เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 เทพธิดากระบี่ฟ้า

ตอนที่ 4 เทพธิดากระบี่ฟ้า

ตอนที่ 4 เทพธิดากระบี่ฟ้า


'เย่ว์หยาง'นอนอยู่บนเตียงทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนนี้เขาอาจจะเสแสร้งได้ แต่ภายหลังถ้าเขาพบกับลุงสี่หรือญาติและเพื่อนคนอื่นๆ ที่เขาไม่รู้จัก เขาคงโดนเปิดเผยตัวตนแน่

'เย่ว์หยาง'รีบหาของที่เจ้าเด็กที่จมน้ำตายผู้น่าสงสารเหลือทิ้งไว้เท่าที่จะทำได้ อาจมีสิ่งที่อธิบายถึงฐานะของเขาเพิ่มขึ้นก็ได้ ถ้าจะให้ดีที่สุด ต้องเป็นบันทึกหรือของอะไรทำนองนั้น

หลังจากค้นหาดูทั้งวัน ที่โต๊ะ ตู้เสื้อผ้าและแทบจะพลิกห้องหาดูทุกๆ ที่ มีบันทึกอยู่เล่มเดียวจริงๆ แต่ช่วยได้ไม่มากนัก เจ้าคนน่าสงสารเขียนไว้แค่เรื่องฝึกสมาธิในการอัญเชิญและข้อมูลการฝึกเพลงทวนตระกูลเย่ว์

'เย่ว์หยาง'ตระหนักได้ว่าคนน่าสงสารผู้นี้พากเพียรอย่างหนักจริงๆ เขาไม่สามารถทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้ แต่การฝึกเพลงทวนตระกูลเย่ว์ของเขาก้าวหน้าเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม จากบันทึกนี้ 'เย่ว์หยาง'พบว่าคนผู้น่าสงสารนี้ไม่เปิดเผยความก้าวหน้าในการฝึกฝนให้คนอื่นทราบ เขาย่อมต้องการทำให้ครอบครัวเขารู้สึกตื่นตะลึงในวันที่เขาทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญสำเร็จ

ช่วงระหว่างนี้ทุกคนจึงเข้าใจว่าเขาไม่มีอะไรดี คนน่าสงสารยังบันทึกไว้อีกว่าเพลงทวนตระกูลเย่ว์เป็นวิชาอาวุธที่สืบทอดในตระกูลเย่ว์มาหลายชั่วคนแล้ว

เมื่อใช้ผสานกับสัตว์อสูรนักสู้ที่แข็งแกร่ง มันจะทรงอานุภาพอย่างยิ่ง เขายังเขียนไว้ในบันทึกอีกว่าเป็นเรื่องน่าเสียใจที่คัมภีร์วิชาทวนสูญหายไปครึ่งหนึ่ง

เนื่องจากคนร้ายได้ฆ่าบรรพบุรุษตระกูลเย่ว์คนหนึ่งผู้มีวิทยายุทธกร้าวแกร่งสูงเยี่ยมตายเมื่อ 1 พันปีมาแล้ว  ถ้าตระกูลเย่ว์มีคัมภีร์เพลงทวนของตนเองทั้งหมด เขาเชื่อว่าพวกเขาคงไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับ 3 ของตระกูลใหญ่ทั้งหมด

พวกเขาคงถูกจัดอยู่ในลำดับแรก แม้ว่ามีกระบวนเพลงทวนเหลืออยู่ครึ่งเดียว แต่เพลงทวนตระกูลเย่ว์นับได้ว่าเป็นวิชาอาวุธที่มีชื่อ แม้จะไม่ใช่วิชาที่ทรงพลังที่สุด

แต่วิชานี้ได้สร้างนักรบที่แข็งแกร่งออกมาเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น บิดาของคนผู้น่าสงสารนี้คือนักรบผู้แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลเย่ว์ เป็นอัจฉริยะที่ 100 ปีจะมีปรากฏสักครั้ง น่าเสียดายที่ท่านจากโลกนี้ไปเร็ว ทำให้ความระส่ำระสายเกิดขึ้นกับตระกูลเย่ว์อย่างกระทันหัน

“เพลงทวนเหรอ?”

'เย่ว์หยาง'ถึงกับศีรษะพองโตเมื่อได้เห็นมัน แม้ว่าเขาจะเป็นคนเก็บตัวและไม่เคยฝึกศิลปะต่อสู้มาก่อน แต่เขาก็รู้จักวิชาต่อสู้มาบ้าง มีบทกวีพรรณนาไว้ว่า

“ใช้เวลาเป็นเดือนเรียนรู้วิธีควงพลอง, 1 ปีในการกวัดแกว่งดาบ และทั้งชีวิตในการฝึกเพลงทวน แม้แต่เพลงกระบี่ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังอาจไม่เข้าใจถ่องแท้”

บรรดาระดับความยากของอาวุธทั้งหมด ทวนฝึกให้ชำนาญได้ยากที่สุด ถ้าไม่ฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานาน ก็ยากที่จะประสบผลสำเร็จใดๆ ได้  เพลงทวนมีเคล็ดการฝึกมาก อีกทั้งตระกูลหรือสำนักที่ฝึกเพลงทวน ต่างก็มีเคล็ดวิชาพิเศษเฉพาะตน

อาจกล่าวได้ว่าไม่มีเวลามากพอ ต่อให้ท่านใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อให้เข้าใจวิชาเพลงอย่างถ่องแท้  ถ้าไม่ใช่วิชาทวนนี้ แต่เป็นวิชาดาบหรือกระบี่ เย่ว์หยางอาจลองพยายามอย่างเพื่อฝึกฝนก็ได้

แต่เพลงทวนนี้... คนผู้น่าสงสารนี้ได้ฝึกมาเป็น 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงฝึกฝนอยู่ในระดับเริ่มต้น 'เย่ว์หยาง'ตัดใจลืมเรื่องวิชาเพลงทวนไปก่อน สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือความสามารถ ไม่ใช่การใช้วิชาอาวุธที่เขาต้องใช้เวลาฝึกทั้งชีวิต

นอกจากนี้ ความสำคัญของอาวุธและวิทยายุทธในแผ่นดินมังกรทะยานก็น้อยลงด้วย ความเชี่ยวชาญวิทยายุทธ แม้แต่คนธรรมดายังทำได้ยากมากๆ มันยากที่จะบรรลุระดับ 3 ไปได้ไม่ว่าเจ้าจะฝึกหนักมากเพียงใดก็ตาม

เพราะเหตุนั้นแม้วิชาอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดอย่างเพลงทวนตระกูลเย่ว์ เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้มีอานุภาพมากที่สุดแล้ว นอกจากนี้ เพลงทวนตระกูลเย่ว์จำเป็นต้องใช้เสริมกับสัตว์อสูร จึงจะเปล่งอานุภาพได้เต็มที่

ความสามารถในการใช้อาวุธก็เหมือนกับวิทยายุทธจีนโบราณ ท่านจะสามารถพัฒนาความสามารถทางกายให้ก้าวหน้าย่อมทำได้ด้วยการฝึก

อย่างไรก็ตาม การอัญเชิญจะคล้ายกับการยิง  พลังของท่านจะขึ้นอยู่กับชนิดปืนที่ท่านถือ ไม่ว่าฝีมือท่านจะดีขนาดไหนก็ตาม การอัญเชิญไม่จำเป็นต้องฝึกอย่างหนัก ท่านจะเป็นผู้ทรงอานุภาพได้หากว่าสัตว์อสูรของท่านทรงพลัง

แม้แต่คนที่ฝึกใช้อาวุธมาหลายสิบปีอาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ในการรบ คนที่ฝึกอาวุธมานั้นอาจแพ้คนที่ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรสำเร็จ ก็ได้ นี่เป็นเพราะผู้ทำสัญญาแค่เรียกงูพิษหรือสุนัขป่าออกมาฆ่าคนผู้ฝึกใช้อาวุธก็สามารถทำได้ ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ จึงไม่มีใครยอมเสียเวลาฝึกฝนอาวุธอย่างหนัก ทุกคนกลับฝึกทักษะในการอัญเชิญแทน

นอกจากนี้ วิชาอาวุธที่ทรงพลังที่สุดได้ถูกไฟเผาผลาญไปนานถึง 3,000 ปีแล้ว  วิชาอาวุธที่สืบทอดกันมาหลายปีก็เป็นวิชาพื้นฐานอย่างง่าย วิชาทวนลับของตระกูลเย่ว์เป็นวิชาอาวุธที่เก่าเป็นลำดับห้า

ในแผ่นดินมังกรทะยาน นี่คงเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าวิชาอาวุธและวิทยายุทธตกต่ำลงขนาดไหน ในประวัติศาสตร์ทวีปมังกรทะยาน ก่อนหน้านี้ 3 อาณาจักรใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขามุ่งเน้นการฝึกใช้อาวุธให้แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม

พวกเขายังคงเน้นการฝึกอาวุธจนถึงบัดนี้ พวกเขากลายเป็นราชวงศ์ที่อ่อนแอที่สุดในท่ามกลาง 3 อาณาจักรใหญ่ตอนนี้ เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะตามทันยุคสมัยใหม่ได้....

“เอ๊ะ? เขามีคู่แข่งความรัก 2 คนหรือนี่?”

แม้'เย่ว์หยาง'จะอ่านบันทึกมาทั้งวัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตระกูลของเขา ในที่สุด ใครคือศัตรูหัวใจของคนผู้น่าสงสารนี้ คนหนึ่งเป็นญาติของเขา ชื่อ'เย่ว์เยี่ยน' แก่เป็นลำดับที่ 4 ในตระกูล

เขาเกิดทีหลังเจ้าคนผู้น่าสงสารแค่ไม่กี่วัน แต่เพราะเรื่องนั้น ทำให้เขาเสียโอกาสหมั้นกับธิดาตระกูลเสวี่ย เสียโอกาสหมั้นหมายเพราะเกิดต่างกันไม่กี่วันทำให้'เย่ว์เยี่ยน'ขื่นขมและไม่พอใจ

ดังนั้นเขาจึงมักเยาะเย้ยและกลั่นแกล้งเจ้าคนที่น่าสงสารอยู่เสมอ ศัตรูหัวใจอีกคนเป็นบุตรของนายกเทศมนตรี'เตาเฟิง' ชื่อ 'เซี่ยชวียนเริ่น' 'เซี่ยเชวียนเริ่น'ผู้นี้ว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง

เขาแสดงทักษะโดยธรรมชาติได้ตอนอายุ 6 ปี และตอนอายุ 10 ปี ก็ทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้สำเร็จ แต่แม้จะมีประวัติที่ทรงพลังดังกล่าว เขาปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย เมื่อตระกูลเขาพยายามจัดการแต่งงานเชื่อมสายใยระหว่างตระกูลกับตระกูลเสวี่ย

เขายังคงปฏิเสธแม้ว่าการหมั้นระหว่างเจ้าคนผู้น่าสงสารกับธิดาตระกูลเสวี่ยถูกยกเลิกไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ อาจกล่าวได้ว่า'เซี่ยเชวียนเริ่น'เกลียดเจ้าคนผู้น่าสงสารนี้เข้ากระดูกเลยทีเดียว การได้อ่านบันทึกของเขาจนจบ

ทำให้'เย่ว์หยาง'รู้สึกเวทนาชีวิตของเจ้าคนผู้น่าสงสารนี้จริงๆ นอกจากแต่งงานไม่ได้ ยังสร้างศัตรูความรักไว้อีก 2 คน

“แค่คนงามที่มีความสามารถก็นับว่าเป็นคนงาม ถ้าคนเราไม่มีความสามารถอะไร อย่างนั้นเขาก็แค่เป็นคนที่หาภัยมาให้คนอื่นๆ”

'เย่ว์หยาง'ตัดสินใจว่าจะไม่คิดถึงเรื่องธิดาตระกูลเสวี่ยอีกต่อไป ต่อให้นางงดงามเหมือนเทพธิดาก็ตาม เขาก็จะไม่สนใจนาง ในโลกนี้ยังมีสาวงามอีกมาก

ทำไมต้องไปยึดติดกับผู้หญิงคนเดียวด้วย? ทำไมเขาต้องตัดใจทิ้งป่าทั้งผืนเพื่อต้นไม้เพียงต้นเดียวด้วยเล่า? ถ้าเขามีฝีมือความสามารถ สาวงามคนใดจะไม่ต้องการเขา? เหตุผลที่ทำให้ธิดาตระกูลเสวี่ยถอนหมั้น คงไม่ใช่เพราะเจ้าคนที่น่าสงสารผู้นี้ไม่มีอะไรดีมั้ง?

ถ้าเจ้าคนที่น่าสงสารเป็นจักรพรรดิ เขาคงมีสาวงามเป็นพันๆในฮาเร็ม ถ้าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ผิดพลาดก็แค่ทำงานตนเองต่อไปเฉยๆ แล้วก็ยังคงมีภรรยาได้

ถ้าเขาเป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวย การมีภรรยาสักคนช่างเป็นเรื่องธรรมดา จะมีสัก 3 คนก็ยังได้ ถ้าเขาต้องการ แต่ถ้าเขาไม่ได้เป็นอะไรเลย ตัวอย่างเช่นชาวนา มันก็แปลกที่ธิดาตระกูลเสวี่ยจะไม่ทำเรื่องวุ่นวายหรือพยายามจะตัดเจ้าน้องชายเขา

ถ้าเขาพยายามนอกใจ แต่แน่นอนว่า เจ้าคนที่สงสารไม่มีโอกาสนี้อีกต่อไป ธิดาตระกูลเสวี่ยถอนหมั้นไปแล้ว และเจ้าคนผู้น่าสงสารนี้กลายเป็นอาหารปลาในแม่น้ำไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นบทเรียนที่ท่านควรพยายามให้ดีที่สุดเพื่อความมั่งคั่งและประสบความสำเร็จให้ได้ก่อน จากนั้นค่อยเลือกคนที่จะมาแบ่งปันชีวิตให้ได้

ขณะที่'เย่ว์หยาง'คิดอย่างเพลิดเพลิน เขาค่อยๆ เผลอหลับไป คลับคล้ายคลับคลาว่า เขาคิดว่าเขาเข้าไปในพื้นที่จินตนาการในจิตใจของเขา เมื่อเขาได้ทำพันธสัญญากับคัมภีร์อัญเชินก่อนนั้น เมื่อเขากำลังคิดถึงวิธีเอากระบี่บินออกมา กระบี่บินนั้นก็เปล่งแสงและเปลี่ยนสภาพเป็นเทพธิดาทรงอาภรณ์ชุดยาวสีขาว

ชุดยาวพลิ้วไสวในสายลมในเรือนร่างระหงของนาง ขาเรียวยาวงดงามเต้นอย่างแผ่นเบาบนภาคพื้น ข้อมือนางเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล นิ้วเรียวงามของนางร่ายรำอยู่ในอากาศ เอวอ้อนแอ้นของนายยักย้ายงดงาม นางร่ายรำอยู่ต่อหน้า'เย่ว์หยาง ได้เห็นฉากดุจสร้างด้วยมนตราอย่างนั้น

'เย่ว์หยาง'แทบจะทำน้ำลายยืดเป็นสายน้ำ เขาอ้าปากกว้างค้างไม่มีทีท่าว่าจะหุบได้ เทพธิดากระบี่ฟ้าเหรอ? กระบี่บินที่เขาเคยหยิบมาจากนักพรตเฒ่าคือเทพธิดากระบี่ฟ้าจริงๆ เหรอ?

เทพธิดาชุดยาวสีขาวยังคงร่ายรำอย่างงามสง่า เหมือนดอกบัวในสระ  ขณะที่มือนางยักย้ายร่ายรำเป็นพันท่วงท่า ความงามของนางไม่อาจพรรณนาเป็นคำพูดได้ รุ้งสายใหญ่ที่งดงามปรากฏที่ด้านหลังของเทพธิดาคล้ายกับดอกไม้เบ่งบานเป็นพันดอกโยกไหวในสายลมคล้ายผีเสื้อโบยบิน

'เย่ว์หยาง'คิดว่าเมื่อจบการร่ายรำที่แสนงามสง่าของเทพธิดาแล้ว เขาพร้อมจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้นาง ทันใดนั้นนางเทพธิดาก็ปล่อยลมปราณกระบี่จากนิ้วของนางลงไปพื้นที่ว่างเปล่า

เป็นการโจมตีที่ทรงอานุภาพมาก สามารถแยกฟ้าและดินออกจากกันได้ เห็นวิธีที่เทพธิดาผู้เลอโฉมมีพลังที่อาจสั่นสะท้านโลกได้ 'เย่ว์หยาง'ถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออก นี่คือพลังของนางหรือ? น่ากลัวจริงๆในความเป็นจริงสิ่งที่น่ากลัวยังจะตามมาอีก

ทันใดนั้้นเทพธิดาหันกายที่งดงามและในชั่วฟ้าแลบ นางมาหยุดอยู่ตรงหน้า'เย่ว์หยาง'ผู้ยืนตะลึงอยู่แล้ว มือสีขาวมุกของนางมีอำนาจทำลายสวรรค์ ดูเหมือนจะรวบรวมพลังของกระบี่นับพันไว้ในนั้น และนิ้วของนางชี้มาที่หน้าผาก'เย่ว์หยาง'

“เหวอ!”

'เย่ว์หยาง'กลัวตายขณะที่ร้องออกมาด้วยความกลัวเขาก็ตื่นขึ้นทันที หลังจากผ่านไปชั่วขณะเขาก็ตระหนักได้ว่าเป็นแค่ฝันไป ไม่มีเทพธิดาผู้ชี้นิ้วระเบิดมาที่หัวเขา อย่างไรก็ตาม

เมื่อเขาพยายามจดจำเทพธิดา เขากลับพบว่ามีวิชาลึกลับซ่อนอยู่ในใจส่วนลึกของเขาอย่างสงบ ขณะที่เย่ว์หยางคิดดูตอนนี้ ชื่อที่คุ้นก็แว่บเข้ามาในใจเขา ...ลมปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นก่อกำเนิด...

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=4

จบบทที่ ตอนที่ 4 เทพธิดากระบี่ฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว