เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 149 ล่าถอย

ตอนที่ 149 ล่าถอย

ตอนที่ 149 ล่าถอย


การแสดงออกของเฟิงหยางเปลี่ยนไปอย่างมากและเขาไม่อาจห้ามปรามตัวเองได้ขณะที่กล่าวออกไปว่า "เช่นนั้นให้ข้าได้เห็นความสามารถของเจ้า!" จากนั้นเขาได้ฟาดฟันกระบี่โจมตีคนลามกที่เรียกตัวเองว่ากู้เฟิ้งฮวา

 

"ปัง!"

 

กู้เฟิ้งฮวาผ่าการโจมตีด้วยกำปั้นของเขาโดยใช้ทักษะวรยุทธที่ทำให้กำปั้นทั้งสองข้างของเขากลายเป็นสีดำในขณะที่เขาโจมตีออกไป ราวกับว่ากำปั้นของเขาทำมาจากเหล็ก การปะทะกับดาบทำให้เกิดประกายแสงขึ้นอยู่ในอากาศ

 

หลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากัน ทั้งสองคนต่างก้าวถอยหลังคนละก้าวสองก้าวและสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังทั้งคู่

 

"เจ้าควรจะอยู่ระดับก่อเกิดธาตุขั้นที่ 9 ใช่หรือไม่?" เฟิงหยางถามออกไปด้วยท่าทางสูงส่ง "มิฉะนั้น เจ้าคงไม่มีทางป้องกันกระบี่ของข้าได้!"

 

กู้เฟิ้งฮวาดูประหลาดใจเป็นอย่างมากและพูดว่า "เจ้าคนน่าเกลียด เจ้าไม่ใช่คนลามก แต่ทำไมเจ้าถึงมีพลังขนาดนั้น?" เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเขาพลังทุกอย่างล้วนมาจากความลามก

 

เฟิงอย่างเค้นเสียงอยู่ในลำคอและพูดออกมาว่า "หยุดพยายามที่จะขัดขวางข้า คืนนี้ ข้ายังไว้หน้าเจ้าอยู่บ้างและข้าจะปล่อยเจ้าเด็กเหลือขอนี่ไป"

 

"เจ้าคนน่าเกลียด เจ้ากำลังพูดจาไร้สาระอะไรอยู่? มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนลามกผู้หล่อเหลาอย่างข้าจะรู้จักเจ้าเด็กเหลือขอนี่?" ใบหน้าของกู้เฟิ้งฮวาเต็มไปด้วยความรังเกียจและเขาได้หันหน้าไปพูดกับหยุนชวงชวงว่า "สาวน้อย ดูเหมือนว่าหน้าอกของเจ้าจะใหญ่โตเป็นพิเสษ แต่เสื้อผ้าที่เจ้าใส่กลับมีขนาดเล็กเกินไป ทำไมเจ้าถึงไม่ปล่อยให้พี่ชายคนนี้วัดขนาดให้ล่ะและข้าจะตัดเสื้อผ้าใหม่ที่มีขนาดเหมาะสมให้กับเจ้า?"

เขาเหยียดมือออกไปและจ้องมองไปที่หน้าอกของนาง ซึ่งทำให้หยุนชวงชวงรู้สึกหวาดกลัวมากและเดินถอยหลังออกไปอีกสองสามก้าว

 

เฟิงหยางจ้องมองไปที่กู้เฟิ้งฮวา ในอาณาจักรพิรุณมีชายหนุ่มที่แข็งแกร่งแบบนี้อยู่ด้วย แต่เหตุใดเขากลับไม่เคยได้ยินชื่อของมันเลย?

 

"เจ้าลามก ขอบคุณ" หลิงฮันยิ้มให้กับกู้เฟิ้งฮวา

 

ใบหน้าของหยุนชวงชวงกลายเป็นซีดขาว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งถ้าเขาประกาศตัวเองว่าเป็นคนลามก แต่ดูเหมือนนี่จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงถ้าคนอื่นเรียกเขาว่าลามก ใครจะไปรู้ว่าหากคนอื่นเรียกเขาว่าลามกแล้วเจ้าคนลามกนี่จะโกรธขึ้นมาหรือไม่?

 

"เจ้ามีรสนิยมที่ยอดเยี่ยมดีนิ!" กู้เฟิ้งฮวายกนิ้วให้กับหลิงฮัน "ใช่แล้วข้าเป็นคนลามก ข้าเหมาะสมที่จะเป็นสหายของเจ้า!"

 

"ฮึก!"

 

หยุนชวงชวงแทบกระอัก ใครจะไม่รู้ว่าเขาเป็นคนลามก? นั่นเป็นสิ่งที่เขาควรภาคภูมิใจและพูดโอ้อวดงั้นรึ?"

 

อันที่จริง หัวใจและความคิดของคนลามกไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำความเข้าใจได้ด้วยเหตุผลทั่วไป

 

"เจ้าไม่ใช่คนของแคว้นพิรุณใช่หรือไม่?" หลิงฮันมองไปที่เขาพร้อมกับขบคิดอยู่ชั่วขณะและได้ถามออกไปว่า "ทักษะที่เจ้าใช้เมื่อครู่คือ 'กำปั้นเหล็กทมิฬ' ใช่ไหม?"

 

"หืม เจ้ารู้จักกำปั้นเหล็กทมิฬได้ยังไงกัน?" กู้เฟิ้งฮวารู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้มาก นี่เป็นทักษะลับของสำนักเขา แต่รุ่นเยาว์ในแคว้นพิรุณกับรู้จักมัน มันเป็นเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง เขาเบิกนัยน์ตากว้างและจ้องมองไปที่หลิงฮันแล้วถามออกไปว่า "หรือว่าเจ้าเองก็เป็นคนลามกเหมือนกัน?"

 

มุมปากของหลิงฮันกระตุก เขาต้องเตรียมพร้อมที่จะกลายเป็นคนลามกเพื่อที่จะพูดคุยกับคนลามก หลิงฮันได้หัวเราะเสียงดังออกมาและกล่าวว่า "ลักษณะเฉพาะของกำปั้นเหล็กทมิฬนั้นโดดเด่นเกินไป เมื่อใช้ออกมากำปั้นของผู้ใช้จะกลายเป็นเหมือนกับเหล็กทมิฬและเมื่อระดับบ่มเพาะพลังก้าวหน้าขึ้น ระดับของความแข็งแกร่งของกำปั้นก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน มันไม่ได้ด้อยไปกว่าอาวุธจิตวิญญาณที่อยู่ในระดับเดียวกันแม้แต่น้อย"

 

การแสดงออกของกู้เฟิ้งฮวาเปลี่ยนไปอยู่สองสามครั้งก่อนที่จะลงเอยด้วยความพอใจและเขาก็กล่าวว่า "เจ้าเป็นคนที่ลามกเสียจริง แน่นอนว่าพวกเราสามารถเป็นสหายที่ดีต่อกันได้!"

"ทำไมเจ้าถึงมาที่แคว้นพิรุณแห่งนี้?" หลิงฮันตอบคำถามของเขา

 

"อาจารย์ของข้าเล็งเห็นว่าสมบัติลับจะปรากฎขึ้นที่นี่ ดังนั้นข้าจึงมาเพื่อดูว่าข้าสามารถได้รับมันมาได้หรือไม่" กู้เฟิ้งฮวากล่าว

 

"เช่นนั้นเจ้าคงต้องผิดหวังเสียแล้ว โบราณสถานอันเก่าแก่ได้ปรากฏขึ้นเมื่อไม่นานมานี้และอาวุธจิตวิญญาณระดับสูงได้ลอยลงไปในลำธารใต้พิภพ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันได้หายไปแล้ว" หลิงฮันกล่าวขณะส่ายหัว

 

"อ้ายหยา สงสัยข้าจะมาเสียเที่ยวซะแล้ว!" กู้เฟิ้งฮวาตบหน้าอกของตัวเองและกระทืบเท้า เขาดูผิดหวังมาก แต่หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาทันทีและพูดว่า "เอาล่ะ แต่อย่างน้อยข้าก็เจอสหายลามกในการเดินทางครั้งนี้ มันก็ยังคงคุ้มค่า"

 

หลิงฮันไม่อาจหยุดเหงื่อให้ไหลออกมาได้และกล่าวว่า "มีเพียงแค่คนอย่างเจ้าเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ว่าคนลามก ข้าชื่อหลิงฮัน และข้าไม่อาจเทียบเจ้าได้อย่างแน่นอนในเรื่องความลามก!"

 

"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้ารู้จักตัวเองดีนิ!" กู้เฟิ้งฮวาดูภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเหมือนกับก่อนหน้านี้ แต่แล้วเขาจะถอนหายใจออกมาอย่างกะทันหันและส่ายหัว "เฮ้อ ตั้งแต่ที่ข้าพลาดโอกาสที่จะได้เจอสมบัติลึกลับ เช่นนั้นข้าคงจะต้องกลับภูเขาเพื่อฝึกฝนต่อ!"

 

"เชิญเลย! เชิญเลย!" หลิงฮันและหยุนชวงชวงพวกเขาทั้งสองแสดงท่าทางด้วยความเคารพต่อเขา พวกเขาทั้งสองคนไม่อาจรับมือกับคนลามกผู้นี้ได้

 

"เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัว" กู้เฟิ้งฮวากล่าว

 

"พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าเจ้าจะจากไป" หลิงฮันและหยุนชวงชวงกล่าวออกมาพร้อมกัน

 

"เอ่อ..." กู้เฟิ้งฮวาเดินไปข้างหน้าไปกี่ก้าวก่อนที่จะหยุดเดินอย่างกะทันหัน เขาหันหลังกลับและพูดว่า "สาวน้อย เจ้าจะไม่ให้ข้าวัดขนาดหน้าอกของเจ้าจริงหรือ?"

 

"ไสหัวไปให้พ้น!" หยุนชวงชวงกล่าวพร้อมกับชี้นิ้ว

 

"ดูเหมือนว่าข้าจะยังฝึกฝนได้ไม่เพียงพอที่จะกลายเป็นจอมลามกที่แท้จริง" กู้เฟิ้งฮวาพูดพึมพัม "ครั้งนี้เมื่อข้ากลับไปที่ภูเขา ข้าจะต้องก้าวข้ามอาจารย์ของข้าให้ได้ในเรื่องลามกและกลายเป็นจอมลามกที่ลามกที่สุด!" หลังจากพูดเช่นนั้น เขาก้าวกระโดดไปข้างหน้าและร่างของเขาก็หายไปในความมืดของถนน

 

"โลกใบนี้ช่างกว้างเสียจริง!" หลิงฮันพูดด้วยความเหม่อลอย

 

จากนั้นหยุนชวงชวงได้กล่าวว่า "เฟิงหยางกล้ามากที่สร้างความเสียหายให้กับรถม้าของศาลาบุปผางาม เมื่อข้ากลับไปข้าจะต้องรายงานเรื่องนี้กับคุณหญิงอย่างแน่นอน และให้คุณหญิงกดดันสำนักของมันเพื่อลงโทษคนชั่วร้ายอย่างมัน!"

 

หลิงฮันส่ายหัวของเขาและกล่าวว่า "เจ้าคงจะต้องผิดหวัง เฟิงหยางน่าจะได้รับการสนับสนุนจากขุมพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่ ดังนั้นสำนักจึงไม่มีทางที่จะจัดการมันได้อย่างแน่นอน"

 

มิฉะนั้น เฟิงหยางคงไม่กล้าทำตัวต่อต้านองค์ชายสามอย่างเปิดเผย ในแง่ของชื่อเสียงภายในเมืองจักรพรรดิ ชื่อเสียงขององค์ชายสามนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหญิงหยานเลย

 

หยุนชวงชวงยังคงรู้สึกโกรธมาก นางสบัดมือให้คนขับรถม้ากลับไปและพวกเขาทั้งสองคนก็กลับไปที่ศาลาบุปผางาม

 

ขณะเดียวกัน หลิงฮันได้เก็บกล่องไม้เข้าไปในแหวนมิติของเขา ตั้งแต่ที่เขาได้ให้คำสัญญากับคุณหญิงหยานทั้งยังได้รับของตอบแทนจากนาง มันจึงเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วที่เขาจะต้องทำตามคำสัญญาและปรุงเม็ดยาคงกระพัน ครั้งนี้ การเดินทางของเขานั้นราบรื่นมากและในไม่ช้าเขาก็จะกลับไปที่สำนักหู่หยาง

"การรักษาความปลอดภัยในเมืองจักรพรรดิดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่!" หลิงฮันกล่าวกับตัวเอง เฟิงหยางได้โจมตีเขาอย่างโจ่งแจ้งบนถนน แต่มันกลับไม่มีร่องรอยของทหารเลยแม้แต่คนเดียว เขาไม่รู้ว่าพวกเขารู้ตัวช้าเกินไปหรือว่าพวกเขาไม่เคลื่อนไหวอะไรเลย

 

'ข้าคงต้องปรุงเม็ดยาคงกระพันก่อน!'

เขาเริ่มปรุงเม็ดยา ด้วยความสามารถในชีวิตที่แล้วของเขา การปรุงเม็ดยาระดับปฐพีนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะประมาท หลังจากนั้น เขาได้เพิ่มอุณภูมิของเปลวเพลิงของเขาด้วยการใช้จิตวิญญาณเปลวเพลิง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้ตามที่เขาต้องการ

 

ทั้งทักษะในการแยกชนิดสมุนไพรและชำระล้างสมุนไพรล้วนแต่ทำได้อย่างราบลื่นเป็นอย่างมาก ถ้าฟูหยวนเชิงและหวู่ซงหลินอยู่ที่นี่ พวกเขาจะต้องใบหน้าซีดขาวจากความตกตะลึงอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะความเร็วที่หลิงฮันกำลังแสดงอยู่ตอนนี้เร็วกว่าที่เขาแสดงให้พวกเขาเห็นถึงสองเท่า

 

ก่อนหน้านี้หลิงฮันไม่อยากทำให้พวกเขาหวาดกลัวมากเกินไป

 

"ฟุบ" จิตวิญญาณเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมา ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานความร้อนที่ไกลเกินกว่าที่หลิงฮันจะสร้างขึ้นมาได้ด้วยระดับบ่มเพาะพลังในปัจจุบันของเขา

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลิงฮันขับเหงื่อออกมามาก แต่ละอองเหงื่อของเขาก็กลายเป็นไอน้ำอย่างรวดเร็วเพราะความร้อนของเปลวเพลิง แม้จะมีรอยแตกปรากฏอยู่บนผิวหนังของเขาอยู่หลายแห่ง ซึ่งเป็นสัญญาณของการคายน้ำออกจากร่างกายเขา แต่โชคดีที่ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเหมือนกับหินผา ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับร่างกายของเขาที่จะทนต่อความร้อนสูงแบบนี้

 

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง เปลวเพลิงสามสีได้ปรากฏขึ้นอยู่ในมือของเขา

 

สามเพลิงชี้นำมันเป็นความลับของทักษะของเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง

 

"เสร็จสมบูรณ์!" หลิงฮันหัวเราะออกมาและเปิดฝาเตาปรุงยา ดวงตาของเขากวาดสายตามองเม็ดยาและอาการตกใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา "จิตวิญญาณเปลวเพลิงช่างพิเศษยิ่งนัก ตอนแรก ข้าไม่อาจปรุงเม็ดยาระดับปฐพีได้ด้วยระดับบ่มเพาะพลังของข้าในปัจจุบัน แต่ทว่าตอนนี้ข้าไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการปรุงมันเท่านั้น แต่คุณภาพของมันยังมากถึงระดับหกดาว นี่มันเกินความคาดหมายของข้าเป็นอย่างมาก!"

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมถึงมีนักปรุงยาหลายคนที่อยากได้จิตวิญญาณเปลวเพลิงในชีวิตที่แล้วของข้า มันสามารถช่วยเหลือกระบวนการปรุงเม็ดยาได้อย่างมาก!

 

ถ้าข้าสามารถควบคุมจิตวิญญาณเปลวเพลิงได้ดีกว่านี้ เช่นนั้นคุณภาพของเม็ดยาที่ข้าปรุงจะสูงขึ้นหรือไม่?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 149 ล่าถอย

คัดลอกลิงก์แล้ว