เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 59 เข้าร่วมงานเลี้ยง

ตอนที่ 59 เข้าร่วมงานเลี้ยง

ตอนที่ 59 เข้าร่วมงานเลี้ยง


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 59 เข้าร่วมงานเลี้ยง

 

เนื่องจากใช้เวลาในการลงทะเบียนไปนาน หลิงตงซิงกับหลิงฮันจึงกินข้าวเที่ยงก่อนที่จะกลับไปยังตำหนักโอสถสวรรค์ และหลังจากพักผ่อนไปสักพักก็เกือบถึงยามราตรีแล้ว

 

หลิงฮันกับหลิวอู๋ตงเตรียมตัวเล็กๆน้อยๆ และออกจากตำหนักโอสถสวรรค์เพื่อไปยังที่พักขององค์ชายสี่เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงคืนนี้

 

ที่พักขององค์ชายสี่อยู่ห่างจากปราสาทของราชาต้าหยวนไม่ไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ในหมู่บุตรและธิดาของราชาต้าหยวน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้รับสิทธิพิเศษในการมีที่พักเป็นของตนเอง

 

นั่นคือองค์ชายหนึ่งและองค์ชายสี่

 

องค์ชายหนึ่งฉีฮวงเชิง ได้แสดงพรสวรรค์อันโดดเด่นมาตั้งแต่เกิด รวมถึงเรื่องที่มันเป็นบุตรคนโตจากภรรยาคนแรกของราชาต้าหยวน ทำให้โอกาสในการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งราชาของมันมั่นคงอย่างมาก แต่ด้วยการที่จู่ๆองค์สี่ก็แสดงศักยภาพอันทรงพลังออกมา ทำให้ตอนนี้มันอยู่ภายใต้แรงคุกคามอย่างมาก ตำแหน่งทายาทที่มันรักษาเอาไว้เป็นเวลานานกำลังสั่นคลอน

 

การแข่งขันระหว่างองค์ชายทั้งสองรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เกิดความลำบากต่อหลายๆขั้วอำนาจเนื่องจากพวกมันไม่รู้ว่าจะสนับสนุนองค์ชายคนไหนดี ถ้าองค์ชายที่พวกมันสนับสนุนได้ขึ้นครองบัลลังก์ก็ดีไป เพราะสถานะของพวกมันก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

 

แต่ถ้าองค์ชายที่พวกมันเลือกไม่ได้ขึ้นเป็นทายาทล่ะ?

 

เมื่อราชาคนใหม่ถูกแต่งตั้งขึ้น เขาจะสามารถขับไล่ใครก็ตามที่เขาไม่ชอบหน้าได้ และราชาคนใหม่จะต้องล้างแค้นพวกมันอย่างแน่นอน

 

หลิงฮันและหลิวอู๋ตงไม่ได้เดินทางโดยรถม้า แต่เดินไปยังที่พักขององค์ชายสี่แทน ที่ประตูของที่พัก มีองครักษ์มากมายยืนเฝ้าอยู่เพื่อคอยต้อนรับแขกที่มาร่วมงานเลี้ยง

 

“ขอประทานอภัย ได้โปรดแสดงบัตรเชิญของท่านทั้งสองด้วย” เมื่อองครักษ์เห็นทั้งสองคนกำลังเดินใกล้เข้าไป มันได้เดินมาเพื่อขวางทางพวกเขาไม่ให้ไปต่อ

 

“บัตรเชิญ?” หลิงฮันชะงักเล็กน้อย เขาไม่มีของแบบนั้นเนื่องจากฉีซางไต๋เป็นคนชวนเขาแบบปากเปล่า “ข้าคือหลิงฮัน ชื่อของข้าน่าจะอยู่ในรายชื่อของแขกที่จะมาแล้ว”

 

“ต้องขออภัยด้วย คนที่ไม่มีบัตรเชิฐไม่สามารถเข้าไปได้!” องครักษ์พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

สาวน้อยฉีซางไต๋วางแผนเจ้าเล่ห์อะไรกับเขารึไงกัน? หลิงฮันคิดแบบนั้นอย่างช่วยไม่ได้

 

“ฮ่าๆๆ เจ้ากล้ามาที่นี่โดยไม่มีบัตรเชิญเนี่ยนะ!” คำพูดเหน็บแนมดังขึ้น และชายหนุ่มคนหนึ่งได้ลงมาจากรถม้า มันสวมชุดพิธีการที่หรูหรา ทำให้ดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก

 

มันคือจิงหวู่เชียงที่มีเรื่องขัดแย้งกับหลิงฮันเมื่อตอนกลางวัน

 

“เจ้าคนบ้านนอก นี่คือพี่พักขององค์ชายสี่ ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเข้าไปได้ตามใจชอบ!” จิงหวู่เชียงหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นได้หยิบบัตรเชิญสีทองออกมาจากเสื้อของมันพร้อมกับแกว่งไปมากอย่างภาคภูมิใจ “ดูให้เต็มตาซะ นี่คือบัตรเชิญเข้างาน! แต่ตัวตนกระจ้อยร่อยเช่นเจ้าทั้งชีวิตก็คงจะไม่มีทางได้รับเด็ดขาด!”

 

มันรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อตอนกลางวัน เป็นเพราะความรู้สึกกลัวที่มีต่อหัวหน้าพ่อบ้าน ทำให้มันทำได้เพียงวิ่งหนีหางจุดตูดออกไป แต่การที่มันได้พบกับหลิงฮันในตอนนี้ อาจจะเป็นลิขิตของสวรรค์ที่อยากจะให้มันได้แก้แค้นหลิงฮันแน่ๆ!

 

ฮ่าๆ ก่อนที่จะสังหารทิ้งก็ต้องทำให้ขายขี้หน้าเสียก่อน!

 

หลิงฮันส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าหมอนี่มีพลังเพียงหลอมกายาขั้นเก้า มันไปเอาความรู้สึกว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกัน? หากมันยังหาเรื่องให้ตระกูลตัวเองต่อไปเรื่อยๆ และวันหนึ่งไปเจอเข้ากับจอมยุทธที่ทรงพลัง นั่นจะเป็นการนำปัญหายุ่งยากไปสู่ตระกูลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“เจ้าจะยังยืนอยู่ที่นี่ไปเพื่ออะไร? เจ้าคิดว่าถ้ายืนต่อไปเรื่อยๆจะมีคนสงสารและยอมให้เจ้าเข้าไปรึไง...” จิงหวู่เชียงพูดจาเยาะเย้ยดูถูกต่อไปไม่หยุด แต่เมื่อดวงตาของมันเลื่อนผ่านไปเห็นหลิวอู๋ตง มันก็ไม่อาจจะละสายตาออกไปจากเรือนร่างของนางได้เลย

 

เมื่อเพิ่งจะรู้ถึงการมีอยู่ของหลิวอู๋ตง และหลงเสน่ห์สาวงามผู้เย็นชานางนี้เข้าอย่างจัง มันรู้สึกได้ถึงหัวใจของมันที่กำลังเต้นแรงขึ้น รวมถึงเลือดของมันที่กำลังสูบฉีดอย่างเร่าร้อนในเส้นเลือด

 

“นี่เจ้า...”

 

“ตูม!”

 

เมื่อจิงหวู่เชียงกำลังจะเปิดปากพูด หลิงฮันได้ออกแรงชกเข้าที่ใบหน้าของมัน ทำให้ทั้งร่างของมันกระเด็นออกไป

 

...กับคนแบบนี้ไม่มีความจำเป็นต้องพูดดีด้วย ดังนั้นหลิงฮันจึงโจมตีออกไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องได้ยินเรื่องไร้สาระ

 

“เจ้าชกข้าอีกแล้ว?” จิงหวู่เชียงคลานลุกขึ้นมาจากพื้น มันรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ภายในหนึ่งวัน มันถูกหลิงฮันชกถึงสองครั้ง! เมื่อใดกันที่นายน้อยหกของตระกูลจิงอย่างมันต้องถูกปฏิบัติด้วยแบบนี้

 

“ถ้าไม่อยากถูกชกเป็นครั้งที่สามก็ไสหัวไปซะ!” หลิงฮันสะบัดมือไล่

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร? คงเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วสินะ!” ดวงตาของจิงหวู่เชียงเกิดประกายไฟแห่งความโกรธ และหันไปพูดกับองครักษ์ที่อยู่รอบๆ “พวกเจ้าเห็นแล้วสินะ? เจ้าหมอนี่กล้าที่จะทำร้ายแขกรับเชิญขององค์ชายสี่ พวกเจ้าจะไม่ไปจับกุมตัวมันรึไง?”

 

มันไม่ใช่คนโง่และรู้วิธีที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้

 

“คุณชายหลิง โปรดให้ความร่วมมือด้วย!” หนึ่งในองครักษ์เดินออกมา “ท่านต้องมากับพวกเรา!”

 

ถึงแม้องครักษ์ทุกคนจะรู้ว่าองค์ชายหกของตระกูลจิงเป็นคนที่ไม่โดดเด่นและทำตัวสุรุ่ยสุร่าย รวมถึงในเมืองนี้มีคนที่เกลียดเขามีมากกว่าคนที่ชอบเขาเป็นร้อยเท่า แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็ยังเป็นที่พักขององค์ชายสี่ พวกมันคงจะยอมให้ใครมาทำตัวหยาบคายที่นี่ไม่ได้

 

จิงหวู่เชียงอดที่จะภูมิใจในตัวมันเองไม่ได้ มันรู้สึกว่าตัวเองฉลาดเป็นอย่างมาก ใครบอกกันว่ามันจะทำอะไรไม่ได้หากไม่พึ่งตระกูล?

 

“เกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นที่นี่?” หญิงสาวที่สวมชุดทางการเดินออกมา นางกุมมือไว้ข้างหลังและแสดงสีหน้าเจ้าเล่ห์

 

หญิงสาวที่เดินออกมาคือฉีซางไต๋

 

“คารวะองค์หญิงเจ็ด!” องครักษ์ทุกนายก้มคำนับอย่างรีบร้อน

 

“เงยหน้าขึ้นได้!” หญิงสาวยกมือและกล่าวอย่างชำนาญ เมื่อนางมองไปยังหลิงฮัน นางจงใจแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา “หืม ทำไมเจ้ายังอยู่ข้างนอกกัน?”

 

หลิงฮันเข้าใจในทันที สตรีนางนี้จงใจไม่มอบบัตรเชิญให้กับเขาเพราะอย่างดูการแสดงสนุกๆ ดังนั้นเมื่อสักครู่นางจะต้องมารอเขาอยู่ตรงประตู และคอยแอบมองความบาดหมางระหว่างหลิงฮันกับจิงหวู่เชียง

 

นางสามารถเผยตัวออกมาเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ แต่นางกลับเลือกที่จะเผยตัวออกมาตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าสตรีนางนี้เป็นคนประเภทที่ปรารถนาอยากเห็นโลกนี้ตกอยู่ในความโกลาหล

 

เมื่อได้ยินคำพูดของนาง องครักษ์ทุกคนต่างก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงฮันเป็นหนึ่งในแขกของงานเลี้ยงคืนนี้จริงๆ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่ว่าทำไมเขาไม่มีบัตรเชิญ และในเมื่อองค์หญิงเป็นคนพูดออกมาเอง พวกมันจึงไม่อาจคิดที่จะเข้าไปจับกุมหลิงฮันได้

 

“คุณชายหลิง โปรดอภัยให้กับความไร้มารยาทของพวกเราด้วย” องครักษ์ทุกคนพูดกับหลิงฮันอย่างพร้อมเพรียง

 

หลิงฮันมองไปที่ฉีซางไต๋อย่างดุร้าย แต่หญิงสาวกลับไปรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย นางแลบลิ้นใส่เขาและรีบวิ่งไปทางหลิวอู๋ตง “ว้าว พี่สาวนี่ช่างงดงามจริงๆ!”

 

ในขณะเดียวกัน จิงหวู่เชียงรู้สึกโกรธจนแทบจะบ้าตาย มันเหมือนกับว่าเป็นตัวมันเองที่แส่หาความอัปยศใส่ตัว! ตาของมันจ้องไปที่หลิงฮัน และคิดไปเองว่าหลิงฮันเกาะติดฉีซางไต๋เพราะต้องการอำนาจและอิทธิพลของนาง และเมื่อมันคิดถึงเรื่องที่หลิงฮันยังมีสาวงามอีกคนคอยอยู่ข้างกาย ทำให้มันรู้ในทันทีว่าหลิงฮันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตกหญิง และชำนาญในการเกาะผู้หญิงกิน

 

เมื่อมันคิดแบบนี้ ทำให้มันดูถูกหลิงฮันยิ่งขึ้นไปอีก ความคิดมากมายไหลเข้ามาในหัวของมันว่าจะสังหารหลิงฮันเพื่อแก้แค้นอย่างไรดี

 

ขณะที่มันกำลังคิดแผนการชั่วร้ายอยู่ มันเห็นหลิงฮันเดินมาทางมัน ทำให้มันวางท่ายืดอกออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าอยากจะสงบศึกกับข้ารึ? มันสายไปแล้ว! ข้าจะต้อง...”

 

“เพี๊ยะ!”

 

มันถูกฝ่ามือตบใส่อย่างรุนแรง ทำให้ตัวมันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

 

มันที่เป็นถึงนายน้อยหกแห่งตระกูลจิง กลับถูกตบในที่สาธารณะแบบนี้... ช่างเป็นความอัปยศและความอับอายอะไรขนาดนี้!

 

ผู้คนที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นฉีซางไต๋ องครักษ์ หรือแขกที่เพิ่งมาถึงล้วนแต่อ้าปากค้างกับภาพที่พวกมันเห็น

 

หากเกิดความบาดหมางระหว่างรุ่นเยาว์ เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลคงจะไม่เคลื่อนไหวอะไร เพราะถือว่านั่นเป็นเรื่องธรรมดา และถึงแม้ว่าจะทุบตีอีกฝ่ายจนบาดเจ็บ แต่ก็ห้ามเล็งไปที่ใบหน้าเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่เพียงการสร้างความอับอายให้จิงหวู่เชียง แต่เป็นตระกูลจิงที่อยู่เบื้องหลังมันด้วย!

 

ถ้าจิงหวู่เชียงไม่ได้ทำอะไรที่โง่เขลาลงไป ต่อให้เป็นองค์ชายหนึ่งหรือองค์ชายสี่ก็จะไม่ตบหน้าจิงหวู่เชียงอย่างวู่วามเด็ดขาด

 

ใครจะไปคิดกัน ว่าหลิงฮันจะกล้าทำแบบนั้น?

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 59 เข้าร่วมงานเลี้ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว