เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 253 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (4) [23-09-2020]

บทที่ 253 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (4) [23-09-2020]

บทที่ 253 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (4) [23-09-2020]


บทที่ 253 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (4)

ฉันรู้ได้เป็นอย่างดีว่ามันเปลื่ยนไปมากแค่ไหน มันเป็นสถานที่ๆฉันได้ไปมาแล้วในก่อนหน้านี่้ รูปร่างของทวีปส่วนใหญ่มันเปลื่ยนไปแล้วแน่นอน เมื่อได้เห็นชายฝั่งที่ถูกตัดออกไปอย่างผิดปกติ ฉันได้รู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง

"ผู้ที่ทำแบบนี้มีพลังมากพอที่จะเปลื่ยนพื้นที่ได้เลยงั้นหรอ"

"ไม่หรอกสามีที่รัก ผู้ที่ทำแบบนี้เพียงแค่ตัดส่วนหนึ่งออกมาเหมือนกับตักไอติมจากถังนั้นแหละ พวกเราก็น่าจะทำแบบนี้ได้เหมือนกัน"

"ฉันไม่ได้พยายามจะแข่งซะหน่อย..."

ลิโคไรท์พูดถูก มันมีพื้นที่ลาดชันมากการตัดส่วนหน้าทำให้น้ำทะเลไหลเข้ามาได้ มันเป็นเรื่องที่แน่นอนว่าฉันก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกันแม้ว่าฉันจำเป็นจะต้องใช้ออร่ามากนิดหน่อยก็ตาม

ถึงแม้แบบนั้นคนที่ทำแบบนี้ได้ก็ต้องมีพลังมากแน่นอนซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ เขาคนนั้นจะต้องมีเหตุผลที่ทำแบบนี้แน่ ฉันได้ทบทวนอยู่ครู่หนึ่งและจู่ๆฉันก็นึกได้ถึงบางอย่าง

"มันอาจจจะเป็น... ลิโคไรท์"

"ค่ะ"

ดูเหมือนว่าเธอจะคิดเหมือนฉัน ลิโคไรท์ได้ฉายภาพจากดาวเทียมขึ้นบนลูกบอลคริสตัลและซูมลงไป ในตอนที่ฉันเห็นแผ่นดินทั้งหมดส่วนที่ถูกแช่แข็งต่างก็เชื่อมกับชายฝั่ง มันจะต้องเป็นจุดที่การแช่แข็งเริ่มต้นขึ้นแน่ๆ

และเราก็พบกับคำตอบอย่างรวดเร็ว ถ้าหากว่าเป็นใครสักคนที่ไม่รู้ได้เเห็นมันเขาจะต้องคิดว่ามันเป็นธารน้ำแข็งขนาดยักษ์ ธารน้ำแข็งที่ปะทะเข้ากับชายฝั่งและการบุกรุกก็เริ่มต้นที่นี่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าธารน้ำแข็งนั้นก็คือสิ่งที่ถูกตัดออกมาจากส่วนหนึ่งของแอนตาร์กติก้า

"ตอนนี้เราก็มั่นใจได้แล้ว"

"อื้อ"

เรือ คนที่ทำแบบนี้ได้ตัดส่วนหนึ่งของแอนตาร์กติก้ามาใช้เป็นเรือ ความสามารถในการตัดพื้นน้ำแข็งขนาดใหญ่แบบนั้นได้แสดงให้เห็นถึงพลังของคนที่ทำแบบนี้ ในเวลาเดียวกันนั่นมันก็หมายความว่าคนๆนั้นไม่ได้อยู่คนเดียว เขาจะต้องมีกองทัพอยู่กับเขาด้วยเช่นกัน

"เขาคนนั้นพึ่งจะข้ามมาที่โลกไม่นานนัก ถ้าหากเขาข้ามมานานแล้วเขาก็คงจะต้องหลบซ่อนไม่ก็สร้างเรือแค่ลำเล็กๆ แต่ว่าเนื่องจากเขามีกองทัพทำให้เขาต้องสร้างเรือขนาดใหญ่และข้ามไปกับกองทัพ แต่ว่า...ทำไมเขาถึงได้บุกรุกมาพร้อมกับเหตุการณ์ดันเจี้ยนด้วยล่ะ

ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์ดันเจี้ยนมันถูกสร้างขึ้นมายังไง จากที่ฉันรู้เกี่ยวกับศัตรูของโลก ฉันรู้ว่าพวกเขาได้ใช้ 'ทางผ่าน' ในการจัดการส่งกองทัพมายังโลกและดันเจี้ยนได้กักพวกนั้นเอาไว้ในเหตุการณ์ดันเจี้ยนเพื่อที่ให้มนุษย์ไม่จำเป็นจะต้องสู้กับพวกศัตรูของโลกที่บุกเข้ามาพร้อมๆกันและยังช่วยสนับสนุนนักสำรวจที่เคลียร์เหตุการณ์ดันเจี้ยนพวกนี้ได้ด้วยไอเทมและรางวัลสเตตัส

สิ่งที่ฉันจำได้คือในระหว่างเหตุการณ์ดันเจี้ยนชุดที่สอง ฉันได้เจอกับเผ่าปีศาจในเหตุการณ์ดันเจี้ยนสุดท้ายที่ฉันเคลียร์ นี้มันหมายความว่าทั้งมอนสเตอร์และปีศาจต่างก็ตกอยู่ในกับดักของดันเจี้ยนในตอนที่พวกนั้นข้ามมาโลกนี้โดยไม่มีข้อยกเว้น แต่ว่าคราวนี้มันยังไงกันล่ะ ฉันได้พบกับปีศาจในเหตุการณ์ดันเจี้ยนที่เคลียร์ไปมั้งหรือยังนะ

"ไม่ ฉันไม่เจอเลยนี่"

ฉันได้ส่ายหัวออกมา ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันเพิ่งจะมารู้ตัวเอาตอนนี้ การหายไปของเหตุการณ์ดันเจี้ยนและกองทัพเดม่อนลอร์ด คำตอบมันก็ง่ายมากมันมีเพียงแค่ความหมายเดียวเท่านั้น

"เหตุการณ์ดันเจี้ยนไม่ได้หายไป...แต่ว่ามีคนที่ทรงพลังพาปีศาจออกมาจากเหตุการณ์ดันเจี้ยน เนื่องจากว่าพวกนั้นได้วางแผนกันเอาไว้แล้วพวกนั้นจึงมารวมตัวกันในที่หนึ่งและเริ่มการพิชิตโอเชียเนีย

"ถ้างั้นเหตุผลที่เหตุการณ์ดันเจี้ยนทั้งหมดหายไปจากแอนตาร์กติก้าก็คือ..."

"ใช่ พวกนั้นน่าจะคุมได้"

ฉันต้องตกตะลึงกับเรื่องนี้ ถ้าหากว่าสมมุติฐานนี้ถูกต้องปีศาจก็กำลังเล่นกับระบบดันเจี้ยนจริงๆ การป้องกันของดันเจี้ยนก็จะหมดความหมายไปหรือไม่ก็กลายเป็นไร้ประโยชน์ไปกว่าครึ่ง นี้มันเป็นเพราะพวกนั้นมีพลังของโลกงั้นหรอ ฉันไม่สามารถจะยืนยันอะไรได้เลย

"ขอโทษนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาโรเล็ตต้าสักหน่อย กลับไปพื้นที่พักอาศัยกันก่อนล่ะกัน"

"อื้อ"

ฉันได้รีบเข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อหาโรเล็ตต้าในทันที เธอได้ทักฉันมาอย่างยินดี แต่ไม่นานนักสีหน้าของเธอก็แย่ลงเมื่อฉันบอกในสิ่งที่ฉันคิดออกไป

"นั่นมันเป็นไปไม่ได้ นั่นมันเหมือนกับการท้าทายพลังของลอร์ดโดยตรงเลยนะ ตาแก่นั้นอาจจะน่ารำคาญก็จริงแต่ว่าเขาแข็งแกร่งมาอย่างแน่นอน"

"แต่ว่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น"

"อู แต่...อืมมม..."

โรเล็ตต้าได้เด้งตัวขึ้นมาและเริ่มเดินวนรอบๆฉัน จากนั้นเธอก็พึมพัมกับตัวเองอย่างน่ากลัวนิดหน่อย แต่ว่าฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

ไม่นานนักเธอก็หยักหน้าออกมาราวกับว่าเธอได้ตัดสินใจแล้ว เธอได้หันหน้ามาหาฉัน

"ชิน ลองต้านนี้ดูนะ"

"หือ"

"ต้านมันโอเคนะ ถึงแม้ว่าชินจะต้านไม่ได้ฉันก็ยิน...อะแฮ่ม ยังไงก็เถอะลองต้านมันดู"

โรเล็ตต้าไม่ได้รอให้ฉันได้ตอบกลับไปเลย เธอได้ปิดตาลงไป เมื่อเธอได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแสงที่ลอยอยู่ภายในนัยตาของเธอจู่ๆก็ปล่อยแสงแพรวพราวออกมา

โรเล็ตต้าสวยเกินไปแล้ว

ไม่นานนักหัวใจของฉันก็เต้นแรงและความคิดแปลกๆก็เข้ามาภายในหัว ฉันรู้ว่าฉันชอบโรเล็ตต้า แต่ว่าการกระตุ้นนี่มัน...

"โร...เร็ตต้า"

"เยี่ยม แบบนั้นแหละ... ไม่สิ นี้มันไม่ถูก"

ฉันรู้ดีว่าโรเล็ตต้าสวยมาก แต่ว่าในตอนนี้มันอยู่เหนือยิ่งกว่าที่ฉันจินตนาการซะอีก เกิดอะไรขึ้นกัน ฉันคิดว่าฉันโตมากพอที่จะรักษาท่าทางและระเบียบแล้วนะ แต่ว่าฉันก็ไม่สามารถจะควบคุมความต้องการได้ ฉันได้เดินเข้าไปหาโรเล็ตต้าอย่างช้าๆ ทันใดนั้นเองฉันก็รู้สึกกลัว ฉันรู้สึกเหมือนกับถูกดูดไปโดยเสน่ห์ของโรเล็ตต้าโดยที่ไม่สามารถจะคงตัวตนดั้งเดิมฉันได้เลย ฉันรู้สึกกลัวที่จะสูญเสียตัวตนของตัวเองไป

ในท้ายที่สุดแล้วก่อนที่ฉันจะได้ทันโจมตีโรเล็ตต้า ฉันได้เร่งส่งมานาเข้าไปในดวงตามารและปลดปล่อยเสน่ห์ที่ฉันเก็บเอาไว้ออกมา มันเป็นเรื่องปกติที่คนที่มีเสน่ห์ที่สูงก็จะโต้กลับคนที่มีเสน่ห์สูงได้ สติของฉันได้ค่อยๆเริ่มย้อนกลับมา โรเล็ตต้าก็ยังคงสวยงามอย่งไม่น่าเชื่ออยู่ แต่ว่าฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้อีกแล้ว

ราวกับว่าโรเล็ตต้ายังไม่ยอมแพ้เธอได้เม้มริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยและเพิ่มพลังไปในดวงตาของเธอ ยังไงก็ตามฉันก็ยังคงปลุกพลังเสน่ห์ของฉันต้านพลังของเธอ ในเวลาเดียวกันฉันก็เข้าใจในพลังของดวงตามารของโรเล็ตต้า ดวงตามารที่สามารถจะข่มเสน่ห์ที่สูงของฉัน ตามที่ฉันคิดเอาไว้เลยโรเล็ตต้ามีพลังอยู่เหนือกว่าที่ฉันจินตนาการเอาไว้....

"เธอจะเร่งไปสูงแค่ไหนกันนะ"

"โอ๊ย"

เมื่อรู้ตัวว่าดวงตาของโรเล็ตต้ากำลังส่องประกายขึ้นไปจนถึงจุดที่อันตรายฉันได้เขกหัวเธอลงไป จากนั้นในท้ายที่สุดเธอก็ได้หยุดปล่อยพลังจากดวงตามารและลูบหัวของเธอ

"ฮิค จนจบแล้วชินก็ไม่เข้ามา"

"เธอเป็นคนบอกให้ฉันต้านมันเองนะ"

"ฉันโกรธเพราะชินต้านมันได้ดีเกินไป ถ้าฉันเป็นชิน ฉันก็คงจะใช้โอกาสนี้จู่โจมแล้ว"

"นั่นคือสิ่งที่เธอหวังสินะ"

"ใช่เลย"

โรเล็ตต้าก็ไม่ได้ซ่อนความตั้งใจของเธอเอาไว้เหมือนเคย ฉันได้เขกหัวของเธออย่างตกตะลึงอีกครั้งทำให้โรเล็ตต้าเบะปากออกมาเหมือนเป็ด

"ฉันไม่มั่นใจว่าชินจะต้านมันได้จริงๆ อู ทำไมลอร์ดถึงได้ใส่เจ้าพวกนั้นมาในดันเจี้ยนเพื่อยกระดับความต้านทานของชินขึ้นด้วยนะ"

"เธออยากจะให้ฉันตอบเรื่องนั้นจริงๆหรอ..."

ในตอนที่ฉันตอบกลับเธอ โรเล็ตต้าที่ยังตะลึงอยู่ก็ร้องออกมาอย่างรังเกียจ

"มันเป็นเวลากว่าสามร้อยปีแล้วที่ดวงตามารของฉันถูกปิดกั้นไว้ เอาเถอะ นี้ก็ยังเป็นครั้งแรกด้วยที่มีการเปิดใช้งานในสามร้อยปี..."

"แล้วดวงตามารของเธอเป็นประเภทเสน่ห์จริงๆสินะ"

ดวงตามารที่ฉันเห็นมาจนถึงตอนนี้ต่างก็งดงามทั้งหมด แต่ว่าดวงตาของโรเล็ตต้าดูงดงามจนเป็นพิเศษ มันทำให้เข้าใจได้เลยถ้าหากดวงตามารของเธอเป็นในด้านเกี่ยวข้องกับเสน่ห์

"ใช่แล้วล่ะ ชินมีคุณสมบัติในการไปพบกับลอร์ดและฉันก็ทำแบบนี้เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าชินจะไม่ไปหลงเสน่ห์ในตอนที่เจอลอร์ดนะ ดังนั้นตอนนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว ไปหาและถามกับลอร์ดตรงๆได้เลยล่ะ นี้น่าจะเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดแล้ว"

เข้าใจล่ะ ดูเหมือนเธอจะใช้ดวงตามารของเธอทำให้เกิดเหมือนในสถานการณ์ที่ฉันต้องไปเจอกับลอร์ด ถ้าอย่างนั้นลอร์ดก็คงจะเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับดวงตามารแห่งเสน่ห์ของโรเล็ตต้า

แน่นอนว่าแนไม่ได้มองเกินเลยไปแม้แต่นิด นี้ไม่ใช่เพราะว่าโรเล็ตต้าเอาขวานออกมาหรอกนะ

"นั้นสินะ แต่ว่า..."

"ฉันไปขอมาให้ชินแล้ว นี้เป็นโอกาสดีที่่จะคุยกับเธอ มาเถอะไปกัน"

"โอเค"

มันไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันปฏิเสธออกไปอยู่แล้ว ฉันก็ยังอยากรู้ถึงตัวตนของลอร์ดคนนี้เหมือนกัน ถ้าหากว่าฉันมีโอกาสได้พบเธอด้วยตัวเอง ฉันก็อยากจะทำแบบนั้น

"ก่อนอื่นก็ไปส่วนแฟรี่ก่อน จากนั้นฉันจะเปิดเส้นทางเพื่อไปสู่ที่ๆลอร์ดอยู่"

ที่สวนแฟรี่ฉันได้พบกันโรก้าเนี้ยวที่กำลังเล่นกับภูติธาตุ เธอดูเหมือนกับแมวสาวที่กำลังไล่เหล่าผีเสื้อ เนื่องจากเป็นแมว โรก้าเนี้ยวได้รู้สึกถึงตัวตนของเราในทันทีและหันมา

"อ่า หัวหน้านี่เองเนี้ยว"

"หลินอยู่ไหนหรอ"

"หลินกำลังทำอะไรไม่รู้อยู่นะ เขาไม่ได้อยู่กับโรก้าเนี้ยว..."

หูของโรก้าได้ตกลงเหมือนกับไม่พอใจ ฉันได้ผงะไป สิ่งที่หลินทำก็คือของสำหรับฉันและเดซี่อย่างแน่นอน โรเล็ตต้าได้หัวเราะออกมาและลูบหัวโรก้าเนี้ยว

"หลินกำลังชดเชยความผิดพลาดด้วยการทำงานนะ รออีกนิดนะโรก้า เขาใช้เวลาไม่นานหรอก"

"เข้าใจแล้วเนี้ยว หัวหน้าเป็นคนใจดีจังเนี้ยว"

ฉันอยากจะรู้จังเลยว่าจะเป็นยังไงหากเธอรู้ว่าโรเล็ตต้าเป็นคนที่มอบงานนี้ให้กับหลิน เนื่องจากว่าฉันไม่อยากจะทำลายฉากดีๆนี้ฉันได้แต่เงียบต่อไป โรเล็ตต้าได้ลูบโรก้าเนี้ยวและแนะนำเธอ

"ในตอนที่ท้องเธอโตขึ้น เธอจะมาวิ่งแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ มันจะไม่ดีสำหรับลูกของโรก้า"

"เข้าใจแล้วเนี้ยว แต่ว่าหัวหน้ารู้เรื่องนี้ได้ไงอะในเมื่อหัวหน้าไม่เคยคลอดลูกหรือนอนกับผู้ชายมาก่อนเนี้ยว"

"...หุหุ ฉันมีวิธีของฉัน"

"หัวหน้าน่าทึ่งจริงๆเลยเนี้ยว"

"หุหุหุ"

ฉันรู้สึกได้เลยว่าบทลงโทษของหลินจะต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ ฉันถึงขนาดที่ไม่อยากจะเข้าไปใกล้โรเล็ตต้าเพราะรอยยิ้มที่แสนน่ากลัวของเธอ

"ไปกันเถอะชิน"

"อ่า"

โรเล็ตต้าได้จับมือของฉันและเดินออกไป ในตอนที่โรก้าเนี้ยวได้หายไปจากสายตาของเราเธอก็มองมาที่ฉัน

"ครึ่งหนึ่งมันเป็นความผิดของชิน"

"ไม่มีทางที่สองพันเจ็ดร้อยปีมันจะเป็นความผิดของฉันทั้งหมดนะ"

"ชิน...."

"ไปกันเถอะ เร็วเข้า"

สวนแฟรี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ของกิลด์ผู้ดูแลเท่านั้น แต่ว่าก็ยังเป็นสถานที่ที่ลึกลับอีกด้วย เพียงแค่เราเดินไปในขณะที่คิดถึงคนที่ต้องการไปหา คุณก็จะเจอคนๆนั้น มันเป็นสถานที่ๆห่างใจจากอาณาจักรของมนุษย์ที่ปกครองโดยมนุษย์ มันคือสถานที่แห่งความลึกลับ

"อย่าปลอดมือจากฉันนะแล้วก็ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าคิดอะไรเลย"

"เข้าใจแล้ว"

โรเล็ตต้าได้จับมือฉันเอาไว้และเตือนออกมา จากนั้นพวกเราก็ได้เริ่มก้าวเดินเข้าไปในป่าที่ว่างเปล่า ด้วยแบบนี้สภาพแวดล้อมได้เริ่มเปลื่ยนไปจากป่าสู่ทุ่งหญ้า จากทุ่งหญ้าสู่ถิ่นทุรกันดาร จากถิ่นทุรกันดารไปสู่เนินเขา ฉากต่างๆได้เปลื่ยนไปราวกับว่าพวกเรากำลังเทเลพอตไปสู่ที่ต่างๆ ไม่นานนักทุกๆสิ่งก็ได้หายไปและพวกเราก็ได้มาถึงพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยความมืดมิด

ถ้าหากว่ามันมีดาวซักดวงให้เห็น ฉันก็คงจะคิดว่าเราอยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนแล้ว ถ้าหากว่ามันไม่มีความรู้สึกว่าเราอยู่ในพื้นที่กว้างไร้ที่สิ้นสุดแล้ว ฉันก็ต้องคิดว่าเราอยู่ในห้องมืดแน่ๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลยซักนิด อย่างน้อยที่สุดฉันก็รู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในสวนแฟรี่แล้ว ตัวตนของโรเล็ตต้าราวกับเป็นกุญแจและใช้สวนแฟรี่เป็นประตูในการที่จะพาเรามาที่นี่ มันก็คล้ายๆกับการที่ฉันเข้ามารในส่วนแฟรี่ผ่านบ่อน้ำในคฤหาสน์ของฉัน

สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับที่ไหนเลยและมีอยู่อย่างอิสระ มันไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้ามาได้เพียงแค่ต้องการจะเข้าก็เข้ามาได้หรือต้องการจะออกก็ออกไปได้

"เราอยู่ที่ไหน"

"มันเป็นรสนิยมของยายแก่นะ"

"ยายแก่หรอ หยาบคายจังนะโรเล็ตต้า"

ในตอนที่โรเล็ตต้าพูดถึงเธอ เสียงของผู้หญิงที่สงบก็ดังขึ้นมา ฉันได้หันไปทางเสียงนั้นตามสัญชาตญาณ มันไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงนี้ แต่ว่ามีบางอย่างที่ทำให้ฉันคุ้นเคย ฉันรู้สึกคุ้นเคยมากๆ ในขณะที่ฉันกำลังถูกล้อมด้วยความแปลกใจ ลอร์ดก็ทักทายออกมาด้วยรอยยิ้ม

"นี้เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกัน ฉันเชอริฟิน่า ผู้ดูแลดันเจี้ยนแห่งนี้ ทุกๆคนเรียกฉันว่าลอร์ดแต่ว่าฉันมักจะบอกให้พวกเราเรียกอย่างอื่นอยู่เสมอ"

ในตอนที่ฉันได้ยินเสียงเธออีกครั้ง ฉันก็ตระหนักได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้คือใคร

"พี่สาวข้อความ... พี่สาว"

ในความมืดมิด พี่สาวข้อความ หรือก็คือเชอริฟิน่าที่ทักทายเรา... คือเด็กผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียว บางทีเธอก็อาจจะตัวเล็กยิ่งกว่าไอน่าซะอีก

จบบทที่ บทที่ 253 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (4) [23-09-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว