เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 292 - สมาชิกคนล่าสุด (9) [08-12-2020]

บทที่ 292 - สมาชิกคนล่าสุด (9) [08-12-2020]

บทที่ 292 - สมาชิกคนล่าสุด (9) [08-12-2020]


บทที่ 292 - สมาชิกคนล่าสุด (9)

พลังของโอเวอร์ลอร์ดได้เพิ่มทั้งพลังชีวิตและมานาของฉันขึ้นไปอีก

แถมตอนนี้มานาของราชาแห่งสรรพสัตว์ก็ยังไหลเข้ามาในตัวฉันอย่างต่อเนื่อง โอเวอร์ลอร์ดได้รับมานานี้มาและเสริมพลังมันขึ้นไปอีก ทำให้มานาที่ฉันควบคุมไม่ได้นี้ถูกนำไปสู่วงจรเพรูต้าอย่างเชื่องๆ

วงจรเพรูต้าได้ดึงพลังอินิกม่ามาทำเป็นวังวนมานารอบๆตัวฉันขึ้น วังวนนี้เหมือนกับเป็นโล่ที่จะป้องกันทุกๆอย่างและมันก็ยังเป็นใบมีดที่ตัดทุกๆสิ่งอีกด้วย

"ฟู่...."

ฉันได้สูดหายใจยาว ฉันรู้สึกว่าทุกๆครั้งที่ฉันใช้โอเวอร์ลอร์ด ในช่วงเวลา 5 นาทีนี้ตัวฉันจะพยายามที่จะเข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริง นี่คือมานาที่ไม่รู้จัก อินิกม่าพลังศักดิ์สิทธิ์และพลังของเชอริฟิน่า

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเชอริฟ่าน่าเธอก็ไม่ได้สร้างโอเวอร์ลอร์ดขึ้นมา โอเวอร์ลอร์ดได้ถูกขึ้นจากการสังเคราะห์ทักษะซึ่งมันได้มาจากสิ่งประดิษฐ์ที่โรเล็ตต้าได้มอบมันมาให้ฉันซึ่งก็คือนาฬิกาพกพาของนักสะสม ฉันรู้มาเสมอว่านาฬิกาพกพานี้เป็นไอเทมที่ทรงพลัง แต่ว่าตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันไม่ช่ไอเทมที่ทรงพลังเท่านั้น มันยังเป็นไอเทมแห่งการสรรสร้างอีกด้วย

หลักฐานก็คือมานาที่ฉันกำลังใช้อยู่ไง

[ความเชื่อมั่นของเจ้ามานาสิ่งนี้สินะ?]

[ลึกลับจริงๆเลย มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์จริงๆ]

[แต่ไม่ว่าพลังมันจะเป็นอะไรก็ตาม ในท้ายที่สุดคนที่ใช้ก็เป็นแค่มนุษย์ นั่นแหละคือเหตุผลที่เจ้าเอาชนะข้าไม่ได้]

แต่ไม่ว่าราชาแห่งความกลัวจะโม้ยังไงก็ตาม พลังของมันจะได้ผลดีกับคนที่จิตใจอ่อนแอ แต่ว่า....

"มันไม่ได้ผลกับฉัน!"

วังวนมานาได้ทวีความรุนแรงขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ เสียงกระซิบของโคลนราชาแห่งความตายได้ถูกปั่นเป็นชิ้นๆและพื้นดินที่ได้ผลจากไกอา บัสเตอร์ก็ยังถูกวังวนนี้ดึงเข้ามาและปั่นจนเป็นชิ้นๆ มานาที่ถูกเสริมขึ้นจากโอเวอร์ลอร์ดได้ถูกส่งเข้าไปในวังวนนี้ทั้งหมด ในเวลาเดียวกันวังวนนี้ก็ได้ดึงมานาที่สร้างโลกนี้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มานาอินิกม่าได้เพิ่มขนาดไปเรื่อยๆ

[คุคุคุ มนุษย์เจ้าอยากจะกินมานาของข้า?]

"ฉันบอกให้แกสนใจฉันไง!"

ฮวาหยาได้ตะโกนออกมา เพลิงที่อยู่รอบตัวเธอได้เริ่มดูโปร่งแสงไปอย่างน่าทึ่ง

"ฉันจะไม่ยอมให้แกได้ไปสะกิดโดนเขาแน่!"

[อึก!?]

ราชาแห่งความกลัวได้ผงะไปเพราะความตกใจในเพลิงของฮวาหยา ฉันได้เริ่มจัดการหน้าที่ฉันต่อทันที ต้องขอบคุณไกอา บัสเตอร์กับวังวนขนาดใหญ่นี้ทำให้ร่างโคลนของราชาแห่งความกลัวจำนวนนับไม่ถ้วนทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะโจมตีร่างหลักของมันแล้ว

"ภูติธาตุ มันถึงเวลาจัดปาร์ตี้แล้ว"

[เย้!]

[วู้ว มันคุ้มค่าการรอคอยจริงๆเลย!]

[ฉันด้วยๆ]

[อู วันนี้คงไม่ใช่รถไฟเหาะนะ ใช่ไหม?]

[ทำไมเขามาแล้วล่ะ?]

ฉันไม่ได้ไปเข้าใกล้มันเลย ฉันทำแค่ยืนอยู่นิ่งๆกับที่และชักหอกไปด้านหลัง ในตอนนี้ใบมีดหอกของฉันได้ยาวขึ้นไปเรื่อยๆและมันก็แตะถึงคววามยาวเกือบ 70 เมตร ภูติธาตุจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังโดดเข้ามาในหอกของฉัน วังวนของฉันได้เริ่มขยับไปล้อมหอกและหมุนวนอย่างรุนแรง

[โอ้วววววววว!]

[อ๊าาาาาาาาาาา!]

[นี้มันจะต้องเป็นเครื่องทำความสะอาดวิญญาณ]

ขอโทษนะแต่ไม่ใช่แบบนั้น

[อ๊า ฉันกำลังแปลงร่าง]

[นี้คือพลังของเจ้าชาย พลังที่จะพัฒนาเรา]

[ฉันรู้สึกว่าฉันตัวสูงขึ้นอะ!]

มานาอินิกม่าได้ทำให้ภูติธาตุเริ่มวิวัฒนาการขึ้น แน่นอนว่าฉันก็ไม่ได้มองเห็นการวิวัฒนาการของพวกเขาจริงๆเพราะว่าคลื่นความถี่ของฉันไม่ได้ตรงกับของพวกเขา แต่ว่าอย่างน้อยฉันก็ยังเห็นได้ว่าแสงของพวกเขากำลังเปล่งสว่างขึ้นในขณะที่หมุนไปรอบๆวังวนอินิกม่า และเพราะการที่พวกเขาพัฒนานี้ก็ทำให้พลังของทักษะฉันเพิ่มขึ้นไปอีก

"ฮวาหยาหยุดมันไว้หน่อย!"

"ฉันไม่ได้คิดว่าจะทำแค่หยุดมันไว้นะ!"

หลังจากฮวาหยาได้ตะโกนออกมาอย่างมั่นใจ เธอก็ยิงเพลิงออกไปจากฝ่ามือเข้าใส่ราชาแห่งความกลัว เพลิงของฮวาหยาได้กลืนกินมานาในอากาศและบิดตัวขึ้นเหมือนกับห่วงโซ่เพลิง เพลิงของฮวาหยาได้พุ่งเข้าไปมัดตัวราชาเพลิงเอาไว้และในตอนนี้เอง.....

[เยี่ยมมนุษย์ ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสพลังของราชาแห่งความกลัว]

ร่างกายของราชาแห่งความกลัวที่ถูกโซ่เพลิงของฮวาหยาหยุดเอาไว้อยู่ๆก็แยกออกมาครึ่งหนึ่งเหมือนกับถูกตัดด้วยมืด จากนั้นหลุมความว่างเปล่าที่ไม่สิ้นสุดก็ถูกเปิดขึ้นมาซึ่งนั่นก็คือดวงตาแห่งความกลัว

ถ้าหากว่าการมีอยู่ของมันคือการปลูกฝังความกลัวเขาไปใส่คนและร่างโคลนของมันก็คือการนำความกลัวนั้นมาให้เป็นจริง ถ้างั้นดวงตาของมันก็ควรการฉายภาพในสิ่งที่คนๆนั้นหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าตาย มันจะนำปประสบการณ์แย่ๆของคนๆนั้นออกมาและจารึกมันให้ฝังแน่นในใจของเขา จริงๆแล้วมันกระทั่งบิดเบือนและขยายประสบการณ์เหล่านั้นอีกด้วย เมื่อคนๆนั้นปฏิเสธต่อการมีอยู่ของตัวเองสิ่งเดียวที่จะเหลืออยู่ก็คือความตาย

ฉันได้ตระหนักได้ว่าดวงตาของมันก็เป็นดวงตามารชนิดหนึ่ง

"พายุธาตุ!"

ฉันได้พุ่งหอกออกไป

[โอ้วววววววววว!]

[แรงไปแล้ว! ตื่นเต้นจริงๆ]

[อว๊ากกกกกกกกกกกก!]

ภาพที่ฉันเห็นก็คือภูติธาตุจำนวนนับไม่ถ้วนได้เปล่งประกายออกมาท่ามกลางวังวนอินิกม่าจนดูเหมือนกับดวงดาวในกาแลคซี อินิกม่าก็ยังยอมรับในตัวแสงของภูติธาตุและเสริมพลังให้พวกภูติธาตุอีกด้วยซ้ำ

พายุธาตุได้ปะทะเข้ากับดวงตาของราชาแห่งความกลัว

[อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!]

เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความกลัวและความสิ้นหวังได้ดังออกมา ฉันได้รออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมาตั้งท่าแบบเดิม หลังจากนั้นฉันก็ยืนยันได้ว่าดวงตาของมันได้ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมา

"ฟู่วววว อันตรายจริงๆ"

ฉันแทบจะถูกกลืนกินลงไปแล้ว ถึงแม้ว่าวิญญาณสัมบูณณ์จะต่อต้านการโจมตีทางจิตใจได้ แต่ว่าดวงตามารของมันก็ได้ลบล้างพลังของวิญญาณสัมบูรณ์ไปแปปนึง ถ้าหากว่าฉันไม่ได้มีดวงตามารล่ะก็ฉันอาจจะใช้พายุธาตุออกไปไม่ได้เลย

[อ๊าาาาาาาาาาาา!]

[มนุษย์ทำแบบนี้ได้ยังไง....!?]

"ฮวาหยาเธอไม่เป็นไรนะ!?"

ฉันได้หันไปตรวจสอบในความปลอดภัยของเธอทันที เนื่องจากว่าฉันยังตกอยู่ในสภาพแบบนี้ฉันเลยเดาว่าฮวาหยาอาจจะแย่กว่าฉันก็ได้ แต่ยังไงก็ตามเธอไม่ได้ฟังฉันเลย

"แก ตายไปซะ! ตายไปซะ!"

เพลิงโปร่งแสงได้ลุกไหม้อยู่รอบๆตัวเธอ ฉันยังสงสัยเลยว่าเพลิงมันจะไปโปร่งแสงได้ยังไงกันแต่ว่าเนื่องจากฉันได้เห็นมันด้วยตาตัวเองนี้ทำให้ฉันปฏิเสธการมีอยู่ของมันไม่ได้ เธอได้ยิงบอลเพลิงโปร่งแสงเข้าไปในจุดที่ตาของราชาแห่งความกลัวเคยอยู่ซึ่งถูกฉีกออกไปด้วยพายุธาตุ ราชาแห่งความกลัวได้ตะโกนขึ้นมา

[ยอมรับความกลัวซะ! ยอมรับในความสิ้นหวังขอความเป็นจริงที่รอเจ้าอยู่! ในท้ายที่สุดแล้วเจ้าจะต้องได้เผชิญหน้ากับสิ่งนี้!]

ร่างกายของมันที่ไม่มีรูปร่างได้เริ่มงอกแขนออกมา แขนของมันที่ดูเหมือนหนวดปลาหมึกได้พุ่งเข้าไปทางฮวาหยาและพยายามจะโจมตีเธอ แต่ว่าฮวาหยาก็ดูจะโกรธขึ้นจากการที่ถูกความกลัวของดวงตาของมันเข้าให้ทำให้เธอเผาแขนพวกนี้ทั้งหมดและตะโกนขึ้นมาอย่างรุนแรง

"ชินป้องกันฉันที ฉันจะไปฆ่ามันทิ้ง!"

"เข้าใจแล้ว"

ฮวาหยาได้ใช้สิ่งนั้นมาเป็นเชื้อเพลิงความโกรธของเธอแทนที่จะหวาดกลัวและแบบนี้ทำให้พลังเพลิงของเธอรุนแรงขึ้น ดวงตามารของเธอก็ต้องมีส่วนช่วยแน่ๆ แต่ฉันก็ยังคงถึงกับพลังใจของเธอ เธอดูเหมือนว่าจะแข่งขันได้แม้กระทั่งฉันที่มีวิญญาณสัมบูรณ์เลย เอาเถอะ มันก็ดีแล้วที่เธอเป็นแบบนี้....

เมื่อมองไปที่เพลิงของเธอฉันมั่นใจได้เลยว่าเพลิงของเธอได้ก้าวเข้าไปในระดับเดียวกับอินิกม่าไปแล้ว บางทีเธออาจจะใช้มันได้อิสระยิ่งกว่าที่ฉันใช้อินิกม่าด้วยซ้ำไป!

"ตอนนี้ฉันจะไม่แพ้ ฉันแพ้ไม่ได้?"

ฉันได้บ่นเงียบๆและยกหอกขึ้นมา ด้วยกลายเคลื่อนไหวแบบนี้ทำให้วังวนที่ลดลงไปได้เพิ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง วังวนที่ได้สร้างขึ้นจากมานาอย่างเดียวนี้ได้เริ่มหมุนวนอย่างรุนแรง

ที่มันถูกเรียกว่าราชาทั้งห้าเป็นเพราะพวกมันยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ถ้าหากว่าฉันเอาชนะพวกมันไม่ได้ แล้วฉันจะไปสู้กับเดม่อนลอร์ดหรือสิ่งมีชีวิตที่อยู่สูงกว่าเจ้าพวกราชานี้ได้หรอ? ฉันจะไปยุติการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์นี้ได้ยังไง?

ฉันต้องการให้หอกของฉันแหลมคมขึ้น ฉันต้องการมีพลังที่สามารถจะทะลวงได้ทุกๆสิ่ง

"....แต่ว่าที่นี่ฉันจะให้ฮวาหยาจัดการมัน"

ฮวาหยาต้องการแบบนี้ ฉันไม่ได้ปัญญาอ่อนถึงขนาดที่ไปขัดความต้องการแก้แค้นของเธอ

ฉันได้รวบรวมวังวนไว้ในปลายหอกจุดๆเดียว ต่อจากนั้นฉันก็แทงหอกออกไปทันที

"เอาล่ะ ตอนนี้แสดงร่างที่แท้จริงของแกมา!"

[อ๊าา อ๊ากกกกกกกกก!]

หนวดของราชาแห่งความกลัวไม่อาจจะทนต่อเพลิงฮวาหยาได้และหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ร่างกายของราชาแห่งความกลัวที่ไม่ได้สัมผัสกับวังวนก็เริมหายไปอย่างช้าๆ

"เยี่ยม ฉันน่าจะตรึงมันไว้ได้ซักเดี๋ยว"

ฉันพอใจเป็นอย่างมากที่ฉันได้ผสมผสานหลายๆอย่างได้แบบนี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะการช่วยจากอินิกม่า แต่ไม่ว่ายังไงอินิกม่าก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของฉัน ในเมื่อฉันสามารถจะควบคุมมันได้อย่างอิสระมันก็ไม่มีอะไรที่ฉันจะต้องกลัว

[เจ้ามนุษย์หน้าโง่ เจ้าอยากจะเผชิญหน้ากับข้าจริงๆงั้นหรอ!? อ๊าาาาาาาาาาากกกกก]

ในตอนนี้เองวังวนได้กำจัดร่างกายของราชาแห่งความกลัวทิ้งไป สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาได้ปรากฏตัวขึ้นมาแทนบนท้องฟ้า ในท้ายที่สุดแล้วราชาแห่งความกลัวก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ มันไม่ได้เป็นอารมณ์ที่ลบไม่ได้!

"แกมันก็แค่ของปลอม แกไม่เคยเป็นความกลัวเลย!"

ฮวาหยาได้ตะโกนออกไปและยกมือขึ้นมา บนฝ่ามือของเธอได้มีมานาจำนวนมหาศาลมากๆกำลังรวมตัวฉัน

"ต่อให้แกเป็นความกลัวฉันก็จะเผาแกเอง+"

เธอได้กำหมัดแน่นจากนั้นทำให้แสงส่องออกมาถึงขนาดที่ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ฉันก็รู้ว่าการโจมตีนี้ของฮวาหยาแข็งแกร่งแค่ไหน ร่างกายของราชาแห่งความกลัวได้ถูกเผาไปจากเพลิงที่มองไม่เห็นนี้ มันดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่ามันไม่ลอยแน่ทำให้มันยอมแพ้ที่จะพยายามทำให้เรากลัวและพึมพัมออกมา

[คุ คุคุ... ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ออกมาเป็นเหมือนกับแผนของเขา....! ยอดเยี่ม การเกิดใหม่และ.... กั๊กๆๆ]

"อย่าพูดเรื่องน่ารำคาญเลย ตายไปซะ!"

[นี่คือสิ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้า ความกลัวที่แท้จริง....]

เสียงนี้คือเสียงสุดท้ายของมันก็ที่จะถูกเผาจนหายไป

พวกเราได้เอาชนะราชาแห่งความกลัวมาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 292 - สมาชิกคนล่าสุด (9) [08-12-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว