เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 183 ซุนจือหยาน

ตอนที่ 183 ซุนจือหยาน

ตอนที่ 183 ซุนจือหยาน


หลิงฮันหัวเราะและพูด “เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าไปทานอาหารที่ภัตตาคารและบังเอิญพบกับคู่หูนักฆ่าเข้า ยิ่งกว่านั้นสมาชิกสามคนของกองทัพเมฆาทมิฬยังเสียชีวิตอีกด้วย”

องค์ชายหนึ่งชะงักไปชั่วขณะและถาม “นายน้อยฮันเองก็อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วยรึ?”

“อืม” หลิงฮันพยักหน้าและพูด “ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลจักรพรรดิสินะ? จากที่ดูแล้วนางยังอายุไม่ถึงสามสิบปีเลยด้วยซ้ำ แต่นางกลับสามารถก้าวไปยังระดับห้วงจิตวิญญาณได้แล้ว ความสำเร็จของนางช่างน่าประทับใจจริงๆ”

สีหน้าขององค์ชายหนึ่งมือมนในทันที เขาเงียบไปชั่วขณะและพูด “ชื่อของนางคือฉือเขือชิง นางเข้ามายังจักรวรรดิเมื่อไม่กี่ปีก่อน บิดาของข้าแต่งตั้งให้นางเป็นพระชายาและหลงรักนางเป็นอย่างมาก ในเมื่อนายน้อยฮันรู้ว่าพลังแห่งจักรภพสามารถช่วยให้จอมยุทธทะลวงผ่านระดับบุปผาผลิบาน นายน้อยฮันก็น่าจะรู้เช่นกันว่ามันยังสามารถช่วยเร่งความเร็วในการบ่มเพาะได้ด้วย อย่างไรก็ตามพลังแห่งจักรภพนั้นมีจำกัด แต่ถึงอย่างนั้นบิดาของข้าก็ยังใช้พลังจักรภพส่วนใหญ่ไปกับผู้หญิงคนนั้น ฮึ่ม!”

คำพูดสุดท้ายขององค์ชายหนึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจฉือเขือชิงขนาดไหน

หลิงฮันคิดย้อนกลับไปถึงเรือนร่างที่ยั่วยวนของฉือเขือชิง เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม้แต่จักรพรรดิพิรุณยังหลงไหล นางเป็นสตรีที่มีเสน่ห์และงดงามเป็นอย่างมาก และการที่นางออกนอกพระราชวังโดยมีกองทัพเมฆาทมิฬคอยคุ้มครองอยู่ก็เป็นหลักฐานว่าองค์จักรพรรดิหลงรักนางขนาดไหน ถ้านางไม่ได้รับการโปรดปรานจากจักรพรรดิ ในฐานะพระชายา นางจะสามารถออกจากพระราชวังได้ง่ายๆรึ?

“พระชายามีบุตรหรือไม่?” หลิงฮันถามลวกๆ

“โชคดีที่ไม่มี” องค์ชายหนึ่งส่ายหัว ไม่เช่นนั้นจากการที่องค์จักรพรรดิพิรุณโปรดปรานนางขนาดนั้น ตัวเขาหรือองค์ชายสามคงไม่ต้องแย่งชิงบัลลังก์กันให้เสียเวลา

ในขณะที่พวกเขาสนทนากันไปเรื่อยๆ พวกเขาก็มาถึงตำหนักสมบัติวิญญาณ เมื่อพวกเขาเดินลงมาจากรถม้า พวกเขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเขา “ซุนจือหยานคารวะองค์ชาย!”

ซุนจือหยาน?

ความคิดหนึ่งแวบผ่านสมองของหลิงฮัน เขาหันไปมองชายหนุ่มคนนั้น อีกฝ่ายเป็นคนที่ดูมีรูปลักษณ์ทั่วๆไปค่อนข้างสูงและผอม เขาเพิ่งจะก้าวผ่านระดับก่อเกิดธาตุมาออร่าจึงยังไม่มั่นคงเท่าไหร่

“ไม่ต้องมากพิธี จือหยาน” องค์ชายหนึ่งยกมือเล็กน้อย ออร่าแห่งราชาถูกปลดปล่อยออกมา

ตระกูลที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่ที่สุดแคว้นพิรุณคือตระกูลฉีที่ควบคุมอำนาจทุกซอกทุกมุมของจักรวรรดิ

อย่างไรก็ตาม ตระกูลซุนมีสถานะด้อยกว่าตระกูลฉีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นซุนจือหยานจึงไม่หวาดกลัวองค์ชายหนึ่งเท่าไหร่ หลังจากทักทายแล้ว มันหันไปมองหลิงฮันและพูด “น้องชายหลิง ในที่สุดเราก็พบกัน”

ดูเหมือนว่าซุนจือหยานจะจงใจมารอเขาที่นี่

“ซุนจือหยาน เจ้าต้องการอะไร?” หลิวอู๋ตงถามอย่างเย็นชา ในฐานะผู้ติดตามที่ดี นางได้มายืนอยู่ข้างหน้าหลิงฮัน

ความประหลาดใจและริษยาปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของซุนจือหยาน หลิวอู๋ตงและแทรก/แก้ไข Anchorหลีซื่อฉางเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะไข่มุกแฝดแห่งเมืองจักรพรรดิ แต่จำนวนของผู้ชายที่สนใจในตัวพวกนางนั้นมีมากพอที่จะล้อมรอบเมืองจักรพรรดิได้สองสามรอบ ตัวมันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

โชคร้ายที่ดูเหมือนว่าบุปผางามทั้งสองจะถูกเด็ดดมโดยผู้ชายคนเดียวกัน นี่ช่างเป็นสิ่งที่น่าอิจฉา น่าริษยา และน่าเกลียดชังยิ่งนัก!

...ถ้าหลิงฮันรู้ความคิดของมันตอนนี้ เขาจะต้องตะโกนออกมาดังๆแน่นอนว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์ พระเจ้าเท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าเขายังไม่ได้ทำอะไรหญิงสาวทั้งสองเลย

ซุนจือหยานยิ้มและพูด “ข้าเพียงแค่อยากแก้ไขความบาดหมางระหว่างข้ากับน้องชายหลิงเท่านั้น”

“โอ้ มีเรื่องเช่นนั้นด้วยรึ?” องค์ชายหนึ่งพูดแทรก

“ก็แค่เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย” ซุนจือหยานพูด

“โอ้?” ดวงตาของหลิงฮันกลายเป็นเย็นชา “เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องที่พ่อตาของเจ้าปรารถนาในตัวน้องสาวข้า และพอเขาไม่สามารถหลอกลวงและลักพาตัวพวกนางได้สำเร็จเขาก็ส่งคนมาแย่งชิงพวกนางไปน่ะรึ? มันมีส่วนไหนที่เป็นการเข้าใจผิดกัน? เหอะๆ!”

โทสะแวบผ่านใบหน้าของซุนจือหยาน แต่มันฝืนเอาไว้และพูด “น้องชายหลิง ไม่ใช่ว่าน้องสาวทั้งสองของเจ้าก็ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนรึไง? ข้ามาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของพ่อตาข้าในการขอโทษและข้าจะมอบของขวัญเพื่อแสดงความจริงใจในการขอโทษให้ น้องชายหลิงโปรดลืมเรื่องนี้ด้วยเถิด อย่าดันทุรังทำให้พวกเราเสียหายทั้งสองฝ่ายเลย”

องค์ชายหนึ่งพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อซุนจือหยานจริงใจขนาดนั้น ทำไมน้องชายหลิงไม่เห็นแก่หน้าข้าและยกโทษให้จือหยานพร้อมกับลืมเรื่องทั้งหมดไปล่ะ?”

หลิวอู๋ตงเป็นกังวลเล็กน้อย นางรู้จักนิสัยของหลิงฮันดี นางกลัวว่าหลิงฮันจะกลายเป็นมีความขัดแย้งกับองค์ชายหนึ่งไปด้วย

หลิงฮันหัวเราะดังลั่น เมื่อซุนจือหยานและองค์ชายหนึ่งเห็นแบบนี้ พวกเขาเองก็หัวเราะขึ้นมาเพราะคิดว่า ‘ความเข้าใจผิด’ ได้ถูกแก้ไขแล้ว

“ไม่!” ในตอนนั้นเอง จู่ๆหลิงฮันก็พูดขึ้นมา

“แค่ก! แค่ก!”

ทั้งองค์ชายหนึ่งและซุนจือหยานหายใจไม่เป็นจังหวะจนสำลักออกมา ใบหน้าของพวกมันมองไปยังหลิงฮันอย่างมืดมน ในเมื่อเจ้าไม่คิดจะยอมรับการแก้ปัญหาอย่างสันติ แล้วเจ้าต้องหัวเราะอย่างมีความสุขทำไม?

“น้องชายหลิง ข้าจริงใจจริงๆ!” น้ำเสียงของซุนจือหยานเริ่มขุ่นเคือง ร่องรอยความไม่พอใจปรากฏในคำพูดของมัน

หลิงฮันยิ้มอย่างสงบและพูด “งั้นข้าก็ขอบอกเจ้าอย่างจริงใจเลยว่าเรื่องนี้จะไม่มีทางแก้ไขได้อย่างสันติ! พ่อตาของเจ้ามันเป็นเศษสวะ การปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่จะเป็นการสิ้นเปลืองอาหารบนโลกเปล่าๆ”

“น้องชายหลิง เจ้าคิดจะประกาศสงครามกับตระกูลซุนรึ?” ซุนจือหยานถามอย่างมืดมน

“ฮ่าๆ จือหยาน เจ้าใช้คำพูดแรงไปรึเปล่า?” องค์ชายหนึ่งพูดแทรกอย่างเป็นกลาง เขาไม่อยากจะสร้างความเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลซุนในขณะที่เขายังไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลิงฮัน

หลิงฮันยิ้มและถาม “ซุนจือ... หยาน เจ้าเป็นตัวแทนของตระกูลซุนรึไง?”

**ซุนจือออกเสียงคล้ายกับคำว่างี่เง่า**

“เจ้ากล้าดูหมิ่นข้า?” ซุนจือหยานจ้องไปยังหลิงฮัน หมอนี่ต้องจงใจพูดคำว่าซุนจือและเว้นวรรคก่อนจะพูดคำว่าหยานแน่ๆ

“หืม ไม่ใช่ว่าซุนจือหยานคือชื่อของเจ้ารึ? งั้นการที่ข้าเรียกชื่อเจ้าก็เท่ากับการดูหมื่นเข้ารึไง? ช่างเป็นคนที่แปลกยิ่งนัก” หลิงฮันส่ายหัว

“เหอะ ถ้าเรียกชื่อข้าแบบปกติก็คงไม่มีอะไร แต่วิธีที่เจ้าใช้เรียกชื่อข้าเมื่อครู่ต้องเป็นการจงใจแน่นอน!” ซุนจือหยานพูดอย่างดุร้าย

หลิงฮันเปิดเผยสีหน้าไร้เดียงสาและถาม “เมื่อสักครู่ข้าเรียกเจ้าว่าอันใดนะ? ไหนบอกหน่อยสิ”

“ซุนจือ... หยาน” ซุนจือหยานไม่ได้สงสัยอะไรและเรียกชื่อตัวเองแบบที่หลิงฮันเรียก แต่หลังจากคำพูดหลุดออกจากปากไป ในที่สุดมันก็รู้ตัวและคำรามออกไปด้วยความโกรธ “หลิงฮัน เจ้ากล้าหลอกข้า!”

“มันสมองระดับเจ้านี่นะ เห้อ!” หลิงฮันส่ายหัว “เจ้าเหมาะสมจะเป็นแค่เบี้ยล่างจริงๆ!”

“เจ้ากำลังแส่หาความตาย!” ซุนจือหยานโกรธเกรี้ยวและปล่อยหมัดใส่หลิงฮันอย่างรุนแรง

ปัง!

หลิวอู๋ตงก้าวออกมาและป้องกันหมัดของซุนจือหยานด้วยด้ามจับดาบของนาง นางพูดอย่างเย็นชา “ซุนจือหยาน อย่าบังคับให้ข้าชักดาบออกมา”

ซุนจือหยานถอยหลังหนึ่งก้าวและมองไปที่หลิวอู๋ตงด้วยความระมัดระวัง มันไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของนางได้ ซึ่งเป็นหลักฐานว่านางมีพลังบ่มเพาะสูงกว่ามัน การจะปะทะกับนางมันต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุด

“ฮ่าๆ พวกเจ้าทั้งคู่เป็นตัวตนสำคัญของแคว้น ดังนั้นได้โปรดหลีกเลี่ยงการขัดแย้งกันด้วย” องค์ชายหนึ่งพูดแทรกและยืนขั้นกลางระหว่างทั้งสองคน

ทั้งสองคนเป็นสมาชิกของแปดตระกูลใหญ่ ถ้าเป็นการประลองกันคงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามีการสูญเสียชีวิตเกิดขึ้น แม้แต่องค์ชายเช่นเขาก็ยังต้องถูกประณาม ในเวลาสำคัญอย่างการแย่งชิงบัลลังก์ ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวสามารถทำให้มันสูญเสียความฝันและความหวังในการขึ้นครองบัลลังก์ได้เลย

“เมื่อเจ้ากลับไป บอกให้เฉินหยุนเซียงล้างคอรอเอาไว้ให้เรียบร้อย ข้าจะเป็นคนสำเร็จโทษมันเอง” หลิงฮันพูดอย่างสงบ แต่น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นเอาจริง

ซุนจือหยานกลับมาสงบอีกครั้งและถาม “หลิงฮัน เจ้าต้องทำเรื่องที่จะทำให้เสียหายทั้งสองฝ่ายอย่างนั้นรึ?”

“เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าเสียหายทั้งสองฝ่าย” หลิงฮันยิ้ม

“เหอะ เช่นนั้นก็อย่าตำหนิข้าว่าทำเกินไปแล้วกัน!” ซุนจือหยานพูดอย่างเย็นชา

“ข้าจะแนะนำอะไรบางอย่างให้ เจ้าจงระวังร้านค้าเหล่านั้นของเจ้าเอาไว้ เมืองจักรพรรดินั้นกว้างใหญ่ บางทีการจะมีอันธพาลมาสร้างความวุ่นวายก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!”

หลิงฮันถอนหายใจ “เช่นนั้นข้าก็คงต้องลบตระกูลอีกตระกูลหนึ่งให้หายไปด้วยงั้นสิ”

คำพูดเบาๆของหลิงฮัน ทำให้องค์ชายหนึ่งที่ได้ยินเปลี่ยนสีหน้าในทันที

จบบทที่ ตอนที่ 183 ซุนจือหยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว