เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 52 เม็ดยาทะลวงกำเนิด

ตอนที่ 52 เม็ดยาทะลวงกำเนิด

ตอนที่ 52 เม็ดยาทะลวงกำเนิด


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 52 เม็ดยาทะลวงกำเนิด

หลิงฮันตื่นเต้นเป็นอย่างมากหญ้ามังกรปฐพีที่อยู่ตรงหน้าน่าจะมีอายุอย่างน้อยสองร้อยปี มันไม่ใช่แค่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเม็ดยาทะลวงกำเนิดได้ แต่ยังทำให้เม็ดยาที่หลอมเสร็จแล้วมีผลลัพธ์ที่มากขึ้น แถมหากวัตถุดิบชนิดอื่นที่เขาใช้มีอายุสมุนไพรไม่เพียงพอ มันยังสามารถนำไปทดแทนได้อีกด้วย

 

หลิงฮันขุดหญ้ามังกรปฐพีออกมาอย่างระมัดระวัง ตราบใดที่ลำต้นไม่ได้รับความเสียหาย ผลลัพธ์ของสมุนไพรก็จะไม่ลดลง แถมยังสามารถนำมาเก็บไว้ได้เป็นเวลายาวนาน

 

“ยินดีด้วย วันที่ท่านลุงหลิงจะกลับมาหายดีใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่งแล้ว” หลิวอู๋ตงพูด ตอนนี้นางรู้แล้วเช่นกันว่ารากฐานวิญญาณของหลิงตงซิงถูกทำลายไปแล้ว

 

ใบหน้าของหลิงฮันเต็มไปด้วยความยินดี ถ้าทุกๆอย่างเป็นไปได้อย่างราบลื่นเหมือนกับครั้งนี้ ภายในหนึ่งหรือสองปี เขาจะสามารถรักษารากฐานวิญญาณของหลิงตงซิงได้และบิดาของเขาจะสามารถกลับมายังเส้นทางแห่งการบ่มเพาะอีกครั้ง

 

ทั้งสองคนเดินออกมาจากถ้ำ และในขณะที่หลิงฮันกำลังจะเริ่มหลอมเม็ดยา ลิ่วตงและกลุ่มของมันกำลังทำการต้มกระดูกของมังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดอยู่ นอกจากแก่นอสูรแล้ว กระดูกถือว่าเป็นส่วนที่มีค่าที่สุดของเจ้างูยักษ์ตัวนี้

 

“ไม่จริงน่า หมอนี่ถึงขนาดรู้วิธีปรุงยาด้วยรึ?” เมื่อพวกมันเห็นหลิงฮันนำเตาปรุงยาขนาดเล็กออกมา สีหน้าของ ลิ่วตงและกลุ่มของมันเกิดอาการชักกระตุกอย่างไม่อาจควบคุมได้

 

“เขาเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆด้วย!”

 

“ใช่แล้ว พลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดมนุษย์ แถมยังสามารถสร้างปราณดาบได้ถึงสี่เล่มอีก! แล้วมาตอนนี้ยังจะสามารถหลอมเม็ดยาได้อีก... ข้าไม่รู้แล้วว่าจะพูดอย่างไรดี”

 

“ลืมมันไปซะ อย่าไปเทียบตัวเราเองกับสัตว์ประหลาดนั่นเลย”

 

“พวกเราจะไม่เปรียบเทียบอีกแล้ว! แน่นอนเลย!”

 

ทั้งห้าคนพร้อมใจกันส่ายหัว ขนาดหลีเฮาที่สร้างปราณกระบี่ได้แล้วก็รู้สึกไม่ต่างกัน การจะเอาตัวเองไปเทียบกับสัตว์ประหลาดแบบนี้ ไม่ใช่ว่ามันเป็นการหาความอัปยศใส่ตัวรึไง?

 

ทักษะปรุงยาของหลิงฮันรวดเร็วจนทำให้สายตาของพวกมันพร่ามัว ตอนนี้ปราณก่อเกิดของเขามีจำนวนมากกว่าแต่ก่อน จึงไม่จำเป็นต้องกินยาเพิ่มพลังปราณใดๆในขณะที่ทำการหลอม ยิ่งกว่านั้น พลังของเมล็ดก่อเกิดห้าธาตุนั้นน่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก มันสามารถทำให้เขาควบคุมความร้อนของเตาปรุงยาได้ราบลื่นและง่ายดายกว่าแต่ก่อนมาก

 

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง หลิงฮันได้หยุดขยับมือ การหลอมเม็ดยาทะลวงกำเนิดเสร็จสิ้น! เขาหลอมมันออกมาได้ทั้งหมดสิบสามเม็ด

 

“นี่คือเม็ดยาทะลวงกำเนิด กินหนึ่งเม็ดจะช่วยให้ระดับพลังเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น” หลิงฮันพูด  เขาเก็บเม็ดยาแปดเม็ดไว้กับตนเอง และมอบอีกห้าเม็ดที่เหลือให้กับกลุ่มของลิ่วตง

 

ตามปกติแล้ว เขาจำเป็นต้องใช้ยาเพียงสองเม็ดเพื่อบรรลุถึงขั้นสามระดับสูงสุด แต่ผลลัพธ์ของเม็ดยาทะลวงกำเนิดหนึ่งเม็ดจะใช้สำหรับจอมยุทธที่มีเมล็ดก่อเกิดหนึ่งอันเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าเมล็ดก่อเกิดห้าธาตุจำเป็นต้องใช้มากกว่านั้นหรือไม่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เขาจึงเก็บเม็ดยาไว้กับตนเองเพิ่มอีกหกเม็ด

 

ลิ่วตงและคนอื่นๆไม่ได้แสดงท่าทีไม่ยอมรับอะไรที่หลิงฮันเก็บเม็ดยาส่วนมากไว้กับตนเอง

 

เพราะอย่างไรพวกมันก็ทำหน้าที่เพียงจับแกะขนประกายแสงมาเท่านั้น! งานง่ายๆแบบนี้ใครจะทำไม่สำเร็จกัน? พวกมันรู้ดีว่าที่หลิงฮันมอบเม็ดยาทะลวงกำเนิดให้พวกมันแต่ละคนเป็นเพราะพวกมันบอกสถานที่ของถ้ำให้กับเขา นี่คือสิ่งที่หลิงฮันตอบแทนพวกมัน

 

ไม่เช่นนั้นแล้วใครกันจะใจกว้างถึงขนาดมอบเม็ดยาให้ฟรีๆ? พวกมันกับหลิงฮันไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันขนาดนั้นเสียหน่อย

 

ยาหนึ่งเม็ดช่วยให้พลังเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น... ถ้านำไปขาย มันจะได้ราคาสูงขนาดไหนกัน?

 

หลิงฮัน ลิ่วตง หลีเฮา และจูเซว่อวี่กลืนเม็ดยาลงไปและเริ่มดูดซับผลของยาในทันที โดยที่มีหลิวอู๋ตงรับหน้าที่ยืนคุ้มกันให้อยู่ เชินเพิงจวีและโจวฉางทำได้เพียงมองดูอยู่อย่างอิจฉาอยู่ข้างๆ โชคดีที่เม็ดยาทะลวงกำเนิดไม่มีปีกและไม่สามารถบินหนีพวกมันไปได้ เพราะงั้นตราบใดที่พวกมันทะลวงผ่านระดับรวมธาตุได้ พวกมันจะสามารถใช้เม็ดยาได้เช่นกัน

 

หลิงฮันนั่งลงข้างๆพุ่มไม้ หลังจากที่เขากลืนเม็ดยาทะลวงกำเนิดลงไป พลังวิญญาณจากบริเวณรอบๆได้พรุ่งพรูไหลเข้ามา ดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานของเขาสั่นไหวเล็กน้อยและเริ่มดูดซับพลังวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นพลังวิญญาณของเขาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

พลังของเขาเพิ่มมาถึงรวมธาตุขั้นที่หนึ่งระดับสูงสุดแล้ว และด้วยพลังวิญญาณจำนวนมหาศาล เขาจึงควบคุมแน่นเสริมแกร่งให้กับเมล็ดก่อเกิดอันที่สองทันที

 

แสงเล็กๆทั้งห้าปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า และเริ่มเปลี่ยนรูปร่างเป็นเมล็ดก่อเกิดทั้งห้าที่กำลังหมุนโคจรอยู่ ความเร็วในการโคจรของมันค่อยๆเพิ่มขึ้นพร้อมกับขนาดของมันที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันพื้นที่ภายในตันเถียนของเขาเริ่มขยายกว้างขึ้นเพื่อรองรับปราณก่อเกิดที่กำลังเพิ่มมากขึ้น

 

ขนาดพื้นที่ภายในตันเถียนของจอมยุทธจะขึ้นอยู่กับจำนวนปราณก่อเกิดที่คนๆนั้นสามารถรองรับได้ สำหรับหลิงฮันแล้วนี่เป็นสิ่งสำคัญมาก เมล็ดก่อเกิดห้าธาตุของเขาสามารถเร่งพลังให้เกินกว่าระดับพลังบ่มเพาะจริงๆของเขาได้

 

พื้นที่ในตันเถียนของเขาจึงต้องใหญ่กว่าจอมยุทธในระดับเดียวกันคนอื่นๆหลายเท่า ไม่เช่นนั้นเขาจะสามารถระเปิดพลังออกมาได้ครู่เดียวและปราณก่อเกิดของเขาก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว

 

แน่นอนว่าตราบใดที่เขาสามารถได้ที่หนึ่งในการประลองต้าหยวนและได้รับหญ้าแสงจันทรามา เขาจะสามารถหลอมเม็ดยาเสริมมิติขึ้นมาได้ นี่คือสิ่งที่แม้แต่จอมยุทธที่ทรงพลังในระดับสวรรค์ยังต้องอิจฉา สำหรับเขาที่อยู่เพียงระดับรวมธาตุ คิดดูว่าเม็ดยาเสริมมิติจะขยายพื้นที่ในตันเถียนของเขาได้กี่เท่ากัน?

 

จากนั้นปัญหาพื้นที่เก็บปราณก่อเกิดที่มีจำกัดของเขาก็จะถูกแก้ไข

 

ความสุดยอดของรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์ได้แสดงออกมาให้เห็น ดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานดูดซับพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลอย่างบ้าคลั่ง และเม็ดยาทะลวงกำเนิดได้กระตุ้นความเร็วในการเติบโตของเมล็ดก่อเกิด ทำให้พลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

รวมธาตุขั้นสองระดับต้น...กลาง...ปลาย...สูงสุด

 

ความเร็วในการก้าวหน้าของเขาเร็วจนน่ากลัว!!

 

หลิงฮันหยักหน้าให้กับตัวเอง ถึงแม้เมล็ดก่อเกิดของเขาจะเทียบเท่ากับห้าเท่าของคนธรรมดา แต่มันผลลัพธ์ของเม็ดยาก็ไม่ได้ต้องใช้เพิ่มขึ้นห้าเท่าเหมือนที่เขาคิดไว้ เพราะอย่างไรมันก็เป็นถึงรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์

 

รากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์คือรากฐานวิญญาณที่บ่มเพาะได้รวดเร็วที่สุด มันจะไปมีจุดอ่อนแบบนั้นได้อย่างไร?

 

และแล้วผลลัพธ์ของเม็ดยาทะลวงกำเนิดก็ถูกใช้ไปจนหมด

 

หลิงฮันลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมีความรู้สึกหิวอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาจะบ่มเพราะพลังทั้งวันทั้งคืนจนลืมตัวอีกแล้ว

 

อีกด้านหนึ่ง ลิ่วตงและอีกสองคนเองก็เกือบจะบ่มเพาะพลังเสร็จแล้วเช่นกัน ใบหน้าของพวกมันแสดงออกถึงความดีใจที่เลื่อนไปยังระดับต่อไปได้สำเร็จ

 

ลิ่วตงและจูเซว่อวี่บรรลุไปถึงรวมธาตุขั้นหนึ่งระดับสูงสุด ส่วนหลีเฮาบรรลุถึงขั้นสองระดับต้น พรสวรรค์ของแต่ละคนนั้นต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จากการดูดซับเม็ดยาจึงต่างกันไปด้วย

 

หลิงฮันมีความคาดหวังกับหลีเฮาเล็กน้อย การที่สามารถสร้างปราณกระบี่ได้ตอนอายุเท่านี้เป็นข้อยืนยันได้ว่ามันมีศักยภาพที่ยอดเยี่ยมละมีพรสวรรค์ หลิงฮันประลองกับมันเป็นบางครั้งเพื่อช่วยฝึกฝนให้

 

ไม่แน่ ในอนาคตอาจจะมีราชากระบี่เกิดขึ้นมาเพราะเขาก็ได้

 

ตอนนี้กระดูกของมังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดต้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว พลังงานต่างๆภายในกระดูกถูกผสมรวมเข้ากับน้ำซุป มันมีสีทองและส่งกลิ่นหอมออกมา

 

“สิ่งนี้ช่วยบำรุงร่างกายได้ดีเยี่ยม! เอาล่ะ มากินกันเถอะ!” หลิงฮันเรียกรวมตัวคนอื่นๆและเริ่มแจกจ่ายซุปให้แต่ละคน พวกมันเองก็นำเนื้ออสรพิษยักษ์ไปย่างเช่นกัน แต่พลังงานที่ได้จากเนื้อนั้นด้อยกว่ากระดูกเป็นอย่างมาก

 

ทั้งเจ็ดคนเริ่มกินโดยไม่รีรอ

 

ถึงแม้มังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดจะไม่ได้มีระดับที่สูงมาก แต่มันก็ยังเป็นราชาของเหล่าสัตว์อสูรที่ไม่มีการนำไปขายตามตลาดทั่วไป แม้จะเป็นหลิวอู๋ตงที่เป็นเจ้าหญิงของตระกูลหลิวก็ไม่ได้กินอาหารชั้นยอดแบบนี้บ่อยนัก ดังนั้นพวกลิ่วตงจึงกระหายที่จะกินอาหารมื้อนี้มาก

 

หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนได้น้ำซุปในหม้อหมดจนไม่เหลือแม้แต่น้อย พวกมันรู้สึกอิ่ม และขนาดท้องได้ขยายออกมาราวกับว่าถ้ากินเพิ่มแม้แต่คำเดียวท้องของพวกมันคงระเบิดออกแน่ๆ

 

นี่นับว่าเป็นเรื่องปกติ ไขกระดูกของมังกรอสรพิษเกล็ดสีชาดสามารถเทียบได้กับสมุนไพรล้ำค่าที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายได้

 

ทั้งเจ็ดคนนั่งขัดสมาธิและเริ่มซึมซับพลังงานที่ได้จากอาหาร

 

 

ถึงแม้สิ่งนี้จะไม่ช่วยเพิ่มระดับพลังของพวกมัน แต่ก็ช่วยทำให้ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งนับว่ามีประโยชน์ต่อพวกมันอย่างมาก

 

หลิงฮันโคจรคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์เพื่อดูดซับพลังงานที่เขากินเข้าไปให้ไหลผ่านไปยังทุกๆส่วนของร่างกาย ไม่นานร่างของเราก็เริ่มเปล่งแสงสีทองจางๆออกมา อย่างไรก็ตามแสงสีทองนี้เบาบางเป็นอย่างมาก ถ้าไม่สังเกตดีๆจะไม่มีทางเห็นแน่นอน

 

‘ยอดเยี่ยม!’ หลิงฮันคิดในใจ คัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ช่วยให้เขาดูดซับพลังงานที่กินเข้าไปได้หมดจนไม่ศูนย์เปล่าแม้แต่น้อย!

 

“หลังจากที่ข้าซึมซับพวกมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ข้าจะสามารถบ่มเพาะกายาแห่งต้นไม้มรณะของคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ได้!”

 

*ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ*

**ตอนนี้กลุ่มลับจบกลุ่มที่ 1 แล้วนะครับ**

จบบทที่ ตอนที่ 52 เม็ดยาทะลวงกำเนิด

คัดลอกลิงก์แล้ว