เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 ก้มหัวลงและขอโทษ

ตอนที่ 31 ก้มหัวลงและขอโทษ

ตอนที่ 31 ก้มหัวลงและขอโทษ


อายุของสตรีนางนี้อย่างมากที่สุดก็คงสิบแปดหรือสิบเก้าปี แต่นางกลับบรรลุระดับรวมธาตุได้แล้ว?

 

แต่จอมยุทธระดับรวมธาตุอย่างอาวุโสอู่จะพูดอะไรไร้สาระออกมาได้อย่างไร?

 

ฮังฉานตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่ก็ส่งเสียง “หึ” ขึ้นมาในใจ

ระดับรวมธาตุแล้วยังไงล่ะ? อายุเพียงเท่านี้ นางคงจะเพิ่งทะลวงระดับแน่ๆ นางจะสามารถเทียบกับอาวุโสอู่ได้อย่างไร?

 

“อาวุโสอู่ จัดการนางซะ!” การที่จอมยุทธระดับหลอมกายาจะสามารถควบคุมจอมยุทธระดับรวมธาตุให้อยู่ภายใต้ร่างของมันและเล่นสามารถสนุกกับเรือนร่างของนางได้แบบนี้ ความใคร่ในตัวฮังฉานถูกกระตุ้นออกมาอย่าถึงขีดสุด

 

มันเกือบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว

 

ถึงแม้สีหน้าของอาวุโสอู่จะดูระมัดระวัง แต่มันก็ไม่ได้คิดว่าหลิวอู๋ตงจะเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งมากนัก เพราะอย่างไรนางก็ยังอายุน้อยเกินไป จากความคิดของมันอย่างมากที่สุดพลังของสตรีนางนี้ก็น่าจะอยู่ที่รวมธาตุขั้นสอง... หรือไม่ก็ขั้นสาม

 

ตัวมันที่อยู่ระดับรวมธาตุขั้นเก้าจึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัว ถึงแม้ทั้งชีวิตนี้ของคงไม่สามารถทะลวงไปยังระดับก่อเกิดธาตุได้ แต่ภายใต้ระดับรวมธาตุแล้ว คนที่สู้ได้สูสีกับมันมีอยู่น้อยมาก

 

“แม่นาง จงยอมแพ้แต่โดยดีจะไม่ได้ทรมานในภายหลัง” มันพูดออกมา

 

เกิดประกายจิตสังหารขึ้นที่ดวงตาของหลิงอู๋ตง นางเป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิว ต่อหน้าแปดตระกูลใหญ่แห่งเมืองจักรพรรดิแล้ว เพียงแค่นิกายหมาป่าหินผาจะนับเป็นอันใดได้? ฮังฉานที่บังอาจมีความคิดเลวทรามต่อนางช่างรนหาที่ตายจริงๆ

 

แต่เมื่อนึกถึงสถานะผู้ติดตามของนาง จึงช่วยไม่ได้ที่นางจะหันไปมองหลิงฮัน และใบหน้าของนางแสดงออกมาว่าอยากจะถามอะไรบางอย่าง

 

หลิงฮันยักไหล่และพูด “เดรัจฉานแบบนี้ ถ้าเจ้าอยากจะฆ่ามันก็เชิญตามสบาย”

 

หลิวอู๋ตงหันกลับไปและกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของระดับรวมธาตุขั้นเก้าได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่มียับยังเอาไว้ กลิ่นอายของนางเทียบเท่ากับอาวุโสอู่ไม่มีท่าทีว่าจะพ่ายแพ้แต่อย่างใด

 

“อะไรกัน!” อาวุโสอู่ใบหน้าซีดเผือดทันที

“ระดับรวมธาตุขั้นเก้า เป็นไปได้อย่างไร!”

 

ไม่ใช่เพียงอาวุโสอู่ที่ตกตะลึง แม้แต่ลิ่วตงและกลุ่มของมันก็ตกใจไม่แพ้กัน กล้ามเนื้อที่ใบหน้าพวกมันกระตุกด้วยความตะลึงอย่างมาก

 

ไม่ต้องพูดถึงการบรรลุถึงรวมธาตุขั้นเก้าเลย แค่คนที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปีสามารถทะลวงสู่ระดับรวมธาตุได้ก็ถือว่าน่าตกใจมากพอแล้ว! ลิ่วตงและกลุ่มของมันเคยคิดว่าถึงแม้จะมีช่องว่างระหว่างพวกมันกับหลิวอู๋ตง แต่ช่องว่างนั้นก็ไม่น่าจะใหญ่เกินไปเพราะว่าพวกมันเองก็อยู่ในระดับหลอมกายาขั้นแปดและเก้ากันแล้ว ซึ่งห่างจากการทะลวงเข้าสู่ระดับรวมธาตุเพียงก้าวเดียว

 

แต่ระดับรวมธาตุขั้นเก้านั้น... เป็นพลังที่พวกมันคิดว่าจะสามารถไปถึงได้อย่างน้อยก็อีกแปดถึงสิบปีข้างหน้า

 

อาวุโสอู่ผสานหมัดด้วยท่าทีสุภาพ “โปรดยกโทษให้กับความไม่สุภาพของนายน้อยข้าเมื่อสักครู่นี้ด้วย แม่นางข้าขออภัยแทนนายน้อยของข้า!” ถึงแม้ว่ามันกับหลิวอู๋ตงจะอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้าเหมือนกันและมันก็คิดว่ามันไม่มีทางแพ้ให้กับสาวน้อยนางนี้แน่นอน แต่ปัญหาคือการที่อีกฝ่ายสามารถบรรลุระดับรวมธาตุขั้นเก้าได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้หากได้รับการสนับสนุนจากตระกูลธรรมดาทั่วไป

 

หรือพูดอีกอย่าง สิ่งที่อาวุโสอู่กำลังเกรงกลัวคือเบื้องหลังของนางนั่นเอง

 

ถึงแม้ฮังฉานจะไม่อยากยอมแพ้ แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้ตัวมันจะเป็นคนที่หยิ่งยโสและจองหองแค่ไหนมันก็ไม่ใช่คนโง่ มันรู้ว่ามีคนที่มันสามารถเล่นด้วยได้ กับคนที่ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามไปตอแยด้วยเด็ดขาด

 

หลิวอู๋ตงเป็นประเภทที่ไม่ว่ายังไงมันก็ห้ามไปตอแยด้วยเด็ดขาด

 

หลิงอู๋ตงทำเพียงโบกมือและพูดอย่างไร้อารมณ์ไปที่ชายชรา “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า แต่จงถอยออกไปซะ!”

 

ล้อเล่นรึเปล่า คิดหรือว่ามาดูหมิ่นเจ้าหญิงแห่งตระกูลหลิวแล้วจะมีชีวิตต่อไปได้!

 

“แม่นาง อย่าให้มันเกินไปนัก!” อาวุโสอู่พูดด้วยน้ำเสียงคุกคาม เป็นธรรมดาที่มันจะไม่ยอมยืนอยู่เฉยๆและมองดูฮังฉานตายไปต่อหน้าต่อตาเด็ดขาด

 

หลิวอู๋ตงไม่ตอบอะไร นางเพียงยกมือขึ้นมาอยู่ในท่าโจมตี

 

ทักษะยุทธระดับเหลืองขั้นสูง เพลงหมัดกำปั้นทะลวง

 

เมื่อเห็นแบบนี้ อาวุโสอู่รู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่สามารถจบอย่างสินติได้ มันจึงยกมือขึ้นเป็นรูปร่างกรงเล็บ

 

“ทักษยุทธะระดับเหลืองขั้นกลาง กรงเล็บเหยี่ยวล่องนภา!” ลิ่วตงพูดออกมา

มันเป็นผู้ใช้ทักษะกรงเล็บเช่นกัน และรู้จักทักษะหลายอย่างที่มีรูปแบบเป็นกรงเล็บ ด้วยการมองเพียงครั้งเดียวมันจึงสามารถบอกถึงทักษะกรงเล็บของอาวุโสอู่ได้ทันที

 

“หลิงฮัน แม่นางที่มากับเจ้าจะมีปัญหาอันใดหรือไม่?” คนทั้งหาได้มาอยู่ล้อมรอบหลิงฮัน ตอนนี้หลิวอู๋ตงเป็นเพียงแสงสว่างเดียวของพวกมัน

 

หลิงฮันยิ้มอ่อนๆ “ถ้าเป็นนางคงไม่มีปัญหา”

 

คงไม่มีปัญหา?

 

ลิ่วตงและคนอื่นๆไม่อาจสงบลงได้ คำว่า“คงไม่”ของหลิงฮันฟังดูกำกวมอย่างมาก

ทั้งสองคนนั้นเป็นจอมยุทธรวมธาตุขั้นเก้ากันทั้งคู่ ใครกันจะสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะ?

 

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ หลิวอู๋ตงได้ลงมือไปแล้ว และตอนนี้นางกำลังปะทะกับอาวุโสอู่อย่างดุเดือด

 

ทั้งสองฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากัน ร่างของพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายลม

 

จอมยุทธทั้งสองอยู่ในระดับรวมธาตุขั้นเก้า ลิ่วตงและพรรคพวกจึงไม่สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาและอ่านสถานการณ์ได้ ในสายตาพวกมันเห็นเพียงภาพเบลอๆและไม่อาจรู้ได้ว่าใครจะชนะ

 

ฮังฉานเองก็ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเช่นกัน มันอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ ถ้าอาวุโสอู่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ มันเองก็ต้องจบชีวิตลงเช่นกัน จึงเป็นธรรมดาที่มันจะกังวล

 

หลังจากที่การต่อสู้ผ่านไปประมาณสามถึงห้านาที การเคลื่อนไหวของทั้งสองได้ช้าลง ไม่ใช่แค่ช้าลงไปถึงขั้นที่ลิ่วตงและอื่นๆสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเท่านั้น แต่กลับช้าถึงขนาดที่พวกมันคิดว่าการต่อสู้กันของทั้งสองช้าเกินไปด้วยซ้ำ

 

อย่างไรก็ตาม บนหน้าของหลิงฮันได้มีร่องรอยของความสุขุมปรากฏขึ้นมา

 

ช้าลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาออมมือให้กัน แต่กลับตรงกันข้าม สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขามาถึงช่วงที่ต้องตัดสินกันอย่างเป็นตาย ทั้งสองคนจะต้องไม่ลงมือผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่ใช่แค่พ่ายแพ้ แต่เป็นความตาย

 

เขานึกถึงเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เมื่อใดก็ตามที่เขาว่าง เขาจะคอยชี้แนะเรื่องต่างๆให้หลิวอู๋ตง ด้วยการที่เป็นจอมยุทธระดับสวรรค์ในชีวิตที่แล้ว ไม่ว่าประสบการณ์เล็กๆน้อยๆอะไรก็ตามที่เขาสอนต่อจอมยุทธที่มีระดับต่ำกว่า เรื่องที่สอนไปนับว่าล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง ตราบใดที่นางสามารถซึมซับเรื่องที่เขาสอนไปได้พลังของนางจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

 

และด้วยความสามารถในการทำความเข้าใจของหลิวอู๋ตง เขาเชื่อว่านางจะต้องเข้าใจเรื่องที่เขาสอนนางไปแน่นอน

 

การต่อสู้นี้... นางควรจะเป็นฝ่ายชนะ

 

การต่อสู้ของหลิวอู๋ตงกับอาวุโสอู่ได้เชื่องช้าลงมาอีก ฝ่ายหนึ่งเป็นจอมยุทธผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในระดับนี้มานานแล้ว รวมถึงมีประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย ในขณะเดียวกัน ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้เยาว์ แต่นางก็เป็นอัจฉริยะในด้านวิทยายุทธและมีความสามารถในการทำความเข้าใจที่สูงมาก ด้วยประโยชน์จากการชี้แนะของหลิงฮัน นางได้แข็งแกร่งอย่างน่าตกตะลึง

 

หน้าผากของอาวุโสอู่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ศัตรูของมันแข็งแกร่งเกินไปมันรู้สึกถึงแรงกดดันของความตายที่ใกล้เข้ามา ในตอนนี้มันไม่กล้าที่จะลอกแลกหรือยอมแพ้และอ้อนวอนขอชีวิตแม้แต่น้อย ถ้ามันชะงักไปแม้แต่นิดเดียว มันจะต้องถูกการโจมตีที่เกรี้ยวกราดของหลิวอู๋ตงเล่นงานแน่นอน

 

ในขณะเดียวกัน หลิวอู๋ตงได้เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ นางเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอนแล้ว

 

สถานการณ์ในตอนนี้ชัดเจนแล้ว แม้แต่ลิ่วตงและกลุ่มของมันก็มองออกว่าหลิวอู๋ตงเป็นฝ่ายชนะ เมื่อความกังวลหายไปพวกมันจึงยิ้มออกมา และในเมื่อพวกมันสามารถมองออกฮังฉานเองก็ต้องมองออกเช่นกัน มันเตรียมตัวถอยหลังกลับเพื่อที่จะหาโอกาสล่าถอยและหลบหนีไป

 

“รีบร้อนขนาดนั้น เจ้าจะไปไหนกัน?” หลิงฮันพุ่งออกไปราวกับลูกธนูและปิดกั้นทางหนีของมัน

 

“ไสหัวไปซะ!” ฮังฉานตะโกนลั่น “ข้ามาจากนิกายหมาป่าหินผา แต่เจ้ายังกล้ามาล้อเล่นกับข้างั้นรึ? ข้าจะสังหารครอบครัวเจ้าทิ้งให้หมด!”

 

ช่างอวดดีเสียจริง!

 

หลิงฮันชักดาบออกมา แววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร กับคนแบบนี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรด้วยอีกแล้ว สิ่งที่สมควรทำที่สุดคือสังหารมันทิ้งซะ

 

“หลิงฮัน อย่าเพิ่งวู่วาม!” ลิ่วตงช่วยไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา ถ้าฮังฉานถูกสังการล่ะก็ตระกูลของพวกเขาคงไม่สามารถต่อต้านความเกรี้ยวกราดของนิกายหมาป่าหินผาได้แน่นอน

 

“ฮ่าๆๆ จงฟังคำแนะนำจากสหายเจ้าและอย่ามาคิดต่อต้านข้า! ไม่เช่นนั้นสิ่งที่รอเจ้าอยู่จะมีเพียงความตาย!” ฮังฉานหัวเราะออกมา

“วันนี้ถือว่าเจ้ายังโชคดี!” มันเตรียมพร้อมที่จะวิ่งและหลบหนีไป

 

อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ทันที่จะได้ขยับตัวออกจากที่ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสอันเย็นเฉียบที่คอของมัน ดาบเล่มยาวกำลังจ่อที่คอของมันอยู่ ทำให้ทั้งร่างของมันสั่นสะท้านในทันที มันกลัวจนเกือบจะฉี่ราดออกมา

 

“ในโลกนี้ไม่มีใครที่ข้าไม่กล้าสังหาร!” หลิงฮันพูดอย่างสงบนิ่งและเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“คุกเข่าลง!”

 

ฮังฉานไม่กล้าที่จะปฏิเสธ แววตาที่แสนเย็นชาของชายตรงหน้ามันทำให้มันรู้สึกหนาวสั่น ชายคนนี้ไม่ได้พูดล้อเล่น

 

“กล่าวขอโทษซะ!” หลิงฮันพูดต่อ

 

ฮังฉานอยากจะลุกยืนขึ้นและพ่นคำสาปแช่งออกไป แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ลำคอของมัน จึงทำได้เพียงก้มหัวลงไปพร้อมกับคิดในใจว่าเมื่อใดก็ตามที่มันกลับไปยังนิกายหมาป่าหินผา มันจะต้องให้ปู่ของมันมาสังหารทุกคนที่อยู่ตรงหน้ามันทิ้งให้หมดอย่างแน่นอน

 

แน่นอนว่าสตรีที่งดงามทั้งสองจะต้องเก็บเอาไว้และกลายเป็นของเล่นของมันแทน

 

“ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าเองที่ทำตัวโหดเหี้ยม!” มันพูดพร้อมกับร้องขอความเมตตา

 

“ข้าหวังว่าเจ้าจะกลายเป็นคนดีในชาติหน้า” หลิงฮันพูดอย่างเยือกเย็น

 

“ไม่...” ฮังฉานรู้ทันทีว่าสถานการณ์เริ่มจะเลวร้ายลง มันรู้สึกเจ็บปวดที่คอและสายตาของมันได้มืดลงไปในทันที เลือดสดๆกระฉูดออกมา ดวงตาของมันเปิดกว้างอย่างไม่ยอมรับ

หลิงฮันกล้าสังหารมันจริงๆ!

 

ในขณะเดียวกันหลิวอู๋ตงส่งเสียงเบาๆออกมา ด้วยฝ่ามือเล็กๆของนาง ได้ทำให้อาวุโสอู่ไร้การเคลื่อนไหวราวกับกลายเป็นหิน หลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดร่างของมันก็ล้มลงไปอยู่ที่พื้น

 

“นี่ต้องเป็นหายนะครั้งใหญ่แน่!” ลิ่วตงและคนอื่นถอนหายใจพร้อมกัน

 

**ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ**

จบบทที่ ตอนที่ 31 ก้มหัวลงและขอโทษ

คัดลอกลิงก์แล้ว