เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 94 ทะเลาะกันเพื่อแย่งตัว

ตอนที่ 94 ทะเลาะกันเพื่อแย่งตัว

ตอนที่ 94 ทะเลาะกันเพื่อแย่งตัว


หลิงฮันตอบรับการโค้งคำนับของชายชราทั้งสองอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย เมื่อสักครู่เขาได้สอนความรู้ให้กับทั้งสองคนไป ด้วยการสั่งสอนจากเขา มีโอกาสสูงมากที่ทั้งสองคนจะก้าวหน้ากลายเป็นนักปรุงยาระดับปฐพี ถ้าไม่ใช่เพราะเขา... ในชีวิตนี้แม้แต่ในฝันพวกมันก็ไม่อาจประสบความสำเร็จขนาดนั้นได้

 

เขาสามารถเรียกได้ว่าเป็นอาจารย์ครึ่งหนึ่งของชายชราทั้งสอง ดังนั้นแล้ว การที่เขาจะตอบรับการโค้งคำนับจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

 

“ถ้านายน้อยฮันมีปัญหาอะไรในอนาคต ท่านสามารถมาหาข้าที่ตำหนักโอสถสวรรค์ได้” ฟูหยวนเชิงพูดอย่างเคร่งขรึม มันไม่กล้าเรียกหลิงฮันว่าสหายน้อยอีกต่อไป

 

หวู่ซงหลินไม่ได้พูดอะไรแบบนั้น เพราะอย่างไรหลิงฮันก็เป็นศิษย์ของสำนักฮูหยาง มันสามารถไปพบหลิงฮันได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว มันไม่มีทางยอมหลิงฮันตกที่นั่งลำบากในอาณาเขตของมันแน่นอน

 

หลิงฮันยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนประเภททำอะไรแล้วไม่หวังผลตอบแทน เหตุผลที่เขาสอนชายชราสองคนนี้เป็นเพราะสถานะที่สูงส่งของพวกมัน และเมื่อเขาได้คนหนุนหลังที่ทรงพลังของเมืองจักรพรรดิมาแล้ว ปัญหาที่จะพบเจอในเมืองนี้ก็จะน้อยลง

 

ฟูหยวนเชิงขอตัวกลับ ปัญหายากลำบากหลายๆเรื่องเกี่ยวกับการปรุงยาของมันได้รับการแก้ไขแล้ว ดังนั้นมันจึงต้องรีบกลับไปย่อยความรู้ใหม่ที่มันได้รับมาและเปลี่ยนให้กลายเป็นความเข้าใจของตัวเอง

 

“เฒ่าหวู่ คืนศิษย์ของข้ามาเดี๋ยวนี้!” ในตอนนั้นเอง ชายชราอีกคนได้บุกเข้ามาพร้อมกับมีอาจารย์ที่รับหน้าที่ลงเบียนศิษย์ใหม่เดินตามมาข้างหลัง ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าคนคนนี้คืออาจารย์ใหญ่ของสำนักฮูหยาง เหลียนกวงซู

 

“ศิษย์ของเจ้าอะไรกัน!” หวู่ซงหลินจ้องมองไปยังผู้ที่บุกรุกเข้ามา “เมื่อใดกันที่เขาไปเป็นศิษย์ของฝ่ายวรยุทธของเจ้า? ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเขาเป็นศิษย์ของฝ่ายปรุงยาของข้า”

 

...สำนักฮูหยางแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายวรยุทธและฝ่ายปรุงยา อย่างไรก็ตาม เป็นเพราะจำนวนของนักปรุงยาที่มีน้อย เมื่อผู้คนพูดถึงสำนักฮูหยางจึงมีการแต่กล่าวถึงฝ่ายวรยุทธกันเป็นส่วนใหญ่

 

ในความคิดของหวู่ซงหลิน ความเข้าใจในการปรุงยาของหลิงฮันนั้นสูงจนอยู่ระดับที่น่ากลัว และทฤษฎีความรู้ของเขายังลึกล้ำมากกว่าตัวมันอีกด้วย จึงเป็นธรรมดาที่หลิงฮันจะต้องเข้าร่วมกับฝ่ายปรุงยาของมันและมุ่งมั่นใช้ความพยายามไปกับการหลอมเม็ดยา เพื่อให้ทักษะการปรุงยาของเขาก้าวหน้าไปจนถึงจุดสูงสุด

 

“ไร้สาระ พลังต่อสู้ของเด็กคนนี้นั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเขาจะต้องเป็นของฝ่ายวรยุทธของข้า แต่เจ้ากลับวางแผนจะให้เขาเรียนรู้วิธีการหลอมยาซึ่งเป็นการชี้นำเส้นทางที่ผิด!” เหลียนกวงซูโมโหเป็นอย่างมาก มันก้าวเดินไปอยู่ข้างหน้าหวู่ซงหลินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชี้นิ้วใส่จนเกือบจะทิ่มปลายจมูก

 

“เจ้าต่างหากที่ไร้สาระ ความเข้าในในศาสตร์แห่งการปรุงยาของเด็กคนนี้นั้นสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จะให้เขาไปฝึกฝนวรยุทธนับว่าเป็นการทำให้พรสวรรค์ของเขาเสียเปล่า!” หวู่ซงหลินไม่ยอมอ่อนข้อ และชี้นิ้วไปที่หน้าของเหลียนกวงซู

 

“เฒ่าหวู่ ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่าชี้นิ้วใส่หน้าข้า!” เหลียนกวงซูพูดขู่ออกไป

 

“เจ้าต่างหากที่ชี้นิ้วใส่ข้าก่อน!” หวู่ซงหลินเค้นเสียง “เอานิ้วของเจ้ากลับไปก่อนสิ!”

 

“หึ เจ้านั่นแหละเอากลับไปก่อน!”

 

“เจ้าก่อน!”

 

ถ้านำอายุของชายชราสองคนนี้มารวมกัน ก็คงจะเกินกว่าหนึ่งร้อยหน้าสิบปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับทำท่าทางดื้อดึงราวกับวัวกระทิง พวกมันจ้องกันอย่างเอาเป็นเอาตายจนลูกตาเกือบจะหลุดออกมาจากเบ้า

 

หลีซื่อฉางอดที่จะเอามือมาก่ายหน้าผากไม่ได้ เหลียนกวงซูกับหวู่ซงหลินเป็นสหายกันมาหลายปี แต่ทั้งสองก็ชอบที่จะหาเรื่องทะเลาะกัน แม้แต่เรื่องเล็กน้อยพวกมันก็จะตะโกนและชี้นิ้วใส่กัน ราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต

 

ในด้านของอาจารย์ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียน มันกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น มันรู้ว่าหลิงฮันเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบในด้านการต่อสู้ แต่การที่สามารถทำให้อาจารย์ใหญ่ทั้งสองต้องโต้เถียงกันเพื่อรับเขาเข้าร่วมกับฝ่ายของตนเองนั้น เป็นสิ่งที่มันไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้น

 

ไม่ใช่ว่าในอนาคตเด็กคนนี้จะสามารถทำอะไรตามใจชอบก็ได้ในสำนักฮูหยางนี้หรอกรึ? ไม่สิ ด้วยการที่มีอาจารย์คอยหนุนหลังอยู่ แม้แต่ในเมืองจักรพรรดิแห่งนี้เขาก็สามารถทำทุกอย่างได้ตามใจ!

 

ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า ชายชราทั้งสองคนไม่ใช่แค่เป็นจอมยุทธที่ทรงพลังในระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ พวกเขายังเป็นอาจารย์ใหญ่ของสำนักที่สอนจอมยุทธหัวกะทิมามากมายนับไม่ถ้วน สถานะของพวกเขาจึงไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบได้ ยิ่งกว่านั้นหวู่ซงหลินยังมีอีกสถานะหนึ่งคือนักปรุงยาระดับดำขั้นสูง แม้แต่จักรพรรดิยังเขาเรียกเขาอย่างเคารพเมื่อพบหน้ากัน

 

อาจารย์ที่ทำหน้าที่ลงทะเบียนศิษย์ใหม่รู้สึกอิจฉาจนดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

“ข้ายอมเอานิ้วลงก็ได้ เพราะข้าจะไม่ลดตัวเองลงไปอยู่ระดับเดียวกับเจ้า แต่เด็กคนนี้เป็นศิษย์ฝ่ายวรยุทธของข้า ดังนั้นข้าจะพาเขากลับ!” เหลียนกวงซูจับไปที่ไหล่ของหลิงฮัน

 

“ไร้สาระ เด็กคนนี้คือดาวจรัสแสงในอนาคตของฝ่ายปรุงยา และเขาจะเป็นความหวังทุกอย่างของศาสตร์แห่งการปรุงยา ข้าจะยอมให้เจ้าทำให้พรสวรรค์ของเขาสูญเปล่าไปได้อย่างไร!” หวู่ซงหลินรีบคว้าไปที่ไหล่อีกข้างของหลิงฮัน

 

“ปล่อยมือซะ!”

 

“เจ้าสิปล่อย!”

 

ชายชราทั้งสองจับไหล่ของหลิงฮันคนละข้าง ทั้งสองคนพยายามจะดึงหลิงฮันไปยังฝั่งตนเอง แต่ก็ไม่กล้าจะออกแรงมากนักเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หลิงฮันตัวขาดออกเป็นสองส่วน พวกมันทำได้เพียงจ้องมองอย่างดุร้ายใส่กันอย่างต่อเนื่อง

 

ชายชราทั้งสองเป็นตัวตนที่สามารถทำให้ทั่วทั้งแคว้นพิรุณสั่นคลอนได้ด้วยการเหยียบเท้าเพียงไม่กี่ที ตอนนี้กำลังจะเริ่มทำการต่อสู้กันเพื่อชิงตัวเด็กหนุ่ม ใครจะไปเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น?

 

หลีซื่อฉางหน้าแดงด้วยความเขินอาย ชายชราทั้งสองไม่ได้ทำตัวสมกับวัยเลยจริงๆ พวกเขาก็อายุเยอะกันมากแล้ว แต่ยังชอบทะเลาะวิวาทกันเป็นเด็กๆ

 

ในขณะเดียวกัน ฮูหนิวได้เรอเสียงดังออกมา นางมีความสุขกับอาหารของนางมาก

 

“นายน้อยฮัน เพียงแค่พูดออกมาว่าอยากจะเรียนทักษะวรยุทธจากตาแก่ หรืออยากจะอยู่ฝ่ายปรุงยาและร่วมค้นคว้าการปรุงยากับพวกเรา?” หวู่ซงหลินถามขึ้นมา มันไม่อยากให้อัจฉริยะในด้านปรุงยาเช่นนี้เดินไปยังเส้นทางที่ผิด

 

“เจ้าไม่จำเป็นต้องไปกลัวตาแก่นั่น บอกความจริงออกไปซะว่าเจ้าอยากจะเรียนวรยุทธ” เหลียนกวงซูรีบพูดขึ้นมา ด้วยสถานการณ์ที่วุ่นวาย มันจึงไม่สังเกตว่าหวู่ซงหลินเรียกหลิงฮันอย่างสุภาพว่า ‘นายน้อย’

 

“นายน้อยฮัน ถ้าท่านยินยอมที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายปรุงยา ข้าจะมอบแต้มสำนักให้หนึ่งพันแต้มในทันที!” หวู่ซงหลินพูดเสนอขอแลกเปลี่ยนออกไป

 

อะไรนะ!

 

หลีซื่อฉางและอาจารย์ลงเบียนตกตะลึงจนพูดไม่ออก แต้มสำนักหนึ่งพันแต้มเชียวนะ!

 

ภายในสำนักฮูหยาง แต้มสำนักสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของล้ำค่าต่างๆ ทักษะบ่มเพาะ ทักษะยุทธ โอสถ รวมถึงสมบัติธรรมชาติหลากหลายชนิด แต่การที่จะได้รับแต้มสำนักมานั้นเป็นเรื่องที่ลำบากมาก แม้แต่อัจฉริยะอย่างหลิวอู๋ตงยังไม่สามารถสะสมแต้มสำนักได้ถึงหนึ่งพันแต้ม

 

“เดี๋ยวสิเฒ่าหวู่ เจ้าไม่สามารถมอบแต้มสำนักให้กับคนอื่นง่ายๆตามใจชอบ การมอบแต้มสำนักนั้นมีกฎที่เข้มงวด ซึ่งแม้จะเป็นเจ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น!” เหลียนกวงซูรีบพูดขึ้นมา

 

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนเช่นนั้นรึไง?” หวู่ซงหลินพูดอย่างภาคภูมิใจ “นายน้อยฮันสามารถฟื้นฟูเม็ดยาวายุพัดทะยานให้สมบูรณ์ได้ ความดีความชอบขนาดนี้ไม่คู่ควรกับแต้มสำนักเพียงหนึ่งพันแต้มรึไง?”

 

“อะไรนะ?” เหลียนกวงซูอ้าปากค้าง “ไม่ใช่ว่าเจ้าฟื้นฟูเม็ดยาวายุพัดทะยานสำเร็จมาตั้งนานแล้วรึไง?”

 

“สูตรเม็ดยาที่ข้าฟื้นฟูสามารถหลอมได้เพียงเม็ดยาแปดดาว แต่เม็ดยาที่สหายน้อยเพิ่งจะหลอมขึ้นมามีคุณภาพถึงสิบสามดาว!” หวู่ซงหลินพูดอย่างภาคภูมิใจราวกับมันเป็นคนที่ทำเรื่องนี้สำเร็จเสียเอง

 

เหลียนกวงซูเริ่มรู้สึกว่าจะต้องยินยอม แต่มันก็นึกถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นของหลิงฮันในด้านวรยุทธขึ้นมา เขาบรรลุระดับรวมธาตุขั้นสี่... ไม่ใช่สิ ระดับรวมธาตุขั้นห้าด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดปี! ยิ่งกว่านั้นในตอนที่มีอยู่เพียงระดับรวมธาตุขั้นสี่ เขายังสามารถโค่นฉีฮวงเย่ได้อีกด้วย!

 

อัจฉริยะในการวรยุทธเช่นนี้ ถ้าเขาไม่ศึกษาด้านวรยุทธแล้วจะให้ไปศึกษาอะไรล่ะ?

 

แต่ปัญหาคือหลิงฮันยังไม่ได้ทำผลงานชิ้นใหญ่อะไรให้กับฝ่ายวรยุทธ ดังนั้นมันจึงไม่สามารถให้แต้มสำนักเป็นรางวัลได้

 

เหลียนกวงซูเริ่มกังวลจนเหงื่อไหลออกมา

 

ในตอนนั้นเอง ในที่สุดหลิงฮันก็พูดขึ้นมา “ข้าจะเข้าร่วมทั้งสองฝ่าย!”

 

เขาเป็นถึงจักรพรรดิปรุงยา ถ้าเขามอบสูตรเม็ดยาเก่าแก่บางสูตรให้กับฝ่ายปรุงยา เขาจะได้รับแต้มสำนักเป็นจำนวนมาก เขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสดีๆเช่นนี้แน่นอน ยิ่งกว่านั้น เขาก็ไม่คิดจะกลับไปก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการปรุงยาเหมือนชีวิตก่อน และจะมุ่งมั่นใช้ความพยายามส่วนใหญ่กับวิถีวรยุทธ

 

ชายชราทั้งสองมองไปยังหลิงฮันอย่างหวาดระแวง เพราะอย่างไร ไม่ว่าจะศาสตร์แห่งการปรุงยาหรือวรยุทธก็มีขอบเขตความรู้ที่มากมายและลึกซึ้ง ต่อให้คนคนหนึ่งใช้เวลาทั้งชีวิต ก็เป็นไปไม่ได้ที่คนคนนั้นจะก้าวไปยังจุดสูงสุด ไม่ต้องพูดถึงการที่จะฝึกฝนทั้งสองศาสตร์ไปพร้อมกันเลย

 

“ข้าเป็นอัจฉริยะ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา!” หลิงฮันพูดอย่างมั่นใจ

 

หลีซื่อฉางเปิดปากกว้างครึ่งหนึ่งด้วยความประหลาดใจ นางตกใจในระดับความหน้าไม่อายของหลิงฮัน ใครกันจะไปชมตัวเองถึงขนาดนั้น? แต่เมื่อนางนึกถึงการกระทำของเขาก่อนหน้านี้... แม้แต่นักปรุงยาระดับดำขั้นสูงสองคนยังต้องละทิ้งเกียรติและขอคำชี้แนะจากเขา

 

“จะไม่มีปัญหาอะไรจริงๆรึ?” ชายชราทั้งสองถามอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

“ไม่มีปัญหาแน่นอน!” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 94 ทะเลาะกันเพื่อแย่งตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว