เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 171 รักษา

ตอนที่ 171 รักษา

ตอนที่ 171 รักษา


หลิงฮันไม่เก็บมาคิดมาก ตอนนี้แววตาของเขาเปล่งประกายโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

สิ่งที่กัดอู๋เชียนฟงไม่ใช่อสรพิษแต่เป็นสมบัติ

ถึงหลิงฮันจะยังไม่ได้ยืนยันว่ามันคืออะไร แต่เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องเป็นสมบัติแน่นอน

“เอาล่ะ เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้แล้วยืดขาซะ” หลิงฮันพูดสั่ง

หวูเชียนฟงรีบนั่งลงและยืดขาไปพาดกับเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง มันมองไปที่หลิงฮันด้วยความกังวล

ไม่มีทางแน่นอนที่นักปรุงยาที่ยิ่งใหญ่อย่างหยวนชู่จะพูดจาโอ้อวดเล่นๆ ดังนั้นเมื่อตอนที่มันได้ยินว่าทักษะการปรุงยาของหลิงฮันนั้นสูงกว่าหยวนชู่ก็คงจะเป็นเรื่องจริง แต่ถึงจะเป็นเรื่องจริงมันก็ไม่อาจทำใจเชื่อได้อยู่ดี

ทุกคนในที่นี้ล้วนแต่กลายเป็นตัวตนอันกระจ้อยร่อยและจ้องมองไปยังหลิงฮัน พวกเขามองไปยังชายหนุ่มที่มีความสามารถอันน่าเหลือเชื่อ

หลิงฮันไม่รู้สึกอึดอัดอะไร เขาเคยชินกับการกลายเป็นจุดสนใจของผู้อื่นมาตั้งแต่ชีวิตก่อนแล้ว สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือยืนยันความสงสัยที่อยู่ในใจ หลิงฮันยื่นมือออกไปตบเบาๆที่ขาของอู๋เชียนฟงหลายที จากนั้นเขาได้หยุดมือและครุ่นคิดอยู่สักพัก

หลังจากนั้นไม่นาน รอยยิ้มมั่นใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา “เฒ่าอู๋ ข้าจะเริ่มทำการรักษาแล้ว แต่ท่านคงจะเจ็บปวดเป็นอย่างมาก”

“นายน้อยฮันไม่ต้องกังวล ข้าเป็นผู้ฝึกตน ความทุกข์ทรมานแบบใดที่ข้าไม่เคยเจอมาก่อน? เชิญทำตามที่นายน้อยฮันต้องการ ข้าสามารถ... อ้ากกก!” อู๋เชียนฟงที่กำลังพูดถึงความอดทนของตนเองอย่างภาคภูมิใจจู่ๆก็แหกปากร้องอย่างทรมาน

ฝ่ามือของหลิงฮันปรากฏเปลวเพลิงสีชาดที่เปลี่ยนรูปร่างเป็นปลายแหลมและกำลังเผาไหม้ผิวหนังของอู๋เชียนฟง

หยวนชู่ยืนดูอยู่ข้างๆและถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย “นายน้อยฮันช่างโชคดีจริงๆที่สามารถผสานจิตวิญญาณเปลวเพลิงได้ ข้ากำลังจะตายเพราะความอิจฉาอยู่แล้ว!” ต่อหน้าหลิงฮัน หยวนชู่ไม่อาจทำท่าทีสูงส่งและยิ่งใหญ่ได้

จิตวิญญาณเปลวเพลิง!

เมื่อคนอื่นๆได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาต่างทำหน้ามึนงง มีเพียงอู๋เชียนฟงเท่านั้นที่มีท่าทีตกตะลึง แน่นอนว่าเขารู้ว่าจิตวิญญาณเปลวเพลิงคืออะไร มันคือสิ่งที่หายากและมีพลังที่แข็งแกร่งอยู่ในตัวมันเอง แต่จะสามารถผสานมันกับตัวเองได้งั้นรึ?

น่าเสียดาย... แม้จะเป็นจักรพรรดิพิรุณคนปัจจุบันก็ไม่อาจทำเรื่องเช่นนั้นให้สำเร็จ บางทีอาจจะมีเพียงปีศาจเฒ่าลึกลับของตระกูลฉีเท่านั้นที่สามารถสยบจิตวิญญาณเปลวเพลิงได้

หลิงฮันเป็นเพียงจอมยุทธระดับรวมธาตุ เขาจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร?

อู๋เชียนฟงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าหลิงฮันจะสามารถผสานกับจิตวิญญาณเปลวเพลิงได้ด้วยพลังของตัวเอง เบื้องหลังของหลิงฮันจะต้องมีอาจารย์หรือไม่ก็ตระกูลคอยช่วยเขาในการผสานกับจิตวิญญาณเปลวเพลิงแน่ๆ ขุมอำนาจที่สามารถสยบจิตวิญญาณเปลวเพลิงและยอมใช้มันผสานเข้ากับรุ่นเยาว์... จะต้องเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน?

เมื่อคิดเช่นนี้ อู๋เชียนฟงก็อดที่จะรู้สึกขอบคุณหยวนชู่ไม่ได้ ความขัดแย้งเมื่อสักครู่กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที ไม่ต้องพูดถึงการรักษาให้มันเลย เพียงแค่ความน่าสะพรึงกลัวของเบื้องหลังของหลิงฮันก็ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลอู๋จะต่อต้านได้แล้ว

“อ้าก!” เมื่อหายตกตะลึง เขาก็กลับมาร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง ความทรมานที่กลับมาทำให้มันคลั่งจนอยากจะหาใครสักคนมาทุบตีเพื่อระบายความเจ็บปวดออกไป

“โอ้!”

ผู้คนรอบข้างเปิดเผยความประหลาดใจขึ้นมา เพราะว่าพวกเขามองเห็นเส้นเลือดบนขาขออู๋เชียนฟงเด่นชัดขึ้นมาทีละเส้น เมื่อมองให้ดีๆ เส้นเลือดเหล่านั้นกำลังขดตัวไปมาราวกับพวกมันเป็นฝูงอสรพิษตัวเล็ก

หลิงฮันเค้นเสียงคำรามต่ำ นิ้วของเขากดลงไปที่ขาของอู๋เชียนฟงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเผาไหม้ของเปลวเพลิง อสรพิษตัวเล็กเหล่านั้นได้ล่าถอยจนในที่สุดก็มารวมตัวกันตรงเข่าของอู๋เชียนฟง

สีผิวของต้นขาอู๋เชียนฟงกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เหล่างูตัวเล็กสีดำนั่นกำลังเคลื่อนที่ต่ำลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับสีของมันที่เริ่มกลายเป็นเข้มขึ้น ราวกับว่าพวกมันกำลังควบแน่นรวมตัวกันเพื่อพุ่งออกไปจากเท้าของอู๋เชียนฟง

ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม อู๋เชียนฟงรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาเป็นคนโง่เขาก็สามารถบอกได้ว่าหลิงฮันกำลังขับไล่ ‘พิษ’ ในร่างของเขาให้มารวมกันที่เท้า

แต่ว่ามันช่าง... เจ็บปวดจริงๆ! โคตรทรมาน!

ในฐานะที่เป็นจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณ อู๋เชียนฟงนั้นมีความอดทนที่สูงมาก ตอนนี้เขากำลังฝืนตัวเองไม่ให้ร้องครวญครางออกมา ผิวของเขามีเหงื่อไหลออกมาไม่หยุด และขาทั้งสองข้างของเขากำลังสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้

ในตอนนี้ พิษสีดำทั้งหมดได้มารวมกันอยู่ที่เท้าของเขาแล้ว

หลิงฮันชักดาบและพูด “เฒ่าหวู ตอนนี้ข้าทำให้พิษทั้งหมดมาอยู่ที่เท้าของท่านแล้ว ทุกอย่างจะจบลงหลังจากที่ข้าตัดเท้าของท่านทิ้ง ท่านตกลงนะ?”

‘ตกลงน้องสาวเจ้าสิ! นี่เจ้ากำลังพูดถึงเท้าหนึ่งข้างของข้าเชียวนะ!’

หวูเชียนฟงสาปแช่งอยู่ในใจ แต่อย่างไรก่อนหน้านี้มันก็ไปหาหมอมาหลายคนแล้ว และพวกเขาต่างก็แนะนำว่าให้เขาตัดขาทั้งข้างทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เมื่อเทียบกันแล้ว แค่ตัดเท้าซ้ายทิ้งนับว่าดีกว่ามาก

เพราะอย่างไรชีวิตของเขาก็สำคัญยิ่ง ถ้าเขายังฝืนเก็บพิษเอาไว้ ชีวิตของเขาจะทุกข์ทรมานกว่าเดิมเสียอีก

“นะ...นายน้อยฮัน เชิญลงมือ! อู๋เชียนฟงพูดพร้อมกัดฟันแน่น”

หลิงฮันควงดาบและฟันลงไป ‘ฉัวะ’ ทันใดนั้นโลหิตสีดำก็พรั่งพรูออกมา

เขาไม่ได้ตัดเท้าของอู๋เชียนฟง เขาเพียงแค่สร้างบาดแผลตรงเท้าเพื่อให้โลหิตไหลออกมาเท่านั้น ด้วยการกระตุ้นของจิตวิญญาณเปลวเพลิง โลหิตสีดำได้หลั่งไหลออกมาอย่างไม่สิ้นสุด

‘ออกมาแล้ว!’

ดวงตาของหลิงฮันส่องประกาย เขาวางดาบลงและยื่นมือไปทางน้ำพุโลหิตสีดำ จากนั้นเขารีบดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าในมือของเขามีบางอย่างอยู่ เพราะว่าเข้าเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติทันที

โลหิตสีดำไหลออกมาไม่หยุด และในไม่ช้า ขาซ้ายของอู๋เชียนฟงก็กลายสภาพเป็นปกติ แต่ถึงอย่างไรขาของมันก็ยังดูซีดขาวเพราะสูญเสียโลหิตไปเยอะ

“เสร็จแล้ว” หลิงฮันพูด

อู๋เชียนฟงได้สติกลับมา ความรู้สึกดีใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขารีบยืนขึ้นและประสานมือคารวะหลิงฮัน “ขอขอบคุณนายน้อยฮันมาก!” พิษร้ายนี้ได้สร้างปัญหาให้เขามาหลายปีแล้ว แม้จะกินสมุนไพรที่สามารถรักษาพิษได้ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะหายแม้แต่น้อย ทุกๆวันเขาต้องใช้ปราณก่อเกิดในการต้านพิษเอาไว้ ไม่เช่นนั้นพิษเหล่านี้ก็คงแพร่กระจายไปสู่ร่างกายส่วนบนของมันและดูดเลือดไปจนหมด

ถ้าไม่ใช่เพราะพิษนี้ พลังบ่มเพาะของเขาคงไม่หยุดอยู่ที่ระดับห้วงจิตวิญญาณขั้นเจ็ด แต่คงบรรลุถึงระดับห้วงจิตวิญญาณขั้นเก้าและมีโอกาสสูงมากที่จะทะลวงผ่านระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ

ถ้าเม็ดยาขับไล่พลังหยางไม่ได้ผล เขาคงต้องตัดใจยอมละทิ้งขาซ้าย เพราะอย่างไรการเสียขาไปหนึ่งข้างก็ยังดีกว่าเสียแขนขาทั้งสี่

เขาไม่เคยนึกเลยว่าหลิงฮันจะสามารถแก้ปัญหาที่มันทนทุกข์ทรมานมากว่าสิบปีได้สำเร็จ

ช่างเหนือชั้น!

“รีบเก็บขาที่มีขนยุบยับของท่านไปซะ ท่านคิดว่ามันน่ามองมากรึไง?” หลิงฮันพูดด้วยความเหยี่ยมหยาม ตอนนี้ขาของอู๋เชียนฟงไหม้เกรียมไปบางส่วน และส่วนที่ไม่ไหม้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยขนขาของมัน ช่างเป็นภาพนี่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก

“แน่นอน! แน่นอน!” อู๋เชียนฟงในตอนนี้มีความสุขเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงมองข้ามน้ำเสียงดูถูกของหลิงฮันไป

“เอาล่ะ ท่านกลับไปได้แล้ว!” หลิงฮันสะบัดมือและสั่งให้พวกมันกลับไป

“ขอรับ!” อู๋เชียนฟงรีบประสานมือบอกลา พร้อมกับกล่าวขอโทษต่อสมาชิกตระกูลเจียง เขาคว้าคนของตระกูลมันขึ้นมา ในเมื่อพิษถูกรักษาแล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องขอให้หยวนชู่หลอมเม็ดยาให้อีกต่อไป ดังนั้นมันจึงกลับที่พักตระกูลในทันที

“ท่านกลับไปด้วย” หลิงฮันพูดกับหยวนชู่

“ขอรับนายน้อยฮัน” ในตอนแรก หยวนชู่วางแผนจะประจบประแจงหลิงฮันต่ออีกหน่อย แต่เมื่อเขานึกได้ว่าหลิงฮันยังอาศัยอยู่ในเมืองจักรพรรดิและคงมาที่ตำหนักโอสถสวรรค์บ่อยๆ เขาจึงไม่รบกวนหลิงฮันอีกต่อไปและขอตัวกลับ

ตอนนี้คนนอกได้กลับไปหมดแล้ว สมาชิกตระกูลเจียงทุกคนล้วนแต่มองไปยังหลิงฮันด้วยความเกรงขาม

หลิงฮันและถาม “อะไรกัน? เจ้าไม่รู้จักข้าแล้วรึ?”

“ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าข้าไม่รู้จักเจ้าอีกต่อไปแล้ว” จิงหวู่จื้อพูดด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น “แม้แต่ปรมาจารย์หยวนชู่กับอาวุโสอู๋ยังต้องเคารพเจ้า ข้าไม่รู้แล้วว่าควรทำตัวอย่างไรดี ให้ข้าเรียกเจ้าว่านายน้อยฮันด้วยเป็นไง?”

“ไปลงนระซะ!” หลิงฮันหัวเราะดัง “เจ้าไม่คิดว่าข้าเป็นสหายแล้วรึ?”

จู่ๆจิงหวู่จื้อก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ

จบบทที่ ตอนที่ 171 รักษา

คัดลอกลิงก์แล้ว