เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 329 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (9) [20-02-2021]

บทที่ 329 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (9) [20-02-2021]

บทที่ 329 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (9) [20-02-2021]


บทที่ 329 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (9)

[เป็นมานาที่มหาศาลมาก!]

ดูเหมือนเขาก็ไม่สามารถจะรับการโจมตีของฉันตรงๆได้ เขาได้บินหลบไปและเหวี่ยงความส่งคลื่นออร่าขนาดยักษ์ออกมา แค่อยู่ใกล้ๆกับคลื่นนี้ก็ทำให้ร่างกายและกระดูกมนุษย์ธรรมดาเน่าเปื่อยไปได้แล้ว

[ฟู่]

ฉันได้ใช้ลมหายใจแห่งความตายและใช้การยึดครองรับแรงกระแทกจากออร่าเอาไว้ แต่ว่าการโจมตีของลอร์ดแห่งความตายก็ไม่ได้อ่อนแอจนถึงขนาดที่ฉันจะใช้การยึดครองรับเอาไว้ได้หมด ฉันทำได้แค่ลดพลังของมันลงไปด้วยการใช้วิญญาณสัมบูรณ์ขโมยมานาของมันเท่านั้น และเหล็กกล้าก็จะสามารถป้องกันการโจมตีส่วนที่เหลือได้

[นี่คือความสามารถของอัศวินแห่งความตาย! นี่นายถึงขนาดที่ดูดซับออร่าฉันเข้าไป... นายเป็นผู้กลืนกินมานางั้นหรอ?]

"นายควรจะห่วงเรื่องอื่นก่อนนะ"

หลังจากฉันได้รับการโจมตีไว้แล้ว ฉันก็ได้พุ่งตัวกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า พลังงานสีดำมืดที่หมุนวนอยู่รอบกายลอร์ดแห่งความตายได้เปลื่ยนไปเป็นหนามแหลมนับร้อยพุ่งเข้ามาใส่ฉัน ฉันไม่คิดว่าฉันจะถูกหลามแหลมพวกนี้โจมตีเลยสักนิดเดียว ต่อหน้าเหล็กกล้าการโจมตีเล็กๆน้อยๆพวกนี้ต่างก็ไร้ค่า

ฉันได้ตวัดหอกออกไป ในเวลาต่อมาได้เกิดการระเบิดขึ้นบนหลังของลอร์ดแห่งความตาย ฉันได้ยิงมานา 500,000 ออกไปเป็นบูมเมอแรงวนกลับใส่หลังของเขา

ผ้าคลุมสีดำที่โบกสะบัดอยู่บนหลังลอร์ดแห่งความตายได้หายไป ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงาก แต่ดูเหมือนว่าผ้าคลุมนั่นจะมีความสามารถในการรับการโจมตีได้หนึ่งครั้ง ฮึ่ม ถ้ารู้แบบนี้ฉันน่าจะใช้มานาไปแค่สัก 300,000

[นี่นายควบคุมยิงออร่ามาได้อย่างอิสระเลย? น่าทึ่ง]

"นี่เพิ่งจะเริ่มเท่านั้นเอง"

การใช้พลังแห่งความตายกับลอร์ดแห่งความตายน่าจะไร้ความหมาย นอกไปจากนี้ในระหว่างที่ฉันใช้ลมหายใจแห่งควมตายอยู่ ฉันก็ทำได้แต่ดูดเอาพลังแห่งความตายของลอร์ดแห่งความตายมาได้เท่านั้น เพราะแบบนี้จึงมีแค่เพลิงแห่งความโกลาหลเท่านั้นที่ลุกไหม้อยู่บนหอกของฉัน

[ข้าดอร์ตู กำลังวิเคราะห์เกราะศัตรู]

"ฝากด้วยนะดอร์ตู ไพก้าแสดงรูปธรรม"

[เข้าใจแล้ว]

เมื่อมังกรสายฟ้าได้ปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า ลอร์ดแห่งความตายก็ได้ผงะไป ในอีกด้านหนึ่งไพก้าได้พุ่งเข้าใส่ลอร์ดแห่งความตายในทันทีที่เธอแสดงตัวตนออกมา พลังงานสายฟ้าที่ทรงพลังได้หมุนวนรอบร่างกายของเธอรุนแรงยิ่งกว่าเมื่อก่อน

[คุคุ ฉันไม่เคยจะเสียเปรียบเลย ฮีโร่ผู้กอบกู้ ฉันมั่นใจว่าจะต้องรู้ถึงพลังของนาย]

"นายรู้อะไรงั้นหรอ?"

[แน่สิ เพราะฉันก็คือราชาแห่งความตาย]

หืม? ราชาแห่งความตาย? ไม่ใช่ว่าฉันเคยเจอคนที่เรียกตัวเองว่าราชาแห่งความตายเหมือนกันงั้นหรอ? ถ้างั้นหมอนี่ก็เป็นลิซ?

ในตอนนี้ฉันก็ได้หลับตาลขยายประสาทสัมผัสมานาออกไป ยังไงก็ตามฉันก็หาภาชนะแห่งชีวิตของเขาไม่เจอ ดูเหมือนเขาก็จะสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ฉันทำ ทำให้เขาได้ส่ายหน้าหัวเราะออกมา

[หากว่านายกำลังมองหาภาชนะที่เก็บวิญญาณฉันอยู่ล่ะก็ ฉันจะบอกให้นะ มันอยู่ในร่างฉันไงล่ะ]

"ในตัวนาย?"

[แน่นอนสิ การแยกวิญญาณออกไปจากร่างกายและเก็บเอาไว้ที่อื่นเป็นวิธีที่ดีในการเป็นอมตะ แต่ว่าวิญญาณก็จะมัวหมองไปในทันทีที่แยกจากร่างกาย เพราะงั้นฉันถึงได้แยกวิญญาณออกมาและผนึกมันไว้ภายในร่าง หากว่านายทำลายฉัน นายก็จะทำลายวิญญาณฉันไปด้วย]

"นี่นายจะไม่ใจดีไปไหนหรอ?"

ทำไมเขาถึงได้มาบอกจุดอ่อนของตัวเองกันล่ะ? เจ้าหมอนี่มีความปกติทางสมองงั้นหรอ ยังไงก็ตามฉันได้หยักหน้าออกไปราวกับนี่เป็นเรื่องธรรมดา

[เพราะแบบนี้แหละจะทำให้การต่อสู้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น!]

"การต่อสู้...?"

เจ้าหมอนี่... เขาบ้าไปแล้ว? ฉันได้มองเขาออกไปแบบนี้

"นี่นายบ้าไปแล้ว?"

ไม่สิ ฉันได้เผลอพูดออกไปแล้ว

[เหตุผลที่ฉันทำให้ชีวิตฉันต้องลดสภาพลงมาเป็นสิ่งชีวิตแบบนี้ก็เพื่อต่อสู้ เพื่อที่จะได้รับประสบการณ์กับการปะทะกันของมานาและพละกำลังที่ทรงพลัง! ความทอเยอทะยานของคนๆนั้นที่ต้องการก้าวข้ามโลกทุกๆใบได้ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เพราะแบบนั้นฉันถึงได้อดทนมาตลอดมา ในเมื่อตอนนี้ฉันได้ต่อสู้กับฮีโร่ผู้กอบกู้ในท้ายที่สุดแล้ว นายยังจะมาดูถูกว่าฉันเป็นคนช่างพูดอีกงั้นหรอ?]

"นี่นายกำลังจะบอกว่านายได้กลายมาเป็นลิซก็เพื่อที่จะต่อสู้?"

[ถูกแล้ว]

ฉันได้ลดหอกลงอย่างตกตะลึง แต่ว่าเขาก็ยังคงพูดไม่จบ

[การสูญเสียพลังแห่งโลกมันไม่ใช่เรื่องสำคัญกับฉันอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือไม่มีใครเหลืออยู่ในทวีปให้ฉันได้อีก! เพราะแบบนั้นฉันถึงได้ชุบชีวิตของคนที่ฉันฆ่าไปให้กลายมาเป็นอัศวินแห่งความตายและมุ่งไปที่โลกอื่นต่อ ในตอนนั้นฉันก็ได้ทำการฆ่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถึงเวลาที่ไม่มีใครให้ฉันฆ่าอีก ฉันก็จะได้เจอกับคนๆนั้นอีกครั้งหนึ่ง]

ใครกันที่บอกว่ามีแต่ผู้แพ้เท่านั้นที่มาติดอยู่ในดันเจี้ยน? ฉันคงต้องเปลื่ยนแนวคิดในเรื่องนี้ ศัตรูของโลกกำลังบอกกับฉันแบบนั้น เขาได้เข้ามาในดันเจี้ยนด้วยความตั้งใจของตัวเอง เขาถึงขนาดยอมแพ้ต่อพลังแห่งโลก!

พอมาคิดดูแล้วอัศวินแห่งความตายคนแรกที่ฉันได้เจอก็ดูจะสนุกไปกับการต่อสู้โดยไม่สนเรื่องอื่นด้วย ยังไงก็ตามอัศวินแห่งความตายก็ยังคงมีความแค้นต่อดันเจี้ยนอยู่ซึ่งต่างจากลอร์ดแห่งความตาย แต่ว่าบางทีความโกรธอาจจะพุ่งตรงไปที่ลอร์ดแห่งความตายที่เป็นคนฆ่าพวกเขาและลากพวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนด้วยก็ได้

"คนๆนั้นคือลอร์ดแห่งดันเจี้ยนงั้นหรอ?"

[คนๆนั้นได้ยื่นข้อเสนอมาให้ฉัน! ให้ฉันได้ต่อสู้กับศัตรูที่ทรงพลังเพียงพอจะเอาชนะฉันได้!]

...ฉันได้เดินก้าวไปข้างหน้าด้วยสัญชาตญาณ นี่คือการเคลื่อนไหวโดยไม่รู้ตัวที่ไม่สนใจถึงแรงกดดันจากคำพูดเขา ศัตรูตรงหน้าฉันนั้นรักการต่อสู้ยิ่งกว่าใครๆที่ฉันเคยเจอ ศัตรูแแบบนี้ก็คือศัตรูที่น่ากลัวที่สุดง

"นายเชื่อในคำพูดนั้นแล้วอยู่ที่นี่ตลอดเวลาเลย?"

[แน่นอนสิ การต่อสู้กับพวกอ่อนแอมันไร้ค่า]

"นายรอฉันอยู่"

[ถูกแล้ว]

คำนี้มีนัยยะหนึ่งซ่อนอยู่

เชอร์ราฟิน่ารู้ว่าฉันจะมาที่นี่ ฉันหรือฮีโร่ผู้กอบกู้ซักคน

"เอาเถอะ นั่นมันก็ไม่ได้สำคัญหรอก"

การต่อสู้กับเดม่อนลอร์ดใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าฉันเอาชนะลอร์ดแห่งความตายและได้รับพลังของเขามา นี่ก็จะเป็นประโยชน์กับฉันอย่างน่าเหลือเชื่อ

"นี่นายพูดจบหรือยังล่ะ?"

[นายดูจะไม่ตกใจเลยนะ]

"ก็ไม่เชิง"

ฉันได้ยิ้มและยกหอกขึ้นมา

"เอาล่ะมาสู้กัน ฉันก็ชอบการต่อสู้เหมือนๆกันนั่นแหละ"

ถึงฉันจะมีสิ่งต่างๆให้ปกป้อง แต่ว่ามันก็คงจะน่าเบื่อหากฉันไม่ได้สนุกไปกับมัน ฉันได้ตะโกนขึ้นมา

"ไพก้า ดอร์ตู!"

[เข้าใจแล้ว]

[ข้าดอร์ตู กำลังเริ่มการลบล้าง]

[เยี่ยมมาสู้กันเลย!]

ในขณะที่ลอร์ดแห่งความตายได้บีบอัดมานาจำนวนมหาศาลเข้าไปในขวาน ไพก้าก็พุ่งตรงเข้าไปใส่เขา ในเวลาเดียวกันดอร์ตูได้เริ่มที่จะทำลายเกราะลอร์ดแห่งความตาย แต่ว่าลอร์ดแห่งความตายได้จ้องมาที่ฉันและพุ่งเข้ามาโดยไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย พลังจำนวนมหาศาลกำลังพุ่งเข้ามาใส่ฉัน

[นายจะหลบไหม!?]

"ทำไมฉันจะต้องหลบการโจมตีอ่อนแอแบบนี้ด้วย!"

ฉันได้ส่งมานานับแสนเข้าไปภายในหอกและสร้างออร่าโปร่งแสงขึ้นมา เมื่อลอร์ดแห่งความตายได้ให้มันในระยะใกล้เปลวเพลิงในดวงตาเขาได้เบิกกว้างแสดงความตกใจออกมา ยังไงก็ตามนี่มันสายเกินไปแล้ว หอกและขวานได้เข้าปะทะกันจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่มีพลังมากพอจะฉีกมิติได้เลย

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นายคือนักรบคนแรกเลยที่รับขวานของฉันตรงๆได้!]

"ฮีโร่ของโลกที่นายบุกไปก็แค่อ่อนแอเท่านั้นแหละ"

ฉันได้สบัดหอกอีกครั้งหนึ่งด้วยรอยยิ้ม เกราะลอร์ดแห่งความตายไร้ซึ่งรอยขีดข่วนจากการแทงของฉัน ดอร์ตูได้พยายามอย่างมากแล้ว แต่ว่ามันดูเหมือนว่าเกราะของลอร์ดแห่งความตายจะทนทานเป็นอย่างมาก

[อ๊า พลังปีศาจ ลุกไหม้!]

ในอีกด้านหนึ่งไพก้าก็ได้ปล่อยสายฟ้าออกมาให้มากที่สุดเท่าที่เธอทำได้ใส่บนหัวของลอร์ดแห่งความตาย พลังแห่งความตายของลอร์ดแห่งความตายได้ป้องกันสายฟ้าของไพก้าเอาไว้ และส่งผลทำให้ขวานของเขาพลังอ่อนลง ในเสี้ยววินาทีนี้ฉันได้ปัดขวานของเขาออกไปก่อนที่จะแทงออกไป

"ทำไมนายไม่อัญเชิญอะไรออกมาซักหน่อยล่ะ?"

[ฉันสู้คนเดียวมาตลอด!]

"เพราะงั้นนายก็จะแพ้ฉันไงล่ะ! เสียงคำรามสีชาด!"

หลังจากแทงหอกออกไปบังคับให้ลอร์ดแห่งความตายต้องถอยกลับไปแล้ว ฉันก็ได้อ้าปากส่งเสียงคำรามออกมา พื้นที่รอบๆตัวได้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงชานในทันที เพลิงนี้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากันกับสายฟ้าของไพก้า เพลิงกำลังลุกไหม้เผาพลังแห่งความตาย!

[ช่างเป็นเพลิงที่อบอุ่นจริงๆ! คริสตัลแห่งความตาย!]

"โอ้! ฉันชอบพลังนี่!"

พร้อมๆกับเสียงตะโกนได้มีพลังงานสีดำพวบพุ่งขึ้นมาและก่อตัวขึ้นมาเป็นคริสตัลโปร่งแสงปกป้องลอร์ดแห่งความตายจากเสียงคำรามสีชาดเอาไว้ ฉันได้จดจำรูปแบบการขยับของพลังงานแห่งความตายเอาไว้ จากนั้นก็ยกหอกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อป้องกันขวานลอร์ดแห่งความตายที่กำลังพุ่งเข้ามา

"อย่างที่บอกไป นายเอาชนะไม่ได้หรอก!"

[ในการต่อสู้ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้! ยับยั้ง!]

ในตอนนี้พลังแห่งความตายที่แข็งตัวได้เปลื่ยนไปเป็นโซ่และงูพุ่งเข้ามาใส่ฉัน มันได้ทะลวงผ่านพลังเสียงคำรามสีชาดที่อยู่ทั่วทุกที่และดูเหมือนจะไม่ได้รับผลใดๆจากสายฟ้าของไพก้าด้วย โซ่พลังงานแห่งความตายนี้ดูเหมือนจะต้องการทะลวงผ่านร่างฉัน

"ก็ลองดู!"

ยังไงก็ตามลอร์ดแห่งความตายไม่ได้รู้ถึงพลังของเหล็กกล้าเลย! ฉันได้ใช้มานาของฉันเพิ่มพลังให้กับเหล็กกล้า เหล็กกล้าได้ปล่อยแสงสีดำออกมากลืนกินโซ่ที่กำลังลอยเข้ามาหาฉัน

"ฉันจะใช้มันให้เป็นประโยชน์เอง"

[อะไรกัน!?]

ลอร์ดแห่งความตายได้ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง โซ่สายฟ้าได้มาพันรอบแขนของฉันและเริ่มบีบรัดเกราะของลอร์ดแห่งความตายจากอีกฝากหนึ่ง ฉันได้สะบัดโซ่ลงมาด้วยรอยยิ้ม มานาประมาณ 200,000 ได้เปลื่ยนไปเป็นออร่าและถูกส่งออกไปที่เกราะผ่านโซ่

[อ๊าาาา!]

ลอร์ดแห่งความตายได้ร้องออกมา ดูเหมือนโซ่จะมีความสามารถในการเพิ่มพลังให้กับสิ่งที่ถูกส่งต่อไป เมื่อฉันได้ยิ้มออกมาเหมือนกับชนะแล้ว ลอร์ดแห่งความตายก็ได้ไอเอาเลือดเสียออกมาจากปากก่อนที่จะทำลายโซ่ทิ้งก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา

[ใช่แล้ว ทริคเล็กๆน้อยๆแบบนี้มันไม่ได้ผลกับคนแบบนาย! ย๊ากกกกกกกก!]

พลังแห่งความตายได้ปะทุขึ้นมาจากทุกๆทาง ไพก้าได้บิดร่างของเธอและคำรามขึ้นจากอีกฝากหนึ่งเกิดขึ้นมาเป็นคลื่นสายฟ้าที่เข้าปะทะกับพลังแห่งความตาย ยังไงก็ตามพลังแห่งความตายมีมากเกินกว่าที่จะจัดการลบออกไปจนหมด

ฉันได้เริ่มใช้ลมหายใจแห่งความตายอกครั้งพร้อมๆกับวิญญาณสัมบูรณ์ แม้ว่าลมหายใจแห่งความจะไม่ได้มีเลเวลใดๆ แต่ว่าวิธีที่ลอร์ดแห่งความตายใช้พลังแห่งความตายได้อยู่ในระดับที่ต่างออกไป

[นี่คือพลังที่ฉันได้รับมาจากการล่ะทิ้งการเป็นมนุษย์ไป นี่คือพลังที่ทำให้ฉันแกร่งขึ้น ความตายคืออาวุธ คำสาป และเป็นเกราะที่ซ่อนฉันจากแสงสว่างแห่งชีวิต ฮีโร่ผู้กอบกู้ นายรู้จักความตายไหม?]

"ไม่ ฉันไม่รู้จัก"

ฉันได้ตอบกลับไปนิ่มๆ

"แต่ว่าวันนี้คือวันที่ฉันจะเรียนรู้เกี่ยวกับมัน"

จากนั้นฉันได้ปล่อยหอกแห่งวีรชนออกไปใส่พลังงานแห่งความตายที่กำลังบีบอัดอยู่ในตัวลอร์ดแห่งความตาย

จบบทที่ บทที่ 329 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (9) [20-02-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว