เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 รับการโจมตีจากกระบี่ของข้าซะ

ตอนที่ 29 รับการโจมตีจากกระบี่ของข้าซะ

ตอนที่ 29 รับการโจมตีจากกระบี่ของข้าซะ


“เจ้าระวังตัวด้วยล่ะ เขาอยู่ในระดับหลอมกายาขั้นเก้าและฉายาของเขาคือกระบี่คลั่ง เมื่อพูดถึงกระบี่แล้วเขาไม่เคยล้อเล่นเด็ดขาด” จูเซวอวี่กล่าวเตือน

“ถ้าพลังของเจ้าไม่สูงกว่าหลอมกายาขั้นเจ็ด เจ้าควรจะไม่รับการโจมตีจากเขา”

 

หลิงฮันพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าเพียงแค่ต้องรับหนึ่งการโจมตีจากเจ้า?”

 

“เพียงแค่การโจมตีเดียว!” หลีเฮาด้วยความสงบและยิ่งยโส ดูราวกับตัวมันเป็นจอมกระบี่

 

“เข้าใจแล้ว งั้นก็เข้ามาเลย” หลิงฮันไม่พูดโอ้อวดพลังของตนเองหรือพูดดูถูกอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขาทำเพียงพยักหน้าตอบอย่างเยือกเย็น

 

หลีเฮาขยับมายังด้านหน้าหลิงฮัน มือขวาของมันจับไปยังด้ามของกระบี่ที่อยู่ตรงเอวแต่ยังไม่ได้ชักออกมา ขาซ้ายของมันขยับไปด้านหน้าส่วนขาขวายังคงอยู่กับที่ ร่างกายส่วนบนเอนไปด้านหน้าเล็กน้อยและสีหน้าของมันเต็มไปด้วยสมาธิ

 

หลิงฮันแปลกใจเล็กน้อย ชายคนนี้ดูค่อนข้างเหมาะสมและมีท่าทางของจอมกระบี่อยู่อย่างเลือนราง

 

หลีเฮาชักกระบี่แบบฉับพลัน และประกายแสงอันเย็นเฉียบได้ฟันไปทางหลิงฮันอย่างรวดเร็ว

 

"เพ้ง!"

 

เกิดประกายไฟและเสียงอันแหลมคมดังขึ้นมา หลิงฮันสามารถชักดาบออกมาได้ทันเวลาและฟันต่อต้านกระบี่ของหลีเฮา

 

ความเร็วของดาบที่หลิงฮันฟันออกไปนั้นรวดเร็วมาก!

 

การโจมตีจากกระบี่ของหลีเฮาถูกหยุดอย่างคาดไม่ถึง

 

จูเซวอวี่ และคนอื่นๆถึงกับตกตะลึง พลังที่หลิงฮันแสดงออกมานั้นอยู่เพียงหลอมกายาระดับเจ็ดอย่างแน่นอน แต่เขาก็ยังสามารถหักล้างพลังที่หลีเฮาฟันออกไปอย่างเต็มที่ได้ หลิงฮันได้แสดงทักษะดาบที่เหนือธรรมดาออกมา

 

“เจ้าผ่าน” หลีเฮาพยักหน้า บนใบหน้ามีท่าทางที่หยิ่งยโสปรากฏอยู่

 

หลิงฮันสะบัดดาบยาวของเขาและพูด “เจ้าเองก็ต้องรับการโจมตีจากข้าด้วย!”

 

“ฮ่าๆ เจ้ากำลังทดสอบข้ารึ?” หลีเฮาหัวเราะออกมา ถึงแม้หลิงฮันจะสามารถรับการโจมตีจากกระบี่ของมันได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลิงฮันจะสามารถต่อกรกับตัวมันได้

 

“ก็ประมาณนั้น” หลิงฮันพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้ากล้าหรือไหม?”

 

“งั้นก็เข้ามาเลย!” หลีเฮาพูดอย่างมั่นใจ ตอนที่พวกมันแลกเปลี่ยนการโจมตีกันเมื่อสักครู่ มันยืนยันแล้วว่าพลังบ่มเพาะของหลิงฮันอยู่ที่หลอมกายาขั้นเจ็ด ถึงแม้ทั้งสองคนจะอยู่ในขั้นปลายของหลอมกายาเหมือนกัน แต่ความต่างถึงสองระดับก็ยังชัดเจนอยู่ดี

 

หลิงฮันแกว่งดาบในมือด้วยท่าทางที่ซับซ้อนและแทงดาบออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่เล็งไปยังคอของหลีเฮา

 

เป็นธรรมดาที่หลีเฮาจะไม่กลัวการโจมตีของหลิงฮัน มันแกว่งกระบี่มาป้องกันการโจมตี

เกิดเสียง“เพ้ง!”ขึ้น ดาบยาวของหลิงฮันได้หยุดอยู่ตรงด้านหน้าของลำคอมันพอดี โดยที่พลาดเป้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

“เจ้าแพ้แล้ว” หลิงฮันดึงดาบกลับ

 

“ข้าป้องกันการโจมตีของเจ้าไ...” เมื่อมันกำลังจะพูด มันเห็นหลิงฮันสะบัดดาบและประกายแสงสีขาวได้ปรากฎออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“ปราณดาบ!” ลิ่วตงและพรรคพวกของมันตกตึงไปพร้อมกัน

 

หลีเฮาช่วยไม่ได้ที่จะมีสีหน้ามืดมน มันรู้ถึงพลังของปราณดาบดี ดังนั้นมันจึงพยักหน้าและพูดออกไป “ข้าแพ้แล้ว!”

ถ้าเมื่อสักครู่หลิงฮันปลดปล่อยปราณดาบออกมา ตัวมันในตอนนี้คงจะกลายเป็นศพไปแล้ว

 

ลิ่วตงและพวกของมันตกใจจนเกือบจะหัวใจวายตาย เรื่องที่หลิงฮันสามารถป้องกันกระบี่ของหลี่เฉาก่อนหน้าที่ก็ทำให้พวกมันประทับใจมากแล้ว แต่ตอนนี้หลิงฮันทำได้แม้กระทั่งสร้างปราณดาบขึ้นมา... ช่างเหลือเชื่อจริงๆ

 

จิตวิญญาณนักสู้ของหลีเฮาลุกขึ้นมาอีกครั้ง “มาสู้ดวลกันอีกครั้ง!”

มันยังไม่เคยสู้กับคนที่สามารถสร้างปราณดาบได้มาก่อน ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่หายาก

 

ได้เลย!” หลิงฮันหยักหน้าตกลง มันมีความคิดจะฝึกให้หลีเฉาคนนี้สามารถก้าวไปยังวิถีแห่งจอมกระบี่ที่แท้จริงได้ เมื่อเขาพูดจบ มือขวาของเขาสะบัดขึ้นและดาบยาวได้ส่องประกายออกมา

 

แน่นอนว่าหลีเฮาจะต้องใช้พลังเต็มที่ มันรีบกวัดแกว่งกระบี่ของออกไป มันต้องการจะใช้น้ำหนักของกระบี่ที่มากกว่าในการบังคับให้หลิงฮันถอยหลัง มันจึงเลือกที่จะบุกโจมตีแทนที่จะคอยป้องกัน

 

“เพ้ง เพ้ง เพ้ง เพ้ง” ทั้งสองคนสู้กันอย่างดุเดือด คราวนี้หลีเฮาไม่ได้แพ้ในทันที แต่เมื่อหลิงฮันเริ่มใช้ปราณดาบออกมา บนร่างของหลีเฮาก็เกิดบาดแผลหลายแห่งขึ้นทันที

 

สิบกระบวนท่าต่อมาหลีเฮาตัดสินใจยอมแพ้ ถ้ามันยังฝืนสู้ต่อไปมันอาจตายเพราะมีเลือดไหลออกมามากก็ได้

 

“ปราณดาบช่างแข็งแกร่งจริงๆ” หลีเฮาพูดออกมา มันทั้งรู้สึกตื่นเต้นและท้อแท้ ถ้าหากมันสามารถสร้างปราณกระบี่ได้ล่ะก็ ผลลัพธ์อาจจะต่างไปจากนี้ก็ได้

 

“อย่าเพิ่งสิ้นหวังไป ทักษะของเจ้านับว่าใช้ได้แล้ว” หลิงฮันพูด

 

ถึงแม้เขาจะไม่ได้ใช้เวลาไปกับวิถีดาบมากนักในชีวิตที่แล้ว แต่ความสามารถในการทำความเข้าใจของเขานั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่านั้นเขายังเคยบรรลุไปถึงระดับสวรรค์มาแล้ว การฝึกฝนวันเดียวของเขาเทียบได้กับการฝึกฝนนับปีของจอมยุทธระดับหลอมกายา

 

หลีเฮาอายุเท่าไหร่กันถึงได้คิดจะมาดวลกับเขา?

 

จูเซวอวี่และกลุ่มของนางทั้งตะลึงและมีดีใจ พวกนางตะลึงเพราะว่าแม้แต่หลีเฮาที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มยังไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ให้หลิงฮันได้ และที่ดีใจเป็นเพราะด้วยการช่วยเหลือจากปรมาจารย์ดาบโอกาสที่จะได้รับผลจิตวิญญาณบริสุทธิ์ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

กลุ่มเจ็ดคนได้เดินทางไปยังบิรเวณที่มีผลจิตวิญญาณบริสุทธิ์

 

“เข้าใจแล้ว น้องชายหลิงเป็นทายาทของตระกูลหลิงแห่งเมืองหมอกเมฆานี่เอง แต่ก็แปลกนะ พวกเราน่าจะเคยได้ยินเรื่องบุคคลอัจฉริยะเช่นน้องชายหลิงมาบ้างสิ” ระหว่างทางเดินไปยังที่หมาย หลิงฮันได้ตกเป็นที่สนใจของรุ่นเยาว์ทั้งห้าคน พวกเขาถามคำถามมากมายไม่หยุด

 

หลิงฮันตอบไปเพียงว่าในอดีตเขาเคยอ่อนแอมาก่อน และเบี่ยงเบนคำถามนี้ทิ้งไป

 

ถึงแม้จูเซวอวี่และคนอื่นๆจะสนใจในตัวหลิวอู๋ตง แต่นางได้นิ่งเงียบมาตลอดทางและดูเหมือนหลิงฮันจะไม่คิดพูดอะไรเกี่ยวกับตัวนางเลยด้วย พวกเขาจึงทำได้แค่รู้สึกสงสัยอยู่ในใจ

 

เกือบจะหนึ่งชั่วโมงต่อมา ในทีสุดพวกเขาก็มาถึงสถานที่เต็มไปด้วยความเปียกชื้น ด้านหน้าพวกเขามีถ้ำปรากฎอยู่ ถึงจะยังไม่เข้าไปในถ้ำแต่ก็ได้กลิ่นเหม็นอันน่าน่าขยะแขยง พวกเขามองเห็นพืชชนิดหนึ่งได้อย่างเลือนลาง พืชต้นนั้นสูงประมาณหนึ่งเมตร ที่ก้านไม่มีใบดูคล้ายกับต้นอ้อย แต่ว่าที่ก้านของมันมีผลห้อยอยู่เจ็ดผล

 

“ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้ พวกเราจะได้รับผลกระทบของหมอกพิษ พวกเราต้องกลั้นหายใจหากจะก้าวไปข้างหน้านี้”

 

“พวกเราจะต้องลากอสูรหมอกพิษนั่นออกมา ตราบใดที่เราสามารถขัดขวางมันได้สักพัก พวกเราจะสามารถนำผลจิตวิญญาณบริสุทธิ์ออกมาได้”

 

“แม่นางหลิวกับจูเซวอวี่จะรับผิดชอบหน้าที่ในการนำผลจิตวิญญาณบริสุทธิ์ออกมา ส่วนพวกเราห้าคนจะเข้าไปขัดขวางอสูรหมอกพิษ ตกลงรึเปล่า?”

 

ทุกคนมองไปยังหลิงฮัน

 

พวกเขาจะต้องมีคนหนึ่งในกลุ่มตนเองที่เข้าไปเอาผลจิตวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อป้องกันไม่ให้อีกกลุ่มขโมยและหลบหนีไปฝ่ายเดียว

 

หลิงฮันยิ้มและพยักหน้า ถ้าพวกมันรู้ระดับพลังบ่มเพาะของหลิวอู๋ตง พวกมันคงจะไม่เสนอแผนการแบบนี้ออกมา

 

“พวกเราต้องล่ออสูรหมอกพิษออกมาก่อน หากเราไปสู้กับมันในถ้ำ เราจะใช้ประโยชน์จากการมีจำนวนคนเยอะกว่าไม่ได้” โจวฉางพูดออกมา

 

"อืม!"

 

ทั้งห้าคนหยิบอาวุธออกมา และกระแทกพวกมันเข้าด้วยกันเพื่อทำให้เกิดเสียงดัง

 

ใช้เวลาไม่นานก่อนที่สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายกับหมูป่าจะเดินออกมาจากถ้ำ รอบๆตัวของมันมีถุงอากาศบางอย่างที่คอยปล่อยหมอกสีเทาออกมา เขี้ยวที่ยื่นออกมาจากปากดูราวกับเป็นหอกสั้นที่ปลดปล่อยแรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมา

 

นี่คืออสูรหมอกพิษ ด้วยพลังของมันสามารถนับว่าเป็นสัตว์อสูรระดับหลอมกายาที่มีระดับสูงที่สุด

 

อสูรหมอกพิษปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าของถ้ำแต่ยังไม่ทำการโจมดีใดๆ มันทำเพียงส่งเสียงคำรามและแยกเขี้ยวใส่มนุษย์ห้าคนที่อยู่ตรงหน้า ถุงอากาศรอบๆตัวมันปล่อยหมอกสีเทาออกมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเมฆสีดำที่ลอยอยู่เหนือตัวของมันเอง

 

“ลุยกันเลย!” โจวฉางส่งเสียงตะโกนและเคลื่อนไหวเป็นคนแรก ลิ่วตง เชินเพิงจวี และหลีเฮาได้ตามหลังไป ทั้งสี่คนกวัดแกว่งอาวุธพร้อมกันและพุ่งเข้าหาอสูรหมอกพิษ

 

ส่วนหลิงฮันไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น เขายืนอยู่ด้านหลังและมองดูอย่างเงียบๆ

 

สี่ต่อหนึ่ง... ถึงแม้หลีเฮาและพรรคพวกจะได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่ภายใต้อำนาจของหมอกพิษพวกมันจึงไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว

 

พวกมันรู้สึกกังวลอย่างมาก ไม่ใช่ว่าพวกมันตกลงที่จะรวมพลังโจมตีไปพร้อมกันรึไง? แล้วทำไมหลิงฮันยังยืนดูอยู่ด้านนอกเฉยๆกัน?

 

“ฉวก!” ในตอนนั้นเอง หลิงฮันชักดาบออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับเขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วแสง

 

**ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ**

จบบทที่ ตอนที่ 29 รับการโจมตีจากกระบี่ของข้าซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว