เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 เฉินเฟิงเลี่ยก้มหัว

ตอนที่ 40 เฉินเฟิงเลี่ยก้มหัว

ตอนที่ 40 เฉินเฟิงเลี่ยก้มหัว


จักรพรรดิปรุงยาแห่งวิถีสวรรค์ ตอนที่ 40 เฉินเฟิงเลี่ยก้มหัว

 

เขาสังหารศิษย์ของนิกายหมาป่าหินผา แต่ยังจะขู่เฉินเฟิงเลี่ยอีก... ช่างกล้าอะไรขนาดนั้น?

 

นิกายหมาป่าหินผาเป็นราชาภายในบริเวณหนึ่งพันไมล์นี้ เมื่อเทียบกับตัวตนแบบนั้นไม่ว่าจะตระกูลหลิงหรือตระกูลเชิงก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะยืนอยู่ในระดับเดียวกัน

 

หลิงฮันจงใจแส่หาความตายรึไง?

 

เฉินเฟิงเลี่ยตกตะลึงไปชั่วขณะ มันรู้สึกว่าสายตาของหลิงฮันช่างลึกล้ำราวกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ มันราวกับดวงตานั้นเป็นของนักรบที่อยู่บนจุดสูงสุดของทุกสิ่ง แต่มันก็ฟื้นคืนสติได้อย่างรวดเร็วว่ามันกำลังถูกขู่โดยจอมยุทธที่อยู่เพียงระดับรวมธาตุ มันจึงหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “โอ้ แล้วเจ้าคิดจะสังหารข้าอย่างไรล่ะ?”

 

“ข้าไม่จำเป็นต้องทำอันใด เพราะอย่างไรภายในห้าวันเจ้าก็จะตายอยู่แล้ว” หลิงฮันพูดอย่างสงบและชี้นิ้วไปที่เฉินเฟิงเลี่ย

“ประมาณสิบวันก่อน เมื่อเจ้ากำลังบ่มเพาะอยู่เจ้าคงพบกับปัญหาบางอย่างเข้าสินะ?”

 

สีหน้าของเฉินเฟิงเลี่ยเปลี่ยนไปทันที เป็นอย่างที่หลิงฮันพูด เมื่อตอนที่มันบ่มเพาะพลังอยู่สิบวันก่อน มันรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใจถึงหลักบางอย่างและตัดสินใจจะทะลวงไปยังระดับก่อเกิดธาตุขั้นสี่แต่ก็ไม่สำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นตรงกันข้าม มันบังเอิญไปทำให้ปราณก่อเกิดภายในร่างไหลผ่านไปผิดที่ แต่โชคดีที่มันดึงปราณที่ว่าให้ถอยกลับได้ทันเวลา และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากนัก

 

แต่ว่าเจ้าเด็กนี่รู้ได้อย่างไร? มันเพียงเดาสุ่มงั้นรึ?

 

หลิงฮันยิ้มและพูด “ลองกดลงไปตรงที่จุดที่อยู่ต่ำกว่าซี่โครงสามนิ้ว”

 

ในตอนแรกเฉินเฟิงเลี่ยคิดว่าจะพูดออกไปว่า ‘ไร้สาระสิ้นดี!’ แต่มือของมันก็ขยับและกดเบาๆลงไปยังจุดที่ว่าอย่างไม่อาจควบคุมได้ และสีหน้าของมันได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

เจ็บ... เป็นความเจ็บปวดที่ทรมานอย่างมาก!

 

“และอีกจุดหนึ่งคือทางขวาครึ่งนิ้วจากกระดูกสันหลังชิ้นที่เจ็ด” หลิงฮันพูดต่อ

 

เฉินเฟิงเลี่ยกดไปยังจุดที่ว่าอีกครั้ง และเหงื่อได้ไหลออกมาจากหน้าผากของมัน นี่ต้องไม่ใช่เรื่องปรกติแน่นอน

 

“เจ้าฝืนตัวเองเกินไปเมื่อตอนบ่มเพาะพลัง และเจ้าที่อยู่สภาวะที่ไม่สมบูรณ์จึงสัมผัสถึงมันไม่ได้” หลิงฮันพูดออกไปก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มั่นใจ

“ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”

 

เฉินเฟิงเลี่ยกัดฟันพูด “เอาล่ะ งั้นเจ้าก็บอกวิธีรักษามาให้ข้า แล้วข้าจะยกโทษเรื่องที่เจ้าทำในครั้งนี้ให้”

 

“อาวูโสเฉิน!” เชิงเหวิงควินทั้งโมโหและประหลาดใจ ไม่ใช่ว่านั่นหมายความว่าเชิงเซียวหยวนจะต้องตายฟรีหรืออย่างไร?

 

“หือ?” เฉินเฟิงเลี่ยหันไปมองเชิงเหวิงควิน สายตาของมันเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย ตัวตนอันกระจ้อยร่อยอย่างเชิงเซียวหยวนจะมาเทียบกับชีวิตที่สำคัญของตัวมันเองได้อย่างไร?

 

เชิงเหวิงควินรีบปิดปากทันที บนหน้าผากของมันมีเหงื่อไหลออกมา หากกล้าไปเถียงกับจอมยุทธในระดับก่อเกิดล่ะก็... มันจะต้องตายอย่างเสียเปล่าแน่นอน

 

หลิงฮันส่ายหน้า “ชีวิตของเจ้าที่อยู่ในระดับก่อเกิด มีค่าแค่นั้นเองรึ?”

 

ของเฉินเฟิงเลี่ยเต็มไปด้วยความโมโห แต่ในเมื่อชีวิตของมันตกอยู่ในมือคนอื่น มันจึงไม่สามารถแสดงความโกรธออกมาได้ มันทำได้เพียงอดกลั้นเพลิงแห่งความโกรธและพูดออกไป

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องการอะไร?”

 

หลิงฮันยิ้ม “มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเจ้าเอง”

 

เฉินเฟิงเลี่ยรู้สึกรันทดเป็นอย่างมาก ตัวมันที่เป็นผู้อาวุโสเก้าของนิกายหมาป่าหินผาและเป็นจอมยุทธที่แข็งแกร่งในระดับก่อเกิดธาตุ ภายในสถานการณ์ปรกติมันจะเป็นคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดและเป็นที่เคารพของคนอื่นๆ เมื่อใดกันที่มันกลายเป็นคนที่สามารถถูกชักใยอย่างง่ายดายโดยจอมยุทธที่อ่อนแอในระดับรวมธาตุ?

 

แต่จะให้มันทำอันใดได้? ชีวิตของมันอยู่ในมือของหลิงฮัน

 

ตั้งแต่ตอนที่หลิงฮันบอกถึงวันที่มันประสบปัญหาจากการบ่มเพาะได้อย่างแม่นยำ และจากความเจ็บปวดทั้งสองจุดที่มันกดลงไปตามที่หลิงฮันบอก มันจึงไม่สงสัยและเชื่อในคำพูดของหลิงฮันเป็นอย่างมาก

 

“ถ้าเช่นนั้น นายน้อยฮันมีคำสั่งอะไรหรือไม่?” มันโค้งตัวลงเล็กน้อย

 

"อึก!"

 

เมื่อได้ยินคำว่า ‘นายน้อยฮัน’ คนที่มองดูอยู่ถึงกับตกตะตึง นั่นคือผู้อาวุโสจากนิกายหมาป่าหินผาและยังเป็นจอมยุทธในระดับก่อเกิดธาตุเชียวนะ แต่เขากลับยอมเรียกหลิงฮันว่านายน้อยฮัน แล้วจะไม่ให้ผู้คนตกตะลึงได้อย่างไร?

 

หลิงฮันเผยรอยยิ้มบางๆ “หลังจากที่ได้วิธีรักษาไปแล้ว เจ้าคิดจะสังหารข้า?”

 

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” เฉินเฟิงเลี่ยรีบหัวเราะแห้งๆและมีเหงื่อไหลออกมา

 

หลิงฮันสามารถมองทุกอย่างออก เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองตกไปอยู่ในอันตราย มันจะรักษาให้เฉินเฟิงเลี่ยแน่นอน แต่ไม่ใช่รักษาให้หายภายในครั้งเดียว เขาชี้ไปยังเชิงเหวิงควินและพูด “ชายคนนี้ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก เฆี่ยนตีมันให้ข้าซะ!”

 

สีหน้าเชิงเหวิงควินกลายเป็นสีเขียวในทันที

 

เหตุผลที่มันชวนเฉินเฟิงเลี่ยมาก็เพื่อเพิ่มอำนาจให้กับตนเองเพื่อแก้ปัญหาที่หลิงตงซิงทำให้ตระกูลของมันเกิดปัญหาทางการเงินจนทั้งตระกูลของมันต้องถูกบีบบังคับให้จนมุม

 

แต่มันไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ช่วยที่มันเชิญมาจะหันไปช่วยตระกูลหลิงแทน แล้วจะไม่ให้มันเจ็บปวดได้อย่างไร?

 

ถ้ามีคนเอาเต้าหู้ให้มัน มันคงจะใช้ตีหัวตัวเองให้ตายไปแล้ว

 

“อาวุโสเฉิน!” มันพูดอย่างติดๆขัดๆ ต่อหน้าจอมยุทธที่ทรงพลังในระดับก่อเกิดธาตุแล้ว พลังของมันแทบจะไร้ประโยชน์ไปอย่างสิ้นเชิง

 

“หือ? เจ้าคิดจะตอบโต้ข้ารึ?” เฉินเฟิงเลี่ยพูดอย่างเย็นชา

 

สีหน้าของเชิงเหวิงควินเปลี่ยนไปอีกหลายรอบ ก่อนที่มันจะกัดฟันพูดออกมา “ข้าไม่กล้า!”

 

ถ้ามันบังอาจต่อต้าน มันจะต้องตายแน่นอน ต่อให้เป็นคนตาบอดก็สามารถบอกได้ว่าตอนนี้เฉินเฟิงเลี่ยอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก

 

“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!”

 

เฉินเฟิงเลี่ยยกมือขึ้นและตบเชิงเหวิงควินไปสองที ความรุนแรงของแรงตบทำให้เกิดรอยเลือดขึ้นที่มุมปากของตบเชิงเหวิงควิน

 

ทั้งห้องโถงล้วนแต่เงียบกริบ สิ่งเดียวที่รบกวนความเงียบนี้คือเสียงหายใจอันรุนแรงของเหล่าคนที่ดูอยู่

 

ใครจะไปคิดกันว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้?

 

ต่อให้เป็นหลิงตงซิงก็ไม่เคยคิดว่าบุตรของมันจะสามารถควบคุมจอมยุทธที่แข็งแกร่งในระดับก่อเกิดธาตุได้ เรื่องนี้ทำให้มันทั้งประหลาดใจและมีความสุข มันช่างมีบุตรที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!

 

ใบหน้าของเชิงเซียงกับน้องชายของมันกระตุกไม่หยุด ถ้าที่ตรงนี้มีหลุมอยู่ มันคงจะลงไปซ่อนตรงนั้นแล้ว ก่อนหน้านี้พวกมันเต็มไปด้วยความมั่นใจและทำตัวหยิงยโส คิดว่าจะนำศักดิ์ศรีที่เสียไปคืนมาได้ มันนึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้แม้แต่บิดาของมันก็ยังโดนเฆี่ยนตีด้วย

 

งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ในประวัตศาสตร์ตระกูลเชิง

 

แม้เชิงเหวิงควินจะถูกเฆี่ยนตีจนฟันหลุดและต้องกลืนเลือดลงไป มันก็ไม่กล้าแสดงความโกรธออกมาแม้แต่นิดเดียว

 

‘ตระกูลหลิง! ข้าขอสาบานว่าข้าจะต้องทำลายพวกเจ้าจนไม่เหลืออะไรเลย!’ มันคำรามอย่างโกรธแค้นอยู่ในใจ

‘ตราบใดที่ลุงสามสามารถทะลวงผ่านไปยังระดับก่อเกิดธาตุได้ พวกเราก็จะสามารถล้างแค้นได้!’

 

หลิงฮันพยักหน้าและพูดกับเฉินเฟิงเลี่ย “ข้าจะเขียนสูตรยาให้เจ้า ซึ่งยาที่ว่าจะช่วยระงับอาการบาดเจ็บของเจ้าชั่วคราว เจ้าจะไม่เกิดปัญหาอันใดเป็นเวลาครึ่งปี”

 

ถึงแม้เฉินเฟิงเลี่ยจะไม่อยากยอมรับแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ มันเองก็รู้ว่าหลิงฮันคงไม่รักษามันให้หายขาดเลยแน่นอน ถ้ามันเป็นเขามันก็คงทำเช่นเดียวกัน มันจึงทำได้เพียงพยักหน้าและพูดออกไป “ขอบคุณนายน้อยฮันมาก!”

 

เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว งานเลี้ยงจึงต้องจบลง หากจะอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีเพียงจะรู้สึกอัดเท่านั้น เหล่าแขกเริ่มขอตัวกลับทีละคนๆ ส่วนหลิงฮัน หลังจากที่มอบสูตรยาให้กับเฉินเฟิงเลี่ยแล้ว เขาเองก็ออกจากที่พักตระกูลเชิงโดยมีหลิงตงซิงและหลิวอู๋ตงตามไปด้วย

 

“ฮ่าๆๆๆ!” บนรถม้า เสียงหัวเราะดังลั่นของหลิงตงซิงที่ก่อนหน้านี้พยายามอดกลั้นมานานได้ดังออกมา มันชกหมัดออกไปอย่างรุนแรงและพูด

“ข้าได้ปะทะกับเชิงเหวิงควินมาหลายปี แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ได้ปลดปล่อยออกไปเท่าครั้งนี้มาก่อน! อย่างไรก็ตามฮันเอ๋อร์ เรื่องในคืนนี้เองก็ค่อนข้างอันตรายเหมือนกัน ถ้าเฉินเฟิงเลี่ยไม่ได้เกิดปัญหาจากการบ่มเพาะเมื่อหลายวันก่อน เรื่องในคืนนี้คงไม่จบง่ายแบบนี้”

 

เพราะอย่างไร คืนนี้ก็ได้มีการเสียชีวิตของศิษย์จากนิกายหมาป่าหินผา

 

หลิงฮันยิ้ม ถ้าเขาไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเฉินเฟิงเลี่ย เขาก็ยังคงมีอีกสองทางเลือก ทางเลือกแรกคือ ไม่สังหารเชิงเซียวหยวน และทางเลือกที่สองคือสังหารเชิงเซียวหยวนและเปิดเผยสถานะของหลิวอู๋ตงเพื่อจัดการปัญหา

 

แต่ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรกับมันอีกแล้ว

 

“อีกหนึ่งเดือน หากตระกูลเชิงไม่สามารถจ่ายค่าจ้างให้กับจอมยุทธที่พวกมันจ้างมาคุ้มกันตระกูลได้ เมื่อถึงตอนนั้น มันจะถึงคราวที่ตระกูลหลิงของเราจะกลายเพียงขุมอำนาจเดียวในเมืองหมอกเมฆา!” หลิงตงซิงพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

 

**ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ**

จบบทที่ ตอนที่ 40 เฉินเฟิงเลี่ยก้มหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว