เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 233 ผู้หนุนหลังของเฟิงหยาง

ตอนที่ 233 ผู้หนุนหลังของเฟิงหยาง

ตอนที่ 233 ผู้หนุนหลังของเฟิงหยาง


เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ ฝ่ามือมือของหลิงฮันตบอย่างรุนแรงจนอ้าวหยางหมิงตื่น

“ข้าอยู่ที่ไหน? แล้วลุงฝูล่ะ?” มันถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

หลิงฮันถีบมันและพูด “ข้าเป็นฝ่ายถามไม่ใช่เจ้า”

อ้าวหยางกัดฟัน สีหน้าของมันซีดเผือดเมื่อเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสถานที่ที่ห่างไกลจากป่าที่มันอยู่เมื่อกี้มาก

มันสลบไปนานขนาดไหนกันหลิงฮันถึงได้พามันมาไกลขนาดนี้ได้? นี่ลุงฝูไร้ความสามารถจนถึงขนาดปล่อยให้หลิงฮันพาตัวมันมาไกลขนาดนี้เลยรึ?

“เจ้าต้องการต่อต้านนิกายจันทราเหมันต์จริงๆรึ?” มันพูดอย่างเย็นชา ในเมื่อมันโอ้อวดสถานะของนิกายจันทราเหมันต์ออกไปแล้ว มันก็จะไม่ยอมจำนนและทำให้นิกายเสียศักดิ์ศรี

‘ปัก’ หลิงฮันเตะไปอีกทีจนฟันหลายซี่ของอ้าวหยางหมิงหลุดออกมา ใบหน้าของอ้าวหยางหมิงเต็มไปด้วยโลหิตซึ่งดูแล้วน่าสยดสยองเป็นอย่างมาก แต่กับคนแบบนี้หลิงฮันไม่จำเป็นต้องรู้สึกสงสาร เขาพูดออกไปอย่างไม่แยแส “ทำไมเจ้าถึงมาที่อาณาเขตของแคว้นทั้งเก้า?”

เขตแดนอสูรฟ้าลี้ลับนั้นปรากฏออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า เพราะงั้นหลิงฮันเลยไม่เชื่อว่าอ้าวหยางหมิงจะตั้งใจมายังแคว้นทั้งเก้าเพื่อเขตแดนลี้ลับ

อ้าวหยางหมิงเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาของมันเปิดเผยความหวาดกลัวออกมา ตอนนี้ลุงฝูไม่อยู่ข้างกายมัน แถมสถานะของนิกายจันทราเหมันต์ก็ไม่สามารถข่มขู่คนอย่างหลิงฮันได้ “ข้ามาเพื่อตามหาใครบางคน”

‘ปัก’ อ้าวหยางเฟิงถูกเตะอีกครั้ง ตอนนี้มันรู้สึกโกรธจนอยากจะลุกจากพื้นไปสู้แลกชีวิตกับหลิงฮัน แต่เมื่อมันเห็นแววตาอันโหดเหี้ยมของเขา มันรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกและสูญเสียความกล้าไปในทันที

“อย่าพูดอะไรครึ่งๆกลางๆ ไม่งั้นข้าจะหักแขนขาของเจ้าจนเหลือปากไว้พูดอย่างเดียว” หลิงฮันพูดอย่างโหดเหี้ยม

อ้าวหยางหมิงรู้สึกหวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ ถ้าเป็นคนอื่นที่พูดเช่นนี้มันคงจะเค้นเสียงดูถูกใส่ มันที่เป็นถึงศิษย์ของนิกายจันทราเหมันต์จะมีใครกล้าล่วงเกินมัน?

แต่หลิงฮันนั้นไม่ใช่... ชายคนนี้โหดเหี้ยมอย่างแท้จริง มันสัมผัสได้ถึงความเยือกอันไร้ที่สิ้นสุดจากตัวหลิงฮัน

“คนที่ข้ากำลังตามหาชื่อ เฟิงหยาง...” มันพูดออกมาตามตรง

“เฟิงหยาง!” หลังจากได้ยินชื่อนี้ หลิงฮันเข้าใจในทันทีว่าทำไมเฟิงหยางถึงมีความมั่นใจขนาดนั้น

นิกายจันทราเหมันต์!

“ทำไมเจ้าถึงตามหาเขา? เฟิงหยางมีความสัมพันธ์แบบใดกับนิกายจันทราเหมันต์?” หลิงฮันถาม

“เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่เฟิงหยางกำลังเดินทางฝึกตนอยู่ เขาพบเข้ากับหนึ่งในผู้อาวุโสของนิกายของเรา และผู้อาวุโสคนนั้นตั้งใจจะรับเขาเป็นศิษย์ เพียงแต่เฟิงหยางจะต้องผ่านการทดสอบ นั่นคือการทะลวงผ่านระดับห้วงจิตวิญญาณให้ได้ภายในสามเดือน”

“ข้าต้องการเป็นพันธมิตรกับเฟิงหยาง ดังนั้นข้าจึงเดินทางมายังแคว้นพิรุณเพื่อเป็นสหายกับเขาก่อนที่เขาจะกลายเป็นตัวตนที่โด่งดัง”

แต่ขณะที่ข้ากำลังเดินทาง เขตแดนอสูรฟ้าลี้ลับก็เปิดออก ข้าเลยเข้ามาในดินแดนลี้ลับแห่งนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

อ้าวหยางหมิงช่างน่าสงสารจริงๆ มันมาหาตัวเฟิงหยางเพื่อเพิ่มสถานะในนิกายจันทราเหมันต์ของมัน แต่มันกลับต้องมาเจอคนโหดเหี้ยมอย่างหลิงฮันก่อนที่จะไปเจอเฟิงหยาง

หลิงฮันรู้สึกประหลาดใจและถาม “ถึงแม้เฟิงหยางจะมีร่างกายพิเศษ แต่มันก็เป็นเพียงกายากระจกเงา... ผู้อาวุโสคนนั้นมีพลังระดับอะไร? บุปผาผลิบานหรือตัวอ่อนวิญญาณ?”

พอได้ยินหลิงฮันพูดถึงจอมยุทธระดับบุปผาผลิบานกับระตัวอ่อนวิญญาณอย่างไม่แยแส อ้าวหยางหมิงรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที นั่นเพราะน้ำเสียงของหลิงฮันนั้นไม่มีเศษเสี้ยวของความเคารพหรือหวาดกลัวตัวตนระดับนั้นอยู่เลย เขาทำท่าทางราวกับจอมยุทธระตัวอ่อนวิญญาณไม่มีค่าต่อการเคารพแม้แต่น้อย

ซึ่งสิ่งที่อ้าวหยางหมิงคิดก็ไม่ได้ผิดอะไร...

“ผู้อาวุโสคนนั้นมีพลังระดับตัวอ่อนวิญญาณ!” มันพูดน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“แปลก!” หลิงฮันส่ายหัว ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเฟิงหยางเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหน การได้เป็นศิษย์ของจอมยุทธระดับตัวอ่อนวิญญาณก็หมายถึงมันสามารถทำอะไรก็ได้ในแคว้นพิรุณ แม้แต่จักรพรรดิพิรุณก็ไม่กล้าแตะต้องมัน... ไม่งั้นหากปีศาจเฒ่าระดับตัวอ่อนวิญญาณปรากฏตัว แม้แต่จอมยุทธระดับบุปผาผลิบานที่คอยดูแลแคว้นพิรุณอยู่อย่างลับๆก็ไม่สามารถไล่อีกฝ่ายกลับไปได้แทรก/แก้ไข Anchor

แต่ประเด็นก็คือ คนที่มีกายากระจกเงานั้นมีศักยะภาพพอจะเป็นศิษย์ของจอมยุทธระดับตัวอ่อนวิญญาณแล้วรึไง? ไม่ต้องพูดถึงกายากระจกเงา ขนาดคนที่มีกายากระจกทองคำก็ยังเกือบจะไม่สามารถเป็นศิษย์จองจอมยุทธระดับนั้นได้

เฟิงหยางจะต้องมีความลับอย่างอื่นที่ทำให้จอมยุทธระดับตัวอ่อนวิญญาณรับมันเป็นศิษย์อยู่แน่นอน ซึ่งหลิงฮันก็ได้เห็นมาแล้ว เฟิงหยางสามารถสู้กับองค์ชายหนึ่งได้ทั้งๆที่มันมีพลังต่ำกว่าอีกฝ่ายสองขั้น

“เร็วๆนี้พวกเราคงจะได้สู้กัน และเมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าจะล้วงความลับของเจ้าออกมาให้หมด!” หลิงฮันพึมพำ

“หลิงฮัน ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสามารถทำเป็นว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นได้!” อ้าวหยางหมิงลองวัดดวงดู

“เจ้าต้องการถูกทุบตีอีกรอบ?” หลิงฮันถามอย่างเฉยเมย

อ้าวหยางหมิงนำมือมาปิดปากอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มันไม่เหลือฟันมากพอจะให้หลิงฮันเลาะออกมาแล้ว

“อ้าวเฟิงเป็นอะไรกับเจ้า?” ในที่สุดหลิงฮันก็ถามคำถามที่คำสงสัยที่สุดออกไป

อ้าวหยางหมิงแสดงสีหน้าตกตะลึง จอมยุทธของแคว้นที่อ่อนแออย่างแคว้นพิรุณรู้จักชื่อบิดาของมันได้อย่างไร? หรือว่าหลิงฮันเองก็... เป็นไปไม่ได้! บิดาของมันมีบุตรนอกกฏหมายมากมายหลายร้อยคน แต่ทุกคนล้วนแต่มีแซ่ ‘อ้าว’

“ว่าไง?” สีหน้าของหลิงฮันเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม

“เขาคือบิดาของข้า!” อ้าวหยางหมิงรีบพูด

“ตอนนี้อ้าวเฟิงมีพลังระดับใด?”

“ข้าก็ไม่แน่ใจ...” อ้าวหยางหมิงพูดและรีบอธิบายหลังจากเห็นแววตาอันคมกริบของหลิงฮัน “ปกติแล้วข้าไม่มีโอกาสได้พบหน้าท่านพ่อบ่อยนัก และข้าก็ไม่ใช่บุตรคนโปรดของเขาด้วย ดังนั้นข้าเลยไม่แน่ใจ แต่จากที่ผู้คนในนิกายพูดคุยกัน เมื่อห้าปีก่อนท่านพ่อได้บรรลุระดับแก่นแท้จิตวิญญาณชั้นปลายแล้ว!”

มันเผลอยืนตรงพูดโอ้อวดอย่างไม่ได้ตั้งใจ ถึงแม้อ้าวเฟิงจะมีนิสัยเสเพล แต่พรสวรรค์ในด้านวรยุทธของมันนั้นไร้ที่เปรียบ มันมีโอกาสสูงที่จะก้าวผ่านไปยังระดับบุปผาผลิบานและกลายเป็นศิษย์หลักของนิกายจันทราเหมันต์

หลิงฮันคิดเอาไว้อยู่แล้ว หลังจากสิบปีผ่านไป พลังบ่มเพาะของอ้าวเฟิงได้พัฒนาขึ้นมาทีเดียว การจะให้หลิงตงซิงเป็นคนแก้แค้นคงจะลำบากขึ้นมานิดหน่อยเสียแล้ว

เขาต้องรีบเพิ่มพลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาจะรักษารากฐานวิญญาณของหลิงตงซิงและยัดเม็ดยาจำนวนมหาศาลเข้าปากหลิงตงซิงเพื่อให้บรรลุระดับบุปผาผลิบานโดยไว

ระดับบุปผาผลิบานคือเส้นแบ่งของวิถีวรยุทธ สามารถกล่าวได้ว่าระดับแก่นแท้จิตวิญญาณคือระดับพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์ และระดับบุปผาผลิบานคือระดับพลังที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ความแตกต่างระหว่างระดับพลังทั้งสองไม่อาจบรรยายออกมาได้

หากหลิงฮันบรรลุระดับแก่นแท้จิตวิญญาณชั้นปลาย แม้จะเป็นความสามารถดั่งสัตว์ประหลาดของเขาก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการกับจอมยุทธระดับบุปผาผลิบานขั้นหนึ่ง... แค่สู้แล้วมีชีวิตรอดกลับมาได้ก็น่าภูมิใจแล้ว

ถ้าหลิงตงซิงบรรลุระดับบุปผาผลิบานได้ก่อน การบดขยี้อ้าวเฟิงจะง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

“บิดาเจ้ามีบุตรชายและบุตรตรีกี่คน?” หลิงฮันสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

อ้าวหยางหมิงอยากจะส่ายหน้าเพื่อบอกว่ามันเองก็ไม่รู้ แต่เมื่อคิดถึงความโหดเหี้ยมของหลิงฮัน มันรีบตอบกลับไปทันที “ข้าไม่แน่ใจ ท่านพ่อไม่ค่อยพาพวกมาพบกัน แต่น่าจะมีประมาณสองถึงสามร้อยคนเป็นอย่างน้อย”

“ช่างเป็นพ่อพันธุ์หมูจริงๆ!” หลิงฮันแสยะยิ้มและเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังก่อนจะถาม “เจ้ารู้จักคนที่ชื่อเยว่ฮงฉางหรือไม่?”

จบบทที่ ตอนที่ 233 ผู้หนุนหลังของเฟิงหยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว