เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 256 เปิดม่านลงมือ

ตอนที่ 256 เปิดม่านลงมือ

ตอนที่ 256 เปิดม่านลงมือ


‘ปัง’ เมื่อหมัดเปล่าๆของหลิงฮันที่ไร้การใช้ทักษะใดๆได้ชกเข้าไปที่ช่องโหว่เพียงเล็กน้อยของคู่ต่อสู้ แต่ในสายตาของคนอื่น หมัดของหลิงฮันนั้นกระแทกใส่หน้าอกของสมาชิกตระกูลหลิวอย่างง่ายราว จนอีกฝ่ายกระเด็น

หมัดของหลิงฮันทรงพลังอย่างมาก ชายคนนั้นส่งเสียงอู้อี้อยู่ชั่วขณะก่อนที่จะสลบไป

แขกคนอื่นล้วนแต่ตกตะลึง สมาชิกของตระกูลหลิวคนนั้นอยู่ในระดับก่อเกิดธาตุขั้นเจ็ด ในขณะที่พลิงฮันอยู่เพียงระก่อเกิดธาตุขั้นหนึ่ง แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่สามารถต้านทานหนึ่งหมัดของหลิงฮันได้?

สีหน้าขององค์ชายหนึ่งและองค์ชายสามเปลี่ยนไป หลิงฮันแข็งแกร่งจริงๆ เขาแข็งแกร่งจนสามารถจัดการศัตรูที่มีพลังระดับก่อเกิดธาตุขั้นเจ็ดได้ด้วยหมัดเดียว ซึ่งไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเฟิงหยางมากนัก

เมื่อไม่นานนี้ พลังบ่มเพาะของหลิงฮันนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกมันแม้แต่น้อย พวกมันตัดสินใจลดตัวลงมาเป็นสหายกับหลิงฮันเพียงเพราะเห็นคุณค่าในเบื้องหลังหลิงฮัน แต่ตัวตนของหลิงฮันนั้นไม่คู่ควรที่จะให้พวกมันเก็บมาคิดอะไรมาก แต่...สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันน่าเหลือเชื่อมาก

ในขณะเดียวกัน มุมปากขององค์ชายเจ็ดยิ้มกว้าง ยิ่งหลิงฮันแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งดีใจมากขึ้น

สมาชิกตระกูลหลิวบางคนมีท่าทีดีใจ ในขณะที่บางคนก็มีท่าทีโกรธเกรี้ยว เห็นได้ชัดว่าความคิดของพวกเขาแบ่งเป็นสองฝ่าย

หลิงฮันเดินหน้าต่อไปราวกับคนที่เขาชกไปเมื่อสักครู่เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่ต้องหันไปมองอีกครั้ง

“หลิงฮัน เจ้าช่างกล้าจริงๆที่มาก่อความผิดขึ้นที่ตระกูลหลิว!” ชายวัยกลางคนกระโดดออกมา ในหมู่คนเยาว์คงเป็นเรื่องยากที่จะหาใครมาหยุดหลิงฮัน ชายคนนี้มีอายุประมาณสี่สิบปีและมีพลังระดับก่อเกิดธาตุขั้นเก้า มันติดอยู่ในระดับนี้มานานเพราะอยากจะทำให้ระดับพลังของมันมั่นคง

หลิงฮันยิ้ม “ก็แค่ความกล้านิดๆหน่อย ข้าแค่มาตามหาสหายเท่านั้น”

“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตัวให้มีศักดิ์ศรีซะ” ชายตระกูลหลิวพูด ชื่อของมันคือหลิวเชิง มันใกล้จะทะลวงผ่านระดับห้วงจิตวิญญาณแล้ว ดังนั้นมันจึงมีคุณสมบัติพอที่จะล่วงรู้ความลับของตระกูลหลิวและรู้ว่าตระกูลหลิวแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

มันคือฝ่ายที่สนับสนุนเฟิงหยาง เพราะเฟิงหยางสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์มากมายแก่ตระกูลหลิว แต่เพราะยังมีคนในตระกูลหลิวมากมายที่สนับสนุนหลิงฮัน มันจึงไม่อยากเป็นศัตรูกับหลิงฮัน

หลิงฮันพูด “ถ้าอู๋ตงเต็มใจแต่งงาน ข้าจะส่งของขวัญอันล้ำค่ามาแสดงความยินดีอย่างแน่นอน แต่ถ้ามีใครมาบังคับฝืนใจนาง ในฐานะสหายข้าจะไม่ยอมรับเด็ดขาด!”

“เจ้าไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านรึไง?!” หลิวเชิงเค้นเสียง “เห็นแกที่เจ้าทำลงไปเพราะช่วยสหาย ถ้าตอนนี้เจ้าถอยหลังกลับไป ข้ายังยอมยกโทษให้กับความอวดดีของเจ้าได้”

“ให้อู๋ตงพูด ข้าจะเป็นคนฟังจากปากนางเอง” หลิงฮันยังคงเดินไปข้างหน้าต่อ

“อวดดี!” ตอนนี้หลิวเชิงโมโหมาก มันไม่ใช่เพียงแค่สมาชิกธรรมดาของตระกูลหลิว แต่มันเป็นคนที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นตัวตนระดับสูงของตระกูล ไม่มีใครกล้าขัดขืนคำพูดของมัน

หลิงฮันเดินผ่านหลิวเชิงอย่างไม่แยแสแม้แต่น้อย

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” หลิวเชิงทนต่อความอัปยศไม่ไหว มันหันหลังเอื้อมมือออกไปคว้าไหล่หลิงฮันทันที

‘หมับ’ หลิงฮันไม่แม้แต่หันไปมอง เขาจับข้อมือของหลิวเชิงด้วยมือเดียวและโยนออกไป ‘ตุบ’ หลิวเชิงถูกเขวี้ยงกระเด็นและบังเอิญล่วงลงมาตรงเท้าของเฟิงหยาง

แข็งแกร่งจริงๆ แม้แต่หลิวเชิงก็ไม่สามารถต่อต้านหลิงฮันได้ เขามีดาวต่อสู้กี่ดาวกันแน่? ไม่ว่าจะดูยังไงหลิงฮันก็เป็นเพียงจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุขั้นหนึ่ง ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?

ในหมู่ฝูงชน หยานเทียนจ้าวแสยะยิ้ม ประกายแสงสีเขียวปรากฏขึ้นในส่วนลึกของดวงตาของของมัน แสงสว่างในดวงตาของมันเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นดาวหกแฉกและจับจ้องไปยังหลิงฮัน รอยยิ้มของมันค่อยกว้างขึ้นเรื่อยๆ

เฟิงหยางก้มหน้ามองหลิวเชิงที่ล่วงลงมาตรงเท้าเท้าของมันชั่วขณะก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของมันสงบนิ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

“หลิงฮัน เจ้าทำเกินไปแล้ว!” ชายชราที่ดูมีอายุประมาณห้าสิบปีเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่พอใจ

หลิวสือ ระดับห้วงจิตวิญญาณ!

ตอนนี้หลิงฮันคือตัวตนไร้พ่ายในหมู่จอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุ ไม่ว่าจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุจะเข้ามาหยุดยั้งหลิงฮันมากมายขนาดไหน ก็เท่ากับการสร้างความอัปยศให้ตัวเอง ดังนั้นจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณของตระกูลหลิวจึงต้องเดินออกมาอย่างหน้าด้าน ถึงแม้มันจะรู้สึกอายที่ต้องรังแกคนที่มีพลังบ่มเพาะต่ำกว่า แต่มันก็ไม่สามารถทนดูหลิงฮันสร้างความวุ่นวายในที่สาธารณธได้

“พี่ชายกว่าง ข้ายกเศษขยะชิ้นนี้ให้ท่าน!” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

กว่างหยวนยืนขึ้นด้วยความไม่พอใจ “มันคือจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณ ไม่ใช่เศษขยะ! เฮ้อ ข้านี่โชคร้ายจริงๆที่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้า!” ถึงแม้กว่างหยวนจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็กระโดดออกมาปรากฏตัวตรงหน้าหลิวสือแล้ว

“กว่างหยวน?” เป็นธรรมดาที่หลิวสือจะรู้จักกว่างหยวน จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณคือตัวตนที่มีอำนาจในแคว้นพิรุณ

ยิ่งกว่านั้นกว่างหยวนยังแข็งแกร่งอยู่ในอันดับต้นๆของจอมยุทธพเนจร แม้แต่ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลิวก็ไม่กล้าดูถูกเขา

กว่างหยวนหัวเราะและพูด “พี่ชายหลิว ท่านไม่ลงมือข้าก็จะไม่ลงมือเช่นกัน ตกลงไหม?”

ใบหน้าของหลิวสือบิดเบี้ยว คำพูดเหล่านั้นดูเหมือนจะไว้หน้ามัน แต่ไม่ว่าใครก็รู้ว่าที่นี่คือตระกูลหลิว และวันนี้ก็เป็นวันที่บุตรสาวตระกูลหลิวจะแต่งงาน แต่เจ้าที่เข้ามาก่อความวุ่นวายกลับไม่ยอมให้ข้าลงมือ?

“น้องหยางกว่างหยวน เจ้าจะเห็นแก่หน้าข้าและไม่ยื่นมือเข้ามาได้รึไม่?” หนึ่งในจอมยุทธระดับแนวหน้าของตระกูลหลิวเดินออกมาและยิ้มให้กว่างหยวน

“หลิวชว่าง!” ใบหน้าของกว่างหยวนกลายเป็นตึงเครียด ชายคนนี้คือที่ใส่หน้ากากแสดงรอยยิ้มแต่ภายในมีแต่ความคิดชั่วร้าย มันเรียกเขาว่าน้องชายและชวนคุยอย่างอารมณ์ดี แต่มันสามารถกลายเป็นศัตรูและโจมตีใส่เขาได้ตลอดเวลา ยิ่งกว่านั้นมันยังมีพลังระดับห้วงจิตวิญญาณขั้นหก ซึ่งมีระดับสูงกว่ากว่างหยวนเสียงอีก

“ฮ่าๆ ข้าขอร่วมสนุกด้วยแล้วกัน!” ชายชราร่างผอมยืนขึ้น หัวของมันล้านและมีดวงตาที่เล็ก แต่ดวงตาของมันส่องประกายอันเย็นเฉียบออกมา

“แม้แต่ลู่จงเทียนก็ด้วย!” ครั้งหลิวชว่างกลายเป็นตรึงเครียดแทน

ลู่จงเทียนคือจอมยุทธพเนจรเช่นกัน เขาอยู่ในยุคสมัยก่อนหน้ากว่างหยวน ไม่มีข่าวคราวของเขามาห้าปีแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่จึงคิดว่าเขาตาย แต่ตระกูลหลิวรู้ว่าหลี่จงเทียนได้เข้าร่วมกับตระกูลจักรพรรดิ ในเมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวและดูเหมือนว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับหลิงฮัน... หรือว่านี้จะเป็นสัญญาณของตระกูลจักรพรรดิที่บอกว่าพวกเขาอยู่ฝ่ายใด?

แม้แต่องค์ชายหนึ่งกับองค์ชายสามก็ตกตะลึง แน่นอนว่าพวกมันรู้ถึงสถานะของลู่จงเทียน เขาคือหนึ่งในจอมยุทธระดับแนวหน้าของตระกูลจักรพรรดิ พวกมันทั้งสองเองก็มีตัวตนระดับนี้คอยปกป้องอยู่ข้างกาย และหลี่จงเทียนคือ... คนขององค์ชายเจ็ด!

‘น้องเจ็ดกับหลิงฮันร่วมมือกันงั้นรึ?’

แต่ไม่ว่าพวกมันจะมองยังไงก็ไม่มีทางที่หลิงฮันจะได้เปรียบในการต่อสู้วันนี้ ทำไมน้องเจ็ดถึงทำเรื่องผิดพลาดเช่นนี้? เขาก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าหลิงฮันจะต้องพ่ายแพ้แน่นอน แต่ทำไมยังคงยืนกรานที่จะช่วยเหลือเขา? รู้ทั้งรู้ว่าเฟิงหยางมีนิกายจันทราเหมันต์อยู่เบื้องหลัง จะมีใครในแคว้นจักรพรรดิที่กล้าต่อต้านขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น?

‘แปลกจริงๆ น้องเจ็ดไม่น่าจะเป็นคนโง่ขนาดนั้น’

จบบทที่ ตอนที่ 256 เปิดม่านลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว