เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 272 - คาฮาร์ (6) [29-10-2020]

บทที่ 272 - คาฮาร์ (6) [29-10-2020]

บทที่ 272 - คาฮาร์ (6) [29-10-2020]


บทที่ 272 - คาฮาร์ (6)

หลังจากพวกเราได้จัดการกองกำลังทั้งหมดที่พุ่งขึ้นมาจากปราสาทแล้วพวกเขาก็ได้เพิ่มระดับความสูงและหลบเขาเมฆไป พวกศัตรูก็ไม่ได้พยายามจะไล่ตามเรามาแต่ฉันก็รู้สึกได้ถึงพลงังานจำนวนมหาศาลที่รวมกันอยู่บนพื้นดิน นี้มันใช่เครื่องมือเวทย์ที่เอลลอสพูดถึงงั้นสินะ

"เมื่อก่อนมีอาณาจักรหนึ่งที่เลี้ยงดูกริฟฟินและจัดตั้งกลุ่มอัศวินที่ถูกเรียกว่าภาคีอัศวินกริฟฟินอยู่ ในตอนที่ผู้บุกรุกโจมตีพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ทำการบุกจู่โจมคืนด้วยความเร็วของกริฟฟิน พวกเขาได้ต้อนผู้บุกรุกจนจนมุม แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็หนีไม่พ้นชะตากรรมต้องล่มสลาย"

"เพราะอาวุธนั่นหรอ?"

"ใข่แล้ว ในตอนแรกพวกผู้บุกรุกพยายามจะใช้เครื่องมือเวทย์เพื่อบินมากกว่าที่จะใช้เครื่องมือเวทย์ที่กินพลังมากแบบนี้"

เอลลอสได้หยักไหล่ออกมา นั่นจะต้องมหายความว่าเครื่องมือเวทย์ในการบินไม่สามารถจะใช้ได้เพราะเหตุผลบางอย่าง เพื่อที่จะตรวจสอบฉันได้กระจายมานาของตัวเองออกไป แต่ว่เนื่องจากที่นี่มีมานาโดยธรรมชาติอยู่เต็มไปไหลทำให้มานาของฉันมันยากที่จะกระจายออกไป

"มีมานาในชั้นบรรยากาศมากเกินไป นี้มันเป็นอุปสรรคในการปล่อยมานา"

"โลกของนายไม่ได้เป็นแบบนี่้หรอ"

"โลกของฉันไม่ได้เป็นแบบนี้สักนิด พวกเราไม่มีมานาเลยสักนิดจนกระทั่งไม่กี่ปีก่อนและมันก็ยังน้อยมากเมื่อเทียบกับที่นี่"

ชั้นบรรยายของโลกได้เริ่มที่จะมีมานาขึ้นมาบ้างแล้วจากเหตุการณ์ดันเจี้ยนและศพของมอนสเตอร์แต่ว่าหากนำมาเทียบกับดันเจี้ยนหรือโลกอื่นแล้วล่ะก็มันจะน้อยเอามากๆ

ยังไงก็ตามถึงแม้จะเป็นแบบนั้นแต่มานาในทวีปอีเดียวก็แปลกมาก มานาที่อยู่บนพื้นไม่ใช่แค่หนาแน่นทำนั้นแต่มันก็ยังเต็มท้องฟ้าด้วย นี้มันไม่ใช่แค่ความอุดมสมบรณ์แล้วแต่อาจจะเป็นไปได้ว่ามีใครสักคนจงใจให้มันเป็นแบบนี้ ถ้าหากว่ามีใครสักคนพยายามจะปล่อยมานาที่นี่เขาก็จะรู้สึกลำบากเพราะถูกมานาในบรรยากาศนี้ปิดกั้นมานาเอาไว้ นี้คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้บุกรุกใช้เครื่องมือในการบินไม่ได้สินะ

ฉันสามารถจะรู้ได้เลยว่าทำไมพลังที่พวกเขารวมอยู่บนพื้นถึงได้เยอะมากแบบนั้น พลังงานจำนวนนั้นส่วนใหญ่เมื่อถูกยิงออกมาแล้วจะอ่อนแอลงมาเพื่อผ่านชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมานานี้ พวกนั้นมีพลังงานเหลือมาพอที่จะเอามาทำแบบนี้เลยงั้นสินะ

แต่สิ่งที่แปลกที่สุดก็คือฉันพึ่งจะมารู้ในตอนที่ฉันพยายามจะส่งมานาออกไปรอบๆ ตามปกติแล้วด้วยความที่มานาหนาแน่นขนาดนี้ฉันก็คววรจะรู้ก่อนแล้วสิ

หลังจากคิดสักพักฉันก็ได้ข้อสรุป ฉันคุ้นชินกับความหนาแน่นของมานาที่สูงนี้เกินไป แค่หลังจากได้ยินว่าผู้บุกรุกได้มีปัญหากับการใช้เครื่อมือเวทย์และการตรวจมานารอบๆฉันก็ตระหนักได้ว่ามันสามารถรบกวนคนอื่นๆได้ แต่ทำไมล่ะ ทำไมฉันถึงได้คุ้นเคยกับมานานี้ ทำไมมันถึงรบกวนคนอื่นๆ แต่ว่าไม่ได้รบกวนฉัน

"สามีที่รัก"

ในตอนที่ฉันตกไปอยู่ในความคิดลิโคไรท์ก็ได้สั่นไหล่ฉันอย่างรุนแรง ฉันได้ตั้งสมาธิไปกับความคิดจนมากเกินไปจนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าพลังงานที่อยู่บนพื้นพร้อมจะระเบิดออกมาแล้ว

ด้วยพลังงานขนาดนี้ต่อให้เราบินสูงขึ้นไปอีกมันก็เปล่าประโยชน์แล้ว นี้มันไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยแค่การบินขึ้นสูงขึ้นอีก

"มันค่อนข้างน่าประทับใจเลยนะ ล็อทเต้เธอหลบมันได้ไหม?"

[ฉันทำได้ แต่ว่าอีกตัวไม่แน่]

อ่า จริงด้วยมีไวเวิร์นอีกตัวมากับเราด้วยสินะ ถ้าแบบนี้ฉันก็ปล่อยไวเวิร์นตัวนั้นและย้ายเอลลอส... ไม่สิ ฉันสัญญากับล็อทเต้ไปแล้วว่าจะไม่ให้ผู้ชายคนอื่นมาขี่เธอแล้ว ฉันจะกลับคำสัญญาของตัวเองไม่ได้

"ถ้างั้นฉันจะจัดการมันตรงๆเอง ลิโคไรท์เธอมาช่วยฉันหน่อย"

หากฉันอยู่บนพื้น ฉันก็ยังไม่มั่นใจเลยที่จะเผชิญหน้ากับมานาจำนวนขนาดนี้ แต่ยังไงก็ตามในตอนนี้มันต่างออกไป ฉันมั่นใจได้เลยว่ามานาในชั้นบรรยากาศนี้มันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อฉันและขีปนาวุธนั่นก็จะต้องเสียพลังไปอย่างมากแน่ๆก่อนที่จะมาถึงตัวฉัน

"ฉันรักเลยล่ะ มันยากนิดหน่อยที่จะใช้เวทย์ที่นี่ แต่ถ้าฉันตั้งใจหากเป็นที่นี่พลังก็อาจจะมากกว่าปกติอีก ไว้ใจฉันได้เลยสามีที่รัก"

ลิโคไรท์ได้ตอบกลับมาอย่างมั่นใจและขยิบตาให้กับฉัน เธอได้ยื่นมือของเธอออกไปและเริ่มพึมพัมในคำที่ฉันไม่สามารถจะเข้าใจได้ออกมา ฉันก็ยังลุกขึ้นและดึงเอาหอกของฉันออกมา ในตอนนี้พลังงานที่ถูกรวมเอาไว้ได้ถูกยิงมาแล้ว ฉันได้เริ่มที่จะรวมพลังของตัวเองเอาไว้ แต่เพราะการที่ฉันจะหอกขึ้นมาแบบนี้ทำให้เอลลอสมองมาทางฉันอย่างสงสัย

"คุณจะโจมตีแล้วก็ไม่ป้องกันหรอ?"

"การป้องกันมันจะมีหลังจากที่โจมตีพลาดเท่านั้น"

"ฉันคิดว่านายน่าจะพูดถูกนะ"

ฉันได้ยิ้มให้กับความเห็นของเอลลอส และตั้งท่าขึ้น

เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันได้จัดการยิงฮีโรอิคสไตร์ออกไปเหมือนกระสุนปืนได้ และในตอนนี้ฉันก็ยังจำความรู้สึกนั้นได้

มันเป็นเทคนิคที่สร้างขึ้นมาได้ด้วยการรวมเทคนิคหอกของครอบครัวและมานาด้วยกัน สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้เลยคือวงจรเพรูต้า นี้มันเป็นเพราะว่าวงจรเพรูต้าจะจับพลังงานที่ปล่อยออกมาจากเทคนิคนี้และกังมันเอาไว้ในพลังการหมุนวนที่ทรงประสิทธิภาพ ในตอนที่พลังงานไปถึงจุดหนึ่งพลังนั้นจะถูกยิงออกไปและเกิดการระเบิดขึ้น

เพราะแบบนี้ทำให้ฉันได้ถือหอกขึ้นมาเหมือนกับถือปีน นี้เป็นเพราะว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องมาใช้มานาป้องกันตัวอีกด้วย ในตอนนี้ฉันสามารถจะตั้งสมาธิไปที่การรวมพลังจุดๆหนึ่งโดยไม่ต้องแบ่งไปป้องกันตัว

"ไพก้า ฉันจะยิงแค่พลังออกไปนะ"

[หุหุ ฉันชอบแบบนั้น]

หลังจากไพก้าได้เข้ามาในหอกแล้วฉันก็ได้เพิ่มพลังสายฟ้าลงไป เมื่อได้รับการเสริมจากพลังริยูทำให้สายฟ้าสีทองได้ไหลผ่านหอกเหมือนกับน้ำและรวมกันที่ปลายหอก วงจรเพรูต้าก็ยังได้รวมพลังสายฟ้าเข้าด้วยกันและสร้างวังวนขนาดเล็กๆขึ้น ลูกบอลวังวนที่ถูกรวมกันนี้ทำให้ฉันต้องยิ้มออกมา มันจะไม่ตรงแน่ถ้าหากว่ามันระเบิดตรงนี้

แม้แต่ฉันก็ยังไม่รู้ว่ามันจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ที่จะถึงจุดนั้น ทั้งหมดที่ฉันรู้ก็คือเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์เอง

"สำหรับตอนนี้ฉันจะต้องทำในสิ่งที่ทำได้"

"สามีที่รักนั่น"

ลิโคไรท์ได้ตะโกนออกมา ตอนนี้ผู้บุกรุกได้ยิงพลังที่รวมกันเอาไว้มาแล้ว

หลังจากที่ลิโคไรท์ตะโกนมาแล้ววงแหวนเวทย์ขนาดยักษ์ได้ปรากฏตัวขึ้นทันที วงแหวนนี้ได้ทอดยาวจากเมฆลงไปยันพื้นดิน ทำให้ฉันรู้ได้ในทันที

"นี้มัน...เวทย์ช่วยส่งเสริมการพุ่ง?"

"เร็วเข้า"

ฉันไม่มีเวลาให้ลังเลแล้ว ฉันได้ยิงฮีโรอิคสไตร์ออกไปตรงกลางของวงเวทย์นั้น บอลพลังวังวนได้พุ่งออกไปจากปลายหอกอย่างรวดเร็วและเร่งความเร็วขึ้นราวกับติดจรวด ฉันไม่รู้ในสิ่งทีลิโคไรท์ทำแต่ว่าเธอกำลังใช้มานาในชั้นบรรยากาศและเสริมพลังการโจมตีของฉัน

"เธอทำให้มานาของเธอ...! ไม่ใช่ว่าเธอเป็นซัคคิวบัสหรอ!?"

"เธอเป็นซัคคิวบัสที่พิเศษ"

ไม่ใช่ว่าฉันบอกนายไปแล้วว่าเธอเป็นราชินีซัคคิวบัสงั้นหรอ ฉันได้ยิ้มแห้งๆให้เอลลอสที่ตกใจอยู่และมองตามพลังที่ฉันปล่อยออกไป ฮีโรอิคสไตร์ได้พุ่งไปเหมือนกับกระสุนปีนใหญ่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกันพลังงานขนาดยักษ์นั่นก็ลอยขึ้นมาจากพื้นและเสียพลังทำลายและความเร็วลงไปเรื่อยๆเช่นกัน

ฉันได้แต่สงสัยว่ามันเป็นไปได้ยังไง จากนั้นเองฉันก็รู้ได้จากคำตอบของเอลลอส ลิโคไรท์ได้เปลื่ยนมานาในชั้นบรรกาศแปลกๆนี้ให้มาเป็นของเธอ เพราะแบบนี้เธอจึงสามารถจะเสริมพลังของฉันและลดพลังของศัตรูได้ นี้มันยอดเยี่ยมมาก

ด้วยผลที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้แม้แต่ลิโคไรท์ที่ใช้เวทย์นี้ขึ้นมาก็ยังเปิดตากว้าง

"พลังของสามีที่รักถูกเสริมพลังได้ดีเกินไปแล้ว! นี้มันเกิดอะไรขึ้น?"

"นั่นมันเป็นเพราะว่ารูปแบบวังวนเป็นการดูดพลังได้เป็นอย่างดีงั้นหรอ?"

"นั่นมันเยี่ยมไปเลย เพราะความเร็วแบบนี้มันก็ใกล้จะปะทะกัน... ดูสิ"

พลังงานทั้งสองอันได้เข้าปะทะกันในทันทีและเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมาก ตามที่ลิโคไรท์พูดดออกมาการระเบิดนี้มันได้ระเบิดขึ้นใกล้กับพื้นมากๆ มันไม่ได้หยุดแค่การระเบิดเท่านั้น มานาที่อยู่รอบๆตามอากาศได้เริ่มระเบิดขึ้นตามกันมาเหมือนกับการลุกไหม้ของไฟป่า นี้มันอะไรกัน!?

ระเบิดลูกโซ่นี้ก็ยังไปถึงปราสาทของผู้บุกรุกอีกด้วย แม้ว่าฉันจะมองไม่ชัดแต่ฉันก็ยังได้ยินเสียงระเบิดและเสียงร้องของผู้บุกรุกได้ กำแพงปราสาทได้พังลงมาและผู้บุกรุกรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างได้ถูกทำลายลง ปัญหาอย่างเดียวเลยก็คือ....

"มันไม่ใช่ว่าการระเบิดมันยังไม่หยุดลงเลยหรอ?"

"...มันอาจจะมาถึงเราด้วย"

ในขณะที่ฉันกับเอลลอสและฉันมองกันและกัน ลิโคไรท์ก็ได้ตะโกนออกมาอย่างสยดสยอง

"นกโง่ บินเร็ว!"

[นี่เป็นความผิดของเธอค้างคาว เจ้าไวเวิร์นตรงนั้น ตามฉันมาให้ทันด้วยมิฉะนั้นเจ้าได้ตายแน่!]

[ก๊าซซซซซซซซ]

ไวเวิร์นได้กรีดร้องออกมาและทำตามคำสั่งของล็อทเต้ ล็อทเต้และไวเวิร์นได้กระพือปีกขึ้นอย่างเร่งรีบและหลบหนีมาจากระเบิดลูกโซ่นี้ โชคดีที่ว่าเราอยู่ใกล้จากจุดระเบิดนั้น

เมื่อทุกๆอย่างสงบลงไปแล้ว ทุกๆคนก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ลิโคไรท์ได้หันหน้ามาทางฉันด้วยสายตาที่เป็นประกาย

"สามีที่รักดูเหมือนว่านี่จะเป็นความคิดที่ดีนะ! มาทำแบบนี้กับทุกๆปราสาทที่เราเจอกันดีกว่า!"

[เธออยากจะตายหรอค้างคาว!]

"แต่ว่านั่นมันสนุกมาก... อะแฮ๋ม ฉันหมายความว่านี้มันหมายความว่ามันเป็นวิธีที่ดีเลยนะที่จะลดกองกำลังของศัตรู! พวกผู้บุกรุกนั้นก็อาจจะถึงต้องส่งคนที่ไปหาฮีโร่กลับมาก็ได้"

ฉันได้เขกหัวลิโคไรท์เบาๆ

"ฉันได้ยินว่าเธอบอกว่ามันสนุกนะ ระเบิดนั่นมันอันตรายมาก"

"ฮึ่ม ก็พวกนั้นเป็นคนใช้ระเบิดก่อนเองนี่ เราก็แค่เอาคืน"

"ฉันก็ชอบมันนะ"

[ฮีโร่!?]

ฉันก็คิดว่ามันสนุกเหมือนกัน

"เอลลอสพวกนั้นสื่อสารกันได้ยังไง?"

"พวกผู้บุกรุกมือเครื่องมือเวทย์ในการสื่อสารแต่ว่าระยะมันไม่ได้ไกลมาก"

"เยี่ยมล่ะ มาลองดูกัน..."

ฉันได้ยิ้มขึ้นและเปิดแผนที่ออกมา ฉันได้ชี้ไปที่ปราสาทที่เราทำลายไปกว่าครึ่งและอาจจะทำลายไปทั้งหมดแล้วด้วยซ้ำ

"นายรู้ไหมว่าระยะสื่อสารมันถึงไหน?"

"ส่งแผนที่มานี่"

เอลลอสได้นั่งไวเวิร์นเข้ามาหาและฉันได้โยนแผนที่ให้เขา ในตอนที่เอลลอสได้เริ่มกะระยะจากปราสาทที่เราทำลายไป จากนั้นล็อทเต้ก็ร้องออกมา

[นะ นี้มันต้องมีอะไรผิดแน่!? ไม่ใช่ว่าพวกเราเพิ่งจะเจอกับการระเบิดที่น่ากลัวมาหรอ!?]

"ล็อทเต้ ถ้าเธอพยายามอย่างหนักพวกเราก็จะลดกำลังของพวกนั้นและเพิ่มความปลอดภัยให้กับเราได้ ในฐานะราชินีเพลิงเธอก็น่าจะทำมันได้ใช่ไหม?"

ด้วยการเอาฉายาของเธอมาท้าทายด้วยเกียรตินี้ทำให้ล็อทเต้ได้แต่ตะโกนออกมาทั้งน้ำตา

[นะ หน้าไม่อายฮีโร่...! แต่ว่าฉันทำได้ มันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับราชินีเพลิง]

"ใช่แล้วล็อทเต้ เธอทำมันได้ ถ้าเธอทำสำเร็จฉันจะขัดเกล็ดและอาบน้ำให้เธอเลย"

[คุ...ตะ เตรียมตัวไว้เลยฮีโร่ มาลองทดลองดูกันว่าเจ้าจะทนต่อความเร็วของข้าได้แค่ไหน!]

ล็อทเต้ได้พูดออกมาอย่างมั่นใจ ฉันได้เริ่มคำนวนถึงจำนวนปราสาทที่เราจะไปทำลายได้ด้วยรอยยิ้มที่ซุกซน ในเวลาเดียวกันไวเวิร์นที่ตัวหนึ่งก็ร้องออกมาอย่างน่าสงสาร

[ก๊า... ก๊าาาาาาา]

สามชั่วโฒงหลังตากนั้น เราก็ได้ทำลายปราสาทไปแล้ว 27 แห่ง พวกเขาได้เข้าสู่เขตเทือกเขาเพรูต้าอย่างปลอดภัย

จบบทที่ บทที่ 272 - คาฮาร์ (6) [29-10-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว