เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 339 - เดม่อนลอร์ด (2) [12-03-2021]

บทที่ 339 - เดม่อนลอร์ด (2) [12-03-2021]

บทที่ 339 - เดม่อนลอร์ด (2) [12-03-2021]


บทที่ 339 - เดม่อนลอร์ด (2)

[นี่มัน!?]

ก่อนหน้านี้น้ำเสียงของมังกรมีแต่ความสงบอยู่ แต่ในตอนนี้น้ำเสียงของมันได้มีเศษเสี้ยวของความประหลาดใจอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักมานาสีดำที่อยู่รอบๆร่างฉัน

[นี่นายก้าวไปถึงขั้นนั้นแล้ว?]

"หยุดพูดเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจได้แล้ว!"

ฉันได้แทงหอกออกไปด้านหน้า หอกแพลตตินั่มได้กลืนกินอินิกม่าลงไปและยืดขยายออกไปสิบกว่าเมตรในทันที ฉันได้ควบคุมมานาตามวิธีของความเร็วศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ต้องคิดและพุ่งทะลวงเข้าใจกลางของปีกมังกร มังกรได้กระพือปีกอย่างตกใจและตะโกนออกมา

[ความเร็วกับพลังและก็รู้แบบการใช้มานาที่ฉันไม่เข้าใจนี่มัน เป็นอย่างที่คิดเลย!]

บอลเพลิงจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าในคราวเดียว ในเวลาเดียวกันก็มีแรงกดดันปะทะเข้าที่ร่างของฉัน ชัดเจนว่ามังกรกำลังพยายามที่จะหยุดการเคลื่อนไหวจากฉัน! จากนั้นบอลเพลิงที่พุ่งเข้ามาหาฉันก็ระเบิดออกมา

[ฉันจะปกป้องชิน!]

[ฉันจะช่วยด้วย!]

ริยูกับชาราน่าได้เข้ามาก่อนที่จะสายเกินไป แต่ว่าเพราะจำนวนของบอลเพลิงที่มีมากเกินไป ทำให้พวกเธอไม่อาจจะใช้แค่พลังพวกเธอป้องกันไว้ได้ แถมเน่องจากว่าบอลเพลิงเป็นส่วนหนึ่งของเวทย์มังกร การยึดครองของเหล็กกล้าจึงมีขีดจำกัดในการจัดการกับมัน

[แสดงพลังของนายออกมาอีก พิสูจน์ให้ฉันได้เห็น!]

"ถึงนายไม่พูดฉันก็รู้แล้วน่า! ไพก้า!"

ฉันได้กัดฟันแน่นตะโกนออกไป ไพก้าได้หลอมรวมตัวเองเข้าไปในหอกแพลตตินั่นมของฉันในทันทีและเพิ่มพลังสายฟ้าให้กับหอก พอมาคิดดูแล้วฉันน่าจะต้องตั้งชื่อให้หอกนี่นะ อะไรอย่างหอกกุหลาบไรงี้

"ฮ่าาาาาห์!"

ฉันได้ดึงหอกกลับมาก่อนจะแทงออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรง ในเวลาเดียวกันริยูกับชาราน่าก็ได้บินมาอยู่ด้านข้างฉัน มังกรก็ได้กระพือปีกอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นจนเกิดเป็นแรงลมทรงพลังพัดเข้าใส่ฉัน

หอกสายฟ้าได้ถูกอินิกม่าเสริมพลังขึ้นได้ปะทะเข้ากับคมมีดสายลมที่เกิดจากมังกร! ชาราน่าได้ทำให้คมมีดสายลมอ่อนพลังลงในระดับหนึ่งแล้ว แต่ว่าคมมีดสายลมนี้ก็ยังทรงพลังจนน่าเหลือเชื่ออยู่ดี

"อึก!"

[นี่นายปะทะกับฉันได้ตรงๆเลยนี่]

จนถึงตอนนี้มังกรก็ยังเอาแต่ชมฉันออกมา แต่ถึงแบบนั้นการโจมตีของมังกรก็ไม่เคยจะหย่อนยาน มังกรได้ใช้เวทย์สองหรือสามเวทย์ออกมาได้พร้อมๆกัน เวทย์ที่มังกรชอบก็ดูเหมือนจะเป็นการปรับใช้แรงกดดัน สร้างและยิงบอลเพลิงนับไม่ถ้วนออกมา และอัญเชิญก้อนหินยักษ์ให้ตกลงมา

[ฉันอยากรู้ว่านายจะทนไปได้ซักแค่ไหนกัน]

"นั่นก็คือสิ่งที่ฉันอยากจะพูด"

อินิกม่าไม่ใช่แค่เป็นมานาที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ว่ามันยังเป็นมานาที่อยู่เหลือกว่ามานาใดๆและสามารถจะลบล้างหรือควบคุมมานาพวกนั้นได้อีกด้วย ในบางด้านมันก็อยู่ในจุดที่คล้ายกันกับยึดครองของเหล็กกล้า

และในตอนนี้ฉันก็สามารถจะควบคุมอินิกม่าได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องใช้โอเวอร์ลอร์ดเลย

เมื่อเหล็กกล้าได้ดูดซับอินิกม่าที่ปกคลุมร่างฉันเข้าไป เหล็กกล้าก็ได้เริ่มเปลื่ยนแปลงไป แม้แต่ดอร์ตูก็ยังไม่อาจจะเสริมพลังให้กับเหล็กกล้าได้ แต่ว่าในตอนนี้อินิกม่าที่อยู่ใต้การควบคุมของฉันต่างออกไป

เหล็กกล้าได้เปลื่ยนไปเป็นเกราะที่มีขนาดบางกว่าเดิมมากๆ และจากการเสริมพลังด้วยอินิกม่าได้ทำให้เหล็กกล้าได้เริ่มยึดครองพลังของทุกๆอย่างที่เข้ามาปะทะร่างของฉัน ยังไงก็ตามมังกรได้ส่งเสียงหึขึ้นมาเมื่อเห็นแบบนี้

[มันทรงพลังอย่างแน่นอน แต่ว่าทั้งหมดที่นายใช้มานาทำได้มีแค่นี้งั้นหรอ!?]

หากจะมีอะไรนั่นก็คงเป็นความสามารถในการใช้เวทย์ของมังกรโกงเกินไป พายุฝนกรดได้เริ่มตกลงมาใส่ฉันโดยที่มังกรนี่ไม่ต้องเคลื่อนไหวใดๆเลยด้วยซ้ำ แม้กระทั่งบาเรียน้ำแข็งของริยูที่ชาราน่าเพิ่มพลังให้ก็ไม่อาจจะทนต่อฝนกรดนี้ได้จนแตกกระจายเป็นชิ้นๆ

[นั่นมันเป็นมานาที่ฉันใช้ไม่ได้ แต่ว่าหากว่าด้วยมานานี้แล้วนายทำได้แค่นั้น ถ้างั้นนายก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าของมัน! ฉันจะเอาพลังนั่นมาเป็นของฉันเอง!]

"พลังนี่ไม่ใช่ของนายตั้งแต่แรกแล้ว อย่ามาทำเหมือนว่ามันเป็นของนายนะ!"

ฉันได้จับหอกของฉันแน่น วงจรเพรูต้าได้กำลังรวมพลังมาไว้ที่ปลายหอกของฉันจนเกิดเป็นวังวนพลังอินิกม่า จากนั้นฉันก็แทงหอกออกไปใส่อากาศ

"รับนี้ไปแทนซะสิ!"

เป็นอีกครั้งที่แรงกดดันที่ยิงใหญ่ได้กดลงมาบนร่างฉัน แต่ว่าฉันก็ได้ใช้พลังของเหล็กกล้ายึดพลังนี้มาเพิ่มพลังให้กับวังวนที่ยิงออกไป วังวนได้หมุนขึ้นไปดูดฝนกรดที่ตกลงมาในทันที หลังจากวังวนได้กลืนกินฝนกรดและมานาทั้งหมดลงไปแล้ว มันก็ได้เปลื่ยนทิศทางพุ่งเข้าไปหามังกร

[ไม่เลว แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี]

"ฟู่!"

มังกรได้สร้างบาเรียมานาขนาดยักษ์ขึ้นมาซึ่งมีพลังป้องกันเทียบกันได้เลยกับบาเรียที่ริยูสร้างขึ้นมาในก่อนหน้านี้ ฉันได้แทงหอกเข้าใส่บาเรียเพื่อตอบกลับไป เส้นลำแสงอินิกม่าได้ถูกยิงออกไปและชนเข้ากับขอบของบาเรีย ฉันได้กระชากหอกด้วยรอยยิ้ม

[หืมมม!?]

บาเรียได้หายไป วังวนอินิกม่าและฝนกรดได้ปะทะเข้ากับร่างมังกร

พร้อมๆกันฉันก็ได้บีบอัดพลังบาเรียยักษ์ที่ขโมยมาให้เป็นก้อนกลม ฉันได้ใช้หอกเป็นตัวฟาดลูกบอลพลังนี้เข้าใส่มังกร เสียงตูมได้ดังขึ้นมาพร้อมกับเกล็ดมังกรที่ลอยขึ้นมาบนท้องฟ้าเหมือนเป็นดอกไม้ไฟ นี่เป็นการโจมตีครั้งแรกของฉันเลยที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

[เป็นพลังที่น่ากลัวจริงๆ!]

"ตอนนี้นายรู้แล้วสินะ? ดูเหมือนนายจะมีแค่มานาแต่ไม่มีสมองสินะ"

ฉันได้ระเบิดมานาออกไปเป็นการโจมตี แต่มังกรได้สะบัดปีกใช้มานาของเขาป้องกันเอาไว้ ในเวลาเดียวกันก็สร้างกระสุนมานาขึ้นมาบนท้องฟ้า

ท้องฟ้าได้เต็มไปด้วยกระสุนมานาที่มังกรได้สร้างขึ้น จำนวนของมันมีมหาศาลมากจนดูเหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้า มันได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามังกรมีมานามากแค่ไหน

[นายจะขโมยสิ่งเหล่านี้ไปจากฉันได้ไหมนะ?]

"อยากจะลองงั้นหรอ?"

กระสุนมานาได้พุ่งต้องเข้ามาหาฉัน ด้วยจำนวนของมันทำให้การหลบกระสุนพวกนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ฉันได้ส่งมานาเข้าไปในเหล็กกล้าเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ในตอนนี้เองเปลวเพลิงที่รุนแรงที่เป็นไปไม่ได้ที่จะลบล้างได้ถูกจุดขึ้นรอบตัวฉัน

ฉันรู้อยู่แล้วว่ามังกรนี่มีหลายวิธีในการโจมตี! แต่โชคดีที่ฉันไม่ได้รับผลจากสถานะใดๆอย่างสิ้นเชิง ไม่เช่นนั้นการต่อสู้นี้คงจะจบลงด้วยชัยชนะของมังกรไปนานแล้ว มังกรนี่เชี่ยวชาญในเวทมนต์ทุกประเภท และมังกรก็ยังมีระดับเสน่ที่น่าเหลือเชื่อทำให้เกิดการโจมตีทางจิตใจและสถานะต่างๆทางเวทมนต์ขึ้นอีกด้วย

[มาดูกันว่านายจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน!]

"นานแค่ไหนงั้นหรอ? ฉันไม่ได้มีขีดจำกัดอะไรอีกต่อไปแล้ว!"

ฉันได้ตะโกนออกไปพร้อมๆกับพุ่งเข้าใส่มังกร ฉันในตอนนี้ก็ยังอยู่ใต้สถานะของความเร็วศักดิ์สิทธิ์ วงแหวนบนหัวได้เริ่มส่องแสงเจิดจ้าออกมานับตั้งแต่ที่ฉันเริ่มใช้อินิกม่าเพื่อต่อสู้กับตัวตนของมังกร

"เวทมนต์มังกร มาลองดูกัน!"

จากจุดนั้นการต่อสู้ก็ได้ดำเนินต่อมาถึงสิบชั่วโมง เวทมนต์มังกรทรงพลัง ส่วนภูติธาตุของฉันก็มีจำกัดของเวทย์ที่ใช้ได้ ในเวลาเดียวกันมันก็เป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะทะลวงพลังป้องกันของมังกรเข้าไปสร้างความเสียหายได้

ยังไงก็ตามมีบางสิ่งที่ฉันได้มาในระหว่างการต่อสู้นี้ ฉันได้พัฒนาการใช้อินิกม่ากับเหล็กกล้าขึ้น ฉันได้ชินกับพลังมังกรและตอนนี้สามารถจะเข้าใจถึงพลังของมังกรได้ถึงระดับหนึ่ง

อ่า เข้าใจแล้ว

จู่ๆฉันก็รู้สึกตัวขึ้นมา

นี่คือวิธีที่เชอร์ราฟิน่าได้แสดงถึงพลังของคนอื่นๆด้วยตัวเอง

เข้าใจในพลังของตัวเองและเข้าใจในพลังของเป้าหมายเพื่อที่จะนำมาตั้งเป็นตัวเลขที่แสดงถึงพลังของคนๆหนึ่ง มันเป็นวิธีที่ง่ายเกินกว่าที่ฉันเคยคิดมาก่อน หลังจากที่ได้สู้กับมังกรมาหลายขั่วโมง ฉันก็ได้เรียนรู้ถึงการทำแบบนั้น

[พลังนั่นของนาย ฉันได้เห็นมันแล้ว]

ถึงแม้ว่ามังกรจะไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่ฉันก็บอกได้เลยว่าเขาเหนื่อยแล้ว ร่างกายของเขาได้เต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้ของเรา และปีกซ้ายของเขาได้พังลงไปจนหมดสิ้นแล้ว เกล็ดสีเงินของเขาจำนวนมากก็ถูกถอนออกไปลอยไปบนท้องฟ้าแล้ว

[แต่นายก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคาดหวังเอาไว้]

จู่ๆเกล็ดมังกรก็ได้เริ่มเปลื่ยนไป ในตำนานกรีก เคยมีเรื่องเล่าว่าเจ้าชายได้ถอนเขี้ยวมังกรหว่านไปบนโลกเพื่อสร้างนักรบที่ทรงพลังขึ้น มังกรนี่ก็ใส่มานาเข้าไปในเกล็ดสร้างเป็นมังกรขนาดเล็กขึ้นมาในทำนองเดียวกัน

[มาจบเรื่องนี้กันได้แล้ว ฉันจะเอาพลังนั่นมา!]

"ฮึ่ม"

ฉันได้แค่นเสียงขึ้นมา ในเวลาเดียวกันดอร์ตูก็ได้รับพลังมานาของฉันไปสร้างกระจกโลหะขึ้นมาจำนวนมาก นี่คือสกิลในการกำจัดพวกลูกกระจ๊อกของฉัน

"นายทำพลาดแล้ว"

[หืมม!?]

ในเวลาต่อมามังกรที่ถูกสร้างขึ้นจากเกล็ดทั้งหมดก็ได้กลายไปเป็นหิน จากนั้นดอร์ตูก็เปลื่ยนพวกมังกรหินพวกนั้นไปเป็นโลหะ และไพก้าก็ได้ใส่สายฟ้าเข้าไปข้างใน ทั้งหมดนี้ได้เกิดขึ้นในพริบตาเดียว

จากนั้นฉันก็ยิงพวกมันทั้งหมดเข้าใส่มังกร

[อั๊กก!?]

ดูเหมือนว่ามังกรจะไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ เลือดมังกรได้พุ่งขึ้นมาบนท้องฟ้าพร้อมๆกันกับลูกบอลโลหะจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทะลวงเข้าไปในร่างมังกรและปล่อยสายฟ้าออกมา จากนั้นฉันใช้พลังอินิกม่าเอาเลือดมังกรมา

"โจมตี!"

[ข้าดอร์ตู กำลังทำตามคำสั่งนายท่าน]

กระจกโลหะของดอร์ตูได้ดูดซับเลือดมังกรเข้าไปและเริ่มส่องประกายออกมา ในเวลาต่อมากระจกก็ได้เปลื่ยนไปเป็นมีดสีชาดและพุ่งเข้าใส่มังกร

[อ๊าากกก!]

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินเสียงร้องของเขาออกมา แต่ว่าการโจมตีของฉันยังไม่ได้จบแค่นี้ ฉันได้เปิดใช้สกิลสะสมความตาย เพื่อดึงเอาพลังความตายจำนวนมหาศาลออกมาอัญเชิญเป็นดาบแห่งความตายจำนวนมาก

เมื่อฉันได้ใช้อินิกม่ากับพลังแห่งความตายขึ้นมาก็ทำให้เกิดอาวุธจำนวนมหาศาลซึ่งเทียบกันได้กับกระสุนมานาที่มังกรสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้

[นี่นายซ่อนพลังนั่นเอาไว้งั้นหรอ?]

"ฉันไม่ได้ซ่อนอะไรหรอก นายก็แค่ไม่รู้เท่านั้นแหละ"

พลังอินิกม่าได้พวยพุ่งออกมา นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันได้มาจากคนอื่น แต่ว่าเป็นสิ่งที่ฉันได้สร้างขึ้นมาเอง วงแหวนอีกอันได้โผล่ขึ้นมาด้านบนวงแหวนอันแรกก่อนที่ฉันจะได้สังเกต

"ตอนนี้แหละ ตายซะ!"

อาวุธทั้งหมดนั่นได้แทงเข้าไปในร่างมังกร ดูเหมือนว่ามังกรได้วางแผนจะวาปออกมา แต่ว่าฉันได้จับหอกที่แทงร่างเขาเอาไว้ ทั้งเลือด เนื้อและกระดูกได้ระเบิดออกมาจากร่างเขา แต่ว่าแทนที่เขาจะร้องออกมา กลับตะโกนขึ้นอย่างมีความสุข

[ใช่แล้ว อย่างน้อยนายต้องมีพลังแบบนี้! ตอนนี้ฉันพอใจแล้ว!]

ในตอนแรกฉันรู้สึกได้ถึงการโคจรมานาของเขา ยังไงก็ตามมานานี่ไม่ได้แค่ไหลในร่างเขา มันกำลังประสานเข้ากับอะไรบางอย่างในโลกใบนี้และพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง

เมื่อรู้ได้ว่ามันกำลังมาจากทางไหนฉันก็เงยหน้าขึ้นไป

ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่ามังกรได้บังแสงของโลกใบนี้เอาไว้ แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้น เป็นมังกรนี่ต่างหากที่สร้างแสงสว่างขึ้นมา

มันคือวัตถุขนาดใหญ่มากๆที่ส่องแสงสว่างออกมาอย่างไม่รู้จบ

[แต่ว่านายยังไม่มีคุณสมบัตินั้น! ในเมื่อฉันเอาชนะนายไม่ได้ ถ้างั้นก็มาตายด้วยกัน!]

"นี่นายบ้าไปแล้ว!?"

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นอะไรแบบนี้ นี่คืออุกกาบาตที่แท้จริง เมื่อดูจากขนาด ความร้อน และแรงพุ่งลงมาของมัน นี่มันชัดเจนมากๆว่ามันสามารถทำลายดาวได้หลายดวงในระบบสุริยะ

[มาดูกันว่านายจะทำให้มันเป็นเห็นได้ไหม!]

"ฉันทำให้วัตถุกลายมาเป็นหินไม่ได้อยู่แล้ว!"

ในขณะที่สมองของฉันได้คิดหาทางรอด มังกรก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

[มังกรที่ฉันสร้างมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีชีวิตเหมือนกัน นายกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน?]

"อะไรนะ?"

ฉันได้คิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที แน่นอนว่ามังกรที่เขาได้สร้างขึ้นจากเกล็ดของเขาได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวเพราะมานาของเขาเท่านั้น อย่างดีที่สุดพวกมันก็เรียกได้แค่ว่าเป็นอาร์ติแฟคมีชีวิต พวกมันไม่ได้มีชีวิตจริงๆ แต่ว่าในตอนนั้นฉันก็แช่แข็งพวกมันไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก

ในระหว่างกำลังใช้อินิกม่าฉันได้เอาชนะขีดจำกัดโดยไม่รู้ตัวงั้นหรอ?

แต่ว่าถึงแบบนั้นฉันก็ทำให้มันเป็นหินไม่ได้!

[ใช่แล้ว นายทำไมได้ เพราะงั้นเราจะตายด้วยกันไงล่ะ]

เพราะฉันไม่ใช่มังกร ฉันก็เลยไม่อาจจะอ่านสีหน้าเขาได้ดีนัก แต่ว่าฉันก็มั่นใจว่าเขากำลังมีความสุขกับตัวเองอยู่

"ไอ้บ้านี่ นี่นายวางแผนจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ!"

[ไม่ใช่แต่แรก แต่ว่ามันเริ่มจากตอนที่ฉันรู้ตัวว่าไม่อาจจะเอาชนะนายได้]

"ย๊ากกกกกกกก!"

ฉันได้ขว้างหอกออกไปเข้าใส่เขา แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าเขาในเมื่อเขาได้ล้มเลิกการโจมตีทั้งหมดและเอาแต่จะเอาชีวิตรอดต่อไปจนกระทั่งอุกกาบาตตกมาฆ่าเราทั้งคู่

ในท้ายที่สุดก็มีเหลือแค่คำตอบเดียวเท่านั้น

ไม่เป็นไร ฉันจะแสดงให้นายเห็นเอง

ฉันได้กัดฟันแน่น ฉันได้หลับตาลงพร้อมๆกับดึงหอกกลับมา

ฉันได้หยุดคิดเรื่องการควบคุมอินิกม่า ตั้งสมาธิทั้งหมดไปที่จุดๆเดียวนั่นคือปลายหอกของฉัน

[นายไม่มีเวลามาทำอะไรไร้สาระแล้วนะ!]

"ข้าดอร์ตู นายท่านกำลังตั้งสมาธิ ดอร์ตูจะหยุดนายเอง"

บางทีอาจจะเพราะดอร์ตูได้ดูดพลังจากโลหะที่ฉันโยนเข้าใส่มังกร ทำให้ฉันได้ยินเสียงของดอร์ตูขึ้นที่ข้างหูแล้ว นี่ดอร์ตูแสดงร่างกายออกมาเป็นครั้งแรกแล้วงั้นหรอ? ฉันสงสัยจริงๆเลย ฉันอยากจะมองออกไปแต่ก็ทำไม่ได้!

สิ่งที่ฉันต้องมองเป็นอย่างอื่น การโจมตีที่ฉันทำสำเร็จเป็นครั้งแรกในตอนที่แสดงให้สุมิเระดู นี่คือการโจมตีที่น่าอัศจรรย์ที่ซึ่งเกิดจากพรสวรรค์ในการบีบอัดพลังของฉัน

"ฟู่"

หลังจากรวบรวมทุกๆอย่างที่ทำได้และบีบอัดลงไปในปลายหอกแล้ว ฉันก็สูดหายใจออกมา

ได้มีความร้อนรุนแรงปรากฏขึ้นตรงหน้าฉันก่อนที่จะรู้ตัว ฉันบอกได้เลยโดยไม่ต้องลืมตาว่าอุกกาบาตเข้ามาใกล้แล้ว

ฉันได้ปาหอกออกไปด้านหน้า

โลกทั้งใบได้กลายเป็นสีขาว

จบบทที่ บทที่ 339 - เดม่อนลอร์ด (2) [12-03-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว