เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: MVP ของงานนี้! แม่แพนด้าและแม่เสือ!

บทที่ 14: MVP ของงานนี้! แม่แพนด้าและแม่เสือ!

บทที่ 14: MVP ของงานนี้! แม่แพนด้าและแม่เสือ!


ผอ.หวัง...

ตกลงไปในคูน้ำ???

ซูหยวนแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว

ตอนที่รับโทรศัพท์เมื่อครู่ เขานึกว่า ผอ.หวัง จะมอบภารกิจให้เขาเข้าป่าไปช่วยเหลือสัตว์ป่าเสียอีก

เพราะเมื่อวานเพิ่งจะตอบตกลงรับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษของกรมป่าไม้ไปหมาดๆ

แต่ใครจะไปคิดว่า... ภารกิจแรกคือการไปช่วยเจ้านายของตัวเอง!

ซูหยวนพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่หัวเราะออกมา เขาปรับสีหน้าให้ดูจริงจังแล้วถามกลับไป “ผอ.หวังครับ ท่านไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ?”

ผอ.หวัง: “ผมแค่ข้อเท้าพลิกน่ะ ปีนกลับขึ้นไปเองไม่ได้”

ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ผอ.หวังก็รีบกำชับ “ผอ.ซู เรื่องนี้... อย่าบอกใครเด็ดขาดนะ... โดยเฉพาะคนในกรม ไม่ต้องติดต่อหน่วยกู้ภัยคนอื่น... คือ... ผมอายเขา...”

ซูหยวน: ......

เกือบแล้ว...

เกือบจะหลุดขำออกมาแล้วจริงๆ

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงขึงขัง “รับทราบครับ ผอ.หวัง! ส่งตำแหน่งมาได้เลยครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”

ผอ.หวัง: “ตำแหน่งของผมตอนนี้คือ...”

หลังจากวางสาย ซูหยวนก็หันไปอธิบายสถานการณ์ให้ทุกคนฟังพลางพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิต

เหล่าจาง: ???

จางเสี่ยวอวิ๋น: ???

ศาสตราจารย์หลิว: ???

“น่าสงสาร ผอ.หวัง จังเลยนะครับ...”

“นั่นสิครับ ตกคูน้ำทั้งที ยังไม่กล้าโทรหาหน่วยงานของตัวเองอีก”

“ถ้าเป็นฉันก็ไม่กล้าโทรหรอก เสียฟอร์มหมด โทรไปแล้วจะเอาหน้าไปสั่งงานลูกน้องได้ยังไง”

ซูหยวนได้ฟังบทสนทนาแล้วก็รีบตัดบท “เอาล่ะครับ อย่าเพิ่งคุยกันเลย เรื่องช่วยคนสำคัญกว่า”

“เราต้องรีบไปช่วย ผอ.หวัง แล้วยังต้องไปช่วยฝูงลิงต่ออีก”

“เก็บของแล้วเตรียมออกเดินทาง!”

......

ขณะเดียวกัน ณ ก้นคูน้ำลึก

ผอ.หวัง กำลังนั่งมองข้อเท้าที่บวมเป่งของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

เมื่อวานหลังจากมอบหมายงานให้ซูหยวนเสร็จ เขาก็ยังไม่วางใจอยู่ดี เลยคิดว่าจะลองเดินสำรวจรอบๆ ป่าดูสักหน่อย

เขาก็ว่าระวังตัวดีแล้วนะ เดินอยู่แค่ริมๆ ไม่ได้เข้าไปลึกเลย

แต่สุดท้ายก็ยังอุตส่าห์พลัดตกลงมาจนได้

ที่แย่กว่านั้นคือในคูนี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลยสักขีด! ตะโกนจนคอแหบแห้งก็ไม่มีใครได้ยิน

ต้องรอจนฟ้าสางฝนหยุด ถึงจะพอมีสัญญาณให้โทรออกได้ แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะโทรหาหน่วยงานของตัวเอง

คิดแล้วคิดอีก... สุดท้ายก็ต้องโทรหาซูหยวน

อย่างน้อย... ก็ยังพอรักษาหน้าไว้ได้บ้าง

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเอนกายลงบนเพิงพักชั่วคราวที่สร้างขึ้นเมื่อคืน

อากาศหลังฝนตกช่างบริสุทธิ์ ทิวทัศน์ก็งดงาม... ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองกำลังอยู่ในสภาพทุเรศทุรังแบบนี้ มันก็คงเป็นการพักผ่อนที่ไม่เลวเลย

“ไม่รู้ว่า ผอ.ซู จะมาถึงเมื่อไหร่นะ...”

ผอ.หวัง พึมพำกับตัวเอง

ซวบ... ซาบ...

ซวบ... ซาบ...

ทันใดนั้น ก็มีเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวใกล้เข้ามา

“มาแล้วเหรอ?” ผอ.หวัง ดีดตัวลุกขึ้นทันที เขามองไปยังทิศทางของต้นเสียงอย่างมีความหวัง

ฉับพลันนั้น...

หัวขนาดใหญ่ที่มีลวดลายพาดกลอนก็โผล่ออกมาจากพงหญ้า

ขนสีเหลืองสลับดำ นัยน์ตาสีอำพันที่เรียวเป็นเส้นตรง และคมเขี้ยวที่เผยอออกมาเล็กน้อย

มันคือหัวของเสือโคร่ง!

กลิ่นอายของสัตว์ป่าดุร้ายโชยปะทะใบหน้าเต็มๆ หัวใจของ ผอ.หวัง แทบจะหยุดเต้น

“แม่จ๋า!!!”

ผอ.หวัง กรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะถอยหลังกรูดทั้งกลิ้งทั้งคลาน

จบสิ้นแล้ว! ชีวิตนี้!

หน่วยกู้ภัยยังไม่ทันมา แต่ยมทูตดันมาก่อนซะแล้ว!

“แม่เสือ! อย่าแกล้งคนสิแก!”

“ผอ.หวังครับ! ไม่ต้องกลัวครับ! ผมเอง!”

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากขอบคูน้ำ

ซูหยวนกำลังยืนมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าจนใจ

และข้างๆ เขา... พญาเสือโคร่งที่เมื่อครู่ยังดุร้ายน่าเกรงขาม กำลังใช้หัวของมันคลอเคลียกับขากางเกงของเขาอย่างว่าง่าย

ด้านหลังยังมีแม่แพนด้า จางเสี่ยวอวิ๋น และศาสตราจารย์หลิวยืนมองอยู่

ผอ.หวัง: ......

ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาดี

ควรจะดีใจที่รอดตายจากการเป็นอาหารเสือ...

หรือควรจะบ่นว่าวิธีการเปิดตัวของทีมกู้ภัยจำเป็นมันน่าหัวใจวายเกินไป?

ซวบ!

ซูหยวนสะพายกล่องปฐมพยาบาลแล้วสไลด์ตัวลงมาตามทางลาดอย่างชำนาญ

“ผอ.หวังครับ ท่านไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ?”

เขาเดินเข้ามาดูอาการของ ผอ.หวัง

“ข้อเท้าพลิกน่ะ เดินไม่ไหวแล้ว...”

ซูหยวนก้มลงดูแผลแล้วพยักหน้า “ดูท่าจะพลิกแรงอยู่ครับ เดี๋ยวผมเข้าเฝือกชั่วคราวให้ก่อน แล้วเราค่อยหาทางขึ้นไปกัน”

เขาเปิดกล่องปฐมพยาบาลแล้วจัดการดามข้อเท้าและประคบเย็นให้ ผอ.หวัง อย่างคล่องแคล่ว

“ผอ.ซู... ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆ”

“ไม่นึกเลยว่าภารกิจแรกในฐานะผู้เชี่ยวชาญพิเศษของคุณ... จะกลายเป็นการมาช่วยผมซะเอง” ผอ.หวังหัวเราะแห้งๆ

ซูหยวนได้ฟังแล้วก็ยิ้มมุมปาก

“ผอ.หวังครับ ถ้าพูดแบบนั้น... ก็เท่ากับว่าท่านเป็น ผู้ประสบภัย คนแรกของผมสินะครับ”

“ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่เราตกลงกันไว้... ท่านก็ต้องตามผมกลับไปที่สวนสัตว์ด้วยใช่ไหมครับ?”

พูดพลาง ซูหยวนก็โบก ใบอนุญาตให้ความช่วยเหลือสัตว์ป่า ในมือไปมา

ผอ.หวังถึงกับหลุดหัวเราะ

“ได้! เธอพูดเองนะ!”

“ดีเลย ขาฉันก็เจ็บอยู่พอดี งั้นฉันจะไปพักฟื้นที่สวนสัตว์ของพวกเธอนี่แหละ เธอต้องเลี้ยงดูปูเสื่อฉันจนกว่าจะหายดีเลยนะ!”

ผอ.หวังตบขาข้างที่ไม่เจ็บของตัวเองแล้วพูดหยอกล้อ

ซูหยวนพยักหน้ารับทันที “ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลยครับ!”

เมื่อได้ฟังบทสนทนาหยอกล้อของคนทั้งสอง จางเสี่ยวอวิ๋นและศาสตราจารย์หลิวที่อยู่ข้างบนก็พากันหัวเราะออกมา บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงไปมาก

ในเวลาไม่นาน

ซูหยวนก็สามารถพา ผอ.หวัง ขึ้นมาจากคูน้ำได้สำเร็จ

“ฮัลโหล ว่าไง?”

“ได้ พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

เพิ่งจะได้พักหายใจหายคอ ผอ.หวังก็ได้รับโทรศัพท์ด่วน

“ผอ.หวังครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” ซูหยวนถาม

ผอ.หวังวางสายด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผอ.ซู... คราวนี้ถึงเวลาไปช่วยสัตว์ของจริงแล้ว”

“เพิ่งได้รับรายงานว่าในป่าเกิดดินถล่มเป็นวงกว้าง มีฝูงลิงติดอยู่ข้างใน”

“สถานการณ์... ค่อนข้างวิกฤต”

ซูหยวนรีบหาท่อนไม้เหมาะๆ มาทำเป็นไม้เท้าให้ ผอ.หวัง แล้วพูดขึ้น

“ลองดูสิครับว่าใช้ได้ไหม? ถ้าใช้ได้ เราก็ออกเดินทางกันเลย”

ผอ.หวังรับมาลองยันตัวดู มันพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ

“ได้! งั้นอย่าชักช้าอยู่เลย! ไปกันเถอะ!” พูดจบ ผอ.หวังก็ใช้ไม้เท้ายันตัวเดินกะเผลกนำหน้าไปทันที

ซูหยวนได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย... มันค้ำคอจริงๆ

......

ซูหยวนต้องให้ ผอ.หวังขี่หลังในที่สุด หลังจากเร่งเดินทางอยู่พักใหญ่ พวกเขาก็มาถึงที่หมาย

เมื่อลงจากหลังของซูหยวน ผอ.หวังก็หัวเราะแห้งๆ “ผอ.ซู... ครั้งนี้ลำบากคุณมากจริงๆ”

ซูหยวนมองขาที่บวมเป่งของ ผอ.หวัง แล้วพูดว่า “ไม่ลำบากหรอกครับ แต่ครั้งหน้าท่านต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะครับ!”

ผอ.หวังกำลังจะเอ่ยปากตอบ ไกลออกไปก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น

“เร็วเข้า! ช่วยกันอีกแรง!”

“ผอ.หวังมาถึงรึยัง?”

“ไม่รู้ว่าเรียกหน่วยกู้ภัยมาด้วยรึเปล่า! หินพวกนี้มันหนักเกินไป พวกเรายกไม่ไหวแล้ว!”

เป็นเสียงของทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาก่อนหน้านี้

กลุ่มของซูหยวนรีบมุ่งหน้าไปทันที

เมื่อฝ่าแนวป่าทึบออกไป... ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ทุกคนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ

ช่องเขาแคบๆ ถูกดินโคลนและหินผาที่ถล่มลงมาปิดทับจนสนิท

ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น มีชะง่อนหินเล็กๆ ที่ยังไม่ถล่มลงมาอยู่

และบนนั้น... คือฝูงลิงขนทองหลายสิบตัวที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างตื่นตระหนก

ดูเหมือนว่าเพื่อนๆ ของพวกมันจะถูกดินโคลนทับอยู่ด้านล่าง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านในพื้นที่กำลังช่วยกันใช้พลั่วตักดินโคลนออกอย่างสุดความสามารถ

แต่ด้วยปริมาณดินที่มหาศาล... ผลที่ได้จึงมีเพียงน้อยนิด

ชาวบ้านอีกกลุ่มกำลังพยายามช่วยกันดันหินยักษ์ก้อนหนึ่งที่ทับลิงตัวหนึ่งซึ่งกำลังร้องโหยหวนอยู่

“ผอ.หวัง! ท่านคือ ผอ.หวัง ใช่ไหมครับ!”

“เรียกหน่วยสนับสนุนมาด้วยรึเปล่าครับ?”

“ทำไมมีแต่เด็กหนุ่มมาไม่กี่คนล่ะครับ! แบบนี้จะช่วยอะไรได้!”

เดิมทีเหล่าเจ้าหน้าที่ต่างมีความหวังเมื่อเห็น ผอ.หวัง แต่พอเห็นว่าคนที่ตามมามีเพียงกลุ่มของซูหยวน ความหวังนั้นก็มอดดับลงทันที

ผู้บัญชาการภาคสนามรีบวิ่งเข้ามา “ผอ.หวังครับ! ติดต่อขอเครื่องจักรขนาดใหญ่ได้ไหมครับ?”

“สถานการณ์ตอนนี้ลำบากมากจริงๆ ครับ!”

ผอ.หวังถอนหายใจ “เครื่องจักรจากในพื้นที่เข้ามาไม่ได้เลย!”

“ผมติดต่อขอกำลังสนับสนุนจากในเมืองแล้ว กำลังจัดส่งเฮลิคอปเตอร์มาให้อย่างเร่งด่วน”

“แต่คาดว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกสามถึงสี่ชั่วโมงกว่าจะมาถึง...”

ผอ.หวังร้อนใจยิ่งกว่าใครทั้งหมด

“ไป! ไปตามคนที่อยู่ใกล้ๆ มาช่วยให้หมด!”

“เอาพลั่วมาให้ฉัน! ฉันจะขุดด้วย!”

ผอ.หวังยื่นมือออกไปเตรียมจะลงมือด้วยตัวเอง

ซูหยวนเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า

ขาทั้งสองข้างเจ็บขนาดนั้น แค่ยืนให้ได้ก็บุญแล้ว ยังจะคิดไปช่วยลิงอีก?

“ไปกันเถอะ... ถึงตาพวกเราทำงานแล้ว”

“แม่เสือ แม่แพนด้า พร้อมนะ?”

ซูหยวนหันไปมองคู่หูทั้งสองของเขา

“โฮก~”

ไปก็ได้~ ช่วยก็ได้ แต่กลับไปต้องนวดให้ฉันด้วยนะ~

“เอ๋งๆ~”

ช่วยลิง~ ได้ของอร่อย~ กลับไปจะกินหม่าล่า~ คิๆ~

......

“สู้โว้ย!”

“หนึ่ง... สอง... ฮึ่ย!”

“ดันเข้าไป!”

ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกือบแปดสิบชีวิตกำลังออกแรงผลักหินยักษ์ก้อนมหึมา

ทุกคนต่างทุ่มแรงทั้งหมดที่มี หวังจะขยับมันให้ได้แม้เพียงนิดเดียว

แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน... หินก้อนนั้นก็นิ่งสนิทไม่ไหวติง

“ขอคนมาช่วยอีก! มาอีกสองสามคน!”

“ดันไม่ไปเลยโว้ย!” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกน

“มาแล้ว!” เสียงใสกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้น

ครืนนน...!

ทันใดนั้น พลังมหาศาลที่เพิ่มเข้ามาอย่างกะทันหันก็ทำให้หินยักษ์เริ่มขยับ!

ทุกคนที่กำลังออกแรงดันอยู่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

หินที่พวกเขาร่วมแรงกันผลักแทบตายยังไม่ขยับ... ทำไมจู่ๆ ถึงขยับได้?

จอมพลังคนไหนมาช่วยกัน?

ทุกคนหันกลับไปมองอย่างสงสัย

และในชั่วพริบตา... ทุกคนก็ยืนนิ่งแข็งเป็นหิน

เบื้องหลังพวกเขา... คือพญาเสือโคร่งสีทองอร่ามที่กำลังก้มตัวลงต่ำ ใช้หัวไหล่อันทรงพลังของมันยันก้อนหินไว้ มันคำรามเสียงต่ำในลำคอพลางออกแรงดันไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง!

และข้างๆ กันนั้น... คือแพนด้ายักษ์ตัวอ้วนกลม

มันกำลังเลียนแบบท่าทางของพญาเสือโคร่ง ใช้สองอุ้งเท้าหนาๆ ของมันช่วยดันหินอย่างงุ่มง่ามแต่ทรงพลัง!

เสือ???

แพนด้า???

จบบทที่ บทที่ 14: MVP ของงานนี้! แม่แพนด้าและแม่เสือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว