เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงของฉัน

บทที่ 4 เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงของฉัน

บทที่ 4 เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงของฉัน


บทที่ 4 เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงของฉัน

ช่วงบ่ายจางปินอุ้มหมูป่าครึ่งตัวออกจากบ้านของเซี่ยวฟางอย่างซึมเศร้า

แม่ของเฉิงฟางไล่เขาออกมา “เสี่ยวปินเธอช่วยเซียวฟางเอาไว้ฉันรู้สึกขอบคุณเธอจริงๆ แต่ถ้าเธอคิดจะจะแต่งงานกับเสี่ยวฟางเพราะแค่ช่วยเธอเอาไว้ละก็เธอคิดผิดแล้ว เธอไม่ได้ดูสภาพบ้านของตัวเองเลยเหรอตอนนี้ครอบครัว 4 คนของเธอพ่อป่วยหนักและน้องสาวกำลังเรียนมัธยม…”

จางปินรู้สึกหดหู่มากเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับเสี่ยวฟางตอนนี้เขาแค่มาส่งเนื้อหมูป่าครึ่งตัวให้เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตามแม่เฉิงฟางฉลาดเกินพอจพเห็นความคิดเล็กๆของเขาในทันทีดังนั้นเธอจึงตัดสินใจไม่ยอมรับเนื้อหมูและขับไล่เขาออกมา

“กล้ามากนะ เสี่ยวปิง เธอคิดแบบนี้กับเสี่ยงฟาง ได้ยังไงน่าอายจริงๆ!”

“เด็กน้อย เสี่ยวปิน คิดแบบนั้นจริงเหรอ?”

“น่าเสียดาย…ถ้าพ่อของเสี่ยวปินไม่ป่วย เรื่องคงไม่ยากขนาดนี้”

เพื่อนบ้านทางซ้ายและขวาทุกคนออกมาดูความปั่นป่วนและกระซิบกันใหญ่

“แม่อย่าพูดอะไรเลย……….”

เสี่ยวฟางเขินและหยุดแม่ของเธอเอาไว้ เธอพูดจางปิน “พี่ปิงฉันขอโทษนะที่แม่พูดกับพี่แบบนี้……..”

อย่างไรก็ตามแม่ยังไม่หยุด “เสี่ยวปินฉันจะให้พ่อของเสี่ยวฟางไปที่บ้านเธอเพื่อขอบคุณก็แล้วกัน แต่ยังไงก็ตามนายต้องเจียมตัว…”

“ป้าอย่ามากลั่นแกล้ง ชายหนุ่มในตอนที่เขายากจน เพราะเขาอาจจะกลายเป็นเศรษฐีหรือคนมีอำนาจก็ได้ใครจะไปรู้!” จางปินโกรธมากเลยหันมาพูดอย่างโอหัง

“……อย่ากลั่นแกล้งเพราะเขาอาจจะกลายเป็นเศรษฐีหรือคนมีอำนาจก็งั้นเหรอ! เสี่ยวปิงพูดได้ดีๆ” ชาวบ้านต่างก็ชอบในคำพูดของเขา

แม่ของเฉินฟาง หัวเราะและพูดออกมา “ถ้าเธอสร้างบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านนี้ได้ภายในอีก 2 ปีฉันจะให้เธอแต่งงานกับเสี่ยวฟางเป็นยังไง?”

แม้ว่าจะมีเพียงสองร้อยครอบครัวในหมู่บ้านซานเจียเหอ แต่ก็มีชาวบ้านที่ร่ำรวยจำนวนมากและบ้านเรือนแต่ละหลังนั้นสวยงามกว่าหมูบ้านอื่นๆหรือในเมืองมาก

บ้านที่สวยที่สุดของหมู่บ้านคือ ไตฮง เขาทำงานที่โรงงานในเมืองใหญ่และหาเงินได้มากมาย

บ้านของเขามีราคาสูงกว่า 15 ล้านหยวน (ประมาณ 75 ล้านบาท)และสวยงามมากไม่เพียงแต่มีไร่ สวน ยังมีสระว่ายน้ำ โรงจอดรถ บาร์และก็ยังมีสิ่งอำนวจความสะดวกต่างๆชาวบ้านในหมู่บ้านอิจฉาเขาแทบตาย

ดังนั้นสำหรับจางปินการจะสร้างบ้านหลังใหญ่มูลค่ากว่า 15 ล้านใน 2 ปีนี้จะเป็นไปได้ยังไง?

"คุณแน่ใจเหรอ?" จางปินลังเลเหมือนไม่เชื่อเธอก่อนถามพร้อมอมยิ้ม

“เขาเหมือนไม่รู้ว่าท้องฟ้าสูงแค่ไหน” ชาวบ้านหลายคนที่ดูบ่นอยู่ในใจ

“ตอนนี้พี่เขาฆ่าหมูป่าด้วยการเตะแค่ 2 ครั้ง ถ้ามีความสามารถแบบนี้การหาเงินแค่ 15 ล้านใน 2 ปีมันไม่ได้ยากเลย แต่แม่ไม่รู้เรื่องนี้เลยทำให้อะไรไม่รู้ออกไป……...” เสี่ยงฟางคิดในใจอย่างเขินอาย ใบหน้าที่สวยงามของเธอแดงก่ำ ดวงตางดงามของเธอมองจางปินโดยไม่กระพริบ

“สิ่งที่ฉันพูดออกไปแล้วไม่มีวันคืนคำ แต่ตอนนี้ฉันขอให้เธออย่ามายุ่งกับเสี่ยวฟางอีกเลยนะ” แม่ของเสี่ยวฟางพูดพร้อมรอยยิ้ม

“งั้นผมถือว่า เสี่ยวฟางเป็นภรรยาของผมแล้วนะ ขอบคุณแม่ยายที่ใจดีช่วยส่งเสริม ฮ่าฮ่าฮ่า” จางปินพูดจบแล้วก็หัวเราะก่อนจากไป

“แก ไอ้คนปากไม่ดี ฉันจะฉีกปากของแกออกมาเดียวนี้ละ” แม่เสี่ยวฟางโกรธจนด่าเขาออกมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า……ไอ้หนุ่มนี้มันร้ายจริงๆ” ชาวบ้านทุกคนเริ่มหัวเราะออกมาพร้อมกับจางปิน

จางปินที่กลับบ้านมาแล้วพยายามกำจัดน่ารำคาญของแม่เสี่ยวฟางออกไปและกลับบ้านโยนเนื้อหมูป่าลงบนโต๊ะก่อนรีบกลับเข้าไปที่ห้อง

“ไอ้ลูกคนนี้ เขาอยากแต่งงานกับเสี่ยวฟางตั้งแต่เมื่อไรกันนะ” แม่จางปิน มองไปที่ประตูห้องนอนของจางปินและถอนหายใจเบาๆ

ทันทีที่จางปินเข้ามาในห้องเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและติดต่อกับเกาส์

โทรศัพท์ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความง่วงนอนของเกาส์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอและเขาบอกอย่างเบื่อหน่าย “กลางดึกขนาดนี้นายโทรมาทำไมเนี้ย”

จางปินขอโทษก่อนจะถามอย่างหงุดหงิด “นายสบายดีไหม? ได้เผยแพร่

ไซอิ๋วไปยัง”

ระหว่าง 1 เดือนที่ฝึกวิชาเขาอ่านไซอิ๋วให้เกาส์ฟังทุกคืนจนตอนนี้เกาส์ได้อ่านมันทั้งหมดแล้ว

เกาส์เมื่อได้ยินที่เขาถามก็ตอบกลับมาอย่างตื่นเต้น “เหอๆ…ตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้วว่ากำลังจะเป็นนักเขียนนิยายที่โด่งดังที่สุดบนดาวดวงนี้ ฉันได้ติดต่อค่ายใหญ่ๆไปแล้ว พวกเขายินดีที่จะเผยแพร่เรื่องนี้และนอกจากนี้ฉันยังได้

ค่าต้นฉบับสูงมากแถมส่วนแบ่งการขาย 50 เปอร์เซ็นต์แล้วยังมีสิทธิ์ สำหรับภาพยนตร์ โทรทัศน์และเกม ที่เหลือกำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา…….ฉันไม่สามารถรวยตอนนี้ฉันจะไปรวยตอนไหน”

“นายรวยก็ดีแล้วแต่ฉันนี้สิเพิ่งเริ่มฝึกวิชา ปลูกฉันยังผ่านขั้นกลั่นพลังเลยแถมฉันยังยากจนและใช้ชีวิตอย่างน่าเศร้าใจ ตอนนี้พ่อของฉันป่วยหนักและฉันยากมีเมีย ฉันต้องไปหาเงินจำนวนมากมาไม่งั้นก็ไม่ได้แต่งงาน?” จางปินกล่าวด้วยท่าทางโศกเศร้า

“ขายน้ำพลังจิตวิญญาณสิ” เกาส์พูดเหมือนเรื่องง่ายๆ

“ขายน้ำพลังจิตวิญญาณ? นายหมายถึงอะไร” จางปินกล่าวด้วยความกลัว

“พลังจิตวิญญาณนั้นละลายได้ง่ายเมื่อผสมในน้ำ นายไปหาภาชนะมาบรรจุน้ำเล็กน้อยแล้วนายก็รวบรวมพลังจิตวิญญาณให้ละลายไปในน้ำจากนั้นมันจะกลายเป็นน้ำจิตวิญญาณ น้ำจิตวิญญาณสามารถรักษาโรคและยืดอายุไขได้ หากนายมอบมันให้กับพ่อของนายแม้ว่าพ่อของนายจะไม่หายทันที แต่อาการของเขาก็จะไม่แย่ลงและจะดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นนายแค่ต้องขายน้ำจิตวิญญาณและนายก็จะหาเงินได้ราวกับเสกเงิน” เกาส์อธิบายอย่างรวดเร็ว

“เป็นความคิดที่ดีที่จะให้น้ำจิตวิญญาณกับพ่อฉันแต่จะขายน้ำจิตวิญญาณตอนนี้คงไม่ได้ผลและฉันต้องถูกตีจนตายด้วยไม้เพราะทุกคนคิดว่าฉันเป็นพวกต้มตุ๋นหรือถูกแจ้งความให้ไปที่สถานีตำรวจ” จางปินพูดอย่างหดหู่

“ดังนั้นวิธีนี้ยังใช้งานไม่ได้”

“เทคโนโลยีพวกนายมันล้าหลังเกินไปหากนายอยู่ในดาวของฉันมันจะมีเครื่องทดสอบและนายจะได้รับเอกสารรับรองอย่างเป็นทางการแค่นี้นายก็จะขายน้ำวิญญาณได้อย่างหมดห่วง” เกาส์ กล่าว “แต่ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างรายได้จากน้ำจิตวิญญาณเนื่องจากน้ำจิตวิญญาณสามารถเอาไปใช้ปลูกพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าและทำให้พวกมันเติบโตอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่นโสมที่นายหาเจอตอนฝึกวิชา มันจะเติบโตขึ้นด้วยน้ำจิตวิญญาณและกลายเป็นโสม 10 ปีภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน”

"จริงๆเหรอ? นายไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ย" จางปินตกใจมาก

“จะโกหกทำบ้าอะไร” เกาส์กลอกตาไปมาเหมือนเจอคนโง่เข้าให้แล้ว

“จริงๆแล้วฉันไปหาหนังสือวิชาแพทย์และใบสั่งยาจำนวนมากมาแล้วเดียวจะส่งให้นายภายใน 2 วันนี้เก็บมันไว้ในโทรศัพท์มือถือของนายให้ดีละ นายจะได้ศึกษาได้อย่างถูกต้องในขณะที่นายฝึกวิชา ข้อตกลงของฉันกับนายจะได้เสร็จสมบูรณ์……”

จางปินวางสายและเริ่มการทดลองทันที

ก่อนอื่นเขาหยิบแก้วใบใหญ่และเทน้ำใส่ครึ่งแก้วจากนั้นเข้าไปในป่าเพื่อใช้ลมปราณและพลังจิตวิญญาณให้ละลายในน้ำเมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้วน้ำก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนส่งกลิ่นที่หอมสดชื่นออกมา

เขาไปที่สวนผักและเทน้ำลงใต้ต้นพริกที่กำลังผลิดอกออกผล

เขาตกใจมากที่ต้นพริกเริ่มสูงขึ้นจนน่าประหลาดใจมันรวดเร็วมากจนเห็นได้ด้วยตาเปล่าและผลิตพริกเล็กๆออกมา

“น้ำแห่งจิตวิญญาณมันน่าเหลือเชื่อจริงๆ! ฉันรวยแล้วรวยแน่ๆ”

จางปินตะโกนด้วยความตื่นเต้น เขาไปที่ห้องของพ่อทันที

ปีกว่าแล้วที่พ่อของจางปินล้มป่วยทำให้ครอบครัวขาดรายได้จำนวนมากและมันเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ดังนั้นเขาจึงเป็นอัมพาตอยู่บนเตียง

ถึงกระนั้นตอนนี้ก็พอจะเดินได้แล้วถ้ามีอุปกรณ์ช่วยเหลือ

“พ่อครับ พ่อจะหายเป็นปกติแล้วนะ” จางปินช่วยพ่อของเขาลุกขึ้นยืนแล้วเอนตัวพิงหัวเตียงพร้อมกับพูดอย่างมั่นใจ

“เสี่ยวปิน พ่อไม่ดีขึ้นหรอก พ่อทำให้ทุกคนต้องลำบาก พ่อเป็นพ่อที่แย่จริงๆ” พ่อจางปินพูดอย่างเศร้าใจ

“พ่อ พ่อจะหายแล้วจริงๆเพราะผมไปเจออาจารย์ลัทธิเต๋าคนหนึ่งในภูเขาบอกว่าเขาสามารถรักษาพ่อได้ นี่คือยาที่ผมไปขอร้องเขามา” จางปิน

กล่าวแล้วถือขวดน้ำแร่

“ลูกแม่ อาจารย์ลัทธิเต๋าอะไรกัน ลูกจะให้ของแบบนี้กับพ่อได้ยังไง?

จะทำยังไงถ้าพ่อลูกเป็นอะไรไปถ้าดืมมัน?” แม่ของจางปินวิ่งมาทันที

จบบทที่ บทที่ 4 เสี่ยวฟางเป็นผู้หญิงของฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว