เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 342 - เดม่อนลอร์ด (5) [18-03-2021]

บทที่ 342 - เดม่อนลอร์ด (5) [18-03-2021]

บทที่ 342 - เดม่อนลอร์ด (5) [18-03-2021]


บทที่ 342 - เดม่อนลอร์ด (5)

"เดม่อนลอร์ดอยู่ในนั้นอย่างแน่นอน"

หลังจากบินไปที่น่านฟ้าดันเจี้ยนแล้ว ฉันก็สัมผัสได้ถึงพลังงานด้านในทันที

ฉันเคยได้เจอกับเดม่อนลอร์ดมาแล้วในทวีปลูก้า สิ่งที่ฉันรู้สึกได้ในตอนนั้นตรงกับพลังที่ฉันรู้สึกได้จากในดันเจี้ยน

"แต่ว่าชินนายจะทำยังไงล่ะ? การเคลื่อนย้ายดินแดนยังไม่จบเลย"

"หืม"

ฉันได้มองลงไปบนพื้น ถึงแม้ว่าทุกๆคนจะบ้ากันไปจากความเสียหายอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าฉันก็จะปล่อยให้พวกเขาตายไปไม่ได้

จริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้สนใจเลยว่าคนพวกนั้นจะทำอะไรหรือเรียกฉันยังไง ที่ฉันไม่พอใจนั่นก็เพราะว่าพวกเขามาเล็งเป้าหมายที่สมาชิกของรีไววอร์ลคนอื่นๆ

ฉันกำลังปกป้องมนุษยชาติก็เพราะว่าฉันทำได้ หากว่าคนสำคัญของฉันต้องบาดเจ็บหรือถูกฆ่า ฉันก็จะทอดทิ้งมนุษยชาติไปโดยไม่ลังเล นี่คือความคิดของฉันที่ไม่เคยเปลื่ยนไปแม้แต่นิดเดียว

เพราะงั้นนับจากนี้ไปพวกเราจะไม่แยกกันอีก แน่นอนว่ามีสมาชิกที่แข็งแกร่งไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนของเดม่อนลอรืด เพราะงั้นฉันจะต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาสำหรับสมาชิกที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลังเผื่อว่าจะมีปีศาจทรงพลังหลงเหลืออยู่ในทวีปลูก้าที่กำลังเคลื่อนย้ายมาอีก

"... ใช่แล้ว ฉันก็แค่ไปจัดการพวกมันก่อนก็ได้นี่"

ฉันได้ปรบมือขึ้นมาทันทีที่นึกขึ้นได้

"ฮวาหยาช่วยบอกฉันถึงพื้นที่ที่ยังไม่เกิดการเคลื่อนย้ายดินแดนขึ้นหน่อยสิ?"

"ได้เลย"

พื้นที่ที่ยังไม่เกิดการเคลื่อนย้ายดินแดนขึ้น หรือก็คือพื้นที่ที่ปีศาจกำลังจะมานับต่อจากนี้ ฉันได้หยักหน้าพร้อมกับจินตนาการภูมิประเทศทวีปลูก้าภายในหัว

"เอาล่ะ ฉันต้องการเวลาหนึ่งชั่วโมงขึ้นเผื่อว่าสถานการณ์จะเลวร้ายที่สุด แต่นี่ก็น่าจะเร็วพอแล้วล่ะ"

"ชิน นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่"

"เดี๋ยวนะฮวาหยา ไอน่าอยู่ในบียอนด์หรอ?"

"ไม่ เธอน่าจะอยู่ในดันเจี้ยนที่หนึ่ง ทำไมงั้นหรอ?"

"ฉันอยากจะให้ไอน่ากับเธอช่วยสนับสนุนมานาให้กับฉัน ฉันมีเรื่องที่อยากจะทำก่อนเข้าไปในดันเจี้ยนของเดม่อนลอร์ด"

"...ทั้งๆที่มีมานาจำนวนมหาศาลอยู่แล้ว นายยังจะต้องการมากกว่านี้อีกหรอ?"

"ใช่แล้ว ตอนนี้ฉันจะใช้มานาของฉันไปทั้งหมดไม่ได้ เพราะงั้นฉันก็เลยอยากจะให้เธอช่วย"

ฮวาหยาได้แสดงสีหน้าสงสัยออกมา แต่แล้วเมื่อเธอรู้ถึงความตั้งใจของฉัน เธอก็หยักหน้าส่งข้อความไปหาไอน่า

ไอน่าได้ออกมาจากดันเจี้ยนและบินมาหาเราอย่างรวดเร็ว ในหนึ่งเดือนนี้ไอน่าได้โตขึ้นมาอย่างมาก ทันทีที่เธอออกมาจากดันเจี้ยน ฉันสามารถจะรู้สึกมานาปริมาณมหาศาลที่เธอครอบครองได้เลย

แน่นอนว่าฉันก็คิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะต้องพัฒนาขึ้นมากแบบนี้ แต่มันก็ยังน่าตกใจอยู่ดี ในแง่ของปริมาณมานาแล้วเธออาจจะเหนือกว่าฮวาหยากับเดซี่ไปแล้ว นี่มันคือเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอยังอายุแค่สิบขวบเท่านั้นเอง

"พ่อคะ!"

"พ่อกลับมาแล้วไอน่า"

"พ่อ!"

ไอน่าได้ยิ้มหวานพุ่งเข้าใส่ฉัน แรงพุ่งนี้ของเธอแรงมากพอที่จะสร้างบาดแผลให้กับราชาสรรพสัตว์ได้เลย แต่ว่าฉันก็ได้รับเธอไว้ในอ้อมกอดได้อย่างง่ายดาย

ไอน่าได้ดมกลิ่นของฉันเหมือนกับสุนัขก่อนที่จะซุกหัวเข้าไปในอกของฉัน

"เป็นพ่อจริงๆด้วย! พ่อไปอยู่ไหนมา? ไอน่าคิดถึงพ่อมากเลย"

"นี่พ่อเอง ขอโทษนะที่พอมาสายไอน่า"

เมื่อได้เห็นไอน่าทำตัวขี้อ้อนเหมือนกับฮวาหยา ฉันก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมๆกับลูกหัวของเธอ ฮวาหยาได้มองมาที่พวกเราด้วยสีหน้าซับซ้อนก่อนจะถามกับไอน่า

"แล้วไอน่าชอบใครมากกว่านั้นหรอ ระหว่างพ่อกับแม่?"

"พ่อคะ!"

"เข้าใจแล้ว..."

ถ้าเธอมาถามในตอนนี้คำตอบก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นฉัน...

หลังจากตามใจไอน่าพอแล้ว ฉันก็ได้ขอให้เธอช่วย

"ไอน่า พ่อมีอะไรอยากจะให้หนูช่วยหน่อยนะ หนูช่วยให้พ่อยืมมานาหน่อยนะ?"

"อื้อ! หนูมีมนาอยู่เยอะเลย! หนูจะให้พ่อเยอะๆเลย!"

ไอน่าดูจะมีความสุขมากที่ได้ช่วยฉัน เธอได้ตะโกนออกมาอย่างดีใจพร้อมกับบินวนไปบนท้องฟ้า เมื่อได้เห็นเธอเต็มไปด้วยชีวิตชีวาหลังจากต้องผ่านช่วงหนึ่งเดือนก่อนมาก็ทำให้ฉันยิ้มขึ้น

"แล้วเราจะเริ่มกันตอนนี้เลยไหม?"

"ตอนนี้แหละ"

ไอน่ากับฮวาหยาได้วางมือของพวกเธอไว้บนมือฉัน เนื่องจากว่าฉันได้รับมานาของพวกเธอที่มีความร้อนกับความเย็นมา ฉันก็ได้ปล่อยมานาตัวเองออกมาและหลอมรวมเข้ากับมานาพวกนี้จนกลายเป็นลูกบอลลูกหนึ่ง ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีก็มีมานาเกือบจะสองล้านรวมตัวกันอยู่แล้ว

"นี่พอแล้วล่ะ"

ฉันได้ถือลูกบอลมานาเอาไว้บนมือ ในเวลาต่อมาวงแหวนที่อยู่บนเขาทั้งสองอันของฉันก็ได้เริ่มหมุนขึ้นมาทันที ฉันได้ถือบอลมานาเอาไว้และโยนมันไปที่ดันเจี้ยนตรงหน้าฉัน

"อยู่แบบนี้ไปซักสองชั่วโมงแล้วกันนะ!"

คำพูดของฉันได้กลายเป็นสวิตการทำงานของเวทมนต์ จากบอลมานาที่ฉันโยนออกไปได้กลายไปเป็นโซ่สีแพลตตินัมพุ่งไปรัดพันรอบๆดันเจี้ยนขนาดใหญ่ ฮวาหยาก็ดูจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจากเวทย์นี้้ของฉัน

"ชิน..."

"สองชั่วโมงต่อจากนี้ต่อให้เป็นเชอร์ราฟิน่าก็ไม่อาจจะทำลายโซ่นี้ไปได้ แน่นอนว่านั่นก็หมายความว่าเดม่อนลอร์ดก็ทำไม่ได้เช่นกัน"

"...นี่นายไปอยู่ไหนมาเมื่อเดือนก่อน?"

"ก็เหมือนกับศัตรูของฉันที่รู้เรื่องดันเจี้ยนนั่นแหละ ฉันก็แค่ไปศึกษามานิดหน่อยเท่านั้นเอง"

ฉันได้ตอบกลับไปนิ่มๆในขณะที่มองดูโซ่รัดทั่วทั้งดันเจี้ยน ในตอนนี้เองได้มีคลื่นสีดำกระจายออกมาตามโซ่แล้วมีเสียงน่าขนลุกดังออกมา

[หุหุ... ฮีโร่ นาย...]

"หุบปาก"

ฉันได้โบกมือและเพิ่มมานาเข้าไปอีก เสียงได้ถูกตัดไปและดันเจี้ยนก็เงียบลงไป ในตอนนี้ไม่มีใครจะสามารถเข้าออกดันจี้ยนได้อีกแล้ว

เดม่อนลอร์ดได้ใช้พลังดันเจี้ยนกับตัวเองเพื่อใช้วิธีน่ารักๆแบบนี้ นี่ก็คือสิ่งที่เราจะได้รับที่ไม่คิดว่าจะมีใครทำแบบเขาได้

แต่ว่านะชิน หากว่าเดม่อนลอร์ดสามารถจะออกมาได้ตามต้องการล่ะ... ทำไมเขาถึงไม่ออกมาในตอนนายไม่อยู่ที่นี่ล่ะ?"

"ในตอนนี้เคนได้อยู่บนโลก ถึงเคนจะไม่อาจเอาชนะเดม่อนลอร์ดได้ แต่ว่าเดม่อนลอร์ดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะกลับมาเมื่อไหร่ เพราะงั้นเขาถึงได้ใช้ลูกน้องเขามาทดสอบดูก่อนไงล่ะ"

ฉันมั่นใจได้เลย เดม่อนลอร์ดรู้ว่าบนโลกมีคนที่มีระดับเดียวกับตัวฉันคนเก่าอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ขังตัวเองอยู่ในดันเจี้ยนแน่

"อ่า... นายจะบอกว่า..."

"เหตุผลเดียวที่เขามาพร้อมกับดันเจี้ยนเมื่อบุกผ่านเข้ามาที่โลกเรานั่นก็เพราะว่าเขาไม่อยากจะสู้กับฉันและเคนพร้อมๆกัน ดันเจี้ยนที่เขาได้อยู่ในตอนนี้สามารถจะเข้าไปได้จำกัด เคนกับฉันจะไม่มีวันเข้าไปพร้อมๆกันได้ อย่างดีที่สุดก็จะมีแค่ฉันกับสมาชิกรีไววอร์ลแค่อีกสองคนเท่านั้นที่จะเข้าไปได้ คนที่สร้างดันเจี้ยนนี้ไม่ใช่เชอร์ราฟิน่า แต่ว่าเป็นตัวเดม่อนลอร์ดเอง เดม่อนลอร์ดได้ค้นพบกลไกการทำงานของดันเจี้ยนแล้ว"

"...ถ้างั้นแล้วเราจะปืนดันเจี้ยนไปทำไมล่ะ?"

"หากเราไม่ทำเราก็คงจะมาไม่ถึงตรงนี้"

ฉันได้ตอบกลับไปตรงๆ ฮวาหยาได้หยักหน้ายอมรับมันในทันที

"ใช่แล้ว หากว่าไม่ปืนดันเจี้ยนฉันก็คงไม่ได้มายืนอยู่ข้างๆชิน หุหุ พอมาคิดดูแล้วฉันนี่โชคดีจังเลยเนอะ"

"นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะบอกหรอกนะ..."

ฉันได้ถอนหายใจตอบกลับไป แต่แน่นอนว่าฉันก็รู้ว่าฮวาหยาก็เข้าใจสิ่งที่ฉันอยากจะบอกเหมือนกัน

"ยังไงก็ตามเมื่อฉันกำลังทำตามแผนที่ฉันวางเอาไว้ เดม่อนลอร์ดก็รู้ตัวและพยายามจะออกมาจากดันเจี้ยน จนกระทั่งก่อนหน้านี้เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าฉันกลับมา แต่ในตอนนี้เขารู้ตัวแล้วอย่างแน่นอน"

"แผนอะไรงั้นหรอ?"

"ฉันกำลังคิดว่าจะไปทวีปลูก้า"

ฮวาหยาได้เข้าใจถึงสิ่งที่ฉันจะบอกในทันที

"และปีศาจในทวีปลูก้าก็จะสามารถติดต่อกับเดม่อนลอร์ดได้"

"ใช่แล้ว เมื่อไหร่ที่เดม่อนลอร์ดรู้ว่าฉันไม่ได้กลับมาโลก เขาก็จะพยายามฆ่าเคน แต่ว่าในเมื่อฉันปิดดันเจี้ยนไปแล้วทำให้เดม่อนลอร์ดจะไม่สามารถออกมาได้เป็นเวลาสองชั่วโมง"

"ชิน นี่นายกำลังจะทำในสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ใช่ไหม?"

ฉันได้ตอบกลับไป

"ฉันกำลังจะไปกวาดล้างทวีปลูก้า"

"..คนเดียวหรอ?"

"คนเดียว"

"ฉันกำลังจะโกรธแล้วนะ"

"ไม่เป็นไรหรอก เดม่อนลอร์ดอยู่ที่นี่ เพราะงั้นไม่มีใครในทวีปลูก้าที่จะเป็นคู่ต่อสู้กับฉันได้อีก"

ฮวาหยาได้พูดไม่ออกกับน้ำเสียงที่มั่นใจของฉัน ระหว่างที่ฉันคิดว่าเธอจะเงียบไป เธอก็พูดขึ้นมา

"ชิน ตอนนี้นายโครตจะอวดดีเลยล่ะ"

"ฉันรู้"

"แต่ว่านี่ก็เท่ห์มาก"

"อันนี้ฉันก็รู้"

ฉันได้ยิ้มให้กับเธอและพูดต่อไป

"ทวีปมอนสเตอร์ก็น่าจะเคลื่อนไหวเหมือนกัน เพราะงั้นฉันถึงได้ให้เธออยู่ที่โลกไงล่ะ พวกเราเสียหายมามากจากการถูกหลอกมาแล้ว เราไม่รู้เลยว่าในระหว่างที่เรามัวแต่สนใจปีศาจ พวกมอนสเตอร์จะทำอะไรบ้าง เพราะงั้นต้องระวังเอาไว้"

"แต่ไม่ใช่ว่าห้าราชาตายไปแล้วหรอกหรอ?"

"แต่ว่ายังมีมอนสเตอร์ที่เหนือกว่าพวกนั้นอยู่ พวกเราไม่รู้เกี่ยวกับมันเลย เพราะงั้นฉันรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่"

"... นายจะไม่เป็นอะไรนะ"

"แน่นอนสิ"

หลังจากยืนยันได้ว่าดันเจี้ยนถูกผนึกไปอย่างแน่นหนาแล้ว ฉันก็ติดต่อไปหาเคน

"นี่คังชินนะ เคน ฉันกำลังจะไปจากโลกซักพักหนึ่ง ฝากเฝ้าประจำการทีนะ"

[นายกลับมาแล้ว แข็งแกร่งขึ้นด้วย?]

"ใช่แล้ว... ฉันจะจบทุกๆอย่างภายในวันนี้แหละ"

[หุหุ ตรงไปตรงมาดี ฉันชอบ เยี่ยมมา ฉันกำลังจะไปหานะ]

ไม่นานนักหลังจากเคนตอบกลับมาก็ได้มีพลังจำนวนมหาศาลมาอยู่เหนือบ้านกิลด์เรา นี่ก็คือเคน ฉันได้หยักหน้าอย่างพอใจเมื่อสัมผัสถึงมานาของเขา และติดต่อไปหาคนอื่น

"ลีออน"

[เฮ้! นายปลอดภัยนี่!]

"ตอนนี้นายอยู่ไหน?"

[ในดันเจี้ยนที่หนึ่ง! ฉันอยู่บนนชั้นที่ 91]

"นายไม่ต้องปีนดันเจี้ยนอีกแล้ว กลับมาที่โลก มีเรื่องที่นายต้องมาทำ"

[บอกมาได้เลย!]

ฉันได้บอกคำขอไปกับลีออน

[จะไม่เป็นไรแน่นะ?]

"ทำมันเถอะ อย่างห่วงผลที่จะตามมาเลย นายทำมันได้ใช่ไหม?"

[ฉันทำได้ แต่...]

"ฉันจะให้ซัคคิวบิช่วยนายเอง"

[เข้าใจแล้ว]

ลีออนก็ยังได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว เยี่ยม ถ้าแบบนั้นฉันก็ได้เตรียมทุกอย่างที่ทำได้แล้ว

ก่อนที่จะไป ฉันได้เข้าไปในดันเจี้ยนเป็นครั้งสุดท้ายและไปในที่พักผ่อนแห่งเหล่านางฟ้า ฉันได้ไปหาพลีน แต่ว่าน่าแปลกใจที่ล็อทเต้กับลิโคไรท์ก็อยู่ที่นี่ด้วย

"ล็อทเต้ ลิโคไรท์!"

"ฮะ ฮีโร่ ฉันคิดอยู่แล้วว่านายปลอดภัย"

ล็อทเต้ได้ลูบดวงตาสีแดงของเธอในทันทีที่เห็นฉันและทักทายฉันอย่างดีใจ ฉันได้ยิ้มและลูบหัวเธอ

จากนั้นก็หันไปหาลิโคไรท์ เพราะอะไรบางอย่างทำให้ฉันไม่รู้สึกเหมือนว่าไม่ได้เจอเธอมานานเลย

"สามีที่รัก มารับพลีนไปงั้นหรอ?"

"ใช่แล้ว ลิโคไรท์ ฉันจะฝากโลกไว้กับเธอ ไปช่วยลีออนนะ"

"เข้าใจแล้ว ฉันรู้ทุกๆอย่างแล้ว"

แน่นอน ลิโคไรท์เธอรู้ทุกๆอย่างที่ฉันคิด ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ว่าลิโคไรท์กับฉันได้แบ่งปันความรู้สึกกันเหมือนที่เธอทำกับซัคคิวบิคนอื่นๆ

มันเกิดขึ้นในช่วงที่ฉันดูดพลังมังกรมาจนเสร็จ จู่ๆฉันก็รู้ว่าลิโคไรท์ได้ปลุกพลังจักรพรรดินีขึ้นสำเร็จ และรู้ถึงการเชื่อมต่อใหม่ระหว่างเราที่เกิดขึ้นมา เป็นการเชื่อมต่อที่ไม่อาจจะขวางกั้นหรือตัดขาดได้ไม่ว่าจะถูกอะไรหรือใครแทรกแซงก็ตาม

ลิโคไรท์แกร่งขึ้น และเนื่องจากว่าเราสามารถแชร์ความคิดกันได้ทำให้เธอคือคนที่เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการ

"เจ้าค้างคาวจิ๋ว..."

"ฮึ่ม นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างเรา"

ถึงแม้ว่าล็อทเต้จะแกร่งขึ้น แต่พวกเธอก็ยังเป็นเหมือนเดิม ฉันได้ยิ้มออกมาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะลูบหัวล็อทเต้อีกครั้ง

"ขอล่ะนะล็อทเต้ ช่วยอยู่กับลิโคไรท์ซักสองชั่วโมงทีนะ อีกเดี๋ยวฉันจะกลับมา"

"เข้าใจแล้ว"

"ไปกันเถอะพลีน ฉันต้องให้เธอช่วย"

"อื้อ!"

ฉันได้พาพลีนไปและใช้สกิลท่องมิติในเวอร์ชั่นของฉัน

เมื่อท่องมิติทำงานเสร็จสิ้น ฉันกับพลีนก็ได้พบกับสถานที่ที่เราเคยใช้ย้อนกลับกลับไปที่โลกเมื่อคราวก่อน

และในที่แห่งนี้ได้ถูกล้อมรอบไปด้วยปีศาจ ราวกับมีใครบางคนมาบอกพวกเขาแล้วว่าฉันกำลังจะมา เมื่อพวกปีศาจเห็นฉัน พวกปีศาจก็ดูจะตกใจกลัว นี่มันน่าตลกดีนะ

"ซวยแล้ว เป็นฮีโร่...!"

"วิ่ง! เราต้องมีชีวิตรอด!"

"พวกเราทั้งหมดตายแน่ พวกเราชิบหายแล้ว!"

"ไม่ ได้โปรด...!"

พวกเขาได้ทำเหมือนกับวันสิ้นโลกได้มาถึงแล้ว ฉันไม่อาจจะดูถูกพวกเขาได้เลย มันไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้สึกถึงพลังเวทย์ของฉัน

ฉันได้พูดออกไป

"พวกนายอาจจะฆ่าคนธรรมดาได้ แต่ว่าพวกนายฆ่าฉันไม่ได้หรอกนะ พวกนายสามารถจะใช้ชีวิตสงบสุขไปกับทวีปลูก้าโดยไม่ต้องรุกรานคนอื่นก็ได้ แต่พวกนายกลับไม่ทำ ฉันจะไม่ปล่อยพวกนายไปอีกแล้ว"

ฉันได้ยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้า

[ข้าดอร์ตู กำลังสร้างกระจก]

พลังดอร์ตูได้ถูกเปิดใช้งานและกระจกโลหะขนาดยักษ์ได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ฉันได้มองขึ้นไป พลังนัยน์ตาของฉันได้อาบย้อมกระจกและแสงสะท้อนจากกระจกได้ปกคลุมทั้งทวีปไปมากกว่า 10% ในทันที

"ฉันมาแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 342 - เดม่อนลอร์ด (5) [18-03-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว