เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

 

หลิงฮันไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร

 

หลิวอู๋ตงมีพรสวรรค์ในด้านวรยุทธมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้านางไม่สามารถสร้างปราณดาบได้สิถึงจะเป็นเรื่องแปลก

 

อย่างไรก็ตาม ปราณดาบเล่มที่สามไม่สามารถสร้างขึ้นได้ง่ายๆ

 

แต่หลิวอู๋ตงก็พอใจแล้วกับการที่สามารถสร้างปราณดาบได้สองเล่มในขณะที่มีอายุสิบแปดปีและก้าวไปยังรุ่นเยาว์ระดับแนวหน้า และในหมู่รุ่นเยาว์ระดับแนวหน้านางนับว่าแข็งแกร่งกว่าคนเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

 

...พื้นฐานพลังของจอมยุทธในแคว้นพิรุณนั้นต่ำเกินไป เพียงแค่สามารถสร้างปราณดาบหรือกระบี่ได้ก็ถูกนับว่าเป็นจอมยุทธระดับแนวหน้าแล้ว

 

เมื่อปีใหม่มาถึง ตระกูลหลิงสาขาต่างๆได้กลับมายังที่พักอาศัยของตระกูลหลักและจัดฉลองร่วมกัน

 

ปกติแล้ว ตระกูลสาขาจะมีที่พักอาศัยอยู่นอกตระกูลหลักและคอยทำหน้าที่จัดการธุรกิจต่างๆของตระกูล ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนธรรมดา มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบ่มเพาะ เพราะจากสิบคนจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นมีครอบครองรากฐานวิญญาณ

 

“พี่ชายฮัน!” เด็กสาวชื่อหลิงจือซ่วนเดินตามหลิงฮันไปทั่ว เด็กสาวคนนี้อายุเพียงแปดปีเท่านั้น แต่นางกลับปลุกรากฐานวิญญาณขึ้นมาได้แล้ว ยิ่งกว่านั้นมันยังเป็นรากฐานวิญญาณระดับปฐพีขั้นต่ำ ตามกฎของตระกูลแล้วนางมีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา ตระกูลจะต้องจ่ายค่าเข้าสำนักให้นางรวมถึงทรัพยากรบ่มเพาะต่างๆด้วย

 

ทุกคนรู้ดีว่าจะรักษาความมั่งคั่งไว้ไม่ได้หากไม่มีพลังมากพอ ดังนั่น ทุกๆตระกูลจึงต้องฟูมฟักคนในตระกูลที่มีพรสวรรค์จะกลายเป็นจอมยุทธ ถ้ามีอัจฉริยะเกิดขึ้นภายในตระกูล นั่นจะถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเป็นอย่างมาก

 

อย่างเช่นแปดตระกูลใหญ่ของเมืองจักรพรรดิ พวกมันต่างก็เคยเป็นตระกูลเล็กมาก่อน ซึ่งพวกมันเติบโตขึ้นโดยการใช้วิธีฟูมฟักเหล่าอัจฉริยะในตระกูล

 

ในตระกูลหลิง มีสมาชิกสามคนที่เข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา นอกจากหลิงฮันกับหลิงมู่เหยินแล้ว อีกคนหนึ่งคือ หลิงซือเต๋า แต่เพราะอายุที่มากขึ้นของมัน ทำให้หลังจากปีใหม่นี้มันไม่สามารถอยู่ในสำนักต่อได้ เพราะงั้นจึงต้องเข้าร่วมกับกองกำลังองครักษ์ของตระกูล

 

ในขณะเดียวกัน หลิงจือซ่วนที่ปลุกรากฐานวิญญาณตื่นได้แล้ว หลังจากปีใหม่นี้นางจะต้องเข้าร่วมกับสำนักหมอกเมฆา

 

อย่างไรก็ตาม หลิงฮันมีอีกความคิดหนึ่ง

 

เขาไม่สามารถอยู่ที่ตระกูลหลิงได้ตลอดไป เขาปรารถนาจะปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดของวิถีวรยุทธ สำหรับเขาแล้วแคว้นพิรุณเล็กเกินไป ดังนั้นก่อนที่เขาจะจากที่นี่ไป เขาจะต้องทำให้ตระกูลมีอัจฉริยะให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อช่วยให้บิดาของเขาลดความกังวลลง

 

เขาตัดสินใจจะพาหลิงจือซ่วนไปยังเมืองจักรพรรดิกับเขาด้วย และให้นางเข้าร่วมกับสำนักฮูหยาง

 

ก่อนหน้านี้หลิงตงซิงได้รับสิทธิในการเข้าร่วมสำนักฮูหยางมาหนึ่งที่ และในการประลองต้าหยวนหลิงฮันจะได้อันดับสูงกว่าห้าสิบอย่างแน่นอน ดังนั้นสิทธิได้มาจึงไม่จำเป็นสำหรับเขา

 

แน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เขาจึงจำเป็นต้องให้ครอบครัวของนางติดตามไปยังเมืองจักรพรรดิเพื่อคอยดูแลชีวิตประจำวันของนางด้วย

 

“ทำไมเจ้าร้องให้อีกแล้วล่ะ?” หลิงฮันยิ้มพร้อมกับอุ้มเด็กสาวขึ้นมา

 

“ต้าซงรังแกซ่วนซ่วน!” เด็กสาวพูดระบายออกมา “พี่ชายฮัน จัดการให้ซ่วนซ่วนหน่อย!”

 

หลิงฮันหัวเราะ และลูบหัวเด็กสาว “เจ้ากับต้าซงเป็นคนของตระกูลหลิงเหมือนกัน พวกเจ้าควรจะช่วยเหลือกันไว้ดีกว่า กำปั้นของเรามีไว้หันใส่คนภายนอกเท่านั้น ไม่ได้มีไว้หันใส่พวกเดียวกันเอง”

 

“แต่มันบอกว่าซ่วนซ่วนน่าเกลียด!” เด็กสาวพูดพร้อมกับทำแก้มป่อง

 

“ซ่วนซ่วนเป็นเด็กที่สวยอย่างแน่นอน ถึงแม้ตอนนี้จะยังสวยแบบเด็กๆ แต่ในอนาคตเจ้าจะต้องสวยงามมากไม่ผิดแน่ ต้าซงแค่อิจฉาเจ้าเท่านั้นเอง” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

เด็กสาวร่าเริงขึ้นมาเพราะคำชมในทันที และพูดออกมา “ซ่วนซ่วนเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก!” แต่พอคิดไปสักพักนางจึงคิดว่าคำพูดนี้มันดูอวดดีเกินไป นางจึงเปลี่ยนคำพูด “พี่สาวอู๋ตงสวยที่สุดในโลก และซ่วนซ่วนสวยเป็นอันดับที่สอง”

 

หลิงฮันหัวเราะดังและพูดกับหลิวอู๋ตง “นางกำลังชมเจ้าอยู่นะ!”

 

“พี่สาวอู๋ตง เมื่อไหร่พี่สาวจะแต่งงานกับพี่ชายฮันกันล่ะ?” เด็กสาวเอียงคอถามอย่างไร้เดียงสา

 

หลิวอู๋ตงหน้าแดงขึ้นมาทันที นางหันหน้าเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลิงจือซ่วนรู้สึกสับสน

 

“ซ่วนซ่วน เจ้าทำภรรยาข้ากลัวจนหนีไปแล้ว เจ้าจะชดใช้ข้าอย่างไร?” หลิงฮันแสร้งทำเป็นขมวดคิ้วและพูดออกไป

 

หลิงจือซ่วนกัดเล็บมือและคิดอยู่ชั่วขณะ จากนั้นจึงพูดกับหลิงฮัน “พี่ชายฮัน ซ่วนซ่วนจะหาพี่สาวที่งดงามกว่านี้ให้เอง!” เมื่อพูดออกไปท่าทางของนางดูซุกซนเป็นอย่างมาก

 

หลิงฮันกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้ พวกเด็กๆมักจะพูดตามที่อยาก ซึ่งทั้งน่ารักและไร้เดียงสาเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่ไม่ว่าเด็กคนไหนก็ไม่สามารถไร้เดียงสาแบบนี้ได้ตลอดไป

 

หลังจากการเฉลิมฉลองปีใหม่ หลิงตงซิง หลิงฮัน และหลิวอู๋ตงได้เดินทางออกไปยังเมืองต้าหยวนเพื่อเข้าร่วมการประลอง

 

เมืองต้าหยวนอยู่ห่างจากเมืองหมอกเมฆามากกว่าแปดร้อยไมล์ ทั้งสามคนรีบเร่งเดินทางอย่างรวดเร็ว และสองวันต่อมาจึงมาถึงด้านนอกของเมืองต้าหยวน

 

เมื่อเทียบกับเมืองที่เล็กและห่างไกลอย่างเมืองหมอกเมฆา เมืองต้าหยวนดูยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก พื้นที่ของเมืองครอบคลุมไปมากกว่าหลายสิบไมล์ และกำแพงเมืองมีความสูงถึงร้อยเมตร ดูราวกับเป็นสัตว์อสูรขนาดมหึมา

 

เมืองต้าหยวนมีประตูทั้งหมดสี่ประตู ประตูทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ในทุกๆวัน มีนักเดินทางเข้ามาที่เมืองอย่างล้นหลาม โดยมีทั้งพ่อค้า ผู้ลี้ภัย และจอมยุทธพเนจร

 

ระดับพลังโดยรวมของจอมยุทธในเมืองมีระดับสูงกว่าพื้นที่รอบๆหลายระดับ ราชาต้าหยวนในปัจจุบันเป็นจอมยุทธระดับแก่นแท้จิตวิญญาณ และจากข่าวลือ เขายังเป็นคนที่มีพลังต่อสู้แข็งแกร่งอย่างมาก

 

พวกหลิงฮันเดินทางมาถึงประตูเมือง พวกเขาไม่จำเป็นต้องถูกตรวจสอบประวัติใดๆทั้งสิ้น พวกเขาเพียงต้องจ่ายค่าผ่านทางเท่านั้น หนึ่งเหรียญเงินต่อหนึ่งคน แม้นี่จะไม่นับว่าเป็นจำนวนที่มากมายสำหรับพวกเขา แต่สำหรับคนธรรมดาแล้วถือว่าเป็นเงินจำนวนที่มหาศาลมาก

 

ภายในเมือง มีสิ่งปลูกสร้างสูงใหญ่อยู่มากมาย ซึ่งเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่เดินทางมาครั้งแรกเป็นอย่างมาก

 

หลิงตงซิงเคยมาที่นี่เมื่อนานมาแล้ว แถมยังเคยออกนอกแค้วนไปแล้วด้วย ดังนั้นมันจึงไม่รู้สึกตกตะลึงอะไร หลิวอู๋ตงเองก็มาจากเมืองจักรพรรดิ ในสายตาของนางแล้วสิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งสองคนต่างคิดในใจว่าหลิงฮันจะต้องตกตะลึงกับภาพอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้านี้ แต่ถึงอย่างนั้นหลิงฮันกลับนิ่งสงบไม่หวั่นไหวแม้แต่นิดเดียว ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

 

พวกเขาเดินหาโรงแรมในเมือง แต่ดูเหมือนว่าจะมีผู้คนมากมายที่เข้ารวมการประลองต้าหยวนที่กำลังจะจัดขึ้น โรงแรมส่วนใหญ่จึงเต็มไปหมดแล้ว  พวกเขาเดินไปรอบเมืองกว่าครึ่งวัน แต่ก็ยังไม่สามารถหาที่พักได้

 

“ปรมาจารย์หลิง!” พวกเขาที่กำลังเดินอยู่บนถนนหลักได้ยินเสียงคนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ จากนั้นชายชราผมขาวคนหนึ่งได้เดินเข้ามาหาพวกเขา คนคนนั้นคือจูเฮอซิน

 

“เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ปรมาจารย์หลิง ข้าได้รับการเชิญชวนจากสหายเก่าให้มาเยี่ยมในช่วงปีใหม่ ข้าหวังว่าปรมาจารย์หลิงจะยกโทษให้ข้าที่ไม่ได้เยี่ยมเยือนท่านในช่วงปีใหม่” จูเฮอซินโค้งตัวลงเล็กน้อย สีหน้าของมันแสดงออกถึงความหวาดหวั่น

 

มันคิดไปแล้วว่าหลิงฮันคืออาจารย์ของมันครึ่งหนึ่ง จึงไม่แปลกที่มันจะกลัวว่าจะทำให้หลิงฮันไม่พอใจ

 

หลิงฮันส่ายหัวแล้วยิ้ม “เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าปรมาจารย์ เจ้าสามารถเรียกข้าแค่ชื่อก็ได้” ในชีวิตนี้ เขาตัดสินใจที่จะเริ่มต้นจากตัวตนอันต่ำต้อย และก้าวเดินต่อไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคง พร้อมกับต่อสู้กับเหล่าอัจฉริยะต่างๆเพื่อพัฒนาตัวเอง

 

ไม่เช่นนั้น หากเขาก้าวเดินต่อไปโดยการเป็นปรมาจารย์นักปรุงยา ชื่อเสียงและสถานะต่างๆจะกลายเป็นเกี่ยวกับนักปรุงยาทั้งหมด แล้วอัจฉริยะที่ไหนจะกล้ามาสู้กับเขากัน?

 

“เรื่องนี้มัน...” จูเฮอซินส่ายหัวอย่างต่อเนื่อง มันเป็นคนที่จะแสดงความเคารพต่ออาจารย์และคนที่สอนความรู้ให้มัน ก่อนหน้าที่หลิงฮันได้เมตตาคอยชี้นำเรื่องต่างๆให้กับมัน ดังนั้นแล้วในใจของมัน หลิงฮันก็เป็นอาจารย์ของมันไปเรียบร้อยแล้ว การเรียกชื่ออาจารย์โดยไม่ให้เกียรตินั้น... เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างแท้จริง!

 

“ไม่ต้องมาพูดอ้ำอึ้ง ถ้าในอนาคตเจ้ายังเรียกข้าว่าปรมาจารย์อยู่อีก ข้าจะโมโหเป็นอย่างมาก” หลิงฮันจงใจทำหน้าเข้มงวด และพูดด้วยท่าทีกึ่งพูดเล่นพูดจริง

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

จบบทที่ ตอนที่ 54 มุ่งหน้าไปเมืองต้าหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว