เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 143 เต้นอย่างเชื่อฟัง

ตอนที่ 143 เต้นอย่างเชื่อฟัง

ตอนที่ 143 เต้นอย่างเชื่อฟัง


**ตอนนี้เปิดกลุ่ม 4 แล้วนะครับ ใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่เพจเลยครับ**

 

ถันเหว่ยฉีก้มหัวลงเพื่อขอโทษในทันที “นายน้อยฮัน โปรดอภัยให้กับตัวข้าที่ตาบอดด้วย”

 

ถึงแม้ขงเหวินฮุยจะไม่พอใจ แต่เมื่อมันเห็นว่าแม้แต่ถันเหว่ยฉียังก้มหัว มันจะยังกล้ายืนตัวตรงอยู่ได้อย่างไร มันก้มหัวตามและพูด “ข้าผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้ข้าด้วยนายน้อยฮัน!”

 

“ไสหัวไป!” จื่อเหยียนตะโกนดุด่าและชี้นิ้ว

 

ทั้งสองคนขอบคุณพระเจ้าในใจที่ท่านยังมอบโชคดีให้กับพวกมัน และในขณะที่พวกมันกำลังจะเตรียมตัวเผ่นหนีนั่นเอง...

 

“ใครใช้ให้พวกเจ้ากลับ?” จู่ๆหลิงฮันก็ถามขึ้นมา

 

จื่อเหยียนอดที่จะแสดงความไม่พอใจเล็กน้อยออกมาไม่ได้ นางเป็นคนที่องค์ชายสามไว้ใจที่สุด และทั่วทั้งเมืองจักรพรรดินี้ ใครจะไม่ทักทายนางอย่างสุภาพว่า ‘คุณหนูจื่อเหยียน’? แต่ถึงอย่างนั้น ขนาดนางออกมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว หลิงฮันยังไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ให้จบๆไป นี่ไม่ใช่ว่าเป็นการจงใจไม่ไว้หน้านางต่อหน้าสาธารณชนหรอกรึ?

 

ทั้งถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูสีหน้าผู้อื่น และมันก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที ตราบใดที่จื่อเหยียนเกิดความขัดแย้งกับหลิงฮัน พวกมันก็กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ในขณะเดียวกัน หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้กลายเป็นกังวลกับท่าทางอวดดีของหลิงฮัน

 

“นายน้อยฮันมีคำสั่งอะไรอีกงั้นรึ?” ถันเหว่ยฉีถามอย่างสุภาพ มันรู้ว่ายิ่งมันทำตัวเคารพมากขึ้นเท่าไหร่ หลิงฮันก็จะยิ่งทำท่าทางอวดดีมากขึ้นเท่านั้น และความไม่พอใจของจื่อเหยียนก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย

 

“ข้าได้พูดไปแล้ว พวกเจ้าทั้งสองจะต้องเต้นอยู่ที่นี่หนึ่งชั่วโมง แล้วพวกเราจะลืมเรื่องราวของวันนี้ซะ” หลิงฮันพูด

 

“นายน้อยฮัน ความตายเป็นสิ่งที่ดีเสียกว่าความอัปยศ!” ในด้านความเจ้าเล่ห์ แน่นอนว่าขงเหวินฮุยก็เชี่ยวชาญเช่นกัน มันร่วมมือกับถันเหว่ยฉีอย่างเข้าขากันในทันที และจงใจแสดงสีหน้าโมโหออกมา

 

จะมีใครเชื่อว่ามันเป็นฝ่ายบอกให้จูเสวี่ยอี้เต้นแก้ผ้าก่อน?

 

สีหน้าของจื่อเหยียนกลายเป็นไม่พอใจมากยิ่งขึ้น นางไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ และรู้เพียงแค่สิ่งที่นางเห็นในตอนนี้ จริงอยู่ที่หลิงฮันทำตัวอวดดีเกินไป แต่อย่างไรเขาก็เป็นคนที่องค์ชายสามอยากจะเป็นสหายด้วยอย่างมาก ดังนั้นนางจึงไม่กล้าจะล่วงเกินหลิงฮันเช่นกัน “นายน้อยฮัน นั่นไม่เกินไปหน่อยรึ? ทำไมไม่ให้พวกมันเตรียมของขวัญแล้วค่อยไปขอโทษนายน้อยฮันกับสหายอย่างจริงจังในวันพรุ่งนี้แทนล่ะ?”

 

“พวกเราจะทำตามคำแนะนำของแม่นางจื่อเหยียน!” ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยพยักหน้าอย่างสุภาพในทันที

 

“พี่ชายหลิง ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ!” หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้พูดขึ้นมา

 

หลิงฮันไม่สนใจและพูด “พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องลำบากไปเตรียมของขวัญอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่พวกเจ้าแก้ผ้าเต้นที่นี่ในวันนี้ เรื่องราวทุกอย่างก็จะจบ”

 

“อย่าให้มันมากเกินไป ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะกล้าสังหารพวกเรา!” ขงเหวินฮุยตะโกนขึ้นมาเพื่อตั้งใจยั่วยุหลิงฮัน

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “จักรวรรดิล้วนแต่มีกฎของตัวมันเอง ใครจะกล้าฝืนกฎล่ะ? อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าเป็นเพียงมดปลวก ทางเลือกที่ดีที่สุดของพวกเจ้าคือแก้ผ้าเต้นอย่างเชื่อฟัง ไม่เช่นนั้นข้าจะฉีกเสื้อผ้าของพวกเจ้าและจับพวกเจ้าแขวนเอาไว้ที่ถนนเป็นเวลาสามวันสามคืน”

 

“นายน้อยฮัน!” จื่อเหยียนอดไม่ได้ที่จะพูดแทรก ความเย็นชาได้ปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของนางเล็กน้อย

 

“อะไร? เจ้าไม่เห็นด้วยรึ?” หลิงฮันหันไปมองที่นาง

 

“ฮ่าๆๆๆ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” เสียงหัวเราะหนึ่งดังขึ้น และองค์ชายสามได้เดินออกมา “เจ้าสองคนนั้นบังอาจมาทำให้การพูดคุยระหว่างนายน้อยฮันกับข้าล่าช้า จะปล่อยให้พวกมันกลับไปโดยไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงได้อย่างไร?”

 

“องค์ชายสาม!” ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่เคยคิดเลยว่าหลิงฮันจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์ชายสามขนาดนี้ ในตอนนั้นเอง ขงเหวินฮุยถึงเริ่มพอจะเดาได้ว่าจื่อเหยียนคือใคร และช่วยไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

 

นั่นคือองค์ชายสาม องค์ชายจักรพรรดิที่สามผู้มีอำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือ และในอนาคต เขาเป็นคนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้ครองบัลลังก์

 

จื่อเหยียนเขยิบไปยืนด้านหลังองค์ชายสามในทันที ราวกับว่านางเป็นเงาขององค์ชายสาม

 

“เจ้าได้ยินที่นายน้อยฮันพูดแล้วไม่ใช่รึ? จงแก้ผ้าเต้นที่นี่ซะ!” องค์ชายสามพูดอย่างสงบนิ่ง แต่น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความกดดันจนไม่อาจขัดขืนได้

 

นี่คือออร่าของผู้ที่มีสถานะสูงส่ง

 

สีหน้าอันเจ็บปวดปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของ ถันเหว่ยฉีกับขงเหวินฮุยแต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่กล้าขัดขืนและเริ่มถอดเสื้อผ้าด้วยความรู้สึกอัปยศ

 

“น้องชายหลิงฮันเชิญเลย!” องค์ชายสามพูดด้วยรอยยิ้ม ด้วยสถานะของเขา แน่นอนว่าเขาไม่มีทางอยู่ที่นี่ต่อเพื่อคอยดูผู้ชายสองคนแก้ผ้าเต้น

 

“จะว่าอะไรไหมถ้าข้าพาสหายของข้าสองคนเข้าไปด้วย?” หลิงฮันถาม

 

“ไม่มีปัญหาแน่นอน!” องค์ชายสามหัวเราะตอบ

 

หลิงฮันยิ้มไปทาง หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้ “ถ้าพวกเจ้าไม่มีธุระอะไรต่อจากนี้ อยากจะไปกับข้ารึไม่?”

 

“ได้จริงๆรึ?” จังหวะหัวใจของ หลี่เฮ่ากับจูเสวี่ยอี้ เต้นแรง นั่นคือองค์ชายสามเชียวนะ ถ้าพวกเขาสามารถร่วมทานอาหารกับอีกฝ่ายได้ ในอนาคตจะมีใครในเมืองจักรพรรดิที่กล้ารังแกพวกเขา?

 

หลิงฮันจะต้องมีความคิดเช่นนั้นแน่ เพราะงั้นเขาถึงได้ชวนพวกเขาให้เข้าร่วมไปกับเขา ภายในใจของทั้งสองรู้สึกขอบคุณหลิงฮันเป็นอย่างยิ่ง

 

“แน่นอน” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ขอบคุณพี่ชายหลิง! ขอบคุณองค์ชายสาม!” หลี่เฮ่าและจูเสวี่ยอี้ พูดขึ้นมาพร้อมกันพร้อมกับมองไปยังหลิงฮันด้วยสายตาเร่าร้อน

 

หลิงฮันเพิ่งจะมาถึงเมืองจักรพรรดิไม่กี่วัน แต่กลับสามารถเป็นแขกขององค์ชายสามได้แล้ว ช่างเป็นชายหนุ่มที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

 

ทั้งห้าคนหันหน้าเดินเข้าไปยังศาลาบุปผางาม ส่วน ถันเหว่ยฉีและขงเหวินฮุยพวกมันยังคงแก้ผ้าเต้นอยู่บนถนนต่อไป ถึงแม้องค์ชายสามกับคนอื่นๆจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว พวกมันก็ไม่กล้าเผ่นหนี ไม่งั้นหากองค์ชายสามรู้เข้า เรื่องราวอาจจะใหญ่โตไปมากกว่านี้ก็ได้

 

การที่มีชายหนุ่มสองคนถอดเสื้อเต้นในที่สาธารณะเป็นภาพที่หาดูได้ยาก ดังนั้นพวกมันจึงกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนในทันที

 

“ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก ที่มาแก้ผ้าเต้นที่นี่!”

 

“ที่สำคัญคือทำไมคนที่เต้นต้องเป็นผู้ชายสองคนด้วย ถ้าหากเป็นหญิงสองคน ภาพอาจจะน่ามองมากกว่านี้”

“ฮ่าๆ ดูกระปู๋เล็กๆสองอันนั่นสิ มันใหญ่ไม่ถึงครึ่งของข้าด้วยซ้ำ!”

 

ผู้ชมเริ่มพูดจาเยาะเย้ย ทำให้ ถันเหว่ยฉีกับขงเหวินฮุย รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา

 

“พี่ชายถันพวกเราจะทำอย่างไรกันดี?” ขงเหวินฮุยถามอย่างเจ็บแค้น ความอับอายครั้งนี้ไม่ใช่เป็นแค่ของเขาคนเดียว แต่จะต้องเกี่ยงโยงไปถึงตระกูลขงเบื้องหลังของเขา ในอนาคต สถานะภายในตระกูลของมันจะต้องตกต่ำอย่างมากเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้แน่นอน

 

“หุบปาก!” ถันเหว่ยฉีมีท่าทีราวกับจะทำการสังหารคน ถ้าไม่ใช่เพราะขงเหวินฮุย ตัวเขาจะตกต่ำถึงขนาดนี้ไหม? จริงอยู่ที่เขารังเกียจหลิงฮัน แต่เขารังเกียจขงเหวินฮุยยิ่งกว่าหลิงฮันเสียอีก

 

เมื่อเห็นชายหนุ่มสองคนขยับกระปู๋หมุนไปมาในท่าทางต่างๆ ผู้ชมได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

***

 

หลังจากเข้าไปในศาลาบุปผางาม หลิงฮันได้ลบตัวตนของ ขงเหวินฮุยและถันเหว่ยฉีออกจากสมองอย่างสมบูรณ์ เขาไม่ใช่คนที่จะเก็บเรื่องของมดปลวกสองตัวมาคิดมาก แน่นอนว่าถ้าหลังจากวันนี้ทั้งสองคนนั่นยังไม่ยอมแพ้ สิ่งที่จะรอคอยพวกมันอยู่คือการลงโทษอย่างขั้นเด็ดขาด

 

องค์ชายสามจองพื้นที่ลานด้านข้างเอาไว้ และแขกมากมายได้มาถึงแล้ว เมื่อพวกเขามองไปยังหลิงฮัน ใบหน้าของพวกเขาล้วนแต่แสดงความสงสัยออกมาว่าหลิงฮันมีเบื้องหลังแบบใด ไม่ใช่แค่องค์ชายสามส่งคุณหนูจื่อเหยียนออกไปต้อนรับ แต่แม้แต่ตัวขององค์ชายสามเองก็ยังต้องออกไปต้อนรับด้วยเช่นกัน

 

“เอาล่ะ ให้ข้าแนะนำให้พวกเจ้ารู้จัก นี่คือน้องชายหลิง หลิงฮัน เขาคือสหายน้อยของปรมาจารย์ฟูหยวนเชิง และยังเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อกับปรมาจารย์หวู่ซงหลิย”

 

...ก่อนหน้านี้เมื่อมันค้นพบว่าหลิงฮันเป็นตัวแทนของหวู่ซงหลินไปเข้าร่วมการค้นหาที่ลำธารใต้พิภพ พวกเขารู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก แคว้นพิรุณมีนักปรุงยาระดับดำขั้นสูงอยู่เพียงสองคน และทั้งสองคนนั้นต่างก็เป็นสหายใกล้ชิดกับหลิงฮัน ดังนั้นองค์ชายสามจึงไม่กล้าที่จะดูหมิ่นหลิงฮันแม้แต่น้อย

 

“อึก” คนอื่นๆต่างก็อ้าปากด้วยความตกตะลึง ‘สหายน้อย’ คำเรียกเช่นนี้จะนำมาใช้ง่ายๆได้อย่างไร?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 143 เต้นอย่างเชื่อฟัง

คัดลอกลิงก์แล้ว