เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 336 - คลื่นลูกสุดท้าย (6) [06-03-2021]

บทที่ 336 - คลื่นลูกสุดท้าย (6) [06-03-2021]

บทที่ 336 - คลื่นลูกสุดท้าย (6) [06-03-2021]


บทที่ 336 - คลื่นลูกสุดท้าย (6)

[นี่คือแผนที่ที่หัวหน้ากิลด์รีไววอร์ล คังชิน จัดทำขึ้นมา เขาได้คาดเดาเอาไว้ว่าโลกกว่า 60% จะกลายเป็นเป้าหมายการเคลื่อนย้ายพื้นที่ฝั่งศัตรู พื้นที่เหล่านี้คือพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากประตูมิติ]

[รัฐบาลทั่วทั้งโลกได้กำลังเตรียมการเคลื่อนย้ายประชาชนของพวกเขาไปยัง 'พื้นที่ปลอดภัย' รัฐบาลเกาหลีได้ส่งคำร้องขอไปทางหัวหน้ากิลด์รีไววอร์ลแล้ว แต่ทางนั้นได้ปฏิเสธในคำขอและตอนนี้ก็กำลังดำเนินการกวาดร้างถิ่นฐานมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน]

หลังจากคำประกาศของฉันก็ผ่านไปแล้วสองสัปดาห์ ตอนนี้มีแต่เรื่องพวกนี้ให้ฉันเห็นตามสื่อต่างๆ

60% ของโลกได้กลายเป็นพื้นที่อันตราย เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆแม้แต่กับตัวฉันเอง แต่ว่าทุกๆคนก็พูดถึงคำพูดของฉันราวกับเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน ฉันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่านี่มันน่ากลัวมากๆ

[นี่คือภาพของหัวหน้ากิลด์รีไววอร์ลที่กำลังทำการกวาดล้างพื้นที่ที่กลายเป็นถิ่นฐานของมอนสเตอร์ไปแล้ว ผมก็ยังได้ดูแล้วเช่นกัน ผมพูดได้เพียงแค่ว่านี่มันน่าทึ่งมาก พวกเราได้เชิญแขกพิเศษมาทำการวิเคราะห์วิดีโอในครั้งนี้ด้วยครับ เขาคือผู้ที่ได้กลายเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนจากตัวคุณคังชินเอง ผู้ใช้พลังชาวเกาหลี ชอย ยู]

[สวัสดีครับ ผมดีใจมากครับที่ได้มาที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันจะได้ทำการวิเคราะห์ ไม่มีผู้ใช้พลังพิเศษบนโลกนี้คนไหนเลยที่น่าจะมีศักยภาพในการวิเคราะห์ถึงพลังของเขา]

ถัดจากพิธีกรก็คือหนึ่งในผู้ใช้พลังชุดแรกที่ได้กลายมาเป็นนักสำรวจ แทนที่จะไปปืนดันเจี้ยนเขาได้ยอมรับข้อเสนอของสำนักข่าวแทน เขาได้เริ่มชี้ไปที่วิดีโอที่กำลังเล่นอยู่ตรงมุมจอและอธิบายออกมา

[พวกคุณเห็นสิ่งพวกนี้ไหมครับ! พวกเศษโลหะที่ลอยอยู่บนท้องฟ้านี่เป็นไปได้มากว่าคือหนึ่งในความสามารถพิเศษของเขา เหมือนกันกับทองที่เขาได้สร้างขึ้นทองที่เขาเคยสร้างในวาติกันนั่นแหละครับ เขาดูเหมือนจะมีความสามารถในการเปลื่ยนแปลงอะไรก็ได้ไปเป็นโลหะหรือสร้างโลหะขึ้นมาจากความว่างเปล่า แค่ความสามารถนี้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้คนๆหนึ่งกลายเป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังที่ทรงพลังบนโลกแล้ว]

[คุณหมายถึงถนนวีรชนที่วาติกัน ถ้างั้นพลัง 'การสร้างโลหะ' ก็นับเป็นหนึ่งในพลังของคุณคังชินสินะครับ?]

[ไม่ใช่แค่ในโลกเรานะครับ แต่ว่าในดันเจี้ยนที่ผมเข้าไปได้เต็มไปด้วยผู้คนจากโลกต่างๆ แต่ว่าไม่มีใครเลยที่มีความสามารถในการสร้างโลหะแบบคุณคังชิน พลังนี้ของเขาเป็นพลังพิเศษที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว แต่ไม่ว่ายังไงเรื่องสำคัญก็คือโลหะนั่นเป็นแค่สื่อกลางสำหรับพลังที่แท้จริงของเขาเท่านั้นเองครับ]

น่าทึ่งมากที่ชายคนนี้ได้คาดเดาถึงนัยน์ตาปีศาจของฉัน และรู้ถึงวิธีทำงานร่วมกันกับพลังดอร์ตู เขาอธิบายสิ่งต่างๆได้ดีจนน่าทึ่งเลย

"เสร็จแล้ว คังชินไม่มีมอนสเตอร์บนโลกอีกแล้ว ปีศาจก็เช่นกัน"

หลังจากฉันปิดจอลงไป เดซี่ก็พูดขึ้นมาพร้อมๆลอยมาอยู่ข้างๆฉัน ข้างๆเธอก็คือเมริ

ฉันได้มองลงไปที่ทะเลอาร์คติค อย่างที่เธอบอกว่า ฉันไม่อาจจะรู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตได้เลย

"นี่มันรวดเร็วมาก"

"คังชินฆ่าทุกๆสิ่งที่มองเห็นไปแล้ว"

เดซี่ได้เสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"ชื่อเล่นคังชิน เทพแห่งความยุติธรรม"

"อย่ามาตั้งชื่อเล่นให้ฉันสิ นี่มีแต่จะทำให้เธอเหนื่อยนะ"

ฉันได้ตอบกลับไปขำๆและเก็บโทรศัพท์ในมือลงไป จากนั้นเดซี่ก็บิดตัวไปมาก่อนจะเก็บเมริลงไปในช่องเก็บของของเธอ ฉันได้มองเธอและถามออกมา

"นี่เธอไม่ใช่เวทย์มิติหรอ?"

"ยังไม่คุ้น"

"ฉันจะสอนเธอเอง เพราะงั้นเรียนเอาไว้นะเผื่อว่าจู่ๆพลังดันเจี้ยนได้ถูกจำกัดไป"

"...คังชินจะสอนฉัน"

"ใช่แล้ว"

"ฟู่ คังชินมักจะโจมตีฉันเสมอ ในบางครั้งก็น่าเศร้า"

เดซี่ได้หยักไหล่ออกมาโดยไม่เปลื่ยนสีหน้าเลย ฉันได้หยักหน้าและพูดเสริมขึ้นมา

"งั้นก็ไม่เรียนนะ"

"คำพูดของลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองคำพันแท่ง"

"นี่เธอไปเรียนรู้คำพูดพวกนี้มาจากไหน..."

หลังจากถอนหายใจออกมา ฉันก็ได้กลับไปที่บ้านกิลด์พร้อมๆกันกับเดซี่ ในระหว่างที่ประเทศต่างๆกำลังดำเนินการอพยพกันอย่างวุ่นวาย พื้นที่รอบๆกิลด์ของเราได้เงียบเป็นพิเศษ ย่านจงโรที่เป็นจุดที่บ้านกิลด์เราตั้งอยู่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ 'พื้นที่สีแดง' และเพราะบ้านกิลด์ของเราได้ตั้งอยู่ที่นี่ ทำให้ย่านนี้ได้ถูกวางแผนที่จะทำเป็นฐานทัพของผู้ใช้พลังอีกด้วย

ในตอนนี้ฮวาหยากับซัคคิวบิคนอื่นๆกำลังมองกันไปที่หน้าจอบนกำแพงที่กำลังฉายอยู่ซึ่งได้แสดงการเปลื่ยนแปลงของโลกเราตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่เราประชุมกันในครั้งก่อน เธอยังทำงานโดยไม่หยุดพักเลย

"มีการสูญเสียไปอย่างมากมาย พวกเราไม่อาจจะสามารถช่วยชีวิตทุกๆคนได้ และเมื่อเกิดการเคลื่อนย้ายของดินแดนขึ้นมา จะมีทรัพสินสาธารณะและทรัพสินส่วนบุคคลที่จะสูญหายไป ฟู่... นี่ผลจากการที่เราทำการเตรียมการเรื่องนี้"

"แค่มองไปที่หน้าจอก็ไม่ได้เปลื่ยนอะไรหรอกนะฮวาหยา ไปพักเถอะ"

เธอได้ส่ายหัวออกมา

"ไม่ว่ายังไงฉันก็อยู่ที่นี่ไปตลอดไม่ได้อยู่แล้ว ซัคคิวบิได้บอกว่าอีกไม่นานลิคอไรซ์ก็จะออกมาแล้ว เพราะงั้นฉันจะรออยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะกลับมา"

"ไม่ เรื่องนี้ปล่อยให้ซัคคิวบิจัดการแล้วไปพักซะ พวกเราได้ทำทุกๆอย่างที่ทำได้ไปแล้ว"

พวกเราได้สังเกตเห็นว่าโลกกำลังตกอยู่ในอันตรายและได้ฆ่ามอนสเตอร์ทุกๆตัวบนโลกไปแล้ว พวกเรายังมีอะไรที่จะทำได้อีกล่ะ? ใช้ความสามารถพวกเราเพื่อช่วยเหลือการอพยพงั้นหรอ? ไม่นั่นมันไร้ประสิทธิภาพเกินไป

"ร่างกายของเธอคือสิ่งสำคัญนะ ไปพักและทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดซะ"

"แต่..."

"ไปพัก"

ฉันได้ถอนหายใจลากเธอออกไป เดซี่ที่กำลังมองเราจากไกลๆได้ถามออกมาเสียงดัง

"ทั้งสองคนกำลังไปที่เตียงกันหน่อย"

"ฉันจะพาเธอไปนอน เธอก็เตรียมตัวเรียนเวทย์ด้วย"

"อื้อ"

"คะ แค่สองคนหรอ? ไม่ ให้ฉันไปด้วยสิชิน"

"พวกเราไม่ได้จะไปทำอะไรแปลกๆกัน เพราะงั้นเธอแค่สนใจกับการนอนพักผ่อนก็พอ"

"ไม่"

ดูเหมือนว่าฮวาหยาจะไม่คิดจะขยับไปไหนเลยเว้นแต่ฉันจะพาเธอไปด้วย ฉันได้ถอนหายใจยกเธอขึ้นมา ฮวาหยาได้พยายามดิ้นรนให้เป็นอิสระ

ในตอนนี้เองจู่ๆภาพบนกำแพงก็เริ่มกระพริบ นี่ชัดเจนว่าคือสัญญาณบางอย่าง

การเคลื่อนย้าย

ฮวาหยาที่กำลังดิ้นอยู่และเดซี่ที่กำลังยื่นมองได้ตัวแข็งทื่อไปทั้งคู่

[การเคลื่อนย้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว]

ซัคคิวบิได้รายงานขึ้นมา

[พื้นที่คือญี่ปุ่น พื้นที่ก็คือในเกาะฮนชูทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมดเป็นส่วนที่ยังไม่ได้รับผลจากประตูมิติครั้งก่อนๆ!]

"...ไม่ใช่ว่าเรามีเวลาสองเดือนหรอ?"

ฮวาหยาได้ถามออกมาเบาๆ ฉันได้หยักไหล่ตอบกลับไป

"เคียร่าบอกว่าต้องใช้เวลาสองเดือนการเคลื่อนย้ายจะเสร็จสมบูรณ์... แต่ฉันเคยไม่คิดว่ามันจะเริ่มแล้วในตอนนี้"

"อ่า"

ฮวาหยาได้กระโดดออกมาจากแขนของฉันอย่างง่ายดาย ซึ่งต่างไปจากการกระทำก่อนหน้านี้

"ไปกันเถอะชิน ฉันพร้อมแล้ว"

ฉันได้จ้องมองไปที่แผนที่ญี่ปุ่นแล้วหยักหน้าออกมา ถึงแม้ว่าการเคลื่อนย้ายจะเกิดขึ้นมาในตอนที่เราเตรียมทุกๆอย่างไว้แล้ว ฉันก็ยังรู้สึกเหมือนจะบ้าอยู่ดี แต่ไม่ว่ายังไงพวกเราต้องจัดการมันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แค่วินาทีเดียวก็มีค่าแล้ว

ไม่ต้องสงสัยว่าที่ญี่ปุ่นเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

"เอาล่ะไปกันเถอะ"

ฉันได้เรียกสมาชิกทุกๆคนมาและมุ่งหน้าไปที่ญูี่ปุ่นในทันท

ในเวลาเดียวกันญี่ปุ่นก็ยังคงทำการอพยพทั่วทั้งประเทศอยู่ เวลาสองสัปดาห์มันน้อยจนเกินไป ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าหากปีศาจที่กำลังเริ่มปรากฏตัวในญี่ปุ่นได้รู้ถึงสิ่งที่พวกเขากำลังทำกันมันก็คงเริ่มการสังหารหมู่ในทันทีแน่นอน

หากว่าตัวตนของมอนสเตอร์เป็นเหมือนภัยธรรมชาติ ตัวตนของปีศาจก็คงหมายถึงผู้ประกาศสงครามอย่างชัดเจน พวกมันมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจะทำเต็มกำลังเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้

หลังจากมีสมาชิกหลายๆคนได้มารวบรวมกัน พวกเราก็ได้เทเลพอตไปที่โตเกียวโดยใช้สกิลหวนคืนที่ฉันได้ตั้งตำแหน่งเอาไว้ที่โตเกียว นับตั้งแต่เหตุการณ์เริ่มขึ้นเพิ่งจะผ่านมา 5 นาทีเท่านั้น

ในระหว่างช่วงเจ็ดนาทีนี้ได้มีผู้เสียชีวิตไปมากกว่า 7.5 ล้านคน

[โอ้! ไม่ใช่ที่โลกนี้เป็นที่ที่ไม่พัฒนาไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมถึงได้มีสิ่งน่าสนใจมากมายแบบนี้ล่ะ?]

[เทียบกันแล้วที่ทวีปลูก้าน่าเบื่อเกินไป]

[แต่ทำไมมนุษย์ที่นี่ถึงได้อ่อนแอกันจังล่ะ?]

"กรี๊ดดดดดดด!"

"มะ มอนสเตอร์!"

[ใครมันเรียกเราว่ามอนสเตอร์!?]

ไม่จำเป็นต้องมองไปรอบๆเลย การสังหารได้มีอยู่ทั่วทุกจุดของเมืองและตึกอาคารสูงจำนวนนับไม่ถ้วนได้พังทลายลงมาเหมือนกับกำลังมีการแข่งทำลายตึกกัน ไม่มีทางไหนเลยที่ไม่มีเสียงกรีดร้องดังออกมา

"ทุกๆคนกระจายกันออกไป ฉันจะจัดการที่นี่เอง"

ฉันได้บอกกับฮวาหยา เดซี่ ลีออน ยุย พ่อ และเคนก่อนที่จะถีบตัวออกไปและปล่อยพลังออกไปอย่างเต็มกำลัง ฉันจะต้องแสดงตัวออกไปให้ปีศาจทั้งหมดได้เห็น

[นั่นมันอะไร?]

[นั่นฮีโร่!]

[ฮีโร่? อย่าตลกหน่อยเลย]

เสียงแหลมของปีศาจได้ดังเข้ามาในหูของฉัน ฉันได้เมินพวกมันและพุ่งไปบนท้องฟ้า เริ่มสร้างเศษโลหะและเศษน้ำแข็งขึ้นมา ฉันยังได้อัญเชิญดอร์ตูกับริยูขึ้นมาเพื่อช่วยเพิ่มจำนวนเศษชิ้นส่วนด้วย

[เป็นไปได้ยังไงกัน? เขามาถึงที่นี่ในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีที่เราได้มาถึง! ฮีโร่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? ในทวีปลูกก้าฮีโร่ต้องใช้เวลามาที่นี่อย่างน้อยกสองวันเชียวนะ!]

[นี่มันฮีโร่ประเภทไหนกัน?]

เศษชิ้นส่วนต่างๆได้เริ่มลงไปอยู่ในระดับพื้นดิน ปีศาจส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายไปในทันทีที่เหม่อมองมา แต่ว่าพวกที่ฉลาดก็ได้ถอยออกไปอย่างช้าๆในขณะที่ยังจับตามองฉันอยู่

[ฉันไม่รู้ว่าเขามาได้ยังไง แต่ว่ามานาของเขามันมหาศาลมาก!]

[ในเมื่อเขามาแล้วไม่ใช่ว่าเราต้องถอยทัพกลับหรอ?]

"สายไปแล้ว"

ฉันได้พึมพัมเบาๆและเปิดตากว้างขึ้น

ชิ้นส่วนโลหะและน้ำแข็งได้รับพลังจากดวงตาฉันไปและสะท้อนพลังนี้ไปทั่วทิศทาง ต่อให้พวกมันจะเริ่มหนีในทันทีที่ฉันมาถึง แต่นี่ก็สายเกินไปแล้ว ด้วยความช่วยเหลือจากเศษชิ้นส่วนต่างๆที่ทำเป็นกระจกได้ทำให้พลังของนัยน์ตาปีศาจของฉันครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองนี้

ปีศาจทั้งหมดได้กลายเป็นหินก่อนที่จะกระจายเป็นชิ้นๆในทันที

"กรี๊ดดด!?"

"ฮึก ฮึกกก... นี่มันอะไร..."

"ฉะ ฉันยังไม่ตาย!"

ปีศาจได้กระจายไปอย่างง่ายดาย ฉันได้ใช้พลังของเหล็กกล้าผ่านกระจกดูดซับมานาของปีศาจที่ตายไปทั้งหมดกลับคืนมา

ฉันได้สร้างกระจกเพิ่มขึ้นด้วยมานาที่ดูดมา และกระจายกระจกออกไปรอบๆอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่ามันจะยากที่จะครอบคลุมทั้งเกาะฮนชู แต่ฉันก็รู้ว่าสมาชิกที่เหลือจะจัดการเรื่องนั้นได้

"นั่นใครกัน?"

"คังชิน"

"ต้องเป็นเขาแน่!"

"ขอบคุณพระเจ้า พวกเราปลอดภัยแล้ว"

หลังจากยืนยันได้ว่าไม่มีปีศาจเหลืออีกแล้ว ฉันก็นำกลุ่มกระจกเคลื่อนย้ายไปสู่ที่ถัดไปต่อ

[ฮีโร่กำลังมาแล้ว!]

[ฉันได้ยินแล้ว หนีไปจาก...]

[พลังแบบนี้... อ๊ากกก!]

เมื่อพวกมันได้เห็นฉันก็สายเกินกว่าจะหนีแล้ว ปีศาจนับหมื่นได้ตายลงไปในทันที มีแค่ปีศาจจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะทนต่อนัยน์ตาปีศาจฉันได แต่ก็ไม่อาจจะทนต่อกระจกที่ถูกยิงเป็นกระสุนได้อยู่ดี

"มอนสเตอร์จำนวนขนาดนี้ได้ตายไปทั้งหมดในทันที..."

"ทั้งหมดคือเรื่องจริง"

"เขา มาที่นี่แล้ว..."

ฉันอยากที่จะช่วยคนเจ็บ แต่ว่าฉันมีเวลาเหลือไม่มากแล้ว

เพราะแบบนั้นฉันได้เมินคนข้างล่างที่กำลังพูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นคนที่ขอความช่วยเหลือ คำขอบคุณ หรือคำแสดงความไม่พอใจก็ตาม ฉันได้ไปต่อเพื่อฆ่าปีศาจ

สำหรับสมาชิกคนอื่นก็เป็นเช่นเดียวกัน หลังจากแยกไปตามทิศทางต่างๆ พวกเขาก็ได้ต่อสู้กับปีศาจในที่ที่พลังฉันส่งไปไม่ถึง ในเวลา 30 นาทีต่อมาฉันก็มั่นใจได้ว่าปีศาจทั้งหมดในฮนชูได้ถูกกวาดล้างไปแล้ว ยังไงก็ตามก่อนที่เราจะกวาดล้างฮนชูได้เสร็จ เกาะอื่นของญี่ปุ่นก็ตกอยู่ใต้การเคลื่อนย้ายของพวกปีศาจ เพราะแบบนั้นฉันก็เลยยังไม่ได้หยุดสู้กับปีศาจเลย

[ฮีโร่!]

[แด่เกียรติยศท่านเดม่อนลอร์ด!]

"ช่วยเราด้วย!"

"คุณชิน คุณชินมาแล้ว!"

สามชั่วโมง ทั้งหมดใช้เวลาสามชั่วโมง ฉันได้ฆ่าเป้าหมายที่ไม่ใช่มนุษย์โดยไม่หยุดพัก และขโมยมานาของพวกมันมาตลอดการฆ่าครั้งนี้

โชคดีที่ไม่มีปีศาจตัวไหนที่ปรากฏมาในญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งพอจะสร้างปัญหาได้ แต่ว่าในระหว่างสามชั่วโมงที่ฉันได้ใช้ในการฆ่าปีศาจทั้งหมดได้ทำให้ประชากรของญี่ปุ่นกว่า 30% ต้องตายไป

ในเวลาเดียวกัน พวกเราก็สูญเสียทรัพสินไปอย่างมหาศาลเช่นกัน แต่ว่าแทนที่จะห่วงเรื่องทรัพสิน ผู้คนส่วนมากได้ยินดีที่ยังมีชีวิตรอดมากกว่า

เมื่อพวกเขาได้เห็นฉัน พวกเขาก็จะส่งเสียงร้องและเสียงให้กำลังใจทุรูปแบบมา ซึ่งฉันไม่ได้สนใจเลยสักนิดเดียว

"ชิน!"

"ฮวาหยาเสร็จแล้วหรอ?"

"ชะ ใช่แล้ว พวกเราจัดการเสร็จ... ชิน?"

"อะไรงั้นหรอ?"

"นาย... กำลังใส่อะไรอยู่?"

เราได้กลับมารวมตัวกันในจุดแรกที่เราได้มาถึง ในระหว่างที่ผู้รอดชีวิตได้พึมพัมกับตัวเองจากระยะไกลพร้อมมองมาที่เรา ฮวาหยาก็ได้ตะโกนออกมาในทันทีที่มองเห็นฉัน

"ฉันกำลังใส่อะไรอยู่? ฉันก็ใส่แค่หมวกไง แต่ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ใส่แล้วนะ"

"บนเขาของนาย"

"เขา?"

ดอร์ตูได้สร้างกระจกขึ้นตรงหน้าฉันทันที ฉันได้มองภาพสะท้อนใบหน้าตัวเองด้วยความมึนงง

[ในทันทีที่การเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น คังชินได้ปรากฏตัวในทันทีที่เกิดเหตุการณ์สังหารขึ้น เขาได้เปลื่ยนมอนสเตอร์ทั้งหมดให้กลายเป็นหินในทันทีก่อนที่จะดำเนินการกำจัดพวกมันทั้งหมดไป]

[ทุกๆอย่างได้กลับมาสู่ความสงบแล้ว เขาได้ทำการช่วยมนุษยชาติเอาไว้ได้ มีบางคนได้บอกเอาไว้ว่าเขาคือเทพที่ถูกสร้างขึ้นมาในเหตุการณ์พระจันทร์แฝดเพื่อช่วยมนุษยชาติ...]

เหนือเขาของฉันได้มีวงแหวนแสงเล็กๆหมุนอยู่รอบๆ ฉันได้เอื้อมมือขึ้นไปแตะดู แต่ว่ามันให้แค่ความรู้สึกอบอุ่น นอกจากนั้นก็ไม่มีความรู้สึกถึงสัมผัสใดๆเลย

"นี่มันอะไร?"

ฉันได้พึมพัมออกมาโดยที่ไม่มีใครจะตอบฉันได้

ไม่มีใครรู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่

จบบทที่ บทที่ 336 - คลื่นลูกสุดท้าย (6) [06-03-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว