เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 132 รากสามอัน

ตอนที่ 132 รากสามอัน

ตอนที่ 132 รากสามอัน


สมุนไพรแห่งพระเจ้ากำลังตั้งสมาธิไปที่การขุดรากลงไปในดิน และมันไม่คิดว่าจะมีใครสามารถผ่านผนึกของเขตแดนลึกลับมาได้ มันรีบถอนรากออกมาเพื่อเตรียมตัวหนี

 

แต่ครั้งนี้มันช้าไปหนึ่งก้าว!

 

ถึงแม้การเคลื่อนไหวของมันจะรวดเร็วและถอนรากออกมาได้แล้ว แต่มือของหลิงฮันก็สามารถคว้ารากของมันเอาไว้ได้

 

"!!!"

 

ดูเหมือนว่าสมุนไพรแห่งพระเจ้าจะตกตะลึงอย่างมาก แม้แต่ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอยู่บนลำต้นของมันยังต้องหุบลงในทันที รวมถึงก้านของมันยังบิดเบี้ยวคดงอไปมา แต่ในเวลาต่อมา จู่ๆมันก็เริ่มตะเกียกตะกายดิ้นรนอย่างรุนแรงและหลุดออกจากกำมือของหลิงฮันไปได้ ‘ฟุบ’ มันเบียดเสียดตัวเองเข้าไปยังกำแพงผนึกของเขตแดนลึกลับและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

หลิงฮันตะลึงจนพูดไม่ออก เมื่อเขาแบบมือและมองดูก็พบเข้ากับรากสามอันที่ถูกฉีกขาด รวมถึงส่วนที่ฉีกขาดของรากได้มีของเหลวสีขาวราวกับน้ำนมไหลออกมา กลิ่นหอมที่แสนสดชื่นเกินกว่าจะบรรยายได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อสูดดมเข้าไป ร่างกายของเขารู้สึกผ่อนคลายราวกับกลายเป็นขนนกที่ล่องลอยขึ้นสู่สวรรค์

 

นี่คือสมุนไพรระดับสวรรค์!

 

หลิงฮันจะปล่อยให้มันเสียของได้อย่างไร? เขาแลบลิ้นและเลียหยดน้ำนมนั่นอย่างรีบร้อน หากมีเหลือแม้แต่นิดเดียวจะถือว่าเป็นบาปที่ไม่สามารถให้อภัยได้

 

‘สบายตัว! ช่างสบายตัวจริงๆ!’

 

เพียงแค่กลิ่นหอมของมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หลิงฮันตัวเบาจนราวกับเป็นขนนกที่พร้อมจะล่องลอยขึ้นสู่สวรรค์ หลังจากที่กลืนของเหลวหลายหยดเข้าไป เขารู้สึกราวกับรูมขุมขนทั่วร่างของเขาได้เปิดออกและมีพลังวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาเองเพื่อปรับแต่งร่างกายของเขา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันสุดยอดเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

 

อำนาจสัมผัสของเขาได้เพิ่มขึ้นมาอย่างมาก โลหิต กล้ามเนื้อ เส้นประสาทและกระดูกของเขาเองก็มีการพัฒนาเช่นเดียวกัน แต่กลับกัน พลังบ่มเพาะของเขานั้นเพิ่มขึ้นมาเพียงนิดเดียว

 

‘คุณค่าของสมุนไพรแห่งพระเจ้าไม่ใช่การเพิ่มระดับพลังบ่มเพาะ’ หลิงฮันคิดในใจ เขาแผ่ขยายสัมผัสสวรรค์ไปทั่วร่างกายและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงอย่างถี่ถ้วน

 

พลังชีวิต!

 

นั่นคือสิ่งที่เขาสรุปได้ ด้วยการบำรุงของสมุนไพรระดับพระเจ้า ร่างกายและพลังชีวิตของเขาได้ถูกพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่

 

ไม่ว่าจอมยุทธคนใดก็ต้องรู้ว่ามนุษย์มีช่วงอายุขัยอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อยปี มีเพียงแค่คนที่สามารถทะลวงผ่านระดับบุปผาผลิบานไปได้ถึงจะสามารถทำลายขีดจำกัดของขอบเขตมนุษย์และได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอีกสองร้อยปี ต่อให้พวกเขากินโสมสมุนไพรพันปีเข้าไป อย่างมากมันก็ช่วยพวกเขาได้เพียงชะลอการแก่เฒ่าและมีชีวิตต่อไปได้อีกไม่กี่ปี

 

ทำไมจอมยุทธระดับบุปผาผลิบานถึงได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นสองร้อยปี? นั่นเพราะพลังชีวิตของพวกถูกทำให้แข็งแกร่งขึ้น

 

หลังจากระดับบุปผาผลิบาน  ทุกๆการทะลวงผ่านไปยังระดับใหม่ก็หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่จะได้รับอายุขัยและพลังชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจอมยุทธระดับสวรรค์สามารถบรรลุระดับทลายมิติได้ อายุขัยที่มากที่สุดของจอมยุทธจะถูกจำกัดอยู่ที่หนึ่งพันปี

 

สมุนไพรระดับพระเจ้ามีประสิทธิภาพแบบเดียวกัน!

 

แค่กลืนของเหลวนั่นไปเพียงไม่กี่หยด พลังชีวิตของหลิงฮันก็ได้รับการพัฒนาครั้งใหญ่ ในฐานะที่เคยเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ เขาสามารถคำนวณได้คร่าวๆว่าเขามีอายุขัยเพิ่มมาประมาณยี่สิบปี

 

ยี่สิบปี! เพียงแค่ไม่กี่หยดเท่านั้น!

 

ถ้าเขาสามารถกลืนต้นสมุนไพรแห่งพระเจ้าลงไปได้ทั้งต้น เขาจะได้รับอายุขัยเพิ่มขนาดไหนกัน? หนึ่งพันปี... นั่นคือจำนวนที่ต่ำที่สุดที่หลิงฮันคิดเอาไว้ สำหรับจอมยุทธระดับสวรรค์ นั่นก็เท่ากับการมีชีวิตเพิ่มมาอีกหนึ่งชีวิต และสำหรับมนุษย์ นั่นก็เท่ากับการมีชีวิตเพิ่มมาอีกสิบชีวิต!

 

อะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกนี้?

 

ไม่ใช่ทักษะบ่มเพาะ ไม่ใช่ทักษะยุทธ ไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่เป็นชีวิต

 

การมีอายุขัยเพิ่มขึ้นหนึ่งพันปี แม้แต่จอมยุทธระดับสวรรค์ก็ยังต้องกลายเป็นบ้า

 

หลิงฮันเก็บรากทั้งสามอันเข้าไปในแหวนมิติ การเพิ่มอายุขัยเป็นผลลัพธ์เพียงหนึ่งอย่างของสมุนไพรระดับพระเจ้า และนั่นก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว แต่ว่ามันยังสามารถนำไปใช้อย่างอื่นได้อีก เช่นการสร้างกายหยาบขึ้นมาใหม่และการชำระล้างสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในร่างกาย!

 

เขามีรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายของเขาจะมีระดับนิรันดร์ ร่างกายของเขาเป็นเพียงร่างกายธรรมดา แต่หลังจากที่เขาเริ่มฝึกฝนคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ กายหยาบของเขาได้มีระดับสูงขึ้นเป็นขั้นกายาต้นไม่มรณะ และร่างกายของเขาสามารถเทียบเท่าได้กับเผ่าพันธุ์ที่มีร่างกายพิเศษ

 

หรือก็คือ ร่างกายของเขายังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหน้าของเขาก็ยังมีอีกสามขั้นรออยู่ ขั้นหินผา ขั้นเหล็กไหล ขั้นเพชร ยิ่งกว่านั้น นี่ยังเป็นเพียงส่วนแรกของคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์เท่านั้น

 

‘สมุนไพรระดับพระเจ้าสามารถช่วยพัฒนากายหยาบได้ ใครจะรู้ล่ะ บางทีข้าอาจจะสามารถใช้มันเพื่อบรรลุขั้นหินผาได้ก็เป็นได้!’ ดวงตาของหลิงฮันเป็นประกาย ถ้าเขาสามารถเรียนรู้ขั้นหินผาได้ ไม่ใช่แค่พลังป้องกันของเขาจะแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่เขายังสามารถควบแน่นหยดวารีอมตะขึ้นมาได้อีกสองหยดอีกด้วย เมื่อถึงตอนนั้น รวมแล้วเขาจะมีหยดวารีอมตะอยู่สามหยด ทำให้มีไพ่ตายเพิ่มขึ้นอีกใบ

 

‘โชคร้ายจริงๆ ถ้าสามารถได้สมุนไพรแห่งพระเจ้านั่นมาทั้งต้น ข้าอาจจะสามารถบรรลุขั้นเหล็กไหลหรือขั้นเพชรได้เลยด้วยซ้ำ!’ เขาอดที่จะรู้สึกเสียดายไม่ได้ แต่ไม่นานเขาก็หัวเราะและพูดกับตัวเอง “จะโลภมากเกินไปไม่ได้ ในชีวิตที่แล้ว ข้าไม่เคยพบเจอแม้แต่สมบัติธรรมชาติระดับเก้า แต่ตอนนี้ ด้วยระดับพลังเพียงรวมธาตุขั้นหก ไม่เพียงแค่ข้าพบกับสมุนไพรแห่งพระเจ้าระดับสิบ แต่ข้ายังได้รากของมันมาสามอันอีกด้วย ถ้าข้ายังไม่รู้สึกพอใจ ข้าก็สมควรจะถูกฟ้าผ่าตายจริงๆ”

 

เขากวาดตามองซากศพที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงกลาง เขามีความรู้สึกว่านี่คือต้นเหตุของทุกอย่างที่เกิดขึ้น

 

เห็นได้ชัดว่าซากศพนี้ผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงมา กระดูกของเขาอย่างน้อยหนึ่งร้อยชิ้นถูกบดขยี้ มันเป็นเรื่องที่จินตนาการยากมากว่าเขาสามารถสู้ต่อไหวได้อย่างไร ทั้งๆที่กระดูกแตกหักมากมายขนาดนั้น หลิงฮันค่อยเดินเข้าไปเพื่อตรวจสอบ และอดที่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาไม่ได้

 

กระดูกของซากศพนี้มีอักขระสีทองอยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นเพราะกาลเวลาที่ผ่านพ้นมานาน หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะคนคนนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส อักขระเหล่านั้นจึงเกือบจะจางหายจนแทบมองไม่เห็นแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม การที่มันจางลงไปก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้หลิงฮันรับรู้ถึงอำนาจของอักขระสีทองเหล่านี้ แทนที่จะพูดว่ามันเป็นอักขระที่เขียนเป็นตัวอักษร มันเหมาะสมกว่าที่จะพูดว่าพวกมันเป็นอักขระที่เขียนขึ้นเป็นลวดลายต่างๆ พวกมันคือลวดลายที่แสดงถึงอำนาจของธรรมชาติ

 

‘เดี๋ยวก่อน!’ หลิงฮันชะงัก ‘คัมภีร์สวรรค์นิรันดร์เองก็เป็นเช่นนี้ ข้าไม่สามารถบรรยายเนื้อหาของคัมภีร์ออกมาเป็นคำพูดได้!’ หลิงฮันเข้าใจขึ้นมาทันที ไม่แปลกเลยที่เขาต้องใช้เวลาหนึ่งหมื่นปีเพียงเพื่อทำความเข้าใจส่วนแรกของทักษะบ่มเพาะนี้ นั่นเพราะว่าเนื้อหาของทักคัมภีร์ไม่ใช่แค่อักษรธรรมดา แต่มันเป็นอักขระที่อยู่ระดับสูงขึ้นไปอีกหลายขุม

 

‘อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ข้าจะมองแค่ชั่วขณะ แต่ข้าสามารถยืนยันได้ว่าอักขระสีทองที่อยู่บนกระดูกของซากศพนี้ไม่สามารถเทียบกับอักขระของคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ได้’

 

ความซับซ้อนของอักขระทั้งสองนั้นอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

“แต่ข้าสามารถบอกได้ว่านี่คือซากศพของจอมยุทธระดับทลายมิติ ถ้าข้าสามารถทำความเข้าใจเพียงเศษเสี้ยวนึงของเจตจำนงของเขาได้ มันจะต้องเป็นประโยชน์สำหรับข้าเมื่อตอนที่จะทะลวงผ่านระดับทลายมิติในอนาคตแน่นอน!” หลิงฮันพูดกับตัวเอง ดวงตาของเขาเปิดกว้างและตั้งใจจะจดจำอักขระสีทองเหล่านี้

 

“ฟู่ม” จู่ๆก็มีเปลวเพลิงสีชาดพุ่งออกมาจากโครงกระดูก มันเป็นเปลวเพลิงที่ส่องสว่างเจิดจ้าและปลดปล่อยคลื่นความร้อนออกมารอบๆ จนทำให้หลิงฮันต้องเดินถอยหลังหลายก้าว

 

เปลวเพลิงสีชาดบินอยู่เหนือโครงกระดูกและเปลี่ยนรูปร่างไปมาราวกับมันมีชีวิต

 

“จิตวิญญาณเปลวเพลิง!” หลิงฮันอ้าปากค้างเพราะความตกตะลึง

 

จิตวิญญาณเปลวเพลิงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากธรรมชาติ มันสามารถเรียกได้ว่าเป็นพลังงานอย่างหนึ่งและมันมีค่ากับจอมยุทธและนักปรุงยาเกินกว่าจะบรรยายออกมาได้ เมื่อจอมยุทธหลอมจิตวิญญาณเปลวเพลิงรวมเข้ากับตนเอง จอมยุทธคนนั้นจะสามารถขัดเกลากายหยาบของตนเองเพื่อเพิ่มพลังบ่มเพาะ หรืออาจจะสามารถเปลี่ยนทักษะยุทธธรรมดาให้กลายเป็นทักษะยุทธประเภทเปลวเพลิงได้ และถ้านักปรุงยาผสานจิตวิญญาณเปลวเพลิงรวมเข้ากับตนเอง นักปรุงยาคนนั้นจะได้เปรียบอย่างมากเมื่อทำการหลอมเม็ดยา

 

ทำไมน่ะรึ?

 

เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการหลอมเม็ดยาคือการควบคุมเพลิง อย่างไรก็ตาม จอมยุทธมีพลังที่จำกัด ดังนั้นความร้อนจากเปลวเพลิงที่ปล่อยออกมาจึงมีจำกัดไปด้วย แต่จิตวิญญาณเปลวเพลิงสามารถเพิ่มขีดจำกัดที่ว่าให้สูงขึ้นได้หลายเท่า และช่วยให้นักปรุงยามีโอกาสแสดงความสามารถของตัวเองได้มากขึ้น

 

ยกตัวอย่างเช่นหลิงฮัน ด้วยความสามารถของเขา เขาสามารถหลอมเม็ดยาระดับสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยขีดจำกัดของพลังบ่มเพาะ ทำให้เขาไม่สามารถสร้างเปลวเพลิงระดับสูงที่มีความร้อนมากพอจะหลอมเม็ดยาระดับสวรรค์ได้ แต่ถ้าเขาผสานจิตวิญญาณเปลวเพลิงเข้ากับตัวเอง ถึงแม้จะยังไม่สามารถหลอมเม็ดยาระดับสวรรค์ได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะหลอมเม็ดยาระดับปฐพีได้สำเร็จ

 

ถึงแม้ตอนนี้จะผสานจิตวิญญาณเปลวเพลิงไปแล้วก็ยังหลอมเม็ดยาระดับปฐพีไม่ได้ แต่เมื่อเขาทะลวงผ่านไปยังระดับก่อเกิดธาตุ เขาจะต้องหลอมได้แน่นอน

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 132 รากสามอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว