เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 334 - คลื่นลูกสุดท้าย (4) [02-03-2021]

บทที่ 334 - คลื่นลูกสุดท้าย (4) [02-03-2021]

บทที่ 334 - คลื่นลูกสุดท้าย (4) [02-03-2021]


บทที่ 334 - คลื่นลูกสุดท้าย (4)

มอนสเตอร์ที่ได้ปรากฏขึ้นมาบนบียอนด์นับตั้งแต่ชั้นที่ 41 ขึ้นไปดูเหมือนกับปีศาจ

พวกเขามีรูปร่างที่เหมือนกับมนุษย์ แต่ว่ามีผิวหนังสีดำสนิท และชื่นชอบความรุนแรง พวกเขาได้ใช้ร่างกายเป็นอาวุธ แถมยังมีมานาอยู่เป็นจำนวนมหาศาลคล้ายๆกันกับปีศาจ แต่ว่าพวกเขาต่างกันก็คือพวกมันสามารถจะฟื้นฟูแขนขาได้หากถูกตัดแขนขาออกไป พวกเขาได้อาศัยในความสามารถทางกายภาพมากกว่าเวทมนต์

มอนสเตอร์พวกนี้ถูกเรียกกันว่าอีรังซึ่งไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนเลยในดันเจี้ยนที่หนึ่ง

[พวกเขาคือมอนสเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในดันเจี้ยนนี้ พวกเขามีตัวตนอยู่กระทั่งก่อนดันเจี้ยนจะถูกก่อตั้งซะอีก พวกเขาคือมอนสเตอร์โบราณที่น่าจะหายไปตามกาลเวลานานแล้ว]

"แล้วเธอก็ได้ลากพวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยน?"

[ใช่แล้ว]

เอรัง ต่อหน้ามอนสเตอร์พวกนี้ไม่ว่าจะเวทมนต์หรือสกิลต่างก็ไร้ผล มันไม่ใช่ว่าพวกเขาสามารถจะลบล้างพลังของดันเจี้ยนได้ แต่มันก็แค่เพราะว่าการโจมตีประเภทที่ทำขึ้นจากการกลั่นสกัดพลังให้ไปอยู่ในรูปแบบอื่นจะไร้ผลต่างหาก มีเพียงแค่ออร่าบริสุทธิ์กับพลังแห่งธาตุเท่านั้นที่สร้างบาดแผลให้กับพวกเขาได้ มันดูเหมือนว่านี่จะเกี่ยวข้องกับพลังของพวกเขา

[เขากำลังมาแล้ว]

[พัฒนาการของเขาดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่มันก็เหมือนจะมาถึงจุดจบแล้ว]

พวกเขาดูจะมีวิธีการพูดแปลกๆ ในขณะที่พวกเขากำลังพยายามจะทะลวงท้องฉันด้วยหมัดออร่าสีขาว พวกเขาก็พูดกันอย่างสุภาพจนทำให้ฉันรำคาญ

[เขาแข็งแกร่ง]

[เกราะของเขาพิเศษมากๆ หากว่าเราไม่มีสมาธิ เราจะถูกฆ่าได้ในทันที]

[เรามาซุ่มโจมตีเพื่อทดสอบเขากันดีกว่า]

"เงียบไปเลยเจ้าพวกเวร!"

ฉันได้ยิงออร่าโปร่งแสงออกไปพร้อมๆเสียงตะโกน และกัดฟันใส่เอรังที่อยู่ตรงหน้าฉัน

เอรังที่อยู่ใกล้ๆได้ผงะและถอยออกไปสองสามก้าว แต่ว่าฉันได้พุ่งเข้าใส่พวกเขาเต็มกำลัง ฉันได้กวาดหอกเข้าใส่พวกที่อยู่ใกล้ๆราวกับหอกเป็นไม้เบสบอล

"พวกนายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน!"

[คุณพูดถูก แต่ว่าว่าเมื่อจำนวนของเราเพิ่มขึ้น 158 เท่า เราก็จะมีโอกาสชนะ]

[เราไม่อาจจะเข้าใจได้เลยว่าเขาเกินกว่ามาตราฐานไปได้ยังไง]

[ต้องมีการแทรกแซงจากภายนอก เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจ...]

"หายไปซะ!"

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยอมรับว่าไม่อาจจะเอาชนะฉันได้เว้นแต่จะมีจำนวนคนเพิ่มขึ้น 158 เท่า แต่พวกเขาก็ยังโจมตีฉันโดยไม่พัก

เพราะงั้นฉันจึงได้จัดการพวกเขาทีล่ะคน โดยอดที่จะนึกสงสัยในบอสที่ฉันจะได้เจอบนชั้นที่ 45 ไม่ได้ ฉันสงสัยมากๆว่าเขาจะพูดอะไรกับฉัน

[เป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าเขา]

[ไม่มีใครทำได้]

"พวกนายนี่มันน่ารำคาญ!"

ถึงแม้ว่าฉันจะทำเหมือนจัดการง่ายๆ แต่พวกเอรังพวกนี้ทรงพลังกันอย่างน่าเหลือเชื่อการที่จะทะลวงผ่านร่างหนาๆของพวกเขา ฉันจะต้องบีบอัดมานามากกว่า 200,000 มานา และฉันต้องทำลายพวกเขาแม้กระทั่งขี้เถ้าเพื่อป้องกันการฟื้นฟู

ความจริงที่ว่ามีมอนสเตอร์ไม่กี่ร้อยตัวที่ทำร้ายฉันได้ได้แสดงให้เห็นว่าฉันได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดมากขนาดไหน

หลังจากฉันได้จัดการกลุ่มเอรังอีกกลุ่มหนึ่ง ฉันก็ได้เจอเข้ากับทางตัน ฉันได้ใช้มานาตรวจจับออกไปแล้วเพื่อเช็คพื้นที่อื่นๆ

ฉันมั่นใจว่าตรงนี้มีประตูอยู่แน่นอน เพราะงั้นฉันจึงมองไปรอบๆอย่างสับสน ไม่นานนักประตูมิตินำไปสู่ดันเจี้ยนที่หนึ่งก็โผล่ขึ้นมาราวกับยืนยันว่าฉันไม่ได้มาผิดทาง

"ฟู่ ใกล้จะจบแล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่บียอนด์มีขนาดเล็ก"

บียอนด์ไม่ได้ใหญ่เท่ากับดันเจี้ยนที่หนึ่ง บียอนด์ในแต่ล่ะชั้นไม่เคยมีขนาดเกินกว่าประเทศหนึ่งเลยซึ่งต่างไปจากชั้นของดันเจี้ยนที่หนึ่งซึ่งมีขนาดเท่ากับโลกทั้งใบ นอกไปจากนี้ในเมื่อชั้นที่ 45 คือชั้นสุดท้าย ฉันจึงได้เข้าใกล้จุดจบบียอนด์แล้วจริงๆ

ฉันได้มาที่ร้านขายของด้วยความหวังว่าจะได้เจอโรเล็ตต้าที่กระพือหูด้วยความดีใจ แต่แล้วเธอก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ฉันได้แต่เอียงหัวออกมาและส่งเสียงออกไป

"โรเล็ตต้า เธออยู่ไหนหรอ?"

[อ๊าา ตอนนี้มีสองโลกที่กำลังจะสูญพันธ์ไปพร้อมๆกันเพราะงั้นฉันกำลังยุ่งกับการจัดการเรื่องต่างๆอยู่ เพราะอะไรบางอย่างทำให้เร็วๆนี้ได้มีโลกสูญพันธ์เต็มไปหมด มันเหมือนกับโลกพวกนี้กำลังพยายามแย่งชินไปจากฉัน!]

"ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ... แต่ถ้างั้นก็ไว้เจอกันนะ"

[อื้อ ไว้เจอกันนะชิน]

คำพูดของโรเล็ตต้าได้ทำให้ฉันต้องเป็นกังวล การปืนไปบนชั้นสูงทำให้เป็นการเร่งการเปลื่ยนแปลงในโลกอื่นหรือป่าวนะ? หรือมีใครที่เกี่ยวข้องกับการเปลื่ยนแปลงนี้? ก่อนหน้านี้ฉันได้คิดว่าฉันรู้เรื่องมากมายเกี่ยวกับโลกต่างๆแล้ว แต่ดูเหมือนฉันจะคิดผิด ฉันได้แต่ต้องถอนหายใจออกมา

"เอาล่ะ ฉันน่าจะต้องตรงไป... ไม่สิ"

ถึงแม้ว่าฉันจะเหนื่อยเล็กน้อยจากการสู้กับเอรังทั้งหมดบนชั้นที่ 44 ฉันก็คิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการต่อสู้กับบอสประจำชั้นที่ 95 หากฉันได้ดื่มโพชั่นไปและพักซักหน่อย ยังไงก็ตามจากการพูดคุยกับโรเล็ตต้าได้ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก

ถึงแบบนั้นฉันก็ได้พร่ำบอกกับตัวเองว่าไม่มีปัญหาอะไร และกลับไปที่โลกเพื่อสงบสติอารมณ์

เมื่อฉันได้เข้ามาที่บ้านกิลด์ ฉันก็ได้เจอกับซัคคิวบิหลายคนกำลังวิ่งวุ่นกันอยู่

"ทุกคนกำลังทำอะไรกันอยู่หรอ?"

"โอ้ สามีที่รัก!"

เมื่อหนึ่งในซัคคิวบิได้ตะโกนอกมา คนที่เหลือก็ได้ยืนแข็งทื่อและหันมามองที่ฉัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นแบบนี้ แต่ว่ามันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี

"พวกเรากำลังตรวจสอบการเกิดของความวุ่นวายครั้งต่อไปอยู่"

"คุณเคียร่าเป็นกังวลกันมากๆ พวกเรากำลังค้นข้อมูลเก่าๆเพื่อที่จะคาดเดาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้"

"ในวันนี้เธอกังวลสุดๆเลยล่ะ"

"เธออยู่ไหนงั้นหรอ?"

ซัคคิวบิทั้งหมดได้ชี้ไปที่ชั้นสอง ฉันได้หยักหน้ากลับไปและตรงขึ้นไปที่ห้องเคียร่าบนชั้นสอง

"คุณมาแล้ว คุณฮีโร่"

"เธอรู้อยู่แล้วว่าฉันจะมา?"

"ใช่แล้ว"

เคียร่าได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษและมองมาที่ฉัน กางเขนในม่านตาของเธอกำลังส่องแสงเจิดจ้า

"หหากว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณฮีโร่ ไม่มีอะไรที่ฉันจะไม่รู้"

"โอเคๆ"

ฉันได้ฝืนใจตอบกลับไปและเดินเข้าไปหาเธอ นิสัยชอบอวดของเธอนี้มันน่ารำคาญ แต่ว่านิสัยขยันทำงานของเธอน่าชื่นชมเอามากๆ

จากนั้นเคียร่าก็ได้กลับไปจดจ่ออยู่กับกองเอกสารข้างๆเธอ เมื่อฉันได้ไปถึง เธอก็พึมพัมออกมาทันที

"อย่างที่คิดเลย"

"อะไรงั้นหรอ?"

"ในที่สุดฉันก็เจอแล้ว"

เธอได้วางกองเอกสารเอาไว้บนมือเธอซึ่งฉันก็ได้หยิบเอามา นี่คือรูปภาพของประตูมิติดันเจี้ยนในอเมริกาที่ถูกถ่ายจากหลายๆแง่มุม มันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการการจู่โจมที่เกิดขึ้นมาภายหลังจากนั้น

"จำที่ฉันบอกคุณฮีโร่ครั้งที่แล้วได้ไหมคะ..."

เธอได้ยกหัวขึ้นมาและดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็หยุดพูดไปและสะดุ้งขึ้นมา

"อะไร?"

"กะ ใกล้ไปแล้ว"

เพราะฉันได้มองดูเอกสารทำให้ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเธอเอง เคียร่าได้หน้าแดงขึ้นมาและกระวนกระวายออกมา ลมหายใจของเธอก็ดูจะหนักหน่วงขึ้น

"เคียร่า เธอเปลื่ยนไปนะ"

"ถะ ถ้าคุณมาใกล้แบบนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับคุณ..."

นี่มันดูแปลกๆ แต่ว่าการที่เธอรู้ตัวเองทำให้มันไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอโตขึ้น

"เคียร่า เธอโตขึ้นนะ"

"คุณฮวาหยาบอกว่าเธอจะฆ่าฉัน"

"โอ้..."

ดูเหมือนว่าเธอจะกระทั่งได้เรียนรู้จักรักชีวิตตัวเองแล้ว หลังจากถอนหายใจออกมาฉันก็ได้ก้มลงไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเธอ

"แล้วเธอเจออะไรล่ะ?"

"จริงด้วย อย่างที่ฉันบอกคุณไปในก่อนหน้านี้ ฉันได้พยายามดูอนาคตจากการช่วยของคุณฮวาหยา"

"ใช่ ฉันจำได้"

ฮวาหยากับเคียร่าอย่างจะรู้อยู่สองเรื่อง อย่างแรกคือเมื่อไหร่ที่เหตุการณ์ดันเจี้ยนจะปะทุขึ้น และอย่างที่สองคือมันจะเกิดขึ้นที่ไหน การได้ข้อมูลทั้งสองอย่างนี้มาจะทำให้พวกเธอสามารถจะรับมือกับมันได้อย่างเหมาะสม

"เธอบอกว่าเธอมองไม่เห็นประตูมิติ และมองเห็นแค่เรากำลังสู้กับมอนสเตอร์ในสถานที่ที่ไม่คล้ายกับโลก"

"ใช่แล้วค่ะ ฉันคิดว่านั่นมันเพราะฉันมีพลังไม่พอ เพราะแบบนั้นฉันได้ตั้งใจเรียนรู้วงจรเพรูต้าและวิธีการควบคุมมานาที่คุณฮวาหยาสอนฉัน ฉันได้ค้นคว้าความสามารถของฉันในหลายๆวิธีอีกด้วย... แน่นอนว่าเพราะกรทำแบบนั้นได้ทำให้ความสามารถของฉันพัฒนาขึ้นมา"

"แล้วเธอเจออะไรใหม่งั้นหรอ?"

"ฉันขอเปลื่ยนเรื่องซักเล็กน้อยนะคะ..."

ไม้กางเขนในม่านตาเธอได้เปล่งประกายออกมา

"คุณฮีโร่จำเรื่องในกรีนแลนด์ได้ไหม?"

"แน่นอนสิว่าจำได้ มีหลายๆอย่างเกิดขึ้นที่นั่นและเพิ่งจะผ่านมาไม่นานเอง"

"เดิมที่แล้ว กรีนแลนด์เป็นพื้นที่รกร้างที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็ง แต่เพราะอะไรบางอย่างทำให้ปีศาจได้เปลื่ยนกรีนแลนด์ให้เป็นดินแดนอื่นได้ คุณฮีโร่ได้บอกว่ามันเป็นของโลกที่มีชื่อว่าลูก้า"

เคียร่าได้จัดการกับอุปกรณ์บนโต๊ะเธออย่างชำนาญ และเปลื่ยนภาพโฮโลแกรมไป มันได้แสดงถึงการเปลื่ยนแปลงของกรีนแลนด์

"พูดตามตรงแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่น่าจะสำคัญอะไรกับเรา แต่กลับกันฉันได้จดจ่ออยู่กับวิธีที่จะสับเปลื่ยนดินแดนไปอย่างสมบูรณ์ ด้วยความร่วมมือจากซัคคิวบิได้ทำให้เราสามารถจะตรวจสอบดินแดนนั่นและผลลัพธ์ที่ได้มาก็เป็นอย่างที่คุณฮีโร่บอกกับเรา"

เพราะอะไรบางอย่างระหว่างที่พูดแบบนี้เธอดูจะภาคภูมิใจ

"กรีนแลนด์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกอีกแล้ว มันเป็นส่วนหนึ่งของทวีปลูก้าไปแล้ว"

"..."

ฉันเข้าใจสิ่งที่เธอจะพยายามบอกในทันที นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเงียบไป

เคียร่าก็ยังเข้าใจเรื่องนี้และอยู่เงียบๆ หากว่าเธอเป็นแบบนี้ในตอนเจอกันครั้งแรก ฉันจะไม่มีวันเกลียดเธอเลย

"เพราะงั้น..."

หลังจากผ่านไปซักพักฉันก็ได้พูดออกมา

"เธอกำลังบอกฉันว่าทวีปลูก้าจะถูกย้ายมาที่โลก?"

"ใช่แล้ว"

เคียร่าได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจ

"และในที่ที่เกิดการปะทุของเหตุการณ์ดันเจี้ยน"

"เธอจะบอกว่าพวกปีศาจสามารถจะหลบหนีจากอิทธิพลของดันเจี้ยนได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

"ใช่แล้ว ฉันเชื่อว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันสามารถมองเห็นอนาคตได้ในระดับนี้ทั้งๆที่ฉันมองแทบไม่เห็นเรื่องเกี่ยวกับดันเจี้ยนเลย แน่นอนว่าก็มีพลังอื่นมาขัดขวางฉันเช่นัน"

"นั่นคงจะต้องเป็นพลังของเดม่อนลอร์ด"

ฉันได้ตอบกลับไปและจากนั้นก็ยืนขึ้น

"ฉันน่าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เคียร่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?"

"อย่างน้อยก็สองเดือนนับจากนี้ ไม่สิ บางทีอาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้"

"เข้าใจแล้ว"

ฉันได้หยักหน้าเงียบๆ เคียร่าได้มองมาที่ฉันด้วยสายตาเป็นประกาย

"แต่ว่าฉันเชื่อในตัวคุณฮีโร่! คุณคือคนที่จะพิชิตทุกสิ่ง!"

"เธอควรจะหยุดเรื่องพวกนี้นะ"

"ต่อให้ฉันไม่ต้องมองอนาคต! ฉันก็มั่นใจในเรื่องนี้"

เอาจริงดิ ฉันจะทำยังไงกับเด็กนี่ดีนะ? ฉันได้ถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นก็ก้มตัวลงไปจูบลงบนหน้าผากของเคียร่าที่มึนงงอยู่ นี่คือพรที่เธอต้องการ

"กรี๊ดดดด!"

"หากว่าเธออยากจะได้พรจากฉันอีก ก็อย่าพูดแบบนั้นอีกนะ เข้าใจไหม?"

"..."

ฉันได้เลือกใช้เหยื่อล่อแทนการขู่บังคับ แต่ว่าน่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล

เคียร่าได้เป็นลมลงไปก่อนที่จะได้ยินถึงสิ่งที่ฉันพูด

จบบทที่ บทที่ 334 - คลื่นลูกสุดท้าย (4) [02-03-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว