เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

4 ดาบปีศาจเผิงห่าย

4 ดาบปีศาจเผิงห่าย

4 ดาบปีศาจเผิงห่าย


4 ดาบปีศาจเผิงห่าย

สายตาของหัวหน้าครูผู้สอนนั้นราวกับเสือที่กำลังจดจ้องไปที่เหยื่อของมัน ในเวลาเดียวกันนั้น หลี่เย้าก็เร่งฝีเท้าพุ่งผ่านเข้าไปยังประตูที่กำลังจะถูกปิด เขาพ่นลมหายใจออกมาและดูเวลาที่นาฬิกา 7.29น. ซึ่งเส้นยาแดงผ่าแปดพอดี!

และเหมือนกับโรงเรียนอื่นๆในสหพันธรัฐ ที่โรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองได้เข้าสู่ “ช่วงเวลาการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่บ้าคลั่ง” ได้เกิดแสงแห่งการฆ่าฟันส่องผ่านเข้าไปในโรงเรียน ราวกับเป็นสนามรบ ที่อาคารประตูทางเข้าของโรงเรียนได้ติดป้าบโฮโลแกรมขนาดใหญ่เอาไว้ตรงกลาง ที่ด้านบนสามารถอ่านได้ว่า

“เวลาก่อนถึงการสอบ : 99 วัน 18 ชั่วโมง 32 นาที 57 วินาที!”

ตัวเลขที่อยู่บนป้ายโฮโลแกรมได้มีการเปลี่ยนแปลงทุกวินาที การเปลี่ยนแปลงของตัวเลขนั้นไม่มากนัก แต่กลับส่งแรงกดดันต่อผู้เข้าสอบได้อย่างใหญ่หลวง

สองข้างของตึกที่ติดป้ายโฮโลแกรมขนาดใหญ่เอาไว้ ยังมีข้อความเขียนเอาไว้ด้วยว่า

“ตราบใดที่การเรียนไม่ทำให้ถึงตาย ก็จงเรียนจนตายไปข้าง!”

“คะแนนที่เพิ่มขึ้น หมายถึงเหยียบย้ำคนนับพัน!”

“โรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองจะปกครองสหพันธรัฐ สาบานที่จะพุ่งสู่การสอบ หรือถูกขับไล่!”

“เข้าสู่ <9 มหาวิทยาลัยชั้นยอด> กลายเป็นผู้ฝึกตน ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต!”

เสียงเพลงปลุกใจและเร่าร้อนดังก้องกังวานไปทั่วโรงเรียน นักเรียนกว่าพันคนพากันเดินเบียดเสียดกันไปราวกันสายน้ำที่ไหลตรงไปยังสนามกีฬาของโรงเรียน หลี่เย้าเร่งฝีเท้าของเขาและแทรกเข้าไปในคลื่นของฝูงชน ทันทีที่พวกเขาเดินไปถึงสนามกีฬา เด็กนักเรียนได้แยกกันออกเป็นสามกลุ่ม ที่แบ่งแยกออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด

นักเรียนกลุ่มแรกนั้นมีอยู่เพียงสี่สิบคน ทุกคนต่างมีภาพลักษณ์ที่สง่าผ่าเผยและงดงามราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาจากธรรมชาติ เหล่าคนที่ดูหยิ่งยโสและอวดดีทั้งสี่สิบคนนี้ คือคนที่ได้รับเลือกจากสวรรค์ เครื่องแบบนักเรียนที่อยู่บนร่างกายของพวกเขาถูกถักทอขึ้นมาจากไหมสวรรค์ มันได้ถูกออกแบบและตัดโดยช่างที่เป็นผู้ฝึกตน เสื้อผ้าของพวกเขาโบกสะบัดไปตามแรงลม และส่องประกายราวกับสมบัติที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้ ทุกๆอย่างในตัวของพวกเขา แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ไม่ธรรมดา พวกเขาคือนักเรียนของ “คลาสพิเศษ” อัจฉริยะจากหนึ่งในพันของนักเรียนทั้งหมด พวกเขาคือต้นกล้าชั้นดี ที่มีความสามารถพอที่จะเข้าเรียนใน <9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ>ได้

นักเรียนกลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดประมาณ 7-8 ร้อยคน เครื่องแบบของพวกเขาได้รับการถักทอจากไหมสวรรค์เช่นเดียวกับนักเรียนกลุ่มแรก แต่ไม่ใช่เครื่องแบบที่ถูกสั่งตัดและออกแบบโดยช่างที่เป็นผู้ฝึกตน พวกเขาดูทึมทื่อและธรรมดาสามัญ ซึ่งเป็นใบหน้าที่ดูไม่แตกต่างกันมากนัก พวกเขาคือนักเรียนใน “คลาสปกติ” ส่วนใหญ่คือเด็กที่มาจากครอบครัวมีเงินและตระกูลใหญ่ ในส่วนของความสามารถของพวกเขานั้น เกิดจากการใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพวกเขา

นักเรียนกลุ่มที่สามมีอยู่ด้วยกันประมาณร้อยกว่าคน เครื่องแบบนักเรียนของพวกเขานั้น ถูกตัดด้วยผ้าพื้นๆ ทั้งยังดูหลวมโพรกและเก่า ทำให้ดูเทอะทะ เจ้าของเครื่องแบบเหล่านี้ไม่ได้มีพลังพิเศษใดๆแผ่ออกมาจากร่างกาย พวกเขาเหล่านี้คือนักเรียนของ “คลาสสามัญ” ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ในคลาสนี้มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง การมาอยู่ในโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองของพวกเขา ก็ไม่ต่างไปจากฝูงปลาฝูงใหญ่ที่พยายามแหวกว่ายอย่างหนัก

หลี่เย้านั้นเป็นเด็กนักเรียนของคลาสสามัญ และไม่นานเขาก็หาจุดยืนในแถวเจอ ในตอนที่เขาเพิ่งจะเข้าไปยืนในแถวได้แล้วนั้น ก็มีใครบางคนตบลงไปที่ไหล่ของเขา พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงแหบพร่า “ปีศาจน้อย นายเพิ่งจะมาถึงใช่ไหม? ดูเหมือนวันนี้จะมีคนสำคัญเดินทางมาที่โรงเรียนของเราด้วยล่ะ!”

หลี่เย้าไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือเพื่อนสนิทของเขา “เมิ่งเจียง” เขาเงยหน้าขึ้นไปมองบนเวที ใช่จริงๆด้วย เขาพบว่ามีทั้ง อาจารย์ใหญ่, รองอาจารย์ใหญ่ และอาจารย์ฝ่ายระเบียบวินัย รวมอยู่ในกลุ่มของอาจารย์หลายๆคนที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นด้วย คนที่อยู่ในระดับสูงทั้งหมดล้วนมารวมตัวกันที่นี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าทุกเช้า

“คนสำคัญคนไหนกันที่สามารถทำให้โรงเรียนต้องทำถึงขนาดนี้ได้? ขนาดหัวล้านจ้าวถึงกับต้องออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองแบบนี้!”

หากพูดให้ถูก หัวล้านจ้าวก็คือรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สอง จ้าวชู่เต๋อ เขาเป็นหนึ่งในเสาหลักของโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สอง ที่เคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังอยู่เสมอ เขาเป็นผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังในการบ่มเพาะอยู่ในระดับสูง แต่มีข่าวลือออกมาว่า ในตอนที่เขายังเป็นหนุ่ม เขาได้รับบาดเจ็บในระหว่างการฝึกฝนอยู่ใน “ดินแดนรกร้าง” ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตลอดทั้งปี เขาก็มักจะปิดประตูเพื่อฝึกตนเป็นส่วนใหญ่ และแทบจะไม่ออกมายุ่งเกี่ยวกับการจัดการเรื่องของโรงเรียนเลย

“เขาคือ เผิงห่าย! ยังไงล่ะเพื่อน เขาคือ ‘ดาบปีศาจ’เผิงห่าย!” เมิ่งเจียงพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด และน้ำเสียงของเขาก็ฟังดูสั่นเครือ

แค่ชื่อนี้ชื่อเดียว ก็สามารถทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของหลี่เย้าเต้นระรัวได้

ดาบปีศาจเผิงห่าย คือศิษย์เก่าที่เป็นตำนานในรอบหลายร้อยปีของโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สอง

เขาเป็นเด็กที่เกิดจากในสลัม ตั้งแต่ยังเด็ก เขาก็ได้แสดงพรสวรรค์ของการเป็นผู้ฝึกตนให้ได้เห็น เมื่อเขาอายุได้ 11 ปี เขาก็ถูกทางโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองรับเข้าเรียนเป็นกรณีพิเศษ เมื่ออายุได้ 12 ปี “ระดับการพัฒนาพลังจิตวิญญาณ” ของเขาสูงถึง 100% และเขายังสามารถปลุกรากวิญญาณระดับสูงสุดได้ด้วย และเมื่อเขาอายุได้ 13 ปี เขาได้รับการตอบรับจาก 1ใน9มหาวิทยาลัยชั้นนำคือ “สถาบันการสงครามต้าฮวง” เมื่อเขาจบการศึกษาตอนอายุ 15 ปี เขาก็สามารถบ่มเพาะไปถึงขั้นที่ 10 ของระดับการกลั่นวิญญาณ และได้กลายเป็นดาวแห่งความหวังของสหพันธรัฐ!

หลังจากที่เขาจบการศึกษาจาก “สถาบันการสงครามต้าฮวง” แล้ว เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินเดือนสูงลิ่วจากหลายๆนิกาย และตัดสินใจเข้าร่วมกับ “กองทัพแห่งสหพันธรัฐ” อย่างเด็ดเดี่ยว ในดินแดนรกร้าง เขาได้ต่อสู้กับสัตย์อสูรนับล้านเพื่อปกป้องรุ่นเยาว์และเลือดเนื้อของสหพันธรัฐ จนเกิดเป็นกองภูเขาซากศพและทะเลเลือดของเหล่าสัตย์อสูร ด้วยความบ้าคลั่งและน่าประทับใจของเขาจนได้ฉายาว่า “ดาบปีศาจ” ในที่สุดเมื่อเขาอายุได้ 22 ปี เขาก็ได้กลายเป็นผู้ฝึกตนที่อายุน้อยที่สุดในสหพันธรัฐที่สามารถเข้าสู่การบ่มเพาะในระดับรากฐานวิญญาณได้!

หลังปลดประจำการ เผิงห่ายก็ได้กลับมาที่บ้านเกิดของเขา ด้วยข้อเสนอเป็นจำนวนเงินมหาศาล เขาจึงได้เข้าร่วมกับกลุ่มซื่อเซียว ภายในช่วงเวลาสั้นๆแค่ 3 ปี เขาก็ได้กลายเป็นผู้จัดการคนใหม่ของแผนกที่มีชื่อว่า “กลุ่มขนส่งซื่อเซียว” ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างเส้นทางขนส่งใหม่ ในเขตพื้นที่อันตรายซึ่งเต็มไปด้วยสัตย์อสูรที่ดุร้าย นอกจากเงินที่สูงลิ่วของเขาแล้ว พูดกันว่า เขายังได้รับส่วนแบ่งจากหุ้นของ “กลุ่มขนส่งซื่อเซียว” เป็นเงินปันผลด้วยเงินทองกองเท่าภูเขา!

“นายเคยได้ยินข่าวลือนี้ไหม? ว่าตอนที่เผิงห่ายอยู่”หาดหยินป่าย“เขาซื้อวิลล่าติดริมทะเลเอาไว้หลังหนึ่ง เขาว่ากันว่า มันมีราคาสูงถึง 70-80ล้านเหรียญ! นักข่าวแทบลอยด์บอกว่า เขาชอบพาสาวๆเป็นสิบมาปาร์ตี้กันที่วิลล่าของเขาด้วยล่ะ!” เมิ่งเจียงพูดจนน้ำลายแตกฟอง และไม่อาจเก็บซ่อนความอิจฉาของเขาได้

จากเด็กในสลัม กลายมาเป็นผู้จัดการระดับสูง มีเงินนับร้อยล้าน รถหรู และสาวงามรายล้อม พร้อมกับวิลล่าติดริมทะเล ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความฝันของเด็กสลัมทุกคน และหลี่เย้ากับเมิ่งเจียงต่างก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

พวกเขาต่างกระหายอยากที่จะเป็นเผิงห่ายคนต่อไปกันทั้งนั้น!

“เขามาแล้ว!”

นาฬิกาข้อมือของหลี่เย้าสั่นเตือน แสดงให้รู้ว่ามีบางอย่างกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงผ่านทางอากาศ มายังที่นี่ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าทางทิศตะวันออก เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนมันเป็นท้องฟ้า แต่เพียงแค่พริบตาเดียว ก็ได้มียานบินสีดำโผล่ขึ้นมากลางท้องฟ้า!

ตัวยานบินมีความเพรียวบางและเป็นมันเงา คล้ายกับหยดน้ำที่ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น มันมีความยาวพอๆกับยานบินทั่วไป การตกแต่งด้านนอกของตัวยานนั้นใสแจ๋วและไม่เห็นรอยต่อหรือหมุดเลยแม้แต่น้อย ถือได้ว่าเป็นยานบินที่ถูกออกแบบมาได้อย่างดีเยี่ยม มันไม่สามารถบอกได้เลยว่าวัสดุที่ถูกนำมาตกแต่งด้านนอกตัวยานคืออะไร ภายใต้บรรยากาศอันตรายที่แผ่ออกมาจากยานบินสีดำวาวเป็นประกาย จนเกือบทำให้หัวใจของคนที่อยู่รอบด้านต้องหยุดเต้น ด้วยแรงของความต้องการฆ่าฟันที่อวลอยู่ในอากาศ ได้ทำให้นักเรียนเกือบพันคนแทบหายใจไม่ออก

“มันคือ ‘ยานรบมิสติกเบิร์ด!’ ยานรบที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดของสหพันธรัฐ! ความสามารถในการรบของยานอาจจะสูงกว่าผู้ฝึกตนในระดับรากฐานวิญญาณด้วยซ้ำ! เมื่อยานบินถูกใช้งาน แม้แต่สัตย์อสูรในดินแดนรกร้างก็ยังไม่สามารถต้านทานได้!” หลี่เย้าพูดออกมาด้วยความคลั่งไคล้ที่มีอยู่ในจิตใจของเขา

ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของอาร์ติเฟ็กซ์อย่างหลี่เย้าแล้ว “ยานรบมิสติกเบิร์ด” ยังเป็นสิ่งที่เขาให้การยกย่องชื่นชมมากกว่าตัวของเผิงห่ายด้วยซ้ำ!

และที่มากไปกว่านั้น เขายังรู้อีกว่า แค่ราคาส่วนประกอบตัวยานรบมิสติกเบิร์ดในตลาด ก็สูงเกือบหนึ่งร้อยล้านเหรียญแล้ว ซึ่งแม้แต่ครอบครัวที่ร่ำรวยหรือตระกูลใหญ่ก็ไม่อาจเอื้อมถึงได้

ผ่านไปหนึ่งวินาที ท้องที่ถูกบีบรัดของเด็กนักเรียนนับพันก็คลายตัวลง และพวกเขาก็สามารถกลับมาหายใจเป็นปกติได้อีกครั้ง ยานรบมิสติกเบิร์ดที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนท้องฟ้าก็ค่อยๆลดระดับลงมา

แววตาดำมืดราวกับผุดขึ้นมาจากขุมนรกคู่หนึ่ง ที่ยังคงมีแสงส่องประกายแวววาว ในทุกการกลิ้งกลอกก็ทำให้นึกถึงสายฟ้าฟาด ไม่ต่างจากแววตาของสัตย์อสูร

ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการจ้องมองของเขา ซึ่งแม้แต่รองอาจารย์ใหญ่จ้าวชู่เต๋อ และอาจารย์ฝ่ายระเบียบวินัยที่ดุอยู่เสมอยังไม่อาจทนรับการจ้องมองจากเขาได้ จนต้องหลบสายตา พวกเขาไม่มีใครกล้าสบตากับเขาเลย

“พวกผู้ฝึกตนนี่รวยกันจริงๆ! พวกเขาทั้งสุดยอด! ทั้งมีอำนาจล้นมือ!” หลี่เย้าพึมพำ พร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่

“มีข่าวลือมาว่า โรงเรียนเชิญเผิงห่ายให้กลับมาเป็นโค้ชสอนพวก”คลาสพิเศษ“โดยเฉพาะเลยนะ! นี่ ปีศาจน้อย นายรู้ใช่ไหมล่ะว่าโรงเรียนมัธยมซื่อเซียวที่สองของเราเป็นถึงหนึ่งในสิบโรงเรียนดังน่ะ แต่หลายปีมานี้ กลับไม่มีนักเรียนที่ทำผลคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้โดดเด่นพอเลย แล้วคนที่สอบเข้า”9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ“ได้ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น เพราะแบบนี้ ชื่อเสียงของโรงเรียนเราเลยไม่ได้ดังเท่าโรงเรียนอื่น ดังนั้น คราวนี้พวกเขาเลยเชิญเผิงห่ายให้กลับมาฝึกพิเศษโดยเฉพาะ เพราะหวังว่าเขาจะเปลี่ยนโชคชะตาของโรงเรียน และทำให้มันกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้งหนึ่ง!” น้ำเสียงของเมิ่งเจียงเต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน

เพราะมีเพียงนักเรียนใน “คลาสพิเศษ” เท่านั้น ที่โชคดีพอจะได้รับการสั่งสอนจากดาบปีศาจเผิงห่ายเป็นการส่วนตัว ส่วนนักเรียนใน “คลาสสามัญ” อย่างพวกเขานั้น คงไม่มีสิทธิเลยแม้แต่น้อย

หลี่เย้าได้ฟังแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมา

“9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ” คือ สถานที่ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรความรู้ในด้านการฝึกฝนมากที่สุดในสหพันธรัฐ พวกเขามีทั้งทรัพยากรมากมาย และเต็มไปด้วยเหล่าอาจารย์ผู้สอนที่อยู่ในระดับสูงอีกเป็นจำนวนมาก ทั้ง 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ จึงกลายเป็นสถานที่ที่นักเรียนในทุกโรงเรียนของสหพันธรัฐต่างก็เฝ้าฝันที่จะได้เข้าไปเรียน

สำหรับมหาวิทยาลัยทั่วไปนั้น พวกเขาไม่มีทรัพยากรที่เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูผู้ฝึกตน แม้แต่นักเรียนที่มีพรสวรรค์สูง ที่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างหนักสักแค่ไหน หรือได้พบเจอกับโชคดีมากแค่ไหน โอกาสที่พวกเขาจะได้กลายเป็นผู้ฝึกตนยังมีไม่ถึงหนึ่งในพันด้วยซ้ำ

แต่ 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำนั้น ต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากนิกายมากมาย ทั้งยังสนับสนุนทรพยากรในด้านการบ่มเพาะเป็นพิเศษ ตราบใดที่นักเรียนถูกรับเข้าไปเรียนใน 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำเหล่านี้ พวกเขาก็มีโอกาสถึง 30% ที่จะได้กลายเป็นผู้ฝึกตน และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิ!

กลายที่จะกลายเป็นผู้สร้างอาร์ติเฟ็กซ์ในระดับมาสเตอรได้นั้น อันดับแรกคือต้องกลายเป็นผู้ฝึกตนให้ได้ก่อน และการที่จะสามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนได้ สิ่งแรกก็คือต้องสอบเข้า 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำให้ได้ก่อน หลี่เย้านั้นได้ใส่ความพยายามลงไปกับเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง แต่ตั้งแต่เริ่มจนจบ เขานั้นไม่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่กำเนิดและไม่มีความสามารถมากพอ ระยะทางของการไปสู่ความฝันของเขา ได้ไกลออกไปเรื่อยๆ

เพราะความกังวลที่มีอยู่ในจิตใจ ทำให้ความกระตือรือร้นในใจของหลี่เย้าลดลง และทำให้เขาไม่ได้ยินคำปราศรัยบนเวทีเลย เวลาเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผู้ฝึกตน ดาบปีศาจเผิงห่ายจึงไม่ได้ใช้เวลาในการพูดนานนัก และอาจารย์ใหญ่ก็ได้ประกาศเลิกการประชุมในเช้านี้ลง

เผิงห่ายได้รับการรับรองจากเหล่านักเรียนคลาสพิเศษที่เย่อหยิ่ง และได้จากไปพร้อมกับพวกเขา และนักเรียนจากคลาสปกติและคลาสสามัญ ก็ได้พากันแยกย้ายไปตามตึกเรียนของแต่ละคลาส

และด้วยเหตุนี้ การเรียนของวันนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!

จบบทที่ 4 ดาบปีศาจเผิงห่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว