยก็ในเวลานี้

น่าหลานยิงที่กำลังปล่อยใจให้ลอยไปกับความคิด ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงหน้าอกของเธอ มันราวกับว่า มีใครบางคนได้ใช้แท่งน้ำแข่งแทงเข้าไปที่หัวใจของเธออย่างรุนแรง!

เด็กสาวส่งเสียงร้องดัง “อั๊ก!” เธอรู้สึกขนลุกไปทั่วทั้งกาย ราวกับกระต่ายที่ตื่นตูม ร่างกายของเธอได้ตอบสนองขึ้นมาในทันที โดยการกระโดดลอยออกไปไกลกว่า 7-8 เมตรโดยอัตโนมัติ

น่าหลานยิงรู้สึกว่า ถ้าเธอยังคงอยู่ตรงจุดนั้น เธอก็อาจจะถูกฉีกทึ้งออกเป็นชิ้นๆได้!

ห่างออกไปจากด้านหลังงของตัวเธอ 7-8 เมตร เด็กหนุ่มที่ดูธรรมดาในเสื้อผ้าที่ยับยุ่ง ได้ยืนอยู่ตรงนั้น หากจะพูดถึงความแปลกในตัวเขา มันก็คงจะเป็นแก้มของเขา ที่ถูกอัดแน่นไปด้วยซาลาเปาเนื้อ เขายังคงเคี้ยวไม่หยุด และเคี้ยว...และเคี้ยว...

“หลี่เย้า?”

น่าหลานยิงแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง...หลี่เย้าผู้อับโชคที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโรงเรียนซื่อเซียวที่สอง คือชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้เข้าใจผิดไปอย่างแน่นอน

“มันเป็นเขาเหรอเนี่ย? ทำไมตอนที่ฉันหันหลังให้กับเขา ฉันถึงได้รู้สึกขนลุกขึ้นมาได้? มันราวกับว่า ฉันกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่ดุร้ายอยู่ ฉันไม่สามารถแม้แต่คิดจะขัดขืนได้เลย มีเพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในใจของฉันก็คือ การหลบหนีที่สิ้นหวัง! หัวใจของน่าหลานยิงเต้นรัวแรงราวกับกลอง หน้าอกของเธอขึ้นลงไม่หยุด เธอไม่สามารถสงบใจลงได้เลย

หลี่เย้าที่เดินตรงเข้าไปหาเธอ ก็ยังคงเคี้ยงซาลาเปาด้วยท่าทีที่เฉยเมย

น่าหลายยิงรู้สึกขนหัวลุกซู่ เธอรู้สึกได้ถึงวิกฤตที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และไม่สามารถหยุดตัวเองไม่ให้สั่นได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามสูดหายใจเข้าลึกมากเท่าไหร่ มันก็ไร้ประโยชน์! “ฉันขยับเขยื้อนไม่ได้ เพียงเพราะพลังที่เขาปล่อยออกมา แม้แต่นิ้วเดียวฉันก็ยังไม่สามารถขยับได้ มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงกัน!?” เด็กสาวกรีดร้องอยู่ภายในใจ

“เธอทำบ้าอะไรอยู่น่ะ? ทำไมน่าหลานยิงถึงไม่จัดการล้มไอ้บ้านี้ในหมัดเดียว?” แขกวีไอพีที่เฝ้าดูอยู่รู้สึกสับสน พวกเขากำลังวิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน

“เด็กคนนี้เป็นคนอับโชคของโรงเรียนซื่อเซียวที่สอง ฉันคิดว่า น่าหลานยิงคงจะไม่อยากลดตัวลงไปจัดการกับเขาหรอก” มีบางคนที่อยู่ภายในนั้นถามเกี่ยวกับตัวตนของหลี่เย้า และได้รู้ตัวตนที่แน่ชัดของเขาแล้ว

หลี่เย้าก้าวเท้าไปทีละก้าว จนกระทั่งเดินไปอยู่ตรงหน้าของน่าหลานยิง

เขาเอียงคอ แล้วกลืนซาลาเปาลูกสุดท้ายลงไปอย่างยากเย็นและเรอออกมา มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา แสดงถึงความพึงพอใจออกมา ในสายตาของน่าหลานยิง หลี่เย้าเป็นเหมือนกับทีเร็กซ์ที่กำลังกลืนเนื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือดลงท้องไป และคล้ายกับว่า มีเศษชิ้นเนื้อติดอยู่ตามซอกฟันของเขา

“นาย อย่าเข้ามานะ...” น่าหลานยิงพูดออกมาด้วยจิตใจที่ขลาดกลัว เธอเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว

“สวัสดี เธอคงจะเป็นเพื่อนนักเรียนน่าหลานยิงสินะ ฉันอยากจะถามเธอหน่อยน่ะว่า เธอเห็นเพื่อนนักเรียนเฮ่อเหลียนเลี่ยบ้างไหม แล้วเขาอยู่ที่ไหน?” หลี่เย้าหัวเราะเบาๆ แล้วถามออกไปด้วยท่าทีสุภาพ

น่าหลานยิงยืนอึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้น เธอก็โบกมือ แล้วชี้ไปที่สนามกีฬาของโรงเรียน “ฉัน-ฉันไม่รู้ เขาอาจจะอยู่ที่สนามกีฬาก็ได้”

“โอเค ขอบคุณนะ เพื่อนนักเรียนน่าหลานยิง” หลี่เย้าพยักหน้าขอบคุณเธอ และไม่ได้สนใจบัตรเชิญที่อยู่ในมือเธอเลย เขาเดินผ่านไปด้านข้างน่าหลานยิงและตรงไปยังทิศทางของสนามกีฬา

ขาทั้งสองข้างของน่าหลานยิงอ่อนแรงและเธอแทบจะล้มทั้งยืน เธอมองตามหลังของหลี่เย้าที่ค่อยๆห่างออกไป อย่างตกตะลึง ร่างกายที่อ้อนแอ้นของเธอสั่นสะท้าน และเธอก็รู้สึกปวดร้าวไปที่หน้าท้องของเธอ ในใจของเธอ เต็มไปด้วยความคิดที่ว่า ตัวเธอนั้นโชคดีขนาดไหนและเหมือนกับได้ชีวิตใหม่!

จบบทที่ 36 หลี่เย้าเข้าสู่สนามแข่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว