เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 67 ก็แค่ฝูงแกะ

ตอนที่ 67 ก็แค่ฝูงแกะ

ตอนที่ 67 ก็แค่ฝูงแกะ


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 67 ก็แค่ฝูงแกะ

 

“น่ารังเกียจเกินไปแล้ว!” ด้านนอกลานประลอง จูเซว่อวี่และคนอื่นๆตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เฟิงหลัวจะมั่นใจขนาดนั้น มันได้ติดสินบนจอมยุทธหลายๆคนให้มาคอยช่วยมันเรียบร้อยแล้ว

 

พวกมันร่วมมือกันเกินกว่าสามสิบคน และเพราะนี่คือกลุ่มที่สี่สิบ ผู้ประลองเมล็ดพันธุ์จึงมีระดับพลังไม่สูงนัก และเพียงสามสิบกว่าคนก็เพียงพอแล้วที่จะกำจัดผู้แข่งขันคนอื่นๆออกไป

 

พอกำจัดผู้แข่งขันคนอื่นเสร็จ พวกมันทั้งสามสิบกว่าคนก็ออกจากลานประลองไปด้วยตนเอง ดังนั้นเฟิงหลัวที่ยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายก็จะได้รับตำแหน่งห้าสิบอันดับแรกไป แต่แน่นอนว่ามันไม่คิดที่จะติดสิบอันดับแรกและอันดับหนึ่ง เพราะอย่างไรเพียงห้าสิบอันดับแรกก็สามารถยืนยันได้แล้วว่ามันจะได้เข้าร่วมกับสำนักฮูหยาง

 

“หมอนั่นหน้าด้านเกินไปแล้ว!”

 

“ไม่ยุติธรรม!”

 

คนที่อยู่นอกลานประลองเริ่มตะโกนขึ้นมา การกระทำเช่นนั้นถือว่าเป็นการทำลายกฎของการประลองอย่างเปิดเผย

 

แต่ถึงจะอย่างนั้น ผู้ตัดสินกลับตะโกนขึ้นมา “เงียบซะ!” เพราะอย่างไรกฎของการประลองก็ไม่ได้เจาะจงเอาไว้ว่าห้ามจอมยุทธแต่ละคนร่วมมือกัน เพราะงั้นการกระทำของเฟิงหลัวจึงถือว่าไม่ผิด

 

จอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุมีพลังและอำนาจขนาดไหน? ทุกคนนอกลานประลองล้วนแต่เงียบสนิทในทันที

 

“ถึงว่าทำไมมันถึงมั่นใจนัก มันติดสินบนคนในกลุ่มเอาไว้แล้วนี่เอง” จูเซว่อวี่พูดอย่างโกรธเกี้ยว

 

“การที่รวมกลุ่มกับคนมากมายขนาดนั้น แถมเกินกว่าสิบคนในนั้นยังอยู่ในระดับรวมธาตุแล้วด้วย นับว่าเป็นเรื่องยากอย่างมากที่หลิงฮันจะต้องสู้กับคนมากมายขนาดนั้น!” ลิ่วตงขมวดคิ้ว

 

“ไม่จำเป็นต้องกังวล!” หลีเฮาส่ายหัวและพูด “พี่ชายหลิงสมควรจะบรรลุถึงระดับรวมธาตุขั้นสี่แล้ว ยิ่งกว่านั้นเขายังสร้างปราณดาบได้ถึงสี่เล่ม ยังมีโอกาสที่เขาจะชนะอยู่!”

 

“เขาจะต้องชนะอย่างแน่นอน ส่วนเจ้าเฟิงหลัวนั่น มันช่างน่ารังเกียจจริงๆ!” ทั้งห้าคนเริ่มให้กำลังหลิงฮัน

 

เทียบกับทั้งห้าคนแล้ว หลิวอู๋ตงและหลิงตงซิงนั้นสงบนิ่งเป็นอย่างมาก ต่อให้แกะจะรวมฝูงกันมากขนาดไหน แกะก็ยังคงเป็นแกะ พวกมันจะมาต่อกรกับราชสีห์ได้อย่างไร?

 

“ฮ่าๆๆ เหลือเจ้านั่นไว้เป็นคนสุดท้าย ส่วนคนที่เหลือจัดการให้ออกไปจากลานประลองให้หมดซะ!” เฟิงหลัวสั่งให้กลุ่มคนทั้งสามสิบกว่าคนเริ่มทำการกำจัดผู้เข้าแข่งขันคนอื่นออกไป และจากการร่วมมือกัน ทำให้พวกมันกำจัดผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆนอกจากหลิงฮันออกไปได้หมด และมีพวกของมันเจ็ดคนที่ต้องออกจากสนามไปพร้อมกับผู้แข่งขันคนอื่นๆ

 

ตอนนี้ได้เป็นการต่อสู้แบบยี่สิบเก้าปะทะหนึ่ง และในยี่สิบเก้าคนนั้น มีสิบสี่คนที่อยู่ในระดับรวมธาตุ!

 

“แย่แล้ว ถึงแม้เจ้าหนูนั่นจะเป็นผู้ประลองเมล็ดพันธุ์ แต่เขาก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่สี่สิบ นั่นหมายความว่าอย่างมากเขาก็มีพลังเพียงระดับรวมธาตุขั้นสี่”

 

“ใช่แล้ว มดหลายตัวสามารถโค่นช้างลงได้ แถมอีกฝ่ายยังมีจอมยุทธในระดับรวมธาตุถึงสิบกว่าคน!”

 

“ข้าทนดูแผนการชั่วร้ายของเจ้าเฟิงหลัวนั่นสำเร็จไม่ไหวแล้ว!”

 

“จะพูดอะไรก็เบาๆหน่อย ถึงแม้ตระกูลเฟิงจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่ แต่พี่ชายของเฟิงหลัวเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบของเมืองต้าหยวน ในการประลองต้าหยวนครั้งที่แล้ว เขาสามารถโค่นองค์ชายสี่และได้รับอันดับหนึ่งไป ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้เขาทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุแล้ว!”

 

“ว่าไงนะ ระดับก่อเกิดธาตุ? เป็นเรื่องจริงรึ?”

 

“แน่นอนว่าจริง!”

 

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าเฟิงหลัวนั่นกล้าที่จะทำตัวหยิ่งยโสแบบนั้น!”

 

เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของคนนอกลานประลอง เฟิงหลัวรู้สึกภาคภูมิใจมาก ถ้ามันจะทำลายกฎแล้วจะทำไมล่ะ?

 

"อะไร พวกเจ้ายอมรับไม่ได้รึ?" มันพูดท้าทายคนที่อยู่นอกลานประลอง "แน่จริงก็เข้ามาจัดการข้าสิ! พวกเจ้าเองก็ทำอย่างข้าได้หากมีพี่ชายที่ดีเช่นข้า!"

 

ผู้ชมหลายคนนอกสนามต่างก็กัดฟันแน่นด้วยความแค้น ทุกคนรู้สึกว่าเจ้าหมอนี่น่ารังเกียจไปจนถึงกระดูกจนทำให้พวกมันทุกคนอยากจะกระโจนขึ้นไปบนลานประลองเพื่อรุมทุบตีมัน

 

"หลิงฮัน ก่อนหน้านี้เจ้าใช้ประโยชน์จากการมีพวกเยอะกว่าในการรังแกข้า แต่ครั้งนี้ฝ่ายข้ามีจำนวนคนมากกว่า ถ้าเจ้ารู้ว่าอะไรดีต่อตัวเองก็จงคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากข้าเดี๋ยวนี้! ข้าอาจจะยอมทุบตีเจ้าให้น้อยลงก็ได้!" เฟิงหลัวพูดพร้อมกับชี้ไปที่หลิงฮัน

 

ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยรังแกมันเพราะพวกเขามีพวกเยอะกว่า?

 

ในตอนนั้น คนรับใช้ทุกคนของมันได้ตายไป ในขณะที่ทางฝ่ายของหลิงฮันมีคนอยู่เจ็ดคน นั่นเรียกว่าพวกเขารังแกมันโดยใช้ประโยชน์จากการมีพวกเยอะกว่ารึ? เจ้าหมอนี่ช่างหน้าด้านไปจนถึงระดับที่เกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ

 

หลิงฮันส่ายหน้าและพูด "ดูเหมือนว่าถ้าข้าไม่รีบโยนเจ้าออกไปจากเวที และยอมให้ตัวโง่งมอย่างเจ้ายืนโอ้อวดอยู่แบบนี้ ความเกรี้ยวกราดของผู้ชมคงจะลุกไหม้มากไปกว่านี้แน่ๆ!"

 

"ฮ่าๆๆๆ" นอกลานประลองมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาทันที

 

"เจ้ายังจะกล้าดื้อรั้นอยู่อีก! ข้าจะไม่ปรานีเจ้าอีกต่อไป!" เฟิงหลัวคลั่งไปด้วยความโกรธ มันยื่นนิ้วออกมาและชี้ไปที่หลิงฮัน "จัดการมันซะ จงทำให้มันพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถ!"

 

"รับทราบ!"

 

คนทั้งยี่สิบกว่าคนพุ่งเข้ามาหาหลิงฮัน พวกมันทุกคนกวัดแกว่งอาวุธอย่างชำนาญ ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูโหดเหี้ยมอย่างมาก

 

การประลองสามารถใช้อาวุธได้ ไม่เช่นนั้นจอมยุทธแต่ละคนจะไม่สามารถแสดงความพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาได้ อย่างไรก็ตาม การใช้อาวุธจะทำให้การต่อสู้มีความอันตรายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้ามีใครกลัวที่จะเสียชีวิต งั้นก็จงรีบกระโดดออกมาจากลานประลองด้วยตัวเองซะ แต่ถ้ายังยืนอยู่บนลานประลองต่อไป ก็จงเตรียมใจไว้ให้ดี

 

หลิงฮันไม่ต้องเปลืองแรงใช้ดาบ เขาพุ่งเข้าไปโดยใช้แค่หมัด จะรับมือกับคนเหล่านี้ใช้แค่เพลงหมัดเสือดำทะยานเมฆาก็มากเกินพอแล้ว

 

"ปัง ปัง ปัง ปัง!"

 

หลิงฮันพุ่งตรงเข้าไป ใครก็ตามที่ยืนขวางทางเขาอยู่ ล้วนแต่ถูกส่งให้ลอยออกไปนอกลานประลองด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว ทุกคนควรจะรู้เอาไว้ว่าถึงแม้เขาจะมีพลังอยู่ระดับรวมธาตุขั้นสี่ แต่ด้วยเมล็ดก่อเกิดห้าธาตุ ทำให้พลังของเขาเทียบได้จอมยุทธระดับรวมธาตุขั้นแปดทั่วไป ยิ่งกว่านั้นเพลงหมัดเสือดำทะยานเมฆายังเป็นทักษะระดับเหลืองขั้นสูง การจะจัดการกับคนเหล่านี้ แค่เขาเพียงคนเดียวก็มากเกินพอแล้วไม่ใช่รึไง?

 

เมื่อหลิงฮันมาถึงตัวเฟิงหลัว พรรคพวกของเฟิงหลัวก็ถูกโยนออกไปนอกลานประลองเรียบร้อยแล้ว

 

ทั่วทั้งพื้นที่ตกอยู่ในความเงียบสงัด คนคนนี้ไม่แข็งแกร่งเกินไปหน่อยรึไง? ในเมื่อเขาเป็นผู้ประลองเมล็ดพันธุ์ในกลุ่มที่สี่สิบ อย่างมากที่สุดเขาก็ควรจะอยู่แค่ระดับรวมธาตุขั้นห้าไม่ใช่รึ? แต่ดูจากการโจมตีที่ทรงพลังของเขาแล้ว เขาสมควรที่จะอยู่ในระดับรวมธาตุช่วงปลายเลยด้วยซ้ำ!

 

เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจงใจปกปิดพลังเอาไว้ และแกล้งทำหมูกินเสือ?

 

อย่างไรก็ตาม มีเหล่าคนรุ่นอาวุโสหลายคนจากหลายๆตระกูลใหญ่ที่มาดูการประลองนี้ อาวุโสเหล่านั้นล้วนแต่มีพลังบ่มเพาะไม่ต่ำกว่าระดับรวมธาตุขั้นห้า หากหลิงฮันซ่อนพลังเอาไว้พวกเขาจะต้องดูออก จึงแสดงให้เห็นเป็นที่แน่นอนแล้วว่าหลิงฮันอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นสี่จริงๆ

 

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เหล่าคนดูต่างสับสนเป็นอย่างมาก พวกมันเริ่มพูดพึมพำแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

“ไม่ เป็นไปไม่ได้!” เฟิงหลัวพูดอย่างสั่นสะท้าน มันแสดงท่าทางที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

 

แผนการของมันต้องไม่ใช่แบบนี้!

 

มันควรจะสามารถเข้าร่วมกับสำนักฮูหยางได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้น ด้วยการช่วยเหลือจากพี่ชายของมัน มันจะต้องทะลวงผ่านระดับรวมธาตุไปได้ และหากมันโชคดีได้รับผลวิญญาณบางอย่างมา  มันอาจจะถึงขั้นสามารถทะลวงผ่านระดับก่อเกิดธาตุได้เลยก็ได้

 

แต่แผนการทุกอย่างของมันจะไร้ความหมายถ้ามันไม่สามารถเข้าร่วมสำนักฮูหยางได้

 

“เจ้าคนอวดดี ไหนลองทำตัวอวดดีต่อไปให้ดูหน่อยสิ!”

 

“ฮ่าๆๆ ถ้าเจ้ากล้าก็ยืนอยู่บนลานประลองต่อไปสิ!”

 

ผู้คนรอบๆลานประลองเริ่มพูดจาเหน็บแนม พวกมันไม่พอใจเฟิงหลัวมาตั้งนานแล้ว แต่เมื่อสักครู่ เป็นเพราะมันมีพรรคพวกอยู่ข้างกายเยอะ ทุกคนเลยไม่กล้าเอะอะอะไรมากนัก แต่ตอนนี้ล่ะ? ใครจะไปคิดว่าหลิงฮันจะแข็งแกร่งขนาดนี้?

 

“เจ้าจงรีบยอมแพ้แล้วลงจากลานประลองไปซะ! ไม่งั้นข้าจะบอกพี่ชายข้าให้มาจัดการเจ้า!” เมื่อคำพูดเหน็บแนมดังเข้ามาในหูของมัน เฟิงหลัวจึงเริ่มโต้ตอบ มันชี้นิ้วไปที่หลิงฮันและสั่งให้เขายอมแพ้

 

หลิงฮันส่ายหัวไปมา หมอนี่ถูกตามใจมามากเกินไปจนมันกลายเป็นตัวโง่งมอย่างแท้จริง

 

“ปัง!”

 

หลิงฮันถีบไปยังท้องของเฟิงหลัว ‘ฟุบ’ มันลอยกระเด็นออกไปนอกลานประลอง และใช้มือกุมท้องเอาไว้เพราะเจ็บปวด

 

“กลุ่มที่สี่สิบ หลิงฮันชนะ!” ผู้ตัดสินประกาศออกมา

 

“ไม่! ตำแหน่งนั่นเป็นของข้า! ของข้า!” เมื่อเฟิงหลัวได้ยินเสียงประกาศ มันกระโดดขึ้นไปและพูดกับผู้ตัดสิน “เปลี่ยนคำตัดสินของเจ้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะให้พี่ชายของข้ามาทุบตีเจ้าจนตาย!”

 

ทุกคนต่างหัวเราะออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ คนที่อยู่ในระดับหลอมกายากล้าที่จะพูดข่มขู่คนที่อยู่ในระดับก่อเกิดธาตุ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขำเสียจริง

 

“ไสหัวไป!” ผู้ตัดสินคำรามออกมาอย่างเฉยชา เขายื่นมือออกมาพร้อมกับควบแน่นปราณก่อเกิดให้เป็นรูปร่างมือขนาดใหญ่ และจับเฟิงหลัวโยนออกไป

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 67 ก็แค่ฝูงแกะ

คัดลอกลิงก์แล้ว