เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 72 ยอมแพ้อย่างต่อเนื่อง

ตอนที่ 72 ยอมแพ้อย่างต่อเนื่อง

ตอนที่ 72 ยอมแพ้อย่างต่อเนื่อง


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 72 ยอมแพ้อย่างต่อเนื่อง

 

หลิงฮันใช้เพลงดาบอสนีบาตฟาดฟันออกไป เขาไม่แสดงความอ่อนแอหรือความเสียเปรียบใดๆออกไป

 

เซี่ยจงกวังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ด้วยการควงหอกเพียงหนึ่งรอบ มันสามารถสร้างปราณหอกได้ถึงสองอัน!

 

“โอ้!”

 

ผู้คนนอกลานประลองล้วนแต่ตกตะลึง ปราณสองอันสามารถเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดในหมู่รุ่นเยาว์ของเมืองต้าหยวนแล้ว โดยเฉพาะเซี่ยจงกวังที่ยังอายุน้อยมาก! ปีนี้เขาเพิ่งจะอายุสิบแปดปีเท่านั้น!

 

เมื่อถึงตอนที่เขามีอายุเท่าองค์ชายสี่ หลีตงเย่ และ จิงหวู่จื้อในปัจจุบัน เขาจะสร้างปราณได้กี่อันกัน? สามอัน? หรืออาจจะเป็นสี่อันที่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการก้าวสู่ตำแหน่งราชา?

 

‘สองอันงั้นรึ?’

 

หลิงฮันยิ้มบางๆ และด้วยการสะบัดดาบของเขา ปราณดาบสองเล่มได้ปรากฏขึ้นมา

 

“อึก!”

 

ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง พวกมันยังไม่ทันได้หายจากอาการตกตะลึงก่อนหน้านี้ แต่กลับต้องตกตะลึงอีกแล้วรึ? หลิงฮันเองก็สามารถสร้างปราณดาบเล่มที่สองได้? หรือว่าเมืองต้าหยวนกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่? ถึงได้มีอัจฉริยะปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเช่นนี้!

 

เซี่ยจงกวังเองก็ตกตะลึง ปราณอันแรกมันสามารถสร้างขึ้นมาด้วยความพยายามอย่างหนัก แต่อันที่สองมันได้มาโดยบังเอิญจากการที่เข้าไปยังสุสานโบราณ และได้สัมผัสกับแผ่นโลหะแปลกประหลาดจนหมดสติไป หลังจากตื่นขึ้นมาก็พบว่ามันสามารถสร้างปราณหอกเล่มที่สองได้แล้ว

 

หรือว่าหลิงฮันก็ได้รับวาสนาแห่งการพบเจอเช่นกัน? ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น เขาก็จะน่ากลัวเกินไปแล้ว การที่สามารถสร้างปราณดาบได้ในขณะที่มีอายุเพียงสิบเจ็ดปี เขาเป็นสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง!

 

เซี่ยจงกวังโจมตีต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ชนะเสียที มันรู้สึกท้อแท้อย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อมันนึกขึ้นการกระทำของเหลียนเต๋าก่อนหน้านี้ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวมัน “เบื้องหลังของหลิงฮันมีนักปรุงยาระดับดำอยู่ถึงสามคน ยังไงข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ขององค์ชายสี่อยู่แล้ว ดังนั้นการจะได้ที่หกหรือเจ็ดจะไปต่างอะไรกัน? ทำไมข้าไม่ใช้โอกาสนี้ในการทำให้เขาพึงพอใจล่ะ?”

 

เมื่อมันคิดได้แบบนั้น มันจึงหยุดการโจมตีและพูด “น้องชายหลิงช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก ข้าขอยอมแพ้!”

 

ทำไมถึงมีคนยอมแพ้อีกแล้ว? พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่ได้มีใครที่ได้เปรียบหรือถูกทำให้จนมุมเสียหน่อย?

 

นอกจากคนจำนวนหนึ่งที่เข้าร่วมงานเลี้ยงขององค์ชายสี่เมื่อไม่กี่วันก่อน คนอื่นๆต่างรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก แต่หลิงฮันก็แสดงออกมาแล้วว่าเขาสร้างปราณดาบได้ถึงสองเล่ม และสามารถยืนยันได้ว่าเขาแข็งแกร่งกว่าเหลียนเต๋า ดังนั้นการยอมแพ้ของเหลียนเต๋าจึงสามารถเรียกได้ว่าเขาสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้

 

หรือว่าจริงๆแล้วหลิงฮันจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่แสดงออกมาตอนนี้อีก? นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เซี่ยจงกวังยอมแพ้อย่างง่ายดาย?

 

หลิงฮันส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายเซี่ยจะถ่อมตัวเกินไปแล้ว”

 

“ข้าขออวยพรให้น้องชายหลิงได้รับอันดับที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ในอนาคตข้าหวังว่าพวกเราจะได้ใกล้ชิดกัน!” เซี่ยจงกวังกระโดดไปยังลานประลองที่เจ็ด

 

ในช่วงนั้นเอง จิงหวู่จื้อได้ทำการท้าประลองเช่นกัน อีกฝ่ายที่ถูกท้าคือหลีตงเย่ ผลลัพธ์ไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้ หลีตงเย่ถูกจิงหวู่จื้อจัดการภายในสิบกระบวนท่า การแพ้ครั้งนี้ทำให้มันอยากจะเข้าร่วมกับสำนักฮูหยางมากขึ้นไปอีก

 

ด้วยแรงผลักดันที่หนักแน่น จิงหวู่จื้อทำการท้าทายองค์ชายสี่ต่อ

 

หลิงฮันไม่สนใจที่จะดูการประลองของคนอื่น หลังจากพักสักครู่ เขาเริ่มท้าประลองเจ้าของลานที่ห้า

 

เจ้าของลานที่ห้าคือลิ่วยู่ มันเองก็เป็นอัจฉริยะที่เพิ่งจะปรากฏตัวในสองปีนี้

 

เพราะว่ามีการประลองพร้อมกันสองคู่ ผู้ชมส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะดูการต่อสู้ระหว่างองค์ชายสี่กับจิงหวู่จื้อ มีเพียงแค่คนอย่างหลิงตงซิง หลิวอู๋ตงและหลีเฮาเท่านั้นที่สนใจการประลองของหลิงฮัน

 

“น้องชายหลิง โปรดชี้แนะด้วย!” ลิ่วยู่เองก็ทักทายอย่างสุภาพ ทั่วทั้งแคว้นพิรุณนี้ไม่มีใครกล้าเมินเฉยต่อตัวตนของนักปรุงยาระดับดำ และเบื้องหลังของหลิงฮันมีนักปรุงยาระดับดำถึงสามคน

 

“เช่นกัน!” หลิงฮันกวัดแกว่งดาบอย่างซับซ้อน การโจมตีแรกของเขาคือปราณดาบทั้งสอง ในเมื่อเขาเปิดเผยพลังที่แท้จริงบางส่วนออกไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะซ่อนมันอีกต่อไป

 

ลิ่วยู่เรียกได้ว่ามีพลังสูสีกับเซี่ยจงกวัง ในเมื่อเซี่ยจงกวังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงฮัน แน่นอนว่าลิ่วยู่ก็เช่นกัน หลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่าไปสิบกว่ากระบวนท่า ความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ‘มีนักปรุงยาระดับดำอยู่เบื้องหลังหลิงฮันถึงสามคน และไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว ทำไมข้าไม่ทำให้เขาพึงพอใจเสียล่ะ...’

 

ผลสุดท้าย ลิ่วยู่จึงได้ยอมแพ้อย่างตรงไปตรงมา

 

โชคดีที่ความสนใจของผู้ชมส่วนใหญ่ไปอยู่ที่การประลองระหว่างองค์ชายสี่กับจิงหวู่จื้อ ไม่เช่นนั้นจะต้องมีข้อสงสัยที่ว่าพวกเขาทำการประลองอย่างเสแสร้งแน่นอน

 

อันดับของหลิงฮันเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และเหลือสี่คนเท่านั้นที่อยู่เบื้องหน้าเขา ไป๋ลี่เถิงหยุน หลีตงเย่ จิงหวู่จื้อ และฉีฮวงเย่

 

ก่อนการประลองใครจะไปคิดกันว่าจะกลายเป็นแบบนี้?

 

ความตื่นเต้นของหลิงตงซิงเพิ่มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าหลิงฮันสามารถโค่นไป๋ลี่เถิงหยุนได้ เขาจะได้ไปสู้กับจิงหวู่จื้อและองค์ชายสี่ การที่จะได้อันดับหนึ่งไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว

 

การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างฉีฮวงเย่และจิงหวู่จื้อยังคงดำเนินต่อไป พลังที่ทั้งสองแสดงออกมานั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก ฝ่ายหนึ่งใช้ทักษะฝ่ามือในขณะที่อีกฝ่ายใช้ทักษะหมัด ทั้งสองคนสามารถสร้างปราณขึ้นมาได้ และแต่ละคนมีปราณถึงสามอัน พวกเขามีความสามารถแห่งราชาในขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว

 

และในช่วงนี้เอง หลิงฮันได้ท้าประลองไป๋ลี่เถิงหยุน

 

หลิงตงซิงเป็นกังวลมากกว่าเดิม ถ้าหลิงฮันสามารถได้รับชัยชนะจากการประลองครั้งนี้ จากนั้นเขาจะต้องสามารถโค่นหลีตงเย่ลงได้และขึ้นครองอันดับสามได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

สามอันดับแรกก็น่าประทับใจมากพอแล้ว มีอะไรที่มันยังต้องการมากกว่านี้อีกรึ?

 

“น้องชายหลิง!” ไป๋ลี่เถิงหยุนสุภาพต่อหลิงฮันเป็นอย่างมาก มันไม่ทำตัวเป็นนายน้อยแห่งนิกายไป๋ลี่แม้แต่น้อย มันทำตัวเป็นมิตรเสียยิ่งกว่าที่ทำกับองค์ชายสี่เสียอีก เพราะอย่างไร ถ้าองค์ชายสี่ไม่สามารถขึ้นครองตำแหน่งราชาต้าหยวนได้ สถานะขององค์ชายสี่จะไม่สามารถเทียบมันได้ด้วยซ้ำ และองค์ชายหนึ่งจะต้องกำราบองค์ชายสี่อย่างถึงที่สุดแน่นอน

 

แต่หลิงฮันนั้นต่างออกไป เบื้องหลังของเขามีนักปรุงยาระดับดำสามคนยืนอยู่

 

“โปรดชี้แนะด้วย!”

 

“เช่นกัน!”

 

ทักสองฝ่ายพูดทักทายกัน ไป๋ลี่เถิงหยุนหยิบไม้เท้าวินาศสลายออกมาและพูด “น้องชายหลิงแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าข้าไม่เอาจริง คงจะเป็นการดูหมิ่นต่อน้องชายหลิงอย่างมาก”

 

“ฮ่าๆ งั้นข้าก็ขอลิ้มลองพลังของอาวุธวิญญาณเสียหน่อยแล้วกัน” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับสะบัดดาบยาวในมือเบาๆ

 

“เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วย!” ไป๋ลี่เถิงหยุนใช้พลังของไม้เท้าและพุ่งเข้ามาโจมตีใส่หลิงฮันอย่างรุนแรง อักขระทั้งเจ็ดส่องแสงและปรากฏหัวกะโหลกสีดำออกมาโจมตีใส่หลิงฮัน

 

หัวกะโหลกสีดำยังคงมีเจตจํานงของจอมยุทธที่ทรงพลังเหลืออยู่เล็กน้อย ในอดีตมันอาจจะสามารถสร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็นให้กับจอมยุทธระดับก่อเกิดธาตุได้ และสามารถบดขยี้จิตวิญญาณของจอมยุทธระดับรวมธาตุได้โดยตรงเลยด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากกาลเวลาที่ผ่านไป อาวุธวิญญาณได้เสื่อมสภาพลงอย่างมาก สิ่งที่กะโหลกสีดำสามารถคุกคามได้ในตอนนี้คือจอมยุทธระดับรวมธาตุเท่านั้น

 

แต่ถ้าไม่ใช่เพราะมันเสื่อมสภาพลง ด้วยพลังของไป๋ลี่เถิงหยุนในปัจจุบัน มันคงไม่สามารถใช้อาวุธวิญญาณนี้ได้

 

ถึงแม้หลิงฮันจะไม่ใช่จอมยุทธระดับสวรรค์ดังเช่นอดีตอีกต่อไป และมีเจตจํานงของจอมยุทธระดับสวรรค์เหลืออยู่ภายในตัวเขาเพียงเล็กน้อย แต่ระดับสวรรค์ก็ยังคงเป็นระดับสวรรค์ ถึงแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้กะโหลกสีดำนี้ไม่มีผลอะไรกับเขาแม้แต่นิดเดียว

 

เขาใช้เพลงดาบอสนีบาตฟาดฟัน ดาบของเขาราวกับเป็นสายรุ้ง ‘ปัง ปัง ปัง’ ดาบและไม้เท้าเข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงเสียดทานขึ้น ปราณดาบทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างไม่อาจคาดเดาได้ และไม่มีสัญญาณว่าหลิงจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแม้แต่น้อย

 

“ดูตรงนั้นเร็ว หลิงฮันกำลังต่อสู่กับไป๋ลี่เถิงหยุนอย่างดุเดือด!”

 

“อะไรกัน เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยรึ?”

 

“ไม่น่าแปลกเลยที่เซี่ยจงกวังกับคนอื่นๆรีบยอมแพ้ไปก่อนหน้านี้ พวกมันรู้อยู่แล้วว่าหลิงฮันแข็งแกร่งขนาดนี้!”

 

“บัดซบ เมื่อใดกันที่มีสัตว์ประหลาดเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมา? เขาเพิ่งจะอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสี่ แต่กลับมีพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้!”

 

คนที่หันมาสนใจการประลองของหลิงฮันมีมากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันรู้สึกราวกับว่ามีดวงตาแค่คู่เดียวนั้นไม่เพียงพอ พวกมันอยากดูการปะทะกันของสองคนที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างองค์ชายสี่กับจิงหวู่จื้อ แต่พวกมันก็อยากจะดูการประลองที่เฉิดฉายของสองคนที่รุ่นเยาว์กว่าอย่างหลิงฮันกับไป๋ลี่เถิงหยุนเช่นกัน

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 72 ยอมแพ้อย่างต่อเนื่อง

คัดลอกลิงก์แล้ว