เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 106 สงสัย

ตอนที่ 106 สงสัย

ตอนที่ 106 สงสัย


หยวนกังร้องขอความเมตตาไม่หยุด แต่ใครจะไปสนใจมดปลวกเช่นนี้ล่ะ? สุดท้ายมันก็ทำได้เพียงยอมแพ้และโดนไล่ออกไปแต่โดยดี

 

พนักงานคนอื่นอยากจะปรบมือเพื่อแสดงความยินดี หยวนกังคนนี้เป็นเพียงคนนิสัยเลวทรามที่เพิ่งจะเลื่อนขั้น แต่มันกลับทำตัวอวดดีแบบไม่มีขอบเขต มันสมควรแล้วกับจุดจบแบบนี้

 

เมื่อเซี่ยวหยิงเห็นหลิงฮัน ฟูหยวนเชิง และคนอื่นๆเดินจากไป นางอดที่จะแสดงสีหน้าที่กำลังหลงไหลออกมาไม่ได้

 

เป็นธรรมดาที่เด็กสาวเช่นนางจะชอบจินตนาเรื่องรักๆ แต่อย่างไรก็ตาม นางรู้ดีว่าสถานะของหลิงฮันกับนางนั้นต่างกันเกินไป นางเพียงแค่อยากจะจินตนาการเพ้อฝันเล็กๆน้อยๆ ในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ นางได้รับการเลื่อนขั้นจากฟูหยวนเชิงโดยตรง ตำแหน่งในตำหนักโอสถสวรรค์ของนางจึงมั่นคงอย่างมาก

 

สำหรับหลิงฮัน นี่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เมื่อเขามาถึงห้องทำงานของฟูหยวนเชิง เขาได้ลบเหตุการณ์เมื่อครู่ออกไปจากสมองจนหมด เขาไม่อยากจะเสียเวลา เลยพูดความตั้งใจที่อยากจะยืมวัตถุดิบสมุนไพรบางอย่างจากฟูหยวนเชิงออกไป

 

ฟูหยวนเชิงพยักหน้าและสะบัดมือ แน่นอนว่าที่มันสะบัดมือไม่ได้หมายความว่าจะปฏิเสธคำขอของหลิงฮัน แต่วัตถุดิบสมุนไพรเหล่านั้นมันจะมอบเป็นของขวัญให้กับหลิงฮัน

 

บ้ารึเปล่า? นี่คือปรมาจารย์นักปรุงยาเชียวนะ แค่การช่วยจัดหาสมุนไพรให้กับหลิงฮันก็ถือว่าเป็นเกียรติมากแล้ว ทำไมต้องให้หลิงฮันมาจ่ายเงินคืนมันด้วย?

 

หลิงฮันไม่ถ่อมตัวและพูด “เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะหลอมเม็ดยาที่นี่ และพวกเจ้าสามารถคอยดูวิธีการหลอมของข้าได้” เขาคิดจะแสดงทักษะการปรุงยาบางอย่างออกไป แม้ระดับของมันจะยังห่างไกลจากสามเพลิงชี้นำ แต่สำหรับฟูหยวนเชิงและคนอื่นๆมันนับว่าเป็นสิ่งที่ล้ำค่าเกินกว่าจะบรรยาออกมาได้

 

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม! แต่ข้าคงต้องขอให้สหายน้อยรอสักครู่ ข้าต้องไปเรียกคนอื่นๆก่อน คงไม่มีปัญหาใช่รึไม่?” ฟูหยวนเชิงถามอย่างสุภาพ

หากมีนักปรุงยาคนอื่นมาดูหลิงฮันปรุงยา ประโยชน์ที่พวกมันจะได้รับต้องมหาศาลแน่นอน พวกมันจะสามารถพัฒนาไปพร้อมกัน ยิ่งกว่านั้น ยิ่งมีคนมากก็มีโอกาสที่พวกมันจะสังเกตทักษะการปรุงยาของหลิงฮันได้ชัดเจนขึ้น พวกมันจะสามารถไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อได้ในภายหลัง

 

จูเฮอซินและจางเหวยชางมีท่าทีรู้สึกผิดเล็กน้อย สายตาที่พวกมันมองไปยังฟูหยวนเชิงเต้มไปด้วยความเคารพ เพราะว่าเมื่อครู่พวกมันคิดแค่จะคอยสังเกตเพียงแค่พวกมันเอง ไม่ได้นึกถึงคนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย

 

สมแล้วที่เป็นผู้นำตำหนัก เขาเป็นคนที่มองการไกลจริงๆ

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “เอาอย่างที่เจ้าว่าก็ได้ แต่ถ้าจะให้มากกว่าสิบคนคงจะไม่เหมาะสม”

 

“ข้าเข้าใจแล้ว” ฟูหยวนเชิงรีบขอตัวและเดินจากไป ในขณะเดียวกัน หลิงฮันก็เริ่มพูดคุยกับจูเฮอซินและจางเหวยชางโดยมีฉีซางไต๋ยืนอยู่ข้างๆเพราะนางไม่สามารถเข้าร่วมสนทนาได้ เมื่อมองดูพวกหลิงฮันคุยกันจนเริ่มเบื่อ นางได้จ้องมองไปยังฮูหนิว

 

นางเห็นแล้วว่าฮูหนิวเป็นเด็กสาวที่น่ารักมาก นางจึงเดินไปข้างหน้าเพื่อจะอุ้มฮูหนิวขึ้นมา แต่เพราะฮูหนิวไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาเข้าใกล้ นางแยกเขี้ยวเล็กๆของนางและแสดงท่าทางป้องกันตัวออกมาทันที

 

“ถ้าเจ้าไม่อยากโดนกัด ข้าแนะนำว่าอย่างนำมือไปจับนางดีกว่า” หลิงฮันพูดกับฉีซางไต๋เมื่อเขาชำเลืองมองไปเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“ข้าอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสองนะ นางจะมากัดข้าได้อย่างไร?” ฉีซางไต๋ไม่เชื่อคำแนะนำของเขาและยื่นมือไปทางฮูหนิว

 

ฮูหนิวโมโหขึ้นมา นางใช้เล็บข่วนออกไปและกัดฉีซางไต๋อย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของนางนั้นว่องไวเป็นอย่างมาก

 

“โอ้ย!” ฉีซางไต๋รีบดึงมือกลับมา มืออันงดงามและละเอียดอ่อนของนางเกิดรอยโดนกัด ความเจ็บปวดที่โดนกัดแทบจะทำให้นางร้องไห้

 

หลิงฮันอุ้มฮูหนิวขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้นางใช้โอกาศนี้โจมตีฉีซางไต๋ต่อ เขาหัวเราะและพูด “แม้แต่ข้า ก่อนหน้านี้ก็ยังโดนกัดมาแล้ว ด้วยพลังระดับรวมธาตุขั้นสองของเจ้าคงจะไม่ช่วยอะไร” เขาก้มหน้ามาพูดกับฮูหนิว “คนคนนี้คือสหาย ห้ามกัดนางอีกล่ะ”

 

จูเฮอซินและจางเหวยชางอดไม่ได้ที่จะถามถึงที่มาของฮูหนิว เมื่อพวกมันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด พวกมันตกตะลึงและรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้ช่างโชคดีมากจริงๆ ขนาดหลงเข้าไปอยู่ในถ้ำพยัคฆ์ก็ยังสามารถรอดมาได้จนขนาดนี้

 

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ ฟูหยวนเชิงได้นำคนทั้งเจ็ดเข้ามา พวกมันล้วนแต่มีอายุแตกต่างกันไป คนที่อายุมากที่สุดดูแล้วมีอายุอยู่ที่เจ็ดสิบปี และคนที่อายุน้อยที่สุดอย่างน้อยก็คงมีอายุอยู่ที่สี่สิบปี พวกมันทุกคนแขวนเหรียญตราสีเงินไว้ที่หน้าอกอย่างน้อยหนึ่งอัน และบางคนแขวนไว้ถึงสองอัน นั่นหมายความว่าพวกมันทุกคนต่างก็เป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นต่ำ ไม่ก็นักปรุงยาระดับดำขั้นกลาง

 

“นี่คือนายน้อยฮัน หลังจากนี้พวกเราจะเฝ้าสังเกตนายน้อยฮันปรุงยา” ฟูหยวนเชิงพูด

 

เมื่อได้ยินคำพูดของฟูหยวนเชิง ทั้งเจ็ดคนได้มีท่าทางประใจ

 

พวกมันเป็นใคร? พวกมันทุกคนคือนักปรุงยาระดับดำ และในแคว้นพิรุณนี้ พวกมันเรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่มีสถานะสูงมาก ถ้าจะพูดถึงการหลอมยา พวกมันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายสอน ทำไมพวกมันต้องมาดูคนอื่นหลอมเม็เยาด้วย?

 

ถ้าคนที่พวกมันจะมาเฝ้าสังเกตคือฟูหยวนเชิงหรือหวู่ซงหลิน นั่นคงไม่มีปัญหา เพราะมีเพียงทั้งสองคนที่เป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นสูงในแคว้นพิรุณ ทั้งสองคนเป็นตัวตนที่น่าเคารพและนับถือต่อนักปรุงยาทุกคน

 

แต่ตอนนี้ ฟูหยวนเชิงกลับต้องการให้พวกมันเฝ้าสังเกตเด็กหนุ่มทำการหลอมเม็ดยา จะให้พวกมันยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

 

นักปรุงยา... เป็นตันตนที่สำคัญและหาตัวจับได้ยาก ซึ่งทำให้ทุกคนที่ฝึกฝนศาสตร์แห่งการปรุงยารู้สึกภูมิใจ และยิ่งพวกมันมีระดับสูงเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ตอนนี้มีนักปรุงยาบางคนที่รู้สึกว่าตนเองถูกดูถูกและกำลังโกรธเป็นอย่างมาก แต่เพราะสถานะของฟูหยวนเชิง พวกมันจึงไม่กล้าพูดระบายความโกรธออกมา

 

ในหมู่พวกมัน นักปรุงยาที่มีอายุประมาณสี่สิบไม่สามารถเก็บอารมณ์ได้และพูดออกมา “ผู้นำตำหนัก ท่านกำลังล้อเล่นกับพวกเราอยู่รึ? ท่านอยากจะให้พวกเราสังเกตการณ์เด็กน้อยคนนี้หลอมเม็ดยาจริงๆ?” มีบางอย่างที่มันคิดเอาไว้ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ‘เจ้าเด็กนี่คงไม่ใช่ลูกลับๆของเจ้าหรอกนะ?’ ถึงได้สั่งให้พวกเราทุกคนมาชี้แนะเขา?

 

ฟูหยวนเชิงอารมณ์เสียขึ้นมา ในความคิดของมัน การที่จะได้เฝ้าดูหลิงฮันหลอมเม็ดยานับว่าเป็นโอกาสเดียวในชีวิต ภายในสถานการณ์ปกติ นักปรุงยาคนใดกันจะยอมให้คนอื่นมาดูพวกเขาหลอมเม็ดยา? ยิ่งกว่านั้น หลิงฮันยังบอกอีกว่าจะแสดงทักษะการปรุงยาออกมาเพื่อให้พวกมันดู!

 

ถ้าไม่ใช่เพราะความตั้งใจที่อยากจะพัฒนาศาสตร์แห่งการปรุงยาของแคว้นพิรุณ มันจะไปเรียกคนอื่นมาดูด้วยทำไม?

 

“เหอหลิง ขอโทษนายน้อยฮันซะ!” มันพูดด้วยน้ำเสียงดุร้าย

 

“ว่าไงนะ?” นักปรุงยาที่ชื่อเหอหลิงขมวดคิ้ว และแสดงสีหน้าไม่เชื่อออกมา “ข้าคือนักปรุงยาระดับดำขั้นต่ำ สถานะของข้านั้นสูงส่งและเป็นที่เคารพ แต่ท่านกลับต้องการให้ข้าขอโทษเด็กหนุ่มเช่นนั้น? ผู้นำตำหนัก ท่านคิดจะใช้สถานะของท่านเพื่อแก้แค้นเรื่องส่วนตัวรึไง?

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!” จูเฮอซินตะโกนขึ้นมา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธ และมีท่าทางที่โมโหเป็นอย่างมาก

 

ทั้งหลิงฮันและฟูหยวนเชิงเป็นคนที่มันนับถือมาก

 

“ฮ่าๆๆๆ!” เหอหลิงหัวเราะดังลั่น มันเค้นเสียงพูดอย่างเย็นชาโดยไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย “บางเรื่องเราคงไม่ต้องเถียงกันและเดินจากไปเลยจะดีกว่า”

 

แน่นอนว่ามันไม่กลัวฟูหยวนเชิง บิดาของมันเหอหลัวหยุนเองก็เป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นสูง! เมื่อหนึ่งปีก่อน เหอหลัวหยุนและฟูหยวนเชิงได้ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกัน พวกมันแข่งขันกันทุกๆเรื่อง ทั้งการปรุงยา วรยุทธ... พวกมันทั้งสองถึงขนาดตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน แต่สุดท้ายเหอหลัวหยุนก็เป็นฝ่านชนะใจสตรีคนนั้น และตอนนี้เหอหลัวหยุนได้ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปยังนักปรุงยาระดับปฐพีแล้ว ในไม่ช้านี้มันจะสามารถอยู่เหนือฟูหยวนเชิงได้อย่างสมบูรณ์

 

เพราะงั้นเหอหลิงจึงคิดฟูหยวนเชิงจงใจสร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหักหน้ามัน ในเมื่อไม่สามารถชนะบิดามันได้ อีกฝ่ายจึงหาทางทำให้ตนเองรู้สึกว่าอยู่เหนือบุตรของศัตรู ช่างน่าไม่อายยิ่งนัก!

 

ฟูหยวนเชิงตัวสั่นด้วยความโกรธ ความหวังดีของมันต้องมาถูกตอบแทนแบบนี้

 

“ออกไป!” หลิงฮันพูดอย่างเย็นชาไปยังเหอหลิง และชี้ไปทางประตู

 

“เจ้าหนู กล้าดีอย่างไรมาพูดกับข้าเช่นนี้!” เหอหลิงชะงักไปชั่วขณะก่อนที่จะกลายเป็นโกรธเกรี้ยว

 

“ฮึ่ม!” จูเฮอซินและจางเหวยชางเดินมายืนข้างหน้าหลิงฮันและจ้องมองอย่างเกรี้ยวกราดไปทางเหอหลิง

 

“สุนัขเฒ่าสองตัวที่ไม่รู้ว่าอะไรดีต่อตัวพวกเจ้าเอง!” เหอหลิงเค้นเสียงอย่างเย็นชา “ถึงเจ้าไม่บอกข้าก็คิดจะออกไปอยู่แล้ว จะให้มาดูเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมหลอมเม็ดยางั้นรึ? ถุย! ฝันไปเถอะ! ฮ่าๆๆ!” มันถุยน้ำลายและหัวเราะสามทีพร้อมกับเดินออกไปอย่างหยิ่งยโส

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 106 สงสัย

คัดลอกลิงก์แล้ว