เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 122 แสงแห่งพระเจ้า

ตอนที่ 122 แสงแห่งพระเจ้า

ตอนที่ 122 แสงแห่งพระเจ้า


ในหมู่ลูกศิษย์ของเขา เจียงเย่เฟิงเป็นคนที่มีพรสวรรค์ต่ำที่สุด ในเมื่อมันสามารถทะลวงผ่านรักดับสวรรค์ได้ ลูกศิษย์อีกสามคนของเขาก็ต้องทะลวงผ่านได้เช่นกัน! ถ้าทั้งสี่คนร่วมมือกัน หลิงฮันคิดไม่ออกเลยว่าใครจะมาจัดการทั้งสี่คนได้

 

แต่จากที่ดูแล้ว อาวุธของเจียงเย่เฟิงจะต้องได้รับความเสียหายมาจากสงครามครั้งใหญ่แน่นอน อาวุธของมันถึงได้ลอยออกมาจากลำธารใต้พิภพเหมือนกับอาวุธวิญญาณชิ้นอื่นๆ

 

หรือว่าจะมีสงครามระหว่างจอมยุทธระดับสวรรค์?

 

หลิงฮันเคาะไปที่กระบี่เบาๆ เขาตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาจะต้องไปตรวจสอบที่แหล่งต้นตอของลำธารใต้พิภพให้ได้

 

อย่างไรก็ตาม การที่เขาสามารถใช้งานอาวุธวิญญาณ แถมยังโค่นจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุกลุ่มใหญ่ได้อีก เหตุการณ์นี้ทำให้เขาได้รับความสนใจจากตัวตนระดับสูง ในคืนนั้นเขาจึงได้รับการเชิญชวนเพื่อไปค้นคว้าความลับที่อยู่เบื้องหลังอาวุธวิญญาณเหล่านี้ด้วยกัน

 

หลิงฮันไม่ได้ปฏิเสธ เขาเองก็อยากจะตรวจสอบอาวุธวิญญาณชิ้นอื่นๆเช่นกัน

 

ในคืนนั้น อาวุธวิญญาณทั้งหมดสิบเอ็ดชิ้นถูกวางเอาไว้บนตะข้างหน้าเขา อาวุธทุกชิ้นล้วนแต่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ถ้าไม่มีคนบอก ใครจะไปเชื่อว่าอาวุธที่วางอยู่บนโต๊ะคือสมบัติอันล้ำค่า

 

“สหายน้อยหลิง เจ้าสามารถฟื้นคืนอาวุธวิญญาณได้อย่างไร?” จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณจากตระกูลจ้าวถามขึ้นมา ในสมัยมันยังเป็นรุ่นเยาว์ มันได้มีฉายาว่าสุภาพบุรุษหวูเซว่ ครั้งหนึ่งชื่อเสียงในด้านการหลงใหลในความรักของมันได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองจักพรรดิ แต่โชคร้ายที่ตอนนี้มันเป็นเพียงชายชราที่ไม่มีความเป็นหนุ่มเหลืออีกต่อไป

 

ชายชราคนนี้อยู่ในระดับห้วงจิตวิญญาณขั้นเก้ามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ต่อให้มันสามารถทะลวงผ่านระดับแก่นแท้จิตวิญญาณไปได้ มันก็คงเหลือเวลาที่จะเสพสุขในพลังนั้นได้เพียงไม่กี่ปี เพราะคนที่ไม่อาจทะลวงผ่านระดับบุปผาผลิบานได้ ยังไงก็เป็นได้เพียงมนุษย์ เพียงแค่ว่าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอเท่านั้น

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเพียงแค่จับไปที่อาวุธวิญญาณ จู่ๆข้าก็ได้รับการยอมรับจากมัน”

 

ชายชราเจ็ดคนที่นั่งอยู่แสดงสีน่าไม่เชื่อออกมา อย่างไรก็ตาม หลิงฮันเป็นตัวแทนของหวู่ซงหลิน ไม่ว่าพวกมันจะไม่พอใจขนาดไหน พวกมันก็ไม่สามารถแสดงออกมาอย่างเปิดเผยได้

 

จ้าวหวูเซว่ยิ้มและพูด “ถ้าเช่นนั้น บางทีสหายน้อยหลิงคงบังเอิญทำเช่นนั้นได้”

 

“ใช่แล้ว ข้าไม่เคยคิดว่าเรื่องบังเอิญเช่นนั้นจะเกิดขึ้นเช่นกัน” หลิงฮันหัวเราะและหยิบอาวุธวิญญาณหนึ่งชิ้นจากบนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด

 

ชายชราทั้งเจ็ดไม่ได้ห้ามเขา พวกมันล้วนแต่สังเกตทุกการกระทำของหลิงฮัน บางทีกุญแจที่ใช้กระตุ้นอาวุธวิญญาณเหล่านี้อาจจะเป็นการขยับตัวในรูปแบบพิเศษบางอย่าง ดังนั้นพวกมันจึงไม่พลาดที่จะมองทุกการเคลื่อนไหวของหลิงฮัน

 

แต่พวกมันก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะว่าครั้งนี้หลิงฮันเพียงแค่ทำการตรวจสอบอาวุธวิญญาณเหล่านี้เท่านั้น

 

อาวุธวิญญาณทุกชิ้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก และบางชิ้นได้สูญเสียจิตวิญญาณไปอย่างสมบูรณ์แล้ว ยิ่งกว่านั้น เจตจำนงที่สลักเอาไว้ในอาวุธวิญญาณเหล่านี้เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากของหลิงฮัน เพราะงั้นสำหรับเขาแล้ว อาวุธวิญญาณทั้งหมดนี้จึงไม่ต่างอะไรกับขยะ

 

แต่แน่นอนว่าเจตจำนงที่สลักเอาไว้ในอาวุธวิญญาณเหล่านี้ยังคงมีค่ามากพอที่จะให้ศึกษาค้นคว้า เพราะหลิงฮันสามารถยืนยันได้ว่าพวกมันทั้งหมดเป็นอาวุธวิญญาณระดับเก้าที่สร้างขึ้นโดยจอมยุทธระดับสวรรค์!

 

เขาใช้มือลูบคางและครุ่นคิดอยู่ในใจ

 

ในยุคสมัยของเขามีจอมยุทธระดับสวรรค์เพียงเจ็ดคน ถึงแม้เหล่าลูกศิษย์ของเขาจะบรรลุระดับสวรรค์ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาเสียชีวิตแล้วก็ควรจะมีจอมยุทธระดับสวรรค์แค่สิบคน

 

แต่ที่นี่กลับมีอาวุธวิญญาณระดับเก้าทั้งหมดสิบเอ็ดชิ้น

 

หลิงฮันตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าเจตจำนงที่สลักอยู่ภายในอาวุธวิญญาณเหล่านนี้นั้นแตกต่างกัน หรือก็คือ พวกมันถูกสร้างขึ้นมาจากจอมยุทธระดับสวรรค์ทั้งหมดสิบเอ็ดคน

 

ยิ่งกว่านั้น อาวุธวิญญาณเหล่านี้เป็นเพียงอาวุธที่ถูกตกขึ้นมาได้สำเร็จ ยังมีอาวุธวิญญาณอีกมากมายที่ยังไม่สูญเสียจิตวิญญาณไป และหลบหนีไปบนฟ้าแล้ว

 

หากวิเคราะห์จากสิ่งเหล่านี้ หลังจากที่เขาต่ยไปแล้ว มีจอมยุทธระดับสวรรค์โผล่ขึ้นมาอีกกี่คนกันแน่?

 

หนึ่งร้อย? หนึ่งพัน?

 

จะไปมีเยอะขนาดไหนได้อย่างไร!

 

หลิงฮันไม่เข้าใจแม้แต่น้อย หรือว่าหลังจากการตายของเขา ศาสตร์แห่งวรยุทธได้ก้าวเข้าสู่ยุคทองแห่งความรุ่งโรจน์ ทำให้มีจอมยุทธระดับสวรรค์เกิดขึ้นมากมาย? ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น จะอธิบายเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร?

 

เขาตรวจสอบอาวุธวิญญาณทอีกสิบชิ้นอย่างละเอียด เจตจำนงที่สลักเอาไว้ในแต่ละอันล้วนแต่เป็นเจตจำนงที่เขาไม่คุ้นเคย พวกมันต้องไม่ใช่เจตจำนงของราชันอีกหกคนที่มีระดับเทียบเท่าเขาแน่นอน

 

ดูเหมือนว่าถ้าเขาไม่มุ่งหน้าไปยังแหล่งต้นตอของลำธารใต้พิภพ เขาคงจะไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

 

หลิงฮันส่ายหัวและวางอาวุธวิญญาณกลับไปที่โต๊ะ “พวกเจ้าทุกคนมีใครคิดวิธีผ่านกำแพงล่องหนที่ปิดกั้นไม่ให้มุ่งหน้าไปยังแหล่งต้นตอของลำธารใต้พิภพได้รึยัง?”

 

เมื่อได้ยินหลิงฮันเรียกพวกมันว่า‘พวกเจ้าทุกคน’ จ้าวหวูเซว่และคนอื่นๆได้แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา ลำดับชั้นของวิถียุทธเป็นเรื่องที่เข้มงวดเป็นอย่างมาก แต่จอมยุทธที่มีพลังบ่มเพาะเพียงระดับรวมธาตุกลับกล้าทำตัวไม่แยแสต่อหน้าพวกมัน? แต่อีกฝ่ายเป็นถึงตัวแทนของหวู่ซงหลิน และหวู่ซงหลินเป็นจอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันหลายเท่า ดังนั้นตัวแทนของหวู่ซงหลินจึงมีสิทธิที่จะทำตัวทัดเทียมกับพวกมัน

 

พวกมันทุกคนรู้สึกโศกเศร้าและเริ่มคร่ำครวญต่อหวู่ซงหลิน ทำไมเขาถึงได้ส่งตัวแทนแบบนี้มา? ไม่ใช่ว่านี่เป็นการจงใจดูหมิ่นพวกมันรึไง?

 

“ไม่มีทางที่จะก้าวผ่านกำแพงล่องหนไปได้ เป็นไปได้ว่าแม้แต่จอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณก็ยังต้องหมดหนทาง นอกเสียจาก... นอกเสียจากคนคนนั้นจะยอมมาที่นี่!” จ้าวหวูเซว่ส่ายหัว และเมื่อมันพูดจบ มันได้มองไปยังชายชราคนหนึ่ง

 

ชายชราคนนั้นคือคนจากตระกูลจักรพรรดิฉี ฉีจิ่วฉาน

 

จอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณอีกห้าคนเองก็พยักหน้า “คนคนนั้น”ที่ว่าหมายถึงจอมยุทธระดับบุปผาผลิบาน ผู้ลึกลับของตระกูลฉี ในสายตาของพวกมัน จอมยุทธระดับบุปผาผลิบานคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกและสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

 

แต่หลิงฮันไม่เห็นด้วยกับทางเลือกนี้ จริงอยู่ที่จอมยุทธระดับบุปผาผลิบานได้ละทิ้งขอบเขตของมนุษย์ไปแล้ว รวมทั้งยังครอบครองพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว อย่างเช่นการมีอายุขัยเพิ่มขึ้นสามร้อยปี หรือการที่สามารถล่องลอยไปบนท้องฟ้าได้!

 

อย่างไรก็ตาม อาวุธวิญญาณที่ค้นพบที่นี่ล้วนแต่เป็นอาวุธวิญญาณระดับเก้า จอมยุทธระดับบุปผาผลิบานจะสามารถทำอะไรกับอาวุธวิญญาณระดับเก้าได้? ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่าแม้แต่จอมยุทธระดับสวรรค์ก็ยังต้องเสียชีวิตลงในการต่อสู้ และอาวุธวิญญาณของพวกมันคงได้รับความเสียหายจากการต่อสู้นั่น เพราะงั้นกำแพงล่องหนที่ว่าจะสามารถถูกทำลายโดยจอมยุทธระดับบุปผาผลิบานได้อย่างไร?

 

เขาไม่คิดจะพูดความคิดนี้ออกไป เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าจะกล่าวออกไปได้ คงจะดีเสียกว่าหากเขาทำตัวไม่เป็นที่สังเกตต่อไป

 

“วันพรุ่งนี้ข้าอยากจะไปดูกำแพงที่ว่า” หลิงฮันพูด

 

แทนที่พวกมันจะคัดค้าน แต่กลับพยักหน้าตกลงในทันที

 

“เชิญสหายน้อยทำตามตามสบาย เจ้าเป็นตัวแทนของปรมาจารย์หวู่ ดังนั้นเจ้าจึงมีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น!” ฉีจิ่วฉานพูดด้วยรอยยิ้ม

 

‘บัดซบ ช่างเป็นรอยยิ้มที่ปลอมอะไรขนาดนั้น!’ หลิงฮันคิดในใจ เขารู้ว่าชายชราทั้งเจ็ดคนยังสงสัยในตัวเขาและอยากจะเห็นว่าเขามีวิธีการพิเศษในการทำลายกำแพงล่องหนหรือไม่ หลิงฮันไม่ได้เปิดเผยสิ่งที่คิดออกไป เขาพยักหน้าพร้อมกับหยิบกระบี่วิเศษและเดินออกไป

 

ในวันถัดมา หลิงฮัน หลิวอู๋ตงและหลีซื่อฉางได้เดินทวนกระแสน้ำขึ้นไป

 

ในตอนแรกเขาคิดจะมุ่งหน้าไปคนเดียว แต่เขาไม่สามารถต่อต้านการอ้อนวอนของหญิงสาวทั้งสองได้ ดังนั้นเขาจึงต้องพาพวกนางมาด้วย ข้างหลังของพวกเขามีจ้าวหวูเซว่และคนอื่นๆเดินตามมา รวมๆกันแล้วพวกมันมีจอมยุทธระดับห้วงจิตวิญญาณอยู่ด้วยกันถึงสิบสี่คน โดยมีบางคนที่ไม่ได้เข้าร่วมการพูดคุยในคืนก่อน แต่วันนี้พวกมันมาด้วยกันหมดทุกคน

 

แหล่งต้นตอของลำธารใต้พิภพแห่งนี้อยู่ในส่วนตีนเขา และไม่มีทางที่จะเดินไปต่อได้ พวกเขาจึงมีทางเดียวคือดำน้ำลงไปเพื่อเดินหน้าต่อ

 

ไม่มีจอมยุทธคนใดที่ไม่รู้จักวิธีดำน้ำ ดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงดำลงไปใต้น้ำ พวกเขายังดำไปได้ไม่ไกลนักก็พบว่าทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นความมืดมิด ถ้าพวกเขาดำน้ำไปข้างหน้าอีกแม้แต่นิดเดียว พวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นได้แม้แต่นิ้วมือของตนเอง พวกเขารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่เสียดแทงเข้าไปจนถึงกระดูก

 

โชคดีที่ลำธารใต้น้ำมีอากาศไหลเวียน ไม่เช่นนั้นไม่ว่าพวกเขาจะสามารถกลั้นหายใจได้นานกว่าคนธรรมดาขนาดไหน พวกเขาก็ไม่สามารถดำลงไปได้ไกลอยู่ดี

 

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ข้างหน้าพวกเขาได้ปรากฏประกายแสงวูบวาบขึ้นมา

 

ในตอนแรก หลิงฮันคิดว่าในที่สุดพวกเขาก็ออกจากภูเขาได้ และทางออกก็อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว แต่เขาก็รู้สึกทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ที่จริงตรงหน้าของพวกเขาคือผนึกที่กำลังส่องแสงสว่าง ราวกับว่าตรงหน้าพวกเขามีตะข่ายกั้นเอาไว้อยู่ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

 

“หืม นี่มัน... แสงแห่งพระเจ้า!”

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 122 แสงแห่งพระเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว