เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 64 ควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องเปลืองแรง

ตอนที่ 64 ควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องเปลืองแรง

ตอนที่ 64 ควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องเปลืองแรง


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 64 ควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องเปลืองแรง

 

“นี่ไม่ใช่คนที่ทำร้ายเจ้า?” ตวนมู่ฉางเฟิงตกใจ มันรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ในเมื่อไม่ใช่เจ้าหมอนี่ แล้วเจ้าจะชี้มาที่มันทำไมตั้งแต่แรก?

 

“ไม่ใช่!” กว๋อติงฉวนเองก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน ในเมื่อเจ้าไม่ใช่หลิงฮัน แล้วเจ้าจะมานั่งทำไมตรงนี้? มันมองไปที่จิงหวู่จื้อแล้วถาม “คนที่นั่งตรงนี้ก่อนหน้าเจ้าไปอยู่ไหนแล้ว?”

 

จิงหวู่จื้อไม่ใช่คนโง่ มันรู้ตัวทันทีว่าตกหลุมพรางของหลิงฮันเข้าแล้ว

 

เจ้าบัดซบนั่นไปล่วงเกินคนสองคนที่เพิ่งเข้ามา และมันดันบังเอิญไปสั่งให้หลิงฮันยกที่นั่งตรงนี้ให้กับมัน หลิงฮันเลยใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในการวางกับดักและสร้างความอัปยศให้มัน!

 

เจ้าเดรัจฉานบัดซบนั่น!

 

“หลิงฮัน!” มันคำรามขึ้นมา “โผล่หัวมาซะ ข้าจะฆ่าเจ้า!”

 

หลิงฮัน?

 

เมื่อตวนมู่ฉางเฟิงได้ยินชื่อนี้ หัวใจของมันได้เกิดเจตนาอยากสังหารขึ้นมาทันที นี่คือชื่อของรุ่นเยาว์ที่ทำให้มันต้องอับอายเสียหน้า!

 

“ฟุบ” สายของของทุกคนมองไปยังหลิงฮัน

 

หลิงฮันนั่งอย่างน่าเกรงขาม แม้จะมีสายตามากมายจ้องไปยังเขา เขาก็ไม่รู้สึกประหม่าแม้แต่น้อย เขายกไวน์ขึ้นมาจิบและอดนึกถึงชีวิตก่อนหน้านี้ไม่ได้ ไวน์ทุกชนิดที่เขาเคยกินล้วนแต่มีคุณภาพสูงทั้งนั้น มันไม่ใช่อะไรที่ ‘สุดยอดไวน์’ ที่เขากำลังกินอยู่ตอนนี้จะเทียบได้

 

ในตอนนี้ จิงหวู่จื้อยังไม่คิดที่จะแก้แค้นกว๋อติงฉวน เพราะอย่างไหร่ตวนมู่ฉางเฟิงก็ยังอยู่ที่นี่ ซึ่งอีกฝ่ายคือจอมยุทธที่ทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุซึ่งแข็งแกร่งกว่าตัวมันตั้งไม่รู้กี่เท่า

 

มันมองไปยังหลิงฮันและกำหมัดแน่น เลือดของมันไหลออกมาจากบาดแผลที่เกิดจากการกระแทกกับโต๊ะ ร่างของมันกระตุกสั่นไหวอย่างโหดเหี้ยมจนสามารถทำให้เด็กร้องให้ได้

 

“เจ้าหลอกพวกข้า!” จิงหวู่เชียงพูดและชี้ไปที่หลิงฮัน ในที่สุดมันก็รู้ความจริงเสียที

 

“ฮ่าๆๆ” มีหลายคนที่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ เป็นดั่งที่เขาว่ากันว่ามังกรที่มีลูกเก้าตัว ลูกแต่ละตัวต่างก็แตกต่างกันออกไป จิงหวู่เชียงผู้นี้ช่างงี่เง่ายิ่งนัก มันดูไม่เหมือนกับว่ามีบิดามารดาคนเดียวกับจิงหวู่จื้อแม้แต่น้อย

 

“เจ้านี่ช่างใจกล้าจริงๆ!” ตวนมู่ฉางเฟิงพูดอย่างโหดเหี้ยม หลิงฮันกล้าแม้แต่ที่จะล้อเล่นกับมัน ดูเหมือนว่าผู้เยาว์คนนี้เบื่อที่จะมีชีวิตแล้วจริงๆ

 

เมื่อเห็นตวนมู่ฉางเฟิงพูดขึ้นมา จิงหวู่จื้อจึงได้เงียบไปในทันที เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีความบาดหมางบางอย่างกับหลิงฮัน ชายคนนี้อยู่ในระดับก่อเกิดธาตุ และยังมีสถานะที่สูงกว่าตัวมันอีกด้วย ต่อให้มันอยากจะแก้แค้นขนาดไหน... มันก็จำเป็นต้องรอไปก่อน

 

ตวนมู่ฉางเฟิงเดินเข้าไปหาหลิงฮัน มันตัดสินแล้วว่าต่อให้จูเฮอซินกับจางเหวยชางมาที่นี่ มันก็จะไม่ปล่อยเจ้าเด็กอวดดีนี่ไปเด็ดขาด

 

กว๋อติงฉวนเดินตามไปอย่างใกล้ชิด ปากของมันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่แสนเย็นชา หลิงฮันกล้าถึงขนาดวางแผนหลอกอาจารย์ของมัน คราวนี้หลิงฮันจะต้องตายจริงๆแน่

 

ตวนมู่ฉางเฟิงไม่ได้เดินเร็วมากนัก แต่ทุกๆก้าวของมันทำให้ห้องโถงเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าตอนนี้มันกำลังโกรธขนาดไหน ตอนนี้แม้แต่ฉีฮวงเย่เองก็ไม่กล้าที่จะพูดเพื่อปกป้องหลิงฮัน

 

คราวนี้หลิงฮันจะทำอย่างไร?

 

แผนการเมื่อครู่ของเขาแน่นอนว่ายอดเยี่ยมมากที่สามารถหลอกศัตรูทั้งสองฝ่ายของเขาได้พร้อมกัน แต่ทั้งตวนมู่ฉางเฟิงและตระกูลจิง ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ไม่สามารถหนีผลที่ตามมาจากการไปล่วงเกินพวกมันได้

 

หลิงฮันดูไม่เหมือนกับคนโง่ ทุกคนล้วนแต่สงสัยว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

 

หลิวอู๋ตงยืนขึ้นมาทันที และทำท่าทางปกป้องหลิงฮัน

 

อย่างไรก็ตาม นางถูกหลิงฮันดันออกไปเบาๆ จากนั้นเขาได้พูดออกมาอย่างเยือกเย็น  “วายุทั้งสี่ล่องลอยสู่สภา เมฆาบนสรวงสวรรค์ถูกพัดกระจายจนไร้ระเบียบ พยัคฆ์และกระเรียนปรากฏตัวขึ้นจนก่อเกิดเป็นนิรันดร์!”

 

“ฟุบ!”

 

ฝีเท้าของตวนมู่ฉางเฟิงหยุดชะงักราวกับถูกฟ้าฝ่า สีหน้าที่แสดงออกมาราวกับเห็นภูตผี แต่หลังจากนั้นไม่นาน ท่าทางของมันได้เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นจนถึงขนาดที่ร่างกายสั่นสะท้าน

 

นี่คือบทคำพูดของกระบวนท่าที่แปดจากทักษะเพลงดาบสยบเมฆา

 

เพลงดาบสยบเมฆาเป็นทักษะระดับดำขั้นกลาง เขาเรียนรู้มันมาจากคัมภีร์ลับที่ได้มาจากโบราณสถาน แต่โชคร้ายที่คัมภีร์นั้นอยู่ในสภาพทรุดโทรมเนื่องจากกาลเวลาที่ผ่านพ้นมานาน บทคำพูดและภาพวาดที่เหลืออยู่มีเพียงแปดกระบวนท่า ส่วนกระบวนท่าที่เก้านั้นไม่มีร่องรอยเหลือทิ้งไว้แม้แต่น้อย

 

เหตุผลที่มันสามารถเมินเฉยต่อจูเฮอซินและจางเหวยชางได้เป็นเพราะมันครอบครองทักษะเพลงดาบสยบเมฆา!

 

ทั้งสามคนอยู่ในระดับก่อเกิดธาตุขั้นสาม แต่ด้วยทักษะเพลงดาบสยบเมฆา ต่อให้จูเฮอซินและจางเหวยชางร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน นั่นเพราะทักษะเพลงดาบที่มันมีอยู่นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เพราะงั้นแม้แต่ในความฝันมันก็ปรารถนาที่จะได้รับสองกระบวนท่าสุดท้ายนี้มา

 

และเมื่อตอนที่หลิงฮันท่องบทคำพูดของเพลงดาบสยบเมฆาออกมา จะไม่ให้มันตื่นเต้นได้อย่างไร?

 

“เจ้า... เจ้ารู้จักมัน?” ตวนมู่ฉางเฟิงพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก

 

“แน่นอน!” หลิงฮันพยักหน้า

 

“เจ้าจะสอนข้าได้หรือไม่?” สีหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความคาดหวัง

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “นั่นก็ขึ้นอยู่กับการประพฤติตัวของเจ้า!”

 

ตวนมู่ฉางเฟิงไม่ใช้เวลาคิดแม้แต่น้อย และพูดกลับไป “ไม่ว่าเจ้าจะต้องการอะไร ขอเพียงพูดออกมา! ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยาหรือทรัพยากรบ่มเพาะ ข้าสามารถมอบให้เจ้าได้!”

 

“อึก!”

 

ทุกคนรอบข้างรู้สึกเหมือนกับจะเสียสติ เมื่อสักครู่ ตวนมู่ฉางเฟิงยังดูราวกับว่าจะไม่ว่าจะยังไงก็ต้องสังหารหลิงฮันให้ได้ เป็นไปได้อย่างไรที่ท่าทีของมันจะเปลี่ยนไปขนาดนี้? นี่เป็นการใช้มนต์อาคมหรือไงกัน?

 

“อาจารย์...” กว๋อติงฉวนกลายเป็นกระวนกระวาย เจ้าหมอนี่ใช้มนต์ดําแบบไหนกัน?

 

หลิงฮันชี้ไปที่จิงหวู่จื้อและน้องของมัน จากนั้นได้หันไปชี้ที่กว๋อติงฉวนและพูดออกมา “เจ้าสามคนนี้ช่างเกะกะลูกตาของข้ายิ่งนัก!”

 

“ข้าเข้าใจแล้ว!” คนที่มีประสบการณ์มามากมายอย่างตวนมู่ฉางเฟิง แน่นอนว่าเข้าใจความหมายของหลิงฮันในทันที มันไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยพร้อมกับยกตัวของกว๋อติงฉวนขึ้นมา จากนั้นประกายแสงได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของพี่น้องจิง มือซ้ายของตวนมู่ฉางเฟิงได้พลักออกไปอย่างรุนแรง พลังที่ไม่อาจต้านทานได้ทำให้สองพี่น้องจิงล้มลงไปที่พื้น

 

“ปัง ปัง ตุบ ตุบ” ตวนมู่ฉางเฟิงเตะและต่อยทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่งตามที่มันต้องการ

 

คนอื่นๆล้วนแต่ตกตะลึง หลิงฮันเพียงแค่ท่องอะไรสักอย่างที่เหมือนบทพูดออกมา จากนั้นตวนมู่ฉางเฟิงก็ได้กลายเป็นลูกน้องที่เชื่อฟังทุกคำสั่งของเขา?

 

ความยกย่องที่มีต่อหลิงฮันของพวกมันได้เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะกว๋อติงฉวน พี่น้องตระกูลจิง หรือแม้แต่ตวนมู่ฉางเฟิงต่างก็อยู่ในการควบคุมของเขา

 

พี่น้องตระกูลจิงรู้สึกสิ้นหวังอย่างมาก

 

พวกมันมีความเกลียดชังหรือความบาดหมางอะไรกับตวนมู่ฉางเฟิง? ก่อหน้านี้มันถูกทุบตีโดยชายชราคนนี้อย่างไร้เหตุผล แต่นั่นก็สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะหลิงฮันวางแผนหลอกล่อพวกมันทั้งสองฝ่าย... แล้วครั้งนี้ล่ะ?

 

แต่ในเมื่อจอมยุทธทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุเป็นคนลงมือ พวกมันจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับการทุบตีแต่โดยดีโดยที่ไม่บ่นอะไร?

 

ใบหน้าของฉีฮวงเย่กระตุกไปมา ตั้งแต่ตอนที่มันเห็นว่าหลิงฮันมีหลิวอู๋ตงคอยติดตามมาด้วย มันก็พอจะรู้แล้วว่าหลิงฮันต้องไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่นึกว่าจะขนาดนี้

 

ตวนมู่ฉางเฟิงไม่ใช่เพียงจอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุ แต่ยังเป็นนักปรุงยาระดับดำขั้นต่ำที่พอจะมีชื่อเสียงในแค้วนพิรุณแห่งนี้ ต่อให้เป็นจอมยุทธในระดับห้วงจิตวิญญาณมาพบตวนมู่ฉางเฟิง อีกฝ่ายก็ยังต้องให้ความเคารพและสุภาพอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตามหากมันสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหลิงฮันเอาไว้ได้ นั่นก็หมายความว่ามันจะสามารถนำตวนมู่ฉางเฟิงเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียวกับมันได้?

 

องค์ชายหนึ่งรู้สึกตื่นเต้นเพียงเพราะสามารถเป็นสหายกับกว๋อติงฉวน... แต่ถ้ามันสามารถดึงดูดตวนมู่ฉางเฟิงให้มาอยู่ฝ่ายมันได้... ตำแหน่งของมันจะต้องมั่นคงอย่างมาก และจะไม่มีใครกล้าขัดขวางมันจากการขึ้นครองบัลลังก์!

 

จากนั้นไม่นาน เมื่อจูเฮอซินและจางเหวยชางมาถึง ภาพที่พวกมันเห็นคือ ตวนมู่ฉางเฟิงกำลังทุบตีศิษย์ของตัวเองและพี่น้องตระกูลเจียงราวกับเป็นคนบ้า ในขณะที่หลิงฮันที่พวกมันสมควรจะต้องมาช่วย กำลังนั่งกินอาหารและดื่มไวน์อยู่อย่างสบายใจ

 

พวกนั้นกำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 64 ควบคุมสถานการณ์โดยไม่ต้องเปลืองแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว