เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 323 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (3) [08-02-2021]

บทที่ 323 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (3) [08-02-2021]

บทที่ 323 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (3) [08-02-2021]


บทที่ 323 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (3)

ฉันได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

"อย่าพูดไร้สาระน่าหลิน"

"นี่นายจะเมินคำพูดฉันงั้นหรอ?"

"ฉันจะบอกให้นะ เจ้าสิ่งนี้มันเชื่อมต่อกับฉันอยู่แน่ๆ แต่มันก็ยังไม่ใช่พลังแท้ๆของฉันอยู่ดี อย่างน้อยก็ในตอนนี้"

"ฮึ่ม เอาเเถอะ นายก็ไม่ได้พูดผิด การกลายเป็นเทพมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ"

"จริงใหม่ล่ะ? เทพเป็นอะไรที่มากกว่า..."

ฉันได้หยุดคำพูดเอาไว้ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรที่มันเป็นแค่ความคิดของฉันอย่างเดียว ฉันได้แต่เกาหัวแห้งๆแทนจนหลินหัวเราะออกมา

"แล้วนายจะเรียกมันว่าอะไรล่ะ? ในเมื่อนายบอกว่ามันยังไม่ใช่ส่วนหนึ่งของนาย งั้นนายก็ควรจะมีชื่อเรียกมันนะ"

"นายพูดถูก หืมม ฉันไม่รู้ว่าโลหะนี่มันทำมาจากอะไร ถ้างั้นเรียกมันแบบง่ายๆอย่างเหล็กกล้าดีไหมล่ะ"

"อย่างที่คิดเลย นายมันตั้งชื่อได้แย่มาก"

"มันก็ดีกว่าเกราะความปรารถนาทมิฬของนายนั่นแหละ!"

ฉันได้ขัดหลินเอาไว้ และสุดท้ายก็จบลงที่เหล็กกล้า เพราะความสบายของมันนี่เองทำให้ฉันลืมไปว่าฉันกำลังใส่มันอยู่

"แล้วนายเจออะไรอีกไหมหลิน? อย่างจุดอ่อนไรงี้"

"โอ้ เหมือนอย่างที่จะเพิ่มโอกาสได้รับคริติคอลที่เกราะความปรารถนาทมิฬมีสินะ?"

"นั่นแหละ"

"ข้อเสียพวกนั้นทั้งหมดหายไป ปัญหาเดียวของเกราะความปรารถนาทมิฬได้หายไปแล้ว ค่าสเตตัสก็หายไปด้วยเหมือนกันบางทีนายก็อาจจะรู้สึกได้สินะ มานากับพลังงานปีศาจได้ทะลวงผ่านขีดจำกัดและทำให้เจ้านี่เป็นอะไรที่แทบจะคล้ายกึ่งอวัยวะไปแล้ว อย่าสนใจอย่างอื่นนอกจากช่วงชิงเลย"

"ถ้างั้นช่วงชิงก็คือทั้งหมดที่นายได้มาสินะ?"

"ใช่แล้ว พูดตรงๆอาร์ติแฟคโบราณทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละ ไอเทมที่เกี่ยวข้องกับดันเจี้ยนจะมีการสุ่มคุณสมบัติต่างๆขึ้นมา แต่ว่ามันจะขาดพลังอำนาจเป็นของตัวเอง นายรู้เรื่องแนวคิดเรื่องแอมเบียนส์ไหมล่ะ?"

"อย่างออร่าน่ะหรอ?"

หลินได้ขมวดคิ้วขึ้นมาทำให้ฉันต้องส่ายหัว

"ฉันล้อเล่นน่า ฉันรู้อยู่ ฉันก็แค่ตกใจที่นายรู้ถึงทฤษฏีของศิลปินชาวโลกเท่านั้นเอง"

"ฮึ่ม โลกนายก็ไม่ได้ต่างจากโลกอื่นๆหรอกนะ แอมเบียนส์น่ะคือชั้นบรรยากาศเฉพาะที่มองไม่เห็นและไม่มีปริมาณ สิ่งของที่มีแอมเบียนส์จะนำชัยชนะมาให้ฝ่ายที่ดูเหมือนจะเสียเปรียบ"

"หลินนายมีของแบบนั้นไหม?"

"นายเคยเห็นมันมาก่อนแล้ว"

หลินได้ขยับมือที่ว่างเปล่าของเขา ฉันเข้าใจในทันทีว่าเขากำลังสื่อถึงอะไร ปืนสไนเปอร์ของเขา ปืนที่เขาได้ใช้ฆ่าหัวหน้าของบุ๊ควอร์คเกอร์ในนัดเดียว อย่างที่คิดเลยอาวุธนั่นไม่ธรรมดา

"อาร์ติแฟคโบราณ... ใช่แล้วล่ะ ของพวกนี้จะให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ ความสามารถช่างตีเหล็กก็สำคัญ แต่ว่าของพวกนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากปาฏิหาริย์ซะมากกว่า มันคือของที่ถูกสร้างขึ้นโดยบังเอิญ ไอเทมรุ่นหลังจะถูกสร้างโดยใช้องค์ประกอบและชนิดที่แน่นอนทำให้ระดับและแอมเบี้ยนส์ตกลง แอมเบี้ยนจะเป็นตัวกำหนดว่าไอเทมไหนจะอยู่ระดับใดอย่างระดับแร์ ยูนีค อีปิค ตำนาน หรือเทพ"

"ครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้ยินเรื่องแบบนี้"

"แน่นอนสิ นี่มันคือสิ่งที่ฉันคาดเดาขึ้นมาจากระดับของไอเทมที่ลอร์ดกำหนดมา"

ฉันได้หัวเราะขึ้นมา หลินได้ชี้ไปที่เหล็กกล้าและพูดออกมา

"นี่คือไอเทมรูปแบบดังเดิ้มอันแรกที่ฉันได้เห็นมา มันอยู่เหนือกว่าอันอื่นๆทั้งหมดเลย แค่ได้รู้ว่าฉันได้มีส่วนร่วมในการสร้างมันขึ้นมาก็ทำให้ฉันมีความสุขแล้ว แน่นอนว่าการที่มันเป็นแบบนี้พลังของผู้ใช้และปาฏิหาริย์ที่เกิดในเวลาๆนั้นก็มีส่วนด้วย อย่างที่ฉันบอกไปแทนที่จะพูดว่าเป็นความสามารถของช่างตีเหล็ก อาร์ติแฟค..."

"คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากปาฏิหาริย์สินะ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะดูแลมันอย่างดี"

"เอาไปให้เอลีนดูด้วย เธอก็คงจะอยากรู้เหมือนกัน"

"ฉันก็คิดไว้แล้ว ถ้างั้นไปก่อนนะ ฝากลีออนด้วย"

"ได้ อย่ากลับมาอีกล่ะ"

หลินได้ตอบเล่นๆกลับมาและฉันก็ได้มองเขาก่อนที่จะออกมาจากสวนแฟรี่ ในเมื่อหลินบอกมาแล้วฉันก็จะต้องไปหาเอลีนด้วยเหมือนกัน เธอได้รู้ถึงคุณค่าของเหล็กกล้าในทันทีพร้อมทั้งเสนอทองให้กับฉัน ฉันได้ยิ้มให้กับเธอและแยกออกมาจากกิลด์ลอฟท์แวลลี

จากการผจญภัยครั้งล่าสุดนี้ฉันไม่เพียงแต่จะได้พลังงานความตายมาจำนวนมหาศาลเท่านั้น แต่ฉันยังแกร่งขึ้นและได้พัฒนาเกราะขึ้นอีกด้วย ตอนนี้มันถึงเวลากลับไปลุยดันเจี้ยนแล้ว

เมื่อฉันได้กลับไปที่ชั้น 87 ได้มีกระสุนยิงเข้าใส่ฉันในทันที กระสุนนัดนี้เล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของฉันแน่นอน! ฉันได้คิดที่จะหลบมัน แต่แล้วก็ตัดสินใจทดสองพลังป้องกันของเหล็กกล้าแทน

ฉันได้เอื้อมมือออกไป ในตอนที่กระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วได้ชนเข้ากับกลางฝ่ามือของฉัน กระสนุนนี้ก็ได้เปลื่ยนทิศทางลอยกลับไปทางเดิมด้วยความเร็วที่เท่าเดิม ฉันได้แต่มองกระสุนด้วยความสับสน ในวินาทีต่อมาฉันถึงได้รู้ว่าช่วงชิงนั้นสามารถสะท้อนได้ทุกๆการโจมตี

ตูม! เสียงระเบิดได้ดังขึ้นมาจากไกลๆ

[...คุณได้ทำลายร่างหลักของเครื่องจักรสังหาร 1%]

จากนั้นข้อความของเชอร์ราฟิน่าที่ดูเหมือนจะตกใจก็ดังขึ้นมา

"อย่างที่คิดเลย กระสุนที่โจมตีไกลโครตๆนั่นมาจากร่างหลัก!"

แม้ว่าเชอร์ราฟิน่าจะไม่ได้ตอบกลับมา แต่ฉันก็รู้ว่าฉันคิดถูก บนชั้นที่ 86 นี้ ฉันได้เจอเข้ากับสองการโจมตี อย่างแรกคือสไนเปอร์จากระยะไหนที่ฉันไม่รู้เลย และอีกอย่างคือกองทัพหุ่นยนต์ที่ใช้อาวุธเพลิงทุกชนิด

ตอนแรกฉันคิดว่ามันมีหุ่นยนต์ใช้ปืนสไนเปอร์อยู่ แต่ถึงแม้กระทั่งฉันชินกับมานาจากหุ่นยนแล้ว ฉันก็ไม่อาจจะจับสัญญาณใดๆจากมือซุ่มยิงได้เลย เป็นอย่างที่คิดเลย กระสุนพวกนั้นมาจากร่างหลักมากกว่าหุ่นยนต์

ความลึกลับเดียวที่มีอยู่ในตอนนี้ก็คือมันชี้เป้าของฉันจากระยะไกลแบบนั้นได้ยังไง แล้วก็มันได้รับความเสียหายจากการสะท้อนของเหล็กกล้าได้ยังไง

"...ถ้าฉันใช้วิธีนี้ฆ่าเครื่องจักรสังหารนั่นจะเป็นยังไงกันนะ?"

ชัดเจนเลยว่านี่คือความคิดแรกที่เขามาในหัวของฉัน เชอร์ราฟิน่าไม่ได้ตอบฉันอยู่สักพัก แต่ไม่นานนักเธอก็ให้คำตอบกลับมา

[มันจะไม่เกิดขึ้น]

โอ้ ฉันได้ยิ้มขึ้นมาและพุ่งตัวออกไป

ตอนแรกฉันได้คิดจะใช้พลังงานความตายจัดการหุ่นยนต์ จากนั้นก็ค่อยให้ดอร์ตูใช้พลังควบคุมพวกมัน ยังไงก็ตามในตอนนี้ที่ฉันมีเหล็กกล้าอยู่ มันได้ต่างไปจากเดิมแล้ว พูดกันตรงๆแล้วสำหรับศัตรูที่มีระดับต่ำกว่าไม่อาจจะทำอะไรฉันได้แล้ว

พอสรุปได้แบบนี้ฉันก็เริ่มกลัวตัวเองแล้วสิ ก่อนหน้านี้ด้วยพลังของนัยน์ตาปีศาจกับพลังของดอร์ตู ฉันสามารถจะทำให้มอนสเตอร์ระดับ SSS ทั้งหมดแข็งเป็นหินได้ แต่ในตอนนี้ฉันกระทั่งสะท้อนการโจมตีทั้งหมดของพวกมันกลับไปได้ต่อให้ฉันไม่อยากจะสู้ก็ตามที

แน่นอนว่าการสะท้อนการโจมตีก็มีขอจำกัดอื่นนอกจากระดับของศัตรูอยู่ด้วย คือตอนที่ความสามารถสะท้อนถูกใช้งานมานาของฉันก็จะถูกใช้ไป แต่ว่าด้วยวงจรเพรูต้ากับวิญญาณสัมบูรณ์ทำให้ฉันดูดมานารอบๆเข้ามาเติมตลอดเวลา

พูดอีกอย่างแล้วก็คือหากว่าศัตรูระดับที่ต่ำกว่าฉันต้องการจะทะลวงการสะท้อนนี้ พวกมันได้แต่ต้องใช้การโจมตีที่ไม่สิ้นสุดลงจนกว่ามานาฉันจะหมดลง

และเพราะแบบนี้เองนี่ก็คือวิธีที่แน่นอนที่สุดที่จะเอาชนะฉันได้คือกองทัพหุ่นยนต์ของเครื่องจักรสังหาร แม้ว่าตอนนี้พวกมันจะดูเหมือนยิงกระสุนออกไม่สิ้นสุด! แม้ว่าจะต้องใช้เวลานาน แต่พวกมันก็น่าจะสร้างบาดแผลให้ฉันได้แน่ ร่างหลักมือสไนเปอร์ที่อยู่ระยะไกลมากๆก็น่าจะมีส่วนด้วยเช่นกัน

แต่โชคร้ายสำหรับพวกนั้นที่เหล็กกล้าไม่ใช่อุปกรณ์สิ่งเดียวที่ฉันมี

[ข้าคือดอร์ตู นี่คือหนึ่งวันของงานที่หนักหน่วง]

"นายช่วยหยุดพูดแบบนี้ทีได้ไหมดอร์ตู?"

ก่อนหน้านี้ดอร์ตูจะต้องใช้เวลานานกว่าจะควบคุมหุ่นยนต์สักตัวได้ แต่ว่าหุ่นยนบนชั้นที่ 87 แทบไม่ได้ต่างไปจากหุ่นยนต์บนชั้น 86 เลย ด้วยประสบการณ์ที่ดอร์ตูเคยมีมา ดอร์ตูต้องการเวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นที่จะควบคุมหุ่นยนต์ที่ร่วงลงไปจากกระสุนที่ถูกสะท้อนกลับ

[ข้าดอร์ตู ดอร์ตูกำลังเริ่มทำงานที่หนักหน่วง]

"ตอนนี้ก็ทำหน้าที่นายได้แล้ว"

ในอีกด้านหนึ่งฉันก็ได้ค่อยๆอ่านทิศทางของกระสุนหุ่นยนต์ช้าๆ ฉันได้ขยับตัวไปรอบๆอย่างต่อเนื่องและพยายามจะอ่านทิศทางของกระสุนนับร้อยนับพันที่ซึ่งในตอนนี้มันเป็นไปได้เพราะการตรวจจับมานาของฉันที่แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนาก

[คุณได้ทำลายร่างหลักเครื่องจักรสังหาร 5%]

แม้ว่าฉันจะหลบการโจมตีส่วนใหญ่ แต่ฉันก็ตั้งใจรับกระสุนที่ยิงมากไกลๆอย่างต่อเนื่อง

ทำไมฉันถึงทำแบบนั้นน่ะหรอ? นั่นก็เพราะว่าฉันจะได้ทำลายศัตรูที่ฉันจะต้องเจอบนชั้นที่ 90 ได้ล่วงหน้าไงล่ะ! ข้อความของเชอร์ราฟน่าที่บอกความคืบหน้าของฉันก็ฟังดูขื่นขมมกว่าเดิมเช่นกัน

ฉันได้ใช้เวลาเคลียร์ชั้นที่ 87 ในเวลาเพียงครึ่งเดียวของชั้นที่ 86 เท่านั้นเอง ในระหว่างที่ผ่านชั้นที่ 87 ฉันก็ได้คิดจะทดลองใช้ช่วงชิงในรูปแบบอื่นนอกจากการสะท้อนการโจมตีเช่นกัน

แต่ว่าความสามารถของมันไม่ใช่สิ่งที่จะมีได้จากการใชบ่อยๆ สำหรับตอนนี้เนื่องจากว่ามันจะพัฒนาขึ้นไปเองตามระดับของฉัน ฉันก็เลยตัดสินใจเก็บไว้ก่อน ไพ่ตายต้องเก็บไว้ใช้ในเวลาจำเป็นเท่านั้น

แต่ก็แน่นอนว่านั่นมันไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่ใช้พลังช่วงชิงเลยสักนิด ฉันได้ใช้มันสะท้อนกลับการโจมตีไปแล้ว และถ้าจำเป็น ฉันก็จะใช้มันเต็มที่เหมือนกัน

ฉันได้มุ่งไปต่อที่บียอร์นชั้น 37 โดยไม่พักในทันทีและได้เจอเข้ากับจ้าวแวมไพร์ที่ถูกเสริมพลังขึ้นมา พวกมันจะทุ่งการโจมตีที่ทรงพลังเข้ามาในทันทีที่เจอฉัน และพวกมันก็ต้องตายไปทันทีจากการสะท้อนกลับ การได้แต่ดูมานาลดลงไปและผ่านบียอร์นทั้งแบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกแย่

"คิดดูแล้วนี่มันไม่มีประโยชน์กับการฝึกเลย"

ที่จะบอกก็คือนับจากนี้ไปฉันมีเหล็กกล้าแล้ว ดังนั้นฉันเลยไม่ได้มีประสบการณ์การต่อสู้กับพวกที่ทะลวงการสะท้อนได้เลย แต่ว่าดันเจี้ยนก็ยังคงมีมอนสเตอร์ที่ทะลวงการสะท้อนได้อยู่แน่! พวกบอสชั้นที่แท้จริง ไม่ใช่จ้าวแวมไพร์จอมปลอมนี่

เพราะแบบนี้เองทำให้ฉันเคลียร์บียอร์นชั้นที่ 37 ได้เร็วยิ่งกว่าดันเจี้ยนชั้นที่ 87 ซะอีก ฉันได้มุ่งไปที่ฉัน 88 ทันทีต่อจากนั้น

จากความรู้สึกหลายๆอย่างในตอนที่ฉันเจอดยุคปีศาจมันทำให้ฉันอยากที่จะเพิ่มระดับให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

บนชั้นที่ 88 นี้มีพวกหุ่นยนต์จากชั้นก่อนหน้านี้อยู่ และยังมีหุ่นยนต์ที่ใช้ดาบที่สร้างขึ้นมาจากมานาเข้ามาโจมตีระยะประชิดใส่ฉันอีกด้วย

หุ่นยนต์พวกนี้เร็วกว่าหุ่นยนต์ที่ติดอาวุธปืน แต่ถึงแบบนั้นพวกมันก็ทะลวงการสะท้อนไม่ได้อยู่ดี ฉันได้พุ่งไปข้างหน้าต่อเรื่อยๆเพื่อที่จะเคลียร์ชั้นที่ 88 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

และทันใดนั้นเอง...

มิสไซต์ขนาดใหญ่ได้ล่วงลงมาจากบนท้องฟ้า

จบบทที่ บทที่ 323 - ด้วยพลังของตัวนายเอง (3) [08-02-2021]

คัดลอกลิงก์แล้ว