เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 173 รู้แจ้ง

ตอนที่ 173 รู้แจ้ง

ตอนที่ 173 รู้แจ้ง


ถึงแม้จักรพรรดิกระบี่ตะวันอาจจะมีมัน เขากลับมีทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตที่มีขนาดเท่าหัวมนุษย์เท่านั้น เขาได้หลอมมันเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงของเขา กระบี่สบั้นตะวัน ซึ่งทำให้เขากลายเป็นจอมยุทธสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นอันดับสามท่ามกลางเจ็ดจอมยุทธระดับสวรรค์

แต่มันเป็นความจริงที่เจ้ายักษ์นั่นถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตทั้งตัว ไม่ใช่ว่านั่นคือความจริงที่น่าหวาดกลัวหรอกรึ?

หลิงฮันเคยคาดเดามาก่อนว่าหากทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตดูดโลหิตมากพอ มันสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตได้ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นยักษ์ที่น่าหวาดกลัวแบบนั้น

มีจอมยุทธนับล้านคนร่วมมือกันกำจัดยักษ์ทองคำก่อเกิดผลาญโลหิต การโจมตีผสานของพวกเขาที่โจมตีมันเป็นเหมือนดาวตกและกระหน่ำโจมตีเจ้ายักษ์นั่นอย่างต่อเนื่อง แต่มีการโจมตีน้อยมากที่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของมันได้ และการโจมตีที่ทะลวงผ่านการป้องกันของมันได้ทำได้เพียงแค่ทิ้งรอยแสงบนร่างกายของมันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การตอบโต้ของเจ้ายักษ์ทองคำก่อเกิดนั้นมันน่ากลัวอย่างแท้จริง มันเพียงแค่เปิดปากของมันและดูดกลืนจอมยุทธจำนวนมากเข้าไป จากนั้นมันก็ปิดปากของมันและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนได้ยินเสียงเคี้ยวของมัน

หากจอมยุทธพวกนั้นสามารถโปยบินบนท้องฟ้าได้ พวกเขาจะต้องบรรลุระดับบุปผาผลิบานเป็นอย่างน้อย และด้วยการสังเกตของหลิงฮัน บางคนในหมู่พวกเขาอยู่สูงกว่าระดับนั้นและสามารถปะมือกับเขาในชีวิตที่แล้วได้ และมันยังมีจอมยุทธที่ทรงพลังไม่กี่คนที่อยู่ระดับที่สูงกว่าเขาในชีวิตที่แล้ว!

ระดับทลายมิติ?

ในขณะนั้นภาพพวกนั้นหยุดกะทันหัน ทัศนวิสัยของหลิงฮันเปลี่ยนไปและเขาก็กลับมาที่ห้องของตัวเองอีกครั้ง

ภาพที่ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันก่อนหน้านี้ มันน่าจะเป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในทองคำก่อเกิดผลาญโลหิต อย่างไรก็ตาม เพราะมันเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของความทรงจำ มันจึงมีเพียงแค่ภาพสั้นๆ

หลิงฮันอดที่จะขบคิดไม่ได้ ยักษ์ทองคำก่อเกิดในที่สุดก็ถูกทำลายลงจากการโจมตีผสานของเหล่าจอมยุทธที่ทรงพลัง และตอนนี้ชิ้นส่วนของมันได้กระจัดกระจายไปทั่วโลก ทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตเต็มไปด้วยความกระหายเลือด...มันอาจเป็นไปได้ว่าเจ้ายักษ์ทองคำก่อเกิดนั่นวางแผนที่จะกลับมา?

แม้ว่าหลิงฮันจะเห็นความทรงจำแค่สั้นๆ แต่เมื่อเขาย้อนนึกกลับไปว่าทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตเป็นบางอย่างที่สามารถดึงดูดจอมยุทธจำนวนมากให้ร่วมมือกันและโจมตีมัน นั่นเป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังและอำนาจอันไม่น่าเชื่อของมัน แม้กระทั่งจอมยุทธระดับทลายมิติยังต้องร่วมมือกันเพื่อที่จะกำจัดมัน

ถ้าสิ่งนี้มันกลับมาชีวิตอยู่บนโลกอีกครั้ง...แล้วใครในโลกใบนี้จะสามารถหยุดมันได้? นั่นคงจะเป็นฉากแห่งความตายและการสังหารหมู่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นมันน่าจะเกิดขึ้นในสมัยโบราณ จากฉากที่หลิงฮันเห็น มันมีจอมยุทธระดับสวรรค์กว่าร้อยคนและมีจอมยุทธที่ทรงพลังอย่างระดับทลายมิติไม่น้อยกว่าห้าคน

เช่นนั้นโลกแห่งวิถีวรยุทธจะรุ่งโรจน์ขนาดไหนกัน!

เจียงเย่เฟิงและจอมยุทธระดับสวรรค์อย่างน้อยประมาณหนึ่งร้อยคนเคยต่อสู้กับจอมยุทธที่ทรงพลังอย่างระดับทลายมิติจนตัวตาย นั่นไม่ไกลจากช่วงเวลาปัจจุบันของเขา มันราวกับว่าวิถีวรยุทธประสบกับความรุ่งโรจน์และในทันใดนั้นมีผู้คนจำนวนมากสามารถทะลวงผ่านระดับสวรรค์ได้

หลิงฮันอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น และต้องการรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตาม แคว้นพิรุณได้ก่อตั้งขึ้นมาเพียงไม่กี่พันปีเท่านั้นและก่อนหน้าดูเหมือนว่าจะเป็นช่องว่างของประวัติศาสตร์ ไม่มีใครรู้ว่าก่อนหน้านั้นโลกเป็นเช่นไร

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องออกจากแคว้นพิรุณและก้าวเข้าสู่โลกกว้างเพื่อค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่มีในประวัติศาสตร์

หลิงฮันรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจายของเขา มันไม่มีความหมายที่เขาจะคิดเรื่องพวกนั้น ระดับบ่มเพาะพลังในปัจจุบันของเขาอยู่แค่ระดับรวมธาตุขั้น 7 แล้วเขาจะไปทำอะไรได้? ถ้ามีหายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้นจริง มีเพียงแค่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะหลีกเลี่ยงมันได้

แคว้นพิรุณเป็นเพียงสถานที่เล็กๆ ดังนั้นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดของที่นี่จึงมีเพียงแค่ระดับบุปผาผลิบาน ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเขาออกจากที่นี่ไปแล้ว มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเขาที่จะได้ยินว่ามีคนทะลวงผ่านระดับทลายมิติแล้ว

โลกได้เปลี่ยนไปแล้วและวิถีวรยุทธยังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามันมีทั้งช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์และมีช่วงเวลาที่ถดถอย

หลิงฮันใช้กระแสจิตสั่งให้ทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตเปลี่ยนเป็นรูปทรงต่างๆจากคำสั่งของเขา มันสามารถเปลี่ยนเป็นเส้นใยเหล็กได้ที่บางเท่าเส้นใยของแมงมุม และมันยังสามารถกลายเป็นแผ่นโลหะที่บางกว่ากระดาษ นอกจากนี้มันยังเปลี่ยนรูปร่างเป็นหมู แพะ ไก่ สุนัขและสัตว์ตัวอื่นๆได้ แม้ว่าจะมีขนาดเล็กก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผ่านกระบวนการกลั่นของจิตวิญญาณเปลวเพลิง ทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตเริ่มแข็งแกร่งขึ้นและทนทานขึ้น แม้แต่จอมยุทธที่อยู่ระดับแก่นแท้จิตวิญญาณยังเป็นเรื่องยากที่จะทะลวงผ่านมัน ถ้าเขาใช้มันโจมตีทีเผลอแม้จะเป็นจอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณอาจตายได้

หลิงฮันหลอมให้ทองคำก่อเกิดผลาญโลหิตอยู่ในรูปของกำไลและสวมมันไว้ในข้อมือซ้ายของเขา เมื่อเขาเดินออกจากห้องของตัวเอง ฮูหนิวได้วิ่งกระโจนเข้ามาหาเขาและซุกหน้าอกของนางและพูดว่า "ใจร้าย! หลิงฮันใจร้าย!"

"ทำไมข้าถึงใจร้าย?"หลิงฮันถามพร้อมกับยิ้มออกมา

"เจ้าไม่เล่นกับหนิว!"เด็กน้อยกล่าวและแหงนหน้ามองหลิงฮัน

หลิงฮันอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้และกล่าวว่า "เอาล่ะ เอาล่ะ งั้นข้าจะเล่นกับเจ้าสักครู่ ตกลงไหม?"

'การเล่น' ที่ฮูหนิวกำลังพูดถึงคือการปลุกปล้ำ นางต้องถูกสอนโดย "แม่เสือ" ของนางเป็นแน่ตอนที่นางยังคงอยู่ในถ้ำของเสือ ทุกการเคลื่อนไหวและท่าทาง ทุกการโจมตีและล่าถอยทุกสิ่งอย่างเป็นการเคลื่อนไหวของเสือในตอนที่มันกำลังล่าเหยื่อของมัน

อย่างไรก็ตาม ฮูหนิวมีความสามารถในการเข้าใจวรยุทธที่น่าหวาดกลัว และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเคลื่อนไหวที่ไม่สะดวกของมนุษย์ได้ เด็กสาวตัวเล็กเป็นเหมือนกับเสือน้อย นางจะตะครุบ ตบ กัด และกระโจนเข้าหา ทุกการเคลื่อนต่างมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวอยู่เบื้องหลัง

หลิงฮันอดที่จะเฝ้าดูด้วยความหลงใหลไม่ได้ มันไม่มีข้อจำกัดในรูปแบบของศิลปะการต่อสู้ ใครเป็นคนตัดสินว่าสัตว์อสูรไม่สามารถเป็นอาจารย์และสอนวรยุทธให้คนอื่นได้? ในทางกลับกัน กำปั้นวานร ฝ่ามือพยัคฆ์ และอื่นๆ...ไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้คือเทคนิคการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาจากการสังเกตการณ์บรรพบุรุษของพวกมันจากการโจมตีของพวกมันหรอกหรือ?

ในทันใดนั้น ความคิดของหลิงฮันแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วและห้วงความคิดได้เข้าสู่โลกที่กว้างใหญ่

เขาได้เข้าสู่สภาวะรู้แจ้ง

การรู้แจ้งเป็นเงื่อนไขพิเศษที่จอมยุทธจะได้รับประสบการณ์มหาศาล ภายใต้เงื่อนไขนี้ พวกเขาอาจเข้าใจประเด็นหลักของปัญหาในวิถีวรยุทธที่พวกเขาไม่อาจทำความเข้าใจได้และระดับบ่มเพาะพลังของพวกเขาจะยกระดับขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรู้แจ้งจะเกิดขึ้นอย่างบังเอิญเท่านั้น จิตสำนึกของจอมยุทธจะต้องผสานเข้ากับสวรรค์และโลก ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ลึกลับมาก

ถ้าจอมยุทธสามารถเข้าสู่สภาวะรู้แจ้งได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาขอบคุณพระเจ้าสำหรับของขวัญชิ้นนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นโดยปกติแล้วมันจะเกิดขึ้นหลังจากที่บรรลุระดับบุปผาผลิบานแล้ว เพราะมีเพียงแค่ผู้ที่สละกายหยาบแล้วเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติที่จะหลอมรวมเข้ากับสวรรค์และโลก

ในชีวิตที่แล้วของเขา หลิงฮันได้รับประสบการณ์การรู้แจ้งทั้งหมดสามครั้ง แต่มีเพียงประสบการณ์เดียวที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ใหม่ในการปรุงยา และเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับประสบการณ์จากมันเมื่อเขาอยู่ระดับห้วงจิตวิญญาณ ในเวลานั้น เขารู้สึกตกใจมาก และไม่คิดเลยว่ามันจะปรากฏขึ้นในชีวิตนี้ของเขาด้วย

พลังปราณก่อเกิดที่อยู่รอบตัวเขามาบรรจบกันที่ตัวเขา ราวกับว่ามันกลายเป็นมังกรหลายตัวที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาด้วยความบ้าคลั่ง

แต่แล้วระดับบ่มเพาะพลังของเขาเริ่มถูกขัดขวาง จากช่วงกลางของระดับรวมธาตุขั้นเจ็ดไปจนถึงช่วงปลาย และไปถึงจุดสูงสุด มันไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้นกับหลิงฮัน นั่นเป็นเพราะความเข้าใจในระดับบ่มเพาะพลังของเขา และแล้วประตูเข้าสู่ระดับก่อเกิดธาตุขั้นที่แปดก็เปิดออกให้กับเขา

การทะลวงผ่านมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับเขา

หลิงฮันไม่เคยตระหนักถึงมันเลย หัวใจและจิตวิญญาณของเขาทะยานเข้าสู่โลกแห่งวรยุทธ ทุกแง่มุมความเข้าใจของเขาบานสะพรั่งราวกับว่าพวกมันเป็นดอกไม้ แต่เมื่อเขาเอื้อมมือออกไปเพื่อคว้าพวกมัน พวกมันก็แตกสลายกลายเป็นเงามืดทันที

ภาพลวงตาของดอกไม้กำลังลอยอยู่ในอากาศ

ในอากาศ แสงของแก่นแท้ลึกลับแห่งวิถีวรยุทธจำนวนมากบินผ่านไปราวกับว่าพวกมันเป็นดาวตก และสิ่งเหล่านั้นยังยากที่จะจับได้

พวกมันคือเต๋าแห่งธรรมชาติและไม่ใช่สิ่งที่หลิงฮันในตอนนี้จะสามารถทำความเข้าใจได้ทั้งหมด ถ้าไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าชีวิตที่แล้วขาเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ เขาคงพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ในโลกแห่งวิถีวรยุทธนี้ แต่ตอนนี้เขาสามารถจับความลึกลับของวิถียุทธได้

ตั้งแต่ช่วงต้นของระดับรวมธาตุขั้นแปด ถึงช่วงกลาง ถึงช่วงปลาย ถึงจุดสูงสุด เขาใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นในการสะสมพลังงาน หากเป็นปกติเขาคงต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียวที่จะสะสมพลังขนาดนี้ได้ เขาไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดยาเลย มันเหมือนกับว่าสวรรค์กำลังสนับสนุนให้เขาก้าวหน้า

ดั่งคำพูด หากเจ้าเข้าใจวิถีแห่งเต๋า เจ้าจะได้รับการไถ่บาป

แน่นอนว่าหลิงฮันยังห่างไกจจากระดับนั้น แต่ความก้าวหน้าของเขาก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกอิจฉา

ปัง ร่างกายของหลิงฮันสั่นเล็กน้อยและเขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับรวมธาตุขั้นที่เก้า

ทันใดนั้น หลิงฮันได้ลืมตาขึ้นมา อย่างแรก เขาดูสับสนเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับเข้าสู่ความเป็นจริง เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขาหันมองรอบข้างและเห็นฮูหนิวนั่งอยู่เคียงข้างเขา และกำลังเลียนแบบท่าทางของเขาอยู่ราวกับว่านางกำลังฝึกบ่มเพาะพลัง และมีสีหน้าที่จริงจังเล็กน้อย

ปัง ปัง ปัง ในขณะนั้นเองเสียงเคาะประตูได้ดังขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 173 รู้แจ้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว