เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13: สถานการณ์วิกฤต

ตอนที่ 13: สถานการณ์วิกฤต

ตอนที่ 13: สถานการณ์วิกฤต


วันที่สอง ในตอนเจ็ดโมงเช้า จางมู่ลืมตาและตื่นขึ้นมาตรงเวลา

จางมู่ได้ขดตัวอยู่ที่มุมห้องและนอนเป็นเวลาหลายชั่วโมง เขาสั่นสะท้านเนื่องจากความหนาวเย็นในยามค่ำคืน เขารู้สึกเสียใจที่เขาถูกความเย็นเล่นงานเมื่อคืน อย่างน้อย เขาน่าจะถามหยวนรุยเพื่อให้ได้ผ้าห่มมา เขาบีบลำคอที่แข็งและบิดไปมาหลายครั้ง

แกร๊ก แกร๊ก

“คุณตื่นแล้วหรือ?”

เขาได้ยินเสียงขี้อายจากเตียง จางมู่มองย้อนกลับไปและพบว่าหยวนรุยก็ตื่นด้วยเหมือนกัน เธอถือผ่าห่มไว้ที่แขนของเธอและมองมาที่เขาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

หญิงสาวมีรอยคล้ำสองดวงข้างใต้ดวงตาของเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอนอนไม่ได้หลับเมื่อคืนนี้ หลังจากเกิดเรื่องขึ้น เพราะเธอยังเป็นหญิงสาวตัวน้อย เธอต้องรู้สึกกลัวที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่โหดร้ายของโลก แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้อีกอย่างที่เธอกลัวจางมู่ กลัวว่า "ลุงแปลกหน้า" คนนี้จะทำอะไรกับเธอในเวลากลางคืน

จางมู่หันกลับไปมองที่หญิงสาว เขายิ้มและพูดว่า “ขอบคุณที่พาฉันเข้ามาเมื่อคืน ฉันมีอาหารอยู่ไม่มากและไม่คิดว่าเธอจะชอบรสชาติของพวกมัน รออยู่ที่นี่ ฉันจะไปหาอาหารมาให้เธอ”

“คุณจะออกไปข้างนอกเหรอ? ไม่ ไม่ ฉันไม่หิว อย่าออกไป” หยวนรุยรีบส่ายศีรษะราวกับสั่นหลังจากได้ยินจางมู่พูด “ข้างนอกมันอันตราย อย่าออกไปเลย เราสามารถอยู่ที่นี่และรอกองทัพมาช่วยเราได้”

“กองทัพ? ตอนนี้พวกเขาไม่มีเวลาช่วยตัวเองด้วยซ้ำ พวกเขาจะมาช่วยพวกเราได้อย่างไร?”

จางมู่พูดด้วยความสงบและบอกความจริงที่โหดร้าย เขายังคงเช็ดดาบของเขาต่อไปด้วยใบหน้านิ่งเฉย

หลังจากได้ยินคำพูดของจางมู่แล้ว ใบหน้าของหยวนรุยก็ซีดเหมือนกับกระดาษ เธอกลืนน้ำลายและถามว่า "ลุงจาง คุณต้องล้อเล่นแน่ ๆ แม้ว่าสัตว์ประหลาดนั้นมีกำลังมาก แต่กองทัพมีอาวุธอยู่นับไม่ถ้วน! พวกเขาจะไม่สามารถกำจัดสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้อย่างไร? ฉันพูดถูกไหม?”

จางมู่เช็ดดาบของเขาเสร็จ เขาลุกขึ้นและยักไหล่ หันหลังไปหาหยวนรุยแล้วพูดว่า “แน่นอน ถ้ากองทัพยังคงมีอาวุธอยู่ ซอมบี้โง่พวกนี้คงจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา ช่างโชคร้ายที่หลังคลื่นแสงในอากาศเมื่อวาน ฉันเห็นอาวุธปืนของพวกตำรวจหมดประสิทธิภาพในการทำงานทันทีและพวกเขาก็ถูกจัดการด้วยสัตว์ประหลาดพวกนั้น ฉันคิดว่ากองทัพอาจเผชิญสถานการณ์เช่นเดียวกัน ดังนั้น ฉันเกรงว่าเราจะต้องพึ่งพาตัวเองในตอนนี้”

หลังจากนั้น จางมู่ก็หยุดไปชั่วขณะ เขาไม่ได้หันกลับไป แต่ก็ยังคงจะออกไป “อย่าเปิดประตู ถ้าเธอไม่ได้ยินเสียงของฉัน อย่าประมาทความน่าเกลียดของธรรมชาติมนุษย์”

จางมู่แนบหูไว้ที่ประตูเพื่อฟังเสียงข้างนอกประตู หลังจากที่แน่ใจว่าไม่มีอันตรายใด ๆ เขาก็เปิดประตูและเดินออกไป

...

บนหลังคาบ้าน จางมู่ดูสถานการณ์รอบ ๆ ร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้ขยับตัว แต่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ท่ามกลางแสงแดด รอให้ร่างกายที่หนาวเย็นของเขาอุ่นขึ้น

จางมู่ทำทุกอย่างอย่างพิถีพิถันเหมือนปกติ

หลังจากที่ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติ จางมู่ก็หรี่ตาลง

นี่เป็นถนนที่ห่างไกล และมีเพียงซอมบี้เจ็ดตัวที่เดินอยู่บนถนน นับจากที่อยู่ของเขาไปยังร้านสะดวกซื้อ

จางมู่ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้ ด้วยการระเบิดความเร็ว เขาสามารถคำนวณระยะโจมตีของซอมบี้ ฆ่าซอมบี้ที่อยู่หน้าประตูร้านสะดวกซื้อแล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ

ที่สำคัญคือซอมบี้ภายในร้านสะดวกซื้อ เขาควรทำอย่างไรกับพวกมัน? ดึงดูดความสนใจพวกมันออกหรือวิ่งตรงไปในร้านและฆ่าพวกมันทั้งหมด?

มองผ่านหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ จางมู่สามารถเห็นได้ว่ามีซอมบี้สามตัวอยู่ในร้าน น่าจะเป็นผู้จัดการร้านและลูกค้าสองคน ร่างกายของจางมู่ยังไม่แข็งแรงและเขาไม่สามารถใช้พลังเต็มที่ได้ในพื้นที่แคบ ๆ เขาสามารถรับมือกับซอมบี้ได้เพียงตัวเดียวในตอนนี้

ถ้าเขาดึงดูดความสนใจพวกมัน...ร้านสะดวกซื้อไม่ได้เป็นร้านเดียวบนถนน ถ้าเขาอยู่บนถนนเป็นเวลานาน ซอมบี้บนถนนและในร้านอื่น ๆ อาจได้ยินเสียงดังและมาจับเขา ถ้ามันเกิดขึ้น มันจะเป็นเรื่องยากที่เขาจะแอบเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน จางมู่ก็มีแผนในใจ

เขาเก็บดาบลงในกระเป๋าเป้แล้วปีนขึ้นไปบนหลังคาบริเวณชายคาบ้าน ตามแผนงานที่เขาวางไว้ในใจ เขาเดินไปรอบ ๆ ถนนอย่างระมัดระวังและเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อโดยปราศจากเสียงดัง

จางมู่แอบเข้าไปในซอยถัดจากร้านสะดวกซื้อ มองไปที่ซอมบี้ที่อยู่ห่างออกไปสิบห้าเมตรจากด้านหลังของเขา จากนั้นดึงดาบออกมาและรีบวิ่งไปหามันอย่างไม่ลังเล

จางมู่ไม่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุใด ๆ ดังนั้น เขารีบเร่งด้วยความเร็วเต็มที่ ตัดหัวของซอมบี้ก่อนที่มันจะรู้ตัว หลังจากนั้น เขาก็จับหัวของซอมบี้ได้ทันที หากมันตกจะทำให้เกิดเสียงได้

หลังจากหยิบคริสตัลออกจากหัวซอมบี้ จางมู่เก็บดาบของเขา เขาจับหัวของซอมบี้ไว้ในมือหนึ่งและจับร่างที่ไร้หัวไว้อีกมือหนึ่ง จากนั้นรีบกลับไปในซอยแล้วโยนมันลงกับพื้น

การเคลื่อนไหวของเขาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเงียบสงบ ซอมบี้ตัวอื่นไม่ได้รู้สึกอะไรและยังคงเดินอยู่บนถนน

อย่างไรก็ตาม จางมู่รู้ว่าไม่มีเวลาเหลือสำหรับเขาเพราะกลิ่นเลือดจะกระจายไปในอากาศ

เขาสังเกตสถานการณ์รอบ ๆ อีกครั้งแล้วแอบเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ

ตามที่จางมู่คาดคิด ทันทีที่เขาประตูก็มีกลิ่นคาวเตะจมูกของเขา แต่เขาไม่มีเวลาที่จะมองเห็นอย่างชัดเจน ดังนั้น เขาจึงต้องเผชิญมันด้วยดาบ จางมู่รู้สึกสั่นสะเทือนจากอาวุธของเขาและได้ยกมันขึ้นโดยอัตโนมัติ ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้ เขาได้ยินเสียงลมพัดผ่านในอากาศ

จางมู่เกือบจะไม่มีโอกาสหลบการโจมตี ในที่สุดก็เห็นผู้บุกรุกสองตัวตรงหน้าเขา

หนึ่งในซอมบี้สวมเสื้อผ้าพะรุงพะรังและซอมบี้อีกตัวมีลักษณะเหมือนกับชายหนุ่ม พวกมันกันทางจางมู่ทั้งสองด้านและเดินมาหาเขา

มีบางอย่างผิดพลาด ซอมบี้ตัวที่สามอยู่ที่ไหน?

ในความสิ้นหวัง จางมู่ได้กระโดดขึ้นนั่งยองตัวบนชั้นวางสินค้าที่ว่างเปล่า เขาเหลือบไปรอบ ๆ ร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไม่พบซอมบี้ตัวที่สาม ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเพราะเขาไม่ชอบที่จะมีปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้ในแผนของเขา

ซอมบี้สองตัวใต้ชั้นวางสินค้ามองมาที่จางมู่ พวกมันกรีดร้องและทุบมาที่ชั้นวางสินค้า จางมู่ไม่มีโอกาสที่ดีที่จะฆ่าพวกมัน  ดังนั้น เขาจึงถูกบังคับให้กระโดดลงไปที่ชั้นวางสินค้าที่อยู่หลังชั้นวางสินค้าอันเดิม

ร้อวว!

เพียงจังหวะที่จางมู่อยู่ในอากาศ ซอมบี้ก็ออกมาจากข้างใต้ชั้นวางสินค้า มันอ้าปากที่เต็มไปด้วยเลือดของมันกว้างพยายามที่จะกัดจางมู่

ซอมบี้ตัวสุดท้ายซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นวางสินค้า! นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจางมู่จึงหามันไม่เจอ

หน้าของจางมู่ถึงกับซีด เขามีทางเลือกไม่มาก แต่ต้องฟันดาบไปที่ซอมบี้ด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี ดาบพุ่งตรงไปตัดที่ซอมบี้เป็นสองส่วน อย่างไรก็ตาม การออกแรงอย่างหนักทำให้เขาเสียการทรงตัว แม้ว่าจางมู่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีที่หัวของมัน เขาก็ยังคงล้มลงกับพื้นอย่างแรง

แคร้ก!

จางมู่รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นตามแขนขวาของเขา

บ้าเอ้ย แขนของฉันเคล็ด! จางมู่คร่ำครวญในใจ

ขณะนั้นเอง ซอมบี้สองตัวได้ผลักชั้นวางสินค้าตรงหน้าของพวกมันลง และเดินไปหาจางมู่อย่างช้า ๆ

จางมู่ได้ใช้แผนที่จะฆ่าพวกมันทั้งหมด เขาไม่ได้แม้แต่จะหยิบคริสตัลจากซอมบี้ตัวที่เขาเพิ่งฆ่าไป เขาหยิบดาบด้วยมือซ้ายของเขาและจินตนาการในใจ สั่งไปที่แหวนพ่อค้าเพื่อหยิบทุก ๆ อย่างบนชั้นวางสินค้าใส่ในแหวน

ภายในชั่วพริบตา ของทุกอย่างที่อัดอยู่บนชั้นก็ถูกใส่ไปในแหวน แหวนพ่อค้าของจางมู่เต็มไปด้วยสินค้ามากมายในตอนนี้

หลังจากเล่น “ซ่อนแอบ” กับซอมบี้สองตัวมาสักพัก จางมู่คว้าโอกาส เขาผลักชั้นวางสินค้าขวางทางของซอมบี้สองตัวแล้ววิ่งออกมาจากร้านสะดวกซื้ออย่างรวดเร็ว

จางมู่ไม่ได้มองกลับไป เขารู้ว่าอีกไม่นานซอมบี้บนถนนและร้านอื่น ๆ จะมาที่นี่ตามเสียงที่เขาสร้างไว้และกลิ่นเลือด

จางมู่ถอนหายใจเพราะโชคไม่ดีของเขาในระหว่างทาง เขาก้มหน้ากัดฟันและจัดการกับรอยร้าวของแขนที่หลุดของเขา แต่แขนขวาของเขายังคงห้อยลงมาข้าง ๆ ตัวเขา เขาอาจจะไม่สามารถใช้แขนขวาของเขาเป็นระยะเวลาหนึ่งได้

จางมู่ไม่ต้องการเสียเวลาที่จะพยายามอธิบายแหวนของพ่อค้าให้หยวนรุย เขาจึงเอาขนมปังและนมออกจากวงแหวนและใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ของเขา เขาคิดว่าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ จะชอบพวกมัน

ในที่สุด จางมู่ก็กลับคลังสินค้า เขาหยุดเพราะเขาก็พบว่าประตูของคลังสินค้านั้นพัง เขารู้สึกแย่จริง ๆ เมื่อคิดถึงสภาพตอนนี้ของเขาแล้ว จางมู่ก็ใส่ "สิ่ง" เล็ก ๆ เข้าไปในแขนเสื้อของเขาและรีบเดินเข้าไปข้างใน

จบบทที่ ตอนที่ 13: สถานการณ์วิกฤต

คัดลอกลิงก์แล้ว