เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 ระดับหลอมกายาขั้นห้า

ตอนที่ 21 ระดับหลอมกายาขั้นห้า

ตอนที่ 21 ระดับหลอมกายาขั้นห้า


เหตุผลที่ว่าทำไมกระหลอมเม็ดยาเป็นเรื่องที่ลำบากเพราะว่า การควบคุมอุณหภูมินั้นทำได้ยากนั่นเอง

 

โดยการใช้ฟืนในการจุดไฟนั้น มันยากมากที่จะควบคุมระดับความร้อนของไฟ ไม่ต้องพูดถึงการจะควบคุมให้แม่นยำถึงขั้นสามารถหลอมยาได้เลย

ในทางทฤษฎี ยิ่งระดับของเม็ดยาสูงขึ้นเท่าไหร่ ความแม่นยำที่ต้องใช้ใช้การควบคุมไฟก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น

 

นอกจากความแม่นยำแล้ว นักปรุงยายังต้องสามารถเร่งความร้อนของไฟให้ร้อนถึงระดับสูงสุดได้ด้วย ในการจะทำเช่นนี้ได้ระดับพลังบ่มเพาะของนักปรุงยาจึงต้องสูงมาก โดยปกติแล้วนักปรุงยาจะสามารถหลอมยาได้ในระดับสูงมากที่สุดคือมากกว่าระดับพลังบ่มเพาะของตนเองหนึ่งขั้น

 

ตัวอย่างเช่น สำหรับหลิงฮันที่อยู่ในระดับหลอมกายา ขีดจำกัดที่เขาสามารถหลอมได้คือเม็ดยาระดับเหลืองขั้นกลาง

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ยังเป็นความสามารถในการควบคุมไฟอยู่ดี การหลอมเม็ดยาไม่ว่าอย่างไรก็ต้องการความมั่นคงของระดับความร้อน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมระดับการบ่มเพาะที่ต่ำจึงไม่สามารถหลอมเม็ดยาได้สำเร็จ โดยขั้นต่ำสุดที่สามารถทำได้คือระดับหลอมกายาขั้นเจ็ด

 

หลิงฮันอยู่เพียงหลอมกายาขั้นสี่ แต่เขาก็ยังกล้าจะหลอมเม็ดยา...

โดยเหตุผลที่เขากล้าหลอมเม็ดยาเป็นเพราะรากฐานวิญญาณของเขา

 

ตัวเขาที่ครอบครองดอกบัวหายนะห้าธาตุผสาน พลังปราณต้นกำเนิดในร่างของเขาขึงสามารถเปลี่ยนเป็นธาตุ ทองคำ ไม้ น้ำ ไฟ และดินได้ ระดับความร้อนที่เขาสามารถควบคุมได้นั้นไม่สูงมากนัก โดยสูงสุดได้เพียงสี่ร้อยองศาเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้วในการหลอมเม็ดยาหยาดฝนผสานเมฆา

 

‘สมกับชื่อ“ดอกบัวหายนะห้าธาตุผสาน”จริงๆ ธาตุทั้งห้าอยู่ในสภาวะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย!’ หลิงฮันชื่อชมอย่างเงียบๆ รากฐานวิญญาณธาตุไฟธรรมดาในระดับหลอมกายาสามารถปลดปล่อยความร้อนออกมาได้สูงสุดเพียงสองร้อยองศาเท่านั้น ต่อให้เป็นตัวเขาในชีวิตที่แล้วที่ครอบครองรากฐานวิญญาณเพลิงบริสุทธ์ก็ไม่ต่างกัน

 

ดอกบัวหายนะห้าธาตุผสาน สามารถเปลี่ยนธาตุเป็นธาตุใดก็ได้ทั้งห้าธาตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่รากฐานวิญญาณเพลิงเก้าหยางก็ไม่สามารถเทียบได้แม้แต่น้อย

 

คู่ควรแล้วจริงๆที่เป็นรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์!

 

มือซ้ายของหลิงฮันหมุนอย่างต่อเนื่อง คอยทำให้มุมและซอกต่างๆของเตาปรุงยาร้อนขึ้น เพราะความร้อนในแต่ละจุดของเตาปรุงยาต้องใช้ความร้อนที่แตกต่างกัน ในอนาคต การจะหลอมเม็ดยาระดับสูงจำเป็นต้องใช้เตาปรุงยาที่มีคุณสมบัติมากขึ้น อย่างเช่นเตาที่มีการซึมซับความร้อนและคงทนต่อความร้อนได้ดี เตาปรุงยาระดับสูงเป็นสิ่งที่สามารถทำให้นักปรุงยาทุกคนก่อสงครามขึ้นมาได้เลย!

 

บางช่วงหลิงฮันก็โยนสมุนไพรชนิดหนึ่งลงไปในเตา บางครั้งเขาก็เปิดฝาเตาขึ้นมา โดยหากเป็นนักปรุงยาคนอื่นแล้วพวกเขาจะปิดมันเอาไว้ตลอด การเคลื่อนไหวอย่างชำนาญของหลิงฮันเต็มไปด้วยความรวดเร็วจนในสายตาของคนที่เฝ้าดูเห็นเพียงภาพเบลอ

 

หลิวอู๋ตงที่ยืนอยู่ข้างกายเขา ดวงตาของนางเปิดกว้างและตกลึงจนไร้คำพูดไปแล้ว

 

ถือว่าโชคดีที่นางไม่ใช่นักปรุงยา และไม่ได้เข้าใจอะไรมากนักถึงความเชี่ยวชาญนี้ ไม่เช่นนั้นหากนางรู้ว่าระดับพลังบ่มเพาะที่จำเป็นของนักปรุงยาขั้นต่ำที่สุดคือหลอมกายาขั้นเจ็ดแล้วล่ะก็ นางคงจะตะลึงยิ่งกว่านี้อีก

 

อย่างไรตอนนี้นางก็ตะลึงมากพอแล้ว หากยังมีอีกสักครั้งสองครั้งนางอาจจะเป็นลมไปเลยก็ได้

 

ยิ่งอุณหภูมิของไฟสูงขึ้น ปราณต้นกำเนิดที่นักปรุงยาต้องใช้ก็ต้องมากขึ้นไปด้วย หลิงฮันรู้สึกว่าเขากำลังใกล้จะอ่อนล้า จึงรีบโยนโอสถคืนกำเนิดเข้าไปในปากและเคี้ยวมัน และเขารู้สึกได้ทันทีว่าปราณต้นกำเนิดกำลังเข้าไปยังร่างกายของเขาทีละเล็กน้อย ทำให้เขาสามารถหลอมเม็ดยาต่อไปได้

 

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆและหลิงฮันได้กินโอสถคืนกำเนิดอย่างต่อเนื่อง

หลังจากนั้นสองชั่วโมงจู่ๆหลิงฮันก็ตะโกนดังออกมาและกัดลิ้นตัวเอง เลือดสดๆไหลออกมา ภายใตอำนาจของทักษะโลหิตหมาป่าเดียวดาย ปราณต้นกำเนิดของเขาเพิ่มไปอีกระดับในทันที ทำให้ความร้อนของเปลวเพลิงเพิ่มขึ้นไปถึงหกร้อยองศา

 

“หลอมเม็ดยาสำเร็จ!” เขาถอนเพลิงออกมาอย่างรวดเร็ว การเพิ่มความร้อนของเพลิงในช่วงท้ายเป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดยาถึงประมาณห้าเปอร์เซ็นต์

 

โชคร้ายที่สี่ร้อยองศาเป็นอุณหภูมิสูงสุดของเขาแล้ว ถ้าเขาต้องการจะปลดปล่อยความร้อนให้ถึงหกร้อยองศาเขาทำได้เพียงต้องทำให้ตัวเองบาดเจ็บและกระตุ้นทักษะโลหิตหมาป่าเดียวดาย

 

หลิงฮันเปิดฝาเตาหลอมขึ้นมาและกลิ่มหอมจางๆของสมุนไพรได้ลอยออกมา

 

หลิวอู๋ตงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปใกล้ๆเพื่อแอบมองไปยังเตาหลอม ข้างในมีเม็ดยากลมๆสีแดงสดอยู่สิบเจ็ดเม็ด บนผิวของเม็ดยาเปล่งประกายยั่วยวนใจ ตัวของเม็ดยาเกือบจะดูโปร่งใส ถึงแม้นางจะไม่รู้อะไรเลยในด้านการปรุงยา แต่นางมั่นใจเลยว่าหลิงฮันได้ประสบความสำเร็จในการปรุงยา

 

 

“เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดจริงๆด้วย!” นางพูดพร้อมกับทำแววตาแปลกๆ

 

หลิงฮันหัวเราะออกมา “เดี๋ยวเจ้าก็ชินไปเอง”

 

หลิวอู๋ตงไม่แน่ใจว่านางจะกลายเป็นบ้าหรือจะกลายเป็นไร้ความรู้สึกเมื่อต้องพบกับปาฏิหาริย์เหล่านี้อย่างไม่หยุดหย่อน

 

หลิงฮันนำเม็ดยาหยาดฝนผสานเมฆาเข้าปาก และกลืนมันลงไปพร้อมกับเริ่มบ่มเพาะทันที

 

“ฟูมม!” เม็ดยาหยาดฝนผสานเมฆาเป็นเหมือนกับปูนดิบ ในขณะที่พลังธรรมชาติเป็นเหมือนกับน้ำ การเผชิญหน้ากันของทั้งสองทำให้เกิดปฏิกิริยาอันรุนแรงทันที โดยส่งผลให้เป็นการดึงดูดพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลเข้ามา

ดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานภายในตันเถียนของหลิงฮันสั่นสะเทือนเล็กน้อยและยอมให้พลังวิญญาณหลังไหลเข้าไปพร้อมกับดูดซับด้วยความเร็วอันน่ากลัว

 

‘มีเพียงรากฐานวิญญาณระดับนิรันดร์เท่านั้นที่สามารถต้านทานความหนาแน่นของพลังวิญญาณขนาดนี้ได้’ หลิงฮันคิดในใจขณะที่โคจรทักษะห้าธาตุสวรรค์เพื่อเปลี่ยนพลังวิญญาณที่หลังไหลเข้ามาให้กลายเป็นปราณต้นกำเนิดของตัวเขาเอง พร้อมกับเสริมแกร่งแขนขาและเส้นเลือดด้วยปราณต้นกำเนิด

 

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง พลังของเม็ดยาหยาดฝนผสานเมฆาได้ถูกใช้จนหมด หลิงฮันกลืนเม็ดที่สองลงไปและเริ่มบ่มเพาะต่อ

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไปสักพักพลังของเม็ดยาหยาดฝนผสานเมฆาได้ถูกใช้จนหมดอีกครั้ง ความอดทนของหลิงฮันเองก็ถึงขีดจำกัดแล้ว เขารู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมากและส่วนบนของร่างกายเขาก็หงายล้มลงไปพร้อมกับหลับไปบนพื้นที่เขาเคยนั่งบ่มเพาะอยู่

 

หลิวอู๋ตงที่คอยอยู่ข้างกายเขามาตลอดส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ นางจึงช่วยนำตัวหลิงฮันขึ้นไปบนเตียงและถอดรองเท้าให้เขาอย่างตั้งใจพร้อมกับห่มผ้าห่มให้ จากนั้นนางได้ออกมาจากห้องส่วนในและหลับลงบนเก้าอี้ในห้องส่วนนอก

 

นางมีความรับผิดชอบอย่างมากในฐานะผู้ติดตามที่มีหน้าที่หลักคือคุ้มครองหลิงฮัน

 

ค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป เมื่อหลิงฮันลืมตาขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาเห็นคือที่เพดานของเตียงนอน ซึ่งมันทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย เพราะว่าเขาจำไม่ได้เลยว่าเขาปีนขึ้นเตียงมานอนเมื่อคืน

 

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

หลิงฮันยิ้มออกมา เนื่องจากพลังบ่มเพาะของเขาได้เพิ่มขึ้นอีกครั้งจากการที่เขาทะลวงไปสู่ระดับหลอมกายาขั้นห้าได้

 

เหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อวานเขาถึงสามารถทะลวงได้ถึงสองระดับเป็นเพราะในอดีตอัตราความเร็วในการบ่มเพาะของร่างกายนี้มันช้ามาก เมื่อดอกบัวหายนะห้าธาตุผสานได้ถูกกระตุ้นพลังออกมาเต็มที่เป็นครั้งแรก จึงเป็นธรรมดาที่จะทำให้เกิดการระเบิดของพลังของมาในคราวเดียว แน่นอนว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

“จะ...เจ้า...เจ้าทะลวงขั้นอีกแล้ว!” เมื่อหลิงฮันก้าวออกมาจากห้องส่วนใน หลิวอู๋ตงทำราวกับว่านางกำลังเห็นผี นางถึงกับพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก ดวงตาของนางจ้องเขม็งไปยังหลิงฮัน

 

“นี่เป็นพียงระดับหลอมกายาเท่านั้น ความเร็วแบบนี้ถือว่าธรรมดา” หลิงฮันพูดออกไปอย่างเยือกเย็นไร้คราวตื่นเต้นโดยสิ้นเชิง

 

‘ธรรมดาบ้านเจ้าน่ะสิ!’

 

หลิวอู๋ตงราวกับกำลังจะกลายเป็นบ้า จะอย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ตัวนางครอบครองรากฐานวิญญาณระดับสวรรค์ เมื่อนางก้าวเข้ามายังเส้นทางแห่งการบ่มเพาะนางยังต้องใช้เวลาถึงสิบวันในการทะลวงไปยังหลอมกายาขั้นสอง ส่วนการทะลวงจากหลอมกายาขั้นสี่ไปขั้นห้านางใช้เวลาถึงยี่สิบห้าวัน

 

ยี่สิบห้าวันจะไปเทียบกับหนึ่งคืนได้อย่างไร?

 

“เจ้าคงจะไม่ทะลวงไปหลอมกายาขั้นหกในวันพรุ่งนี้ใช่ไหม?” จู่ๆหลิวอู๋ตงก็ถามขึ้นมา

 

หลิงฮันคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว “ไม่”

 

พอได้ยินแบบนี้ หลิวอู๋ตงก็ปล่อยลมหายใจที่นางกลั้นเอาไว้ออกมา ถ้าหลิงฮันตอบว่า“ใช่”นางคงจะได้กลายเป็นบ้าไปจริงๆแน่

 

“ข้าคงจะทะลวงได้ในอีกวันหลังจากพรุ่งนี้” หลิงฮันพูดต่อกลังจากที่หยุดไปครู่หนึ่ง

 

สัตว์ประหลาด! เขาต้องเป็นสัตว์ประหลาดแน่ๆ!

 

หลิวอู่ตงมองไปยังเขาด้วยความไม่พอใจ นางสัญญากับตัวเองว่านางจะไม่พยายามคาดเดาความเร็วในการบ่มเพาะของหลิงฮันอีกเด็ดขาด เพราะนางได้ตัดสินใจไปแล้วว่านางจะแสร้งมองว่าหลิงฮันเป็นสัตว์ประหลาด ดังนั้นไม่ว่าเขาจะบ่มเพาะพลังด้วยความเร็วเท่าใด นางจะได้ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องประหลาดอีกต่อไป

 

หลิงฮันหัวเราะ หลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จ เขาเริ่มปิดด่านฝึกตนอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตามพลังใจของคนเราก็มีขีดจำกัด เขาไม่สามารถบ่มเพาะแบบไม่มีที่สิ้นสุดได้ เพราะงั้นถึงแม้เขาจะเริ่มบ่มเพาะตั้งแต่ช่วงกลางวัน มันก็ไม่ได้เพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะให้เขามากนัก  แต่อย่างไรตอนนี้ตัวเขาต้องต่อสู้กับเวลา ถึงความเร็วในการบ่มเพาะของเขาจะเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็ยังดี

 

ในขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของหลิวอู๋ตงเองก็รวดเร็วเช่นกัน ด้วยความช่วยเหลือของทักษะบ่มเพาะระดับสวรรค์ อย่างมากที่สุดภายในสองเดือนนางจะสามารถก้าวไปยังรวมธาตุขั้นเก้าระดับสูงสุดได้ ความเร็วในการบ่มเพาะที่เร็วขนาดนี้แม้กระทั่งตัวนางเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ

จบบทที่ ตอนที่ 21 ระดับหลอมกายาขั้นห้า

คัดลอกลิงก์แล้ว