เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 69 สิบอันดับแรก

ตอนที่ 69 สิบอันดับแรก

ตอนที่ 69 สิบอันดับแรก


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 69 สิบอันดับแรก

 

“ชื่อของเข้าคือตูเชิงหยิง จงจำชื่อของข้าไว้ซะ เพราะอีกไม่นานชื่อนี้จะโด่งดังไปทั่วโลก!” ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

 

ชายคนนี้ดูมีอายุประมาณยี่สิบต้นๆ และมีพลังบ่มเพาะอยู่ที่ระดับรวมธาตุขั้นหก ไม่มีใครรู้ว่ามันไปเอาความมั่นใจขนาดนั้นมาจากไหน

 

มีเพียงมันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเมื่อสองปีก่อนมันยังมีพลังเพียงระดับหลอมกายาขั้นเก้า และไม่สามารถทะลวงผ่านมายังระดับรวมธาตุได้ แต่มันได้รับการพบเจอแห่งวาสนา ซึ่งทำให้พลังบ่มเพาะของมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากใช้เวลาเพียงสองปี มันได้มาอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นหกแล้ว

 

หลังจากที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มันจึงมีนิสัยทำตัวอยู่เหนือทุกสิ่ง มันคิดว่ามันจะสามารถบรรลุระดับรวมธาตุขั้นเก้าได้ในปีต่อไป และจะทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุในอีกสองปี หลังจากนั้นมันจะพิชิตเหล่าอัจฉริยะคนอื่นๆและกลายเป็นจอมยุทธระดับแนวหน้าของโลก

 

หลิงฮันยิ้มและพูดออกไป “จะยืนอยู่ว่างๆก็น่าเบื่อเกินไป งั้นข้าจะเล่นกับเจ้าสักหน่อยแล้วกัน”

"เจ้ากล้าดีอย่างไร!" ตูเชิงหยิงกระโจนไปข้างหน้าในทันที กระบี่ยาวที่เอวของมันถูกชักออกมา ใบมีดของกระบี่ส่องประกายปลดปล่อยความเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งออกมา มันตะโกนลั่นพร้อมกับกวัดแกว่งกระบี่เพื่อฟันไปที่เอวของหลิงฮัน

 

ข้อได้เปรียบของกระบี่คือน้ำหนักที่เบา กระบี่ที่ฟันออกมามีทั้งความเหี้ยมโหดและไร้ปราณี

 

หลิงฮันชักดาบออกมา เกิดเสียงปะทะกันของใบดาบและกระบี่ ดาบของหลิงฮันสามารถลบล้างพลังของกระบี่ได้อย่างง่ายดาย

 

คมกระบี่ของตูเชิงหยิงหยุดอยู่ห่างจากหน้าอกหลิงฮันประมาณสามนิ้ว พลังของกระบี่ที่ปล่อยออกมาถูกทำให้สลายหายไปจนไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป

 

"ถือว่าเจ้ามีความสามารถอยู่บ้าง" ตูเชิงหยิงเค้นเสียงอย่างเย็นชา "แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ความพยายามทั้งหมดของเจ้าก็สูญเปล่า! ข้าถูกลิขิตให้เป็นอัจฉริยะที่จะโด่งดังไปทั่วโลก ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องถูกข้าจัดการอย่างไร้ความปราณีและกลายเป็นก้อนหินให้ข้าเหยียบเพื่อทะยานสู่ฟากฟ้า!"

 

มันลงมือต่อไป 'ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ' กระบี่ส่องประกายและโจมตีออกไปอย่างรุนแรง

 

เหล่าคนที่ยืนอยู่นอกลานประลองต่างก็ไร้คำพูด พวกมันเคยเห็นที่อวดดีมามากมาย แต่สำหรับตูเชิงหยิง มันไม่ใช่แค่อวดดีแล้ว แต่ไปถึงขั้นที่เรียกว่าหลงตัวเองเลยทีเดียว

 

หลิงฮันป้องกันการโจมตีอย่างไม่จริงจัง เพราะอย่างไรการประลองก็จะจบลงในตอนตะวันตกดิน เขาจะจัดการตูเชิงหยิงตอนไหนก็ไม่ได้ต่างกัน

 

ตูเชิงหยิงคำรามและตะโกนลั่น มันใช้ทักษะทุกอย่างออกไป หากมองดูแล้ว คงจะเห็นว่ามันเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 

เป็นธรรมดาที่มันจะคิดเช่นนั้น คู่ต่อสู้ของมันมีระดับเพียงรวมธาตุขั้นสี่ ซึ่งต่ำกว่ามันถึงสองขั้น แล้วหลิงฮันจะมาต่อกรกับมันได้อย่างไร? การที่จะมองข้ามความต่างของระดับพลังและสู้ข้ามระดับได้ เป็นสิ่งที่มีแค่มันเท่านั้นที่ทำได้

 

“ฮ่าๆๆ ไม่เลว ไม่เลว ข้ายอมรับเลยว่าเจ้าทำได้ไม่เลวเลยจริงๆ แต่ทุกอย่างจะต้องจบลงตรงนี้ เพราะข้าจะเอาจริงแล้ว!” ตูเชิงหยิงหัวเราะลั่น ทำให้คนอื่นยิ่งคิดว่ามันเป็นตัวโง่งมมากกว่าเดิมเสียอีก

 

สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นจริงจัง และกวัดแกว่งกระบี่อีกครั้ง ‘ฉัวะ’ ปราณกระบี่ได้ปรากฎขึ้น!

 

“หือ!”

 

“โอ้!”

 

นอกลานประลองเกิดเสียงเอะอะขึ้นทันที

 

“ปราณกระบี่!”

 

“ไม่น่าเชื่อ! นั่นมันสัญลักษณ์แห่งราชา!”

 

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจอมหลงตัวเองอย่างนั้นจะมีความสามารถอยู่จริงๆ”

 

“คราวนี้หลิงฮันคงไม่สามารถปัดป้องการโจมตีได้อีกแล้ว”

 

“ข้าได้ยินมาว่าในรุ่นเยาว์ของเมืองต้าหยวน มีไม่เกินสิบคนที่มีความเข้าใจในเคล็ดลับของปราณ!”

 

ตูเชิงหยิงภูมิใจในตัวเองอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันสามารถสร้างปราณกระบี่ขึ้นมาได้ มันจะกล้าทำตัวอวดดีเช่นนี้ได้อย่างไร? มันหัวเราะดังและพูด “การที่ทำให้ข้าต้องใช้ปราณกระบี่ออกมา เจ้าจงรู้สึกเป็นเกียรติซะ!”

 

หลิงฮันส่ายหัวและพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “เจ้ามีปราณกระบี่เพียงเล่มเดียว?”

 

‘เดี๋ยวสิ สีหน้าแบบนั้นมันอะไรกัน? แค่ปราณกระบี่เล่มเดียวก็ถือว่าสุดยอดแล้วไม่ใช่รึไง?’ ตูชางหยิงไม่พอใจอย่างมาก หลังจากที่เห็นว่ามันสร้างปราณกระบี่ขึ้นมาได้ แต่หลิงฮันกลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย?

 

“แค่นี้ก็เพียงพอที่จะสังหารเจ้าเป็นร้อยครั้ง!” มันตะโกนออกมาและเริ่มกวัดแบ่งกระบี่ ปราณกระบี่ขยับเคลื่อนไหวราวกับไม่มีอะไรที่สามารถมากีดขวางมันได้ พลังของปราณกระบี่น่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

หลิงฮันหัวเราะและสะบัดดาบในมืออย่างลวกๆ ปราณดาบปรากฎขึ้นมาเช่นเดียวกับตูเชิงหยิง

 

“พรวด!”

 

ทุกคนนอกลานประลองสำลักออกมาด้วยความตะลึง

 

เหล่าคนที่สร้างปราณขึ้นมาได้ ล้วนแต่มีคุณสมบัติที่จะเป็นราชาในด้านวิถียุทธ โดยปกติแล้ว ปราณสี่อันจะนับว่าเป็นการบรรลุขั้นต้น ปราณเจ็ดอันจะนับว่าเป็นการบรรลุขั้นสูง ในขณะที่ปราณสิบอันจะถือว่าเป็นการบรรลุขั้นสมบูรณ์ และคนที่บรรลุขั้นต้นก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับฉายาว่าราชา

 

แต่ถึงแม้จะสร้างปราณได้อันเดียว ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้ว เพราะมีคนไม่มากที่ทำได้สำเร็จ เพราะงั้นแล้ว การที่ตอนนี้มีถึงสองคนที่สามารถสร้างปราณขึ้นมาได้ แถมยังมาต่อสู้กันในสนามประลองเดียวกันอีก จึงเป็นธรรมดาที่จะสร้างความตะลึงให้กับทุกคน

 

...นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนคิดว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะการประลองในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

 

“เป็นไปได้อย่างไร เจ้าเองก็มีปราณดาบ?” ดวงตาของตูเชิงหยิงเปิดกว้างด้วยความประหลาดใจ ท่าทางของมันดูตกตะลึงเป็นอย่างมาก

 

“น่าแปลกขนาดนั้นเชียว?” หลิงฮันพูดพร้อมกับหัวเราะ

 

"ฮึ มีปราณดาบแล้วไงล่ะ ยังไงเจ้าก็ยังไม่สามารถต่อกรกับข้าได้อยู่ดี!" ตูเชิงหยิงยกกระบี่ขึ้นสูงและตั้งท่าโจมตี

 

การพบเจอแห่งวาสนาที่มันได้รับมามีทั้งหนังสือทักษะกระบี่และขวดที่มีเม็ดยาใส่เอาไว้อยู่ เม็ดยาที่ว่าช่วยให้มันทะลวงผ่านระดับรวมธาตุและยังทำให้ระดับพลังบ่มเพาะของมันทะยานสูงขึ้น สมุดทักษะกระบี่เองก็สุดยอดไม่แพ้กัน มันแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือทักษะยุทธระดับเหลืองขั้นสูง และส่วนที่สองคือระดับดำขั้นต่ำ

 

ตอนนี้มันยังอยู่ในระดับรวมธาตุ จึงเป็นธรรมดาที่จะเรียนรู้ทักษะได้แค่ส่วนแรก แต่นั้นก็สามารถทำให้มันสร้างปราณกระบี่ขึ้นมาได้แล้ว ซึ่งเพียงพอที่จะยืนยันแล้วว่าทักษะกระบี่ทักษะนี้สุดยอดขนาดไหน

 

"เพลงดาบแยกภูผา!" มันคำรามลั่นและกวัดแกว่งกระบี่เตรียมโจมตี ปราณกระบี่ที่มันสร้างขึ้นมามีรูปร่างเหมือนกับมังกรที่ส่องแสงเจิดจ้าและมีพลังทำลายที่น่ากลัว

 

ดาบของหลิงฮันยกขึ้นอยู่ในมุมเอียง เขาใช้ เพลงดาบอสนีบาตฟาดฟันผสานกับปราณดาบและโจมตีออกไป

 

"ปัง!"

 

ปราณดาบและปราณกระบี่พุ่งเข้าปะทะกันจนเกิดเป็นแรงระเบิด แสงสว่างปรากฎขึ้น และคนอื่นสามารถมองเห็นว่าปราณกระบี่ถูกการโจมตีของหลิงฮันทำให้แตกสลายไปอย่างสมบูรณ์ ส่วนปราณดาบของเขาราวกับเป็นสายรุ้ง มันยังคงพุ่งตรงไปฟันยังหน้าอกของตูเชิงหยาง และในไม่ช้าได้มีเลือดกระเซ็นออกมา

 

"อ้ากก" ตูเชิงหยางตะโกนด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับกระเด็นออกไปนอกสนามด้วยพลังของปราณดาบ

 

"อึก!"

 

ทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง ทั้งสองคนต่างก็สร้างปราณกันได้แล้วทั้งคู่ แต่ทำไมความต่างของพลังถึงได้มากขนาดนี้?

 

ปราณมีทั้งแบบที่แข็งแกร่งและอ่อนแอ แต่ไม่ว่าจะอ่อนแอยังไงมันก็ยังถือว่าเป็นปราณ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ปราณจะไม่สามารถต้านทานการโจมตีเพียงหนึ่งกระบวนท่าได้ ไม่เช่นนั้นการสร้างปราณคงจะไม่ยากขนาดนั้นตั้งแต่แรก

 

เพราะงั้นคำตอบจึงมีเพียงอย่างเดียว ปราณดาบของหลิงฮันมีพลังที่มหาศาลมาก!

 

แม้แต่องค์ชายสี่ หลีตงเย่ และเจ้าของลานคนอื่นๆเองก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา พลังของการโจมตีเมื่อครู่ทำให้พวกมันตกตะลึงเล็กน้อย แต่พวกมันก็คิดว่าด้วยพลังบ่มเพาะของพวกมันที่มากกว่าหลิงฮันอยู่หลายขั้น ยังไงก็สามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่าจัดการเขาได้อย่างแน่นอน

 

ด้วยชัยชนะที่ง่ายดาย ทำให้ชื่อเสียงของหลิงฮันเพิ่มขึ้นไปอีก คนอื่นๆเริ่มคิดว่าเขาไม่ได้จัดการง่ายๆ และเอาแต่พึ่งพานักปรุงยาทั้งสามที่คอยสนับสนุนเขาอยู่

 

การท้าประลองยังคงดำเนินต่อไป คนส่วนใหญ่เน้นความสนใจไปที่ลานประลองที่เก้าและสิบ เพราะเจ้าของลานประลองทั้งสองลานนี้มีพลังอ่อนแอที่สุด รวมทั้งยังใช้พลังจากการประลองอย่างต่อเนื่องไปมากแล้วด้วย นี่คือลู่ทางที่ดีที่สุดที่จะติดสิบอันดับแรกสำหรับหลายๆคน

 

เมื่ออาทิตย์ตกดิน จอมยุทธทั้งสิบอันดับได้ถูกตัดสิน

 

ประลองในรอบนี้ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจมากนัก เนื่องจากคนที่ติดสิบอันดับแรกส่วนใหญ่ต่างก็อยู่ในการคาดการของทุกคน แม้หลีเฮาจะพยายามสุดความสามารถ แต่ด้วยพลังบ่มเพาะที่ต่ำทำให้เสียเปรียบเป็นอย่างยิ่ง มันทำได้มากที่สุดก็คือการต่อสู้อย่างสูสีกับคนที่อยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสี่ แต่คนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น มันทำได้เพียงยอมรับความพ่ายแพ้

 

หลิงตงซิงถูกผู้คนเข้ามาห้อมล้อมอีกครั้ง ไม่ว่าใครต่างก็ไม่เคยคิดว่าหลิงฮันจะสามารถติดสิบอันดับแรกได้จริงๆ นี่คือเกียรติยศครั้งใหญ่ ในอนาคต เขาอาจจะมีโอกาสกลายเป็นจอมยุทธที่ทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุก็เป็นได้

 

ด้วยเหตุนี้เองหลิงตงซิงจึงเต็มไปด้วยความสุข เมื่อเห็นบุตรของมันประสบความสำเร็จขนาดนี้ มันเป็นคนที่รู้สึกดีใจยิ่งกว่าใครๆ

 

ถ้าหากเขาได้รับชัยชนะในวันพรุ่งนี้ เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะได้รับหญ้าแสงจันทรามา

 

สีหน้าของหลิงฮันจึงเต็มไปด้วยการรอคอยอย่างคาดหวัง

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 69 สิบอันดับแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว