เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 113 คนโง่

ตอนที่ 113 คนโง่

ตอนที่ 113 คนโง่


“เริ่มค้นหาได้!” อันซัวหมิงหันหน้าและชี้นิ้ว ตอนนี้ความมั่นใจของมันได้กลับคืนมาแล้ว

 

“รอก่อน!” หลิงฮันพูด

 

“อะไร? ในที่สุดก็รู้สึกกลัวแล้วรึไง?” อันซัวหมิงยิ้มอย่างโหดเหี้ยม

 

หลิงฮันพลักประตูเปิดออกและเรียก “ฮูหนิว!”

 

“ฟุบ” ร่างเล็กพุ่งออกมาและกระโดดเข้าไปยังอ้อมกอดของหลิงฮัน สาวน้อยคนนี้ไม่มีความอดทน ดังนั้นหลิงฮันจึงบอกนางในเล่นคนเดียวในห้องไปก่อน เพื่อที่เขาจะไปเยี่ยมเยือนม่อเกา

 

สำหรับฮูหนิวที่หวงแหนอาณาเขต คนที่บุกรุกเข้ามายังอาณาเขตของนางจะต้องถูกโจมตีแน่นอน สาวน้อยคนนี้ไม่สนว่าจะโค่นศัตรูลงได้หรือไม่ แต่ยังไงนางก็ต้องกระโจนเข้าใส่ผู้ที่บุกรุกเข้ามา

 

“เอาล่ะ เชิญเลย!” หลิงฮันยิ้มและพูด

 

อันซัวหมิงอดที่จะมองอย่างสงสัยไปทางฮูหนิวไม่ได้ มันกังวลว่าฮูหนิวจะซ่อน ‘ของที่ถูกขโมย’ เอาไว้กับตัวนาง แต่เมื่อมันคิดดีๆแล้ว หลิงฮันทั้งไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับฮูหนิวกับยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าของที่ถูกขโมยไปคืออะไร ดังนั้นคงเป็นไปไม่ได้นางจะเก็บเหรียญตราเอากับตัว

 

“ตรวจค้น!” มันพูดสั่งสมาชิกฝ่ายควบคุมวินัยคนอื่น

 

“รับทราบ!” ทุกคนตอบรับและเดินเข้าไปยังลานที่พัก

 

หลิงฮันยืนรอข้างนอกโดยมีฮูหนิวอยู่ในอ้อมแขน องค์ชายสาม สาวงามผมแดง ม่อเกา เฟิงหลัวและเว่ยเหอเลอเองก็รออยู่ข้างนอกเช่นกัน พวกมันไม่ใช่สมาชิกของฝ่ายควบคุมวินัย เพราะงั้นพวกมันจึงไม่สามารถบุกรุกเข้าไปยังลานที่พักของลูกศิษย์สำนักได้ง่ายๆ

 

ภายในที่พักได้เกิดเสียงรื้อค้นดังขึ้น หลิงฮันเข้าไปหยิบเก้าอี้จากที่พักออกมานั่งลงอย่างไม่คิดอะไรมาก เมื่อหญิงสาวผมแดงเห็นแบบนี้ นางจึงเข้าไปนำเก้าอี้ออกมาและเชิญให้องค์ชายสามนั่ง

 

แน่นอนว่าเฟิงหลัวจะไม่ยอมยืนเด็ดขาด ถ้าพวกเจ้านั่งแต่ว่าข้ายังยืนอยู่ นั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะดูเหมือนเป็นคนรับใช้ของพวกเจ้ารึไง?

 

“หยุด!”มันเพิ่งจะยกเท้าเตรียมจะก้าวเดิน แต่ก็โดนหลิงฮันตะโกนหยุดเอาไว้ “ข้าไม่อนุญาติให้สุนัขเดินเข้าไปลานที่พักของข้า”

 

“อะ... อะไรนะ!” เฟิงหลัวกระโดดตกใจทันที “เจ้ากล้าเรียกข้าว่าสุนัข?”

 

“เจ้าถูกข้าเหยียบมาตั้งหลายทีแล้ว ทำไมยังไม่เข้าในสถานะของตัวเองอีก?” หลิงฮันส่ายหัวและถอนหายใจ “ต้องมายุ่งวุ่นวายกับมดปลวกเช่นเจ้าอยู่หลายต่อหลายครั้งมันไม่ใช่นิสัยของข้า! การเหยียบย่ำเจ้ามันไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด แต่ถ้าเป็นพี่ชายของเจ้าก็อาจจะมีคุณสมบัติอยู่บ้าง”

 

เขาไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย เมื่อตอนที่เขายังเป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติเพียงพอจะถูกเขาเหยียบย่ำต้องเป็นจอมยุทธระดับก้าวสู่เทวาเท่านั้น

 

“หลิงฮัน!” เฟิงหลัวตะโกนชื่อเขาขึ้นมา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธจนราวกับจะปล่อยไฟออกมา มันชี้มายังหลิงฮันและพูด “เจ้าจะดันทุรังต่อไปได้ก็แค่ตอนนี้เท่านั้น แต่หลังจากนี้เจ้าจะต้องตายแน่นอน!”

 

มุมปากของหลิงฮันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มและพูด “ข้าเองก็เบื่อที่จะเห็นหน้าเจ้าแล้ว คงจะดีไม่น้อยถ้าเจ้าไสหัวออกไปจากสำนักฮูหยางซะ!”

 

“พวกเราพบแล้ว!” ในตอนนั้นเอง ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากภายในลานที่พัก จากนั้นไม่นานพวกอันซัวหมิงก็เดินออกมา คนที่เดินนำออกมาคืออันซัวหมิง และมันกำลังถือเหรียญตราสีม่วงอยู่ในมือพร้อมกับมีรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎอยู่บนใบหน้า

 

“หลิงฮัน เจ้ามีอะไรจะพูดอีกไหม?” อันซัวหมิงถือเหรียญตราเดินเข้ามา

 

“นั่นไม่ใช่ของข้า” พูดอย่างเฉยเมยหลังจากที่มองไปยังเหรียญตรา

 

“แน่นอนว่ามันไม่ใช่ของเจ้า!” เฟิงหลัวพูดแทรก “นี่คือของที่องค์ชายสามมอบให้กับพี่ชายข้า ข้าเพิ่งจะพบว่ามันหายไปเมื่อหลายวันก่อน เป็นเจ้าจริงๆด้วยที่ขโมยไป!”

 

หลิงฮันหัวเราะลั่นและพูด “ขอข้าพูดหน่อยเถอะว่าสมองของเจ้ามันช่างมีน้อยจริงๆ! เจ้าควรจะรู้เอาไว้ว่าข้าเพิ่งจะมาถึงเมืองจักรพรรดิเมื่อสองวันก่อน! ต่อให้เจ้าอยากจะใส่ร้ายข้า เจ้าก็ควรจะทำอย่างซึ่งๆหน้า!”

 

เฟิงหลัวชะงักไปชั่วขณะ มันไม่เคยนึกเลยว่าหลิงฮันจะเพิ่งมาถึงเมืองจักรพรรดิ และบังเอิญไปพบกับมันเข้าเมื่อคืนแรกที่เขามาถึงเมืองจักรพรรดิเลย มันรีบพูดโต้เถียง “ข้าต้องจำผิดไปแน่ๆ ข้าคิดว่ามันจะต้องหายไปเมื่อวานหรือไม่ก็สองวันก่อน”

 

หลิงฮันพูดชมเชยขึ้นมา “สมองของเจ้าคงมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เจ้าจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเจ้าทำหายไปเมื่อไหร่! ยิ่งกว่านั้น หัวหน้าทีมของฝ่ายควบคุมวินัยนี่ช่างเก่งจริงๆ เพียงแค่ระเวลาสั้นๆก็สามารถจำกัดผู้ต้องสงสัยให้เหลือแค่ข้าได้!”

 

“เหอะ ตอนนี้เจ้าถูกจับได้คาหนังคาเขาแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไรก็เป็นแค่การพยายามหนีจากบทลงโทษเท่านั้น!” อันซัวหมิงรู้ดีว่ายิ่งพูดเยอะเท่าไหร่ เรื่องราวก็ยิ่งจะแย่ขึ้นเท่านั้น มันเพียงแค่พยายามทำให้หลิงฮันถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรได้ก็พอแล้ว

 

“มีปัญหาอยู่อีกเรื่อง...” พูดฮันยิ้มและพูด “ข้าอยากจะถามเจ้าว่าทำไมข้าจะต้องขโมยสิ่งนั้นมาด้วย?”

 

“ฮ่า!ฮ่า!” เฟิงหลัวรู้อยู่แล้วว่าหลิงฮันจะถามแบบนี้ ดังนั้นมันจึงหัวเราะขึ้นมาและตอบทันที “นี่คือเหรียญตราขององค์ชายสาม ผู้ใดก็ตามที่ครอบครองจะถือว่าเป็นสหายกับองค์ชายสาม นี่คือสิ่งที่ทุกๆคนในเมืองจักรพรรดิปรารถนาจะครอบครอง!”

 

คำพูดของเฟิงหลัวค่อนข้างฉลาดทีเดียว คำพูดเหล่านั้นทั้งทำให้โทษของหลิงฮันรุนแรงและยังเป็นการประจบองค์ชายสามไปพร้อมๆกัน

 

“หลิงฮัน ตอนนี้เจ้ามีอะไรจะพูดอีกมั้ย?” อันซัวหมิงพูดและยิ้มอย่างชั่วร้าย

 

หลิงฮันตอบกลับอย่างสงบนิ่ง “ข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แต่ข้ามีบางอย่างอยากจะให้องค์ชายสามดู”

 

“โอ้ มันคืออะไรกันล่ะ?” องค์ชายสามถามอย่างให้ความร่วมมือ

 

“นี่คือสิ่งที่ข้าอยากจะให้ท่านดู” หลิงฮันหยิบเหรียญตราสีม่วงออกมา

 

อะไรกัน!?

 

สายตาของทุกคนล้วนแต่จ้องมองไปยังเหรียญตราสีม่วงอันเล็กนั่น แม้แต่พวกมันส่วนใหญ่ยังเพียงแค่เคยได้ยินข่าวลือ ไม่ว่าพวกมันจะมองยังไง เหรียญตราทั้งสองอันก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

 

“นะ นี่เจ้ากล้าขโมยเหรียญตรามาอีกอันงั้นรึ?” เฟิงหลัวพูดติดอ่าง

 

‘บัดซบ!’

 

พวกมันบางคนเริ่มจะรู้ถึงความจริงของเรื่องนี้ขึ้นมา พวกมันมองไปยังเฟิงหลัวราวกับพวกมันกำลังมองคนบ้า

 

ตั้งแต่ต้นจนจบ หลิงฮันทำตัวนิ่งเฉยเกินไป พวกมันนึกว่าเขาทำไปเพราะยิ่งยโส แต่ตอนนี้เมื่อพวกมันกลับมาคิดทบทวนอีกรอบ การที่เขาทำตัวแบบนั้นก็คงเป็นเพราะมีไพ่ลับอะไรบางอย่างซ่อนเอาไว้

 

“โอ้ นั่นมันของขวัญที่ข้าให้น้องชายหลิงไปเมื่อวานไม่ใช่รึ” องค์ชายสามยิ้มออกมา คนที่ฉลาดเช่นมันต้องรู้อย่างแน่นอนว่าควรจะร่วมมือกับแผนของหลิงฮันอย่างไร

 

บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!

 

ทุกๆคนในพื้นที่นี่อดที่จะสาปแช่งออกไปไม่ได้ พวกเจ้าทั้งสองคนคิดว่าพวกเราเป็นคนโง่ที่อยู่ในกำมือรึไง?

 

หลิงฮันโยนเหรียญตราเล่นบนมือและพูด “ข้าไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าองค์ชายจะใจกว้างเช่นนี้ ข้าได้ยินมาว่าคนที่ครอบครองสิ่งนี้จะสามารถทานอาหารร้านใดในเมืองจักรพรรดิก็ได้โดยไม่ต้องเสียเงินจริงๆรึ?”

 

ปากขององค์ชายสามกระตุกอย่างช่วยไม่ได้ หรือว่านี่คือสิ่งเดียวที่หลิงฮันพึงพอใจในเหรียญตราอันนั้น? มันที่เป็นถึงองค์ชายสามมีค่าแค่นั้นรึ? ถ้าหลิงฮันเป็นคนอื่น มันจะต้องโมโหไปแล้วแน่นอน แต่เมื่อตอนที่มันย้อนกลับไปหาฟูหยวนเชิงเมื่อก่อนหน้านี้ มันสามารถรู้สึกได้ว่า ปรมาจารย์แห่งการปรุงยาอย่างฟูหยวนเชิงนั้นรู้สึกเคารพหลิงฮันเป็นอย่างมาก

 

ใครคือฟูหยวนเชิง? แน่นอนว่าเขาจะต้องถูกนับว่าเป็นหนึ่งในตัวตนที่มีอำนาจในแคว้นพิรุณ ยิ่งกว่านั้นยังถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆด้วย

 

ตอนนี้มันเป็นเพียงองค์ชาย แต่ถึงแม้มันจะได้ครองบัลลังก์ในอนาคต มันก็ยังไม่กล้าที่จะล่วงเกินฟูหยวนเชิงอยู่ดี และหลิงฮันคือคนที่แม้แต่ฟูหยวนเชิงคนนั้นยังต้องเคารพ... ถ้ามันบังอาจล่วงเกินหรือเมินเฉยหลิงฮัน นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจงใจทำให้ฟูหยวนเชิงเป็นศัตรูกับมันหรอกรึ?

 

มันไม่ใช่บุตรเพียงคนเดียวของจักรพรรดิพิรุณที่มีความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นศึกในการแย่งชิงบัลลังก์จึงรุนแรงเป็นอย่างมาก แม้มันจะไม่ได้ฟูหยวนเชิงมาคอยสนับสนุนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าการกระทำของมันทำให้ฟูหยวนเชิงไปเข้าร่วมกับคู่แข่ง นั่นก็หมายความว่ามันเป็นคนที่โง่งมมาก

 

“ฮ่าๆ ข้าสามารถเรียกได้ว่าเป็นเจ้าของเมืองนี้ครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าข้าจะต้องรับผิดชอบต่ออาหารของแขกของข้าอยู่แล้ว” มันพูดพร้อมกับหัวเราะและพยายามเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย

 

หลิงฮันยิ้มกว้างและพูด “ข้าหวังว่าในอนาคต องค์ชายสามจะไม่รู้สึกเสียใจที่มอบเหรียญตรานี้ให้ข้า”

 

“จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร!” องค์ชายสามส่ายหัวอย่างมั่นใจ

 

...มันคงจะจินตนาการไม่ออกหรอกว่าสีหน้าของมันที่จะต้องไปจัดการค่าอาหารในเดือนหน้าจะเป็นแบบไหน

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 113 คนโง่

คัดลอกลิงก์แล้ว