เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 251 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (2) [19-09-2020]

บทที่ 251 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (2) [19-09-2020]

บทที่ 251 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (2) [19-09-2020]


บทที่ 251 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (2)

หมาป่าโครงกระดูกยักษ์นั้นดูน่าจะเป็นการรวมกันของเวนดิโก้กับหมาป่ายักษ์ มันได้ปล่อยพลังงานเยือกแข็งอย่างมากออกมา ยังไงก็ตามไม่ว่ามันจะมีพลังมากยังไงมันก็ไม่ได้อยู่เหนือไปกว่าความคาดคิดของฉัน มันไม่ได้เป็นภัยคุกคามกับฉันเลย

[ก๊าซซซซซซซซ]

มันก็ยังเร็วมาก แต่แน่นอนฉันเร็วกว่า พลังงานเยือกแข็งของมันก็ทรงพลังมาก แต่ก็อ่อนแอไปกว่าริยู มันสามารถจะขยายหัวหรือเท้าหน้าของมันได้ แต่ว่ามันไม่มีทางโจมตีฉันแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อเทียบมันกับราชาแห่งการจำศีลผู้ที่ลบตัวตนได้อย่างสมบูรรืแล้ว หมาป่าโครงกระดูกตัวนี้มันมีตัวตนที่ชัดเจนเกินไป

ในตอนที่มันขยายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมันพลังงานก็จะรวมอยู่ในจุดๆนั้นก็จะมารวมกันอย่ามากจนมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะไม่รู้ตัว มีถ้าเดียวที่มันจะโจมตีโดนฉันได้ก็คือจงใจรับการโจมตี ฉันสงสัยมากๆว่าทำไมในก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่ได้สังเกตุถึงเลือกนี้

"พี่ชายคนนี้ยังมีเรื่องที่จะต้องทำอีกมาก ดังนั้นฉันไม่มีเวลาจะมาเล่นกับนายแล้ว โอเวอร์ลอร์ด"

เนื่องจากว่าฉันไม่ได้วางแผนไว้ว่าจะไปต่อสู้ที่ไหนอีกฉันจึงใช้โอเวอร์ลอร์ดออกไปโดยที่ไม่ลังเลใจ มันไม่มีทางที่บอสในชั้นที่ 25 ของบียอนจะต้านทานพลังที่เอาชนะได้แม้แต่ศัตรูของโลกได้อยู่แล้ว ในตอนที่หมาป่าโครงกระดูกได้เห็นพลังงานภายในตัวฉันพุ่งขึ้นมา มันก็หอนขึ้น

[ก๊าซซซซซซซซซ]

['เสียงคำรามแห่งการพังทลาย' ของหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็งไปดังออกมา ทุกๆสิ่งที่มีรูปร่างจะเริ่มพังลง และทุกๆอย่างที่พังลงจะถูกควบคุมโดยหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็งและโจมตีคุณ]

รู้แล้ว ถ้างั้นนี่ก็เป็นเหตุผลให้ห้องของบอสเป็นภูเขาหิมะสินะ หลังจากได้ยินข้อความจากพี่สาวข้อความฉันได้รีบอัญเชิญชาราน่าออกมาเพื่อให้เธอเข้ามาในตัวฉันและบินขึ้นไป อย่างแรกพื้นดินใต้เท้าเราได้เริ่มพังลงตามมาด้วยยอดเขาหิมะเป็นชุด จากนั้นด้วยการควบคุมมานาจากหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็ง หิมะที่พังลงทั้งหมดได้พุ่งเข้ามาหาฉัน หลังจากที่หมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็งได้ใช้เสียงคำรามแห่งการพังทลายมันก็ยังแช่แข็งอากาศบางส่วนและพุ่งตรงมาหาฉันบนท้องฟ้า

เมื่อได้เห็นทุกๆอย่างพุ่งเข้ามาหาฉันพร้อมกับจิตสังหารฉันก็ยิ้มเย้ยออกมา มันดูเหมือนกับกำลังมองดูไกอา บัสเตอร์ในเวอร์ชั่นที่ใหญ่กว่า ด้วยสเตตัสของฉันแม้ว่าฉันจะไม่สามารถทำแบบเดียวกันนี้ได้ แต่อย่างน้อยฉันก็สามารถจะทำแบบที่หมาป่าโครงกระดูกทำได้ซักครึ่งหนึ่ง

แม้ว่ามันจะไม่ได้มีพื้นที่แบบนี้มากนัก แต่ว่าเมื่อกลับไปที่แอนตาร์กติก้ามันก็มีพื้นที่มากพอที่จะทำแบบนั้นแล้ว

"ริยู เธอช่วยจัดการด้านการป้องกันที่นะ ไพก้าใช้พลังเต็มที่กันเถอะ"

[อื้อ]

[แสดงพลังให้เจ้าหมานี่ดูกัน]

ริยูได้ลอยขึ้นไปและเข้าไปหาก้อนน้ำแข็งที่กำลังเข้ามาหาเรา หลังจากที่ใช้มานาของฉันไปถึง 20% เธอก็เข้าไปในดงน้ำแข็งและควบคุมมันทั้งหมดด้วยตนเอง

เมื่อเห็นว่าฉันปลอดภัยจากการโจมตีแล้วฉันได้เร่งความเร็วขึ้นไปในทันทีและชี้หอกที่หุ้มสายฟ้าสีทองไปทางหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็ง สายฟ้าของไพก้าที่ถูกยกระดับโดยพลังของเทพสายฟ้าและผสมกับฮีโรอิคออร่าได้ทำให้มันกลายเป็นสายฟ้าสีแพลตตินัม ถึงแม้ว่ามันน่าอายที่จะพูดเองแต่ว่าฉากนี้มันก็สมแล้วกับชื่อเทพสายฟ้า

"นายแข็งแกร่ไม่พอ ระดับที่ฉันอยู่ในตอนนี้อยู่ไกลกว่าความต้องการในชั้นนี้ไปนานแล้ว"

[ฉันจะส่งกลับคืนแล้วนะ รับไปเลย]

ในเวลาเดียวกันกับที่ฉันแทงหอกออกไป ริยูก้ยังได้ตะโกนออกมา จำนวนก้อนน้ำแข็งต่างๆที่ถูกยิงออกไปได้ถูกยิงกลับมาทางหมาป่าโครงกระดูกตามคำสั่งของริยู หมาป่าโครงกระดูกทำได้เพิ่งหอนออกมาและเผชิญหน้ากับมันตกๆ แต่ไม่นานนักเสียงหอนของมันก็เหมือนกับเสียงร้องแทนมากกว่า

[คุณได้เคลียร์บียอนชั้นที่ 25 คุณได้รับคุณสมบัติในการท้าทายดันเจี้ยนชั้นที่ 76]

[พลังชีวิตและมานาสูงสุดของคุณเพิ่มขึ้น 2% คุณได้รับโบนัสสเตตัส 5 แต้ม]

[ทักษะที่คุณได้ใช้ในบียอนชั้นที่ 25 นี้จะถูกเพิ่มค่าประสบการณ์ขึ้นตามจำนวนการใช้]

[คุณได้เอาชนะบอสประจำชั้นของบียอนตัวที่ 5 หมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็ง คุณได้รับฉายา 'นักล่าหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็ง' สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1 เป็นการถาวร]

[เลือกรางวัลของคุณ]

[1.แหวนแห่งการพังทลาย]

[มันอ่อนไป]

"น่าทึ่งจริงๆ แม้แต่บอสประจำชั้นของบียอนก็ทำอะไรกับริยูไม่ได้เลยสินะ"

[เอะเฮะเฮะ]

แม้ว่าหมาป่าโครงกระดูกจะอ่อนแอกว่ามังกรซ่อมบี้แต่ทักษะพังทลายและควบคุมพื้นที่มันน่ากลัวจริงๆ ถ้าหากว่าฉันไม่มีภูติธาตุอย่างริยูอยู่ด้วยฉันก็คงจะต้องมีปัญหาแน่ๆ

นอกจากนี้ยังเป็นการควบคุมก้อนน้ำแข็งยักษ์พวกนี้.... การควบคุมนี้เป็นพลังที่เพิ่มขึ้นมาของริยูหรอ ยังไงก็ตามทีก็เป็นเพราะเธอที่มีส่วนช่วยมากที่สุดฉันก็ได้ยกย่องเธออย่างเต็มไปใจในขณะที่ลูบหัวเธอไปด้วย จากนั้นฉันก็อ่านข้อความที่ฉันเพิ่งจะได้รับมา

มันค่อนข้างจะเข้าใจได้ในเรื่องที่ว่าฉันไม่ใช่คนแรกที่เอาชนะหมาป่าโครงกระดูกเยือกแข็งได้ในการโซโล่ แต่ฉันก็ยังตกใจ นี้มันหมายความว่าก็ยังมีคนอื่นๆปีนมาถึงบียอนชั้นที่ 25

คนรุ่นก่อนหน้าฉันปีนบียอนไปไกลแค่ไหนกันนะ แล้วดันเจี้ยนที่หนึ่งล่ะ ชายที่อยู่ในพื้นที่พักอาศัยของบียอนก็อีกคน แม้ว่าฉันจะเต็มไปด้วยคำถามในหัวมากมายแต่ฉันก็เลือกเก็บมันเอาไว้ ฉันรู้ว่าเมื่อมันถึงเวลาฉันก็จะรู้เอง

ถัดมาก็คือเรื่องพลังของแหวนแห่งการพังทลายมันเหนือกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ มันเหมือนๆกับแหวนเสียงสะท้อนที่ได้มาจากบอสประจำชั้นของบียอนในก่อนหน้านี้ที่ขยายพลังของทักษะประเภทเสียงคำราม แหวนแห่งการพังทลายนี้ได้เพิ่มพลังที่อย่างน่ากลัวคือการขยายระยะขึนเป็นสองเท่าของทักษะที่ทำลายพื้นดิ

ฉันได้นึกไปถึงเวทย์แผ่นดินไหวที่จอมเวทย์ชอบใช้กัน แต่ตัวฉันมีเพียงแค่ไกอา บัสเตอร์ ฉันอยากจะทดสอบมันซะเดี๋ยวนี้ แต่ว่าเพราะพื้นน้ำแข็งที่นี่มันพังไปจากทักาะของบอสในตอนก่อนหน้านี้แล้วทำให้ฉันได้แต่ต้องออกมาจากที่นี่ก่อน เมื่อฉันได้ออกมาฉันก็ได้เจอกับลูกค้าที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะมาเจอในร้านขายของมาก่อน

"โอ้ นี่มันคือฮีโร่ที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤติสองเท่านี่นา"

"อึก"

"โอ้ชิน มาเร็วจัง"

คนที่คุยกับโรเล็ตต้าไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเอเลนี่หัวหน้าของกิลด์ผู้ดูแลไร้หุบเขา ครั้งล่าสุดที่ฉันได้คุยกับเธอมันไม่ใช่เรื่องที่น่ารื่นรมเลย ฉันได้รู้สึกอึดอัดในทันทีที่เห็นหน้าของเธอ ฉันได้มองไปอย่างเงียบๆที่โรเล็ตต้าเพื่อถามเธอด้วยการแสดงออกทางสีหน้า

"อ่า เธอมาพูดคุยเรื่องงานนะ ฉันไม่รู้ว่าชินจะกลับมาตอนไหน ฉันก็เลยออกไปจากร้านขายของไม่ได้"

"เธอควรทำในสิ่งที่พอประมาณนะโรเล็ตต้า ถ้าเธอยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่เธอก็จะไต่กลับมายากขึ้นเท่านั้น"

"เงียบน่าก่อนที่เธอจะได้ตกลงไปลึกๆเลยเอเลนี่"

เอเลนี่ได้เบะปากเงียบๆ ฉันได้โบกมือลาด้วยรอยยิ้มขมและบอกเกี่ยวกับการที่จะออกมาในตอนที่โรเล็ตต้าได้พยายามหยุดฉัน

"มันใกล้จบแล้ว ดังนั้นอยู่ที่นี่เล่นกับฉันก่อนนะ"

"ถ้าหากว่าหัวหน้ากิลด์ผู้ดูแลถ่อมาถึงนี่เพื่อที่จะหารือเรื่องบางอย่างมันก็คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ เดี๋ยวฉันจะกลับมาทีหลังจากนั้นพวกเราจะได้เดินเล่นด้วยกัน"

เอเลนี่ได้หยักหน้าอย่างจริงจังทั้งที่ยังคงเงียบอยู่ โรเล็ตต้าได้จ้องมาที่เอเลนี่ด้วยจิตสังหาร แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ถอนหายใจและหยิบขวานออกมาจาก.... เดี๋ยวนะ นี่มันไม่ใช่สัญญาณของการลาออกหรอ!?

เอเลนี่ที่ไม่ได้สังเกตุเห็นถึงขวานของโรเล็ตต้าจู่ๆก็จ้องมาที่ฉันด้วยสายตาที่เป็นประกาย ในตอนที่ฉันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆเธอก็พูดในคำที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนออกมา

"ฮีโร่ ฉันได้ยินว่าว่านายได้เอาชนะศัตรูของโลกมาสองตัวแล้ว ถ้างั้นนายก็สามารถมาช่วยในด้านธุระของเราด้วยได้ไหม?"

ก่อนที่ฉันจะได้ตอบกลับไป โรเล็ตต้าก็กระชับขวานบนมือและพูดออกมา

"เอเลนี่ หยุดได้แล้ว"

"มันไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมอบภารกิจให้กับนักสำรวจที่มีคุณสมบัติเหมาะสมงั้นหรอ นี่มันคืองานของสมาชิกของกิลด์ผู้ดูแล"

"แต่ว่าเขาก็ยุ่งอยู่แล้ว ถ้าเธอยังคงสร้างเรื่องยุ่งยากให้กับชินอีก ฉันจะทำให้เธอต้องเสียใจแน่"

แม้ว่าหลังจากจะถูกโรเล็ตต้าขู่ไป เอเลนี่ก็ยังมองมาที่ฉันอย่างสนใจต่อไป ฉันได้ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

"ขอโทษนะ แต่ว่าสำหรับตอนนี้ก็คงไม่ได้ มันยังมีสิ่งต่างๆอีกมากที่ฉันจะต้องทำบนโลก"

"จริงหรอ เรายังมีเวลาเหลืออยู่ถ้างั้นก็ติดต่อมาหาฉันนะเมื่อนายทำธุระ... ฮิค"

ขวานยักษ์ของโรเล็ตต้าได้เหวี่ยงปักลงบนพื้นดันเจี้ยนทำให้เสียงดังออกมาเหมือนกับฟ้าฝ่าจนเอเลนี่ต้องตกใจ

"ระ โรเล็ตต้า เธอจะทำแบบนี้จริงๆงั้นหรอ!?""

"ชิน ขอโทษนะแต่ว่าไว้มาเล่นกันทีหลัง สำหรับตอนนี้ฉันมีเรื่องอื่นที่จะต้องจัดการก่อน"

"อ่า อืมมม... โอเค พยายามหลีกเลี่ยงการฆาตกรรมนะโรเล็ตต้า"

โรเล็ตต้าได้ตอบกลับคำแนะนำของฉันเบาๆราวกับว่าเธอกำลังยุ่งกับการจับยุ่งหน้ารำคาญที่บินอยู่ในห้อง

"ฉันจะคิดดู"

"เฮ้ฮีโร่ นายกำลังหนีนะ ฉันจะแก้แค้นแน่"

"โรเล็ตต้า ฉันก็ไม่คิดอะไรหรอกนะแม้ว่าโรเล็ตต้าจะเป็นคนร้ายนะ"

"โอเคชิน ฉันเข้าใจแล้ว"

"ฮีโร่ นาย นายให้การช่วยเหลือการฆาตกรรม มันเป็นอาชญากรรมนะ เฮ้"

เพราะแบบนี้ฉันจึงหนีออกมาจากเอเลนี่และโรเล็ตต้าได้อย่างปลอดภัย

"แปลก แปลกจริงๆ

ลิโคไรท์ดูจะไม่สบายใจในตอนที่เราได้เข้ามาสำรวจแอนตาร์กติก้า

"ฉันกำลังมาเที่ยวกับสามีที่รัก แต่ทำไมฉันไม่รู้สึกว่าเป็นแบบนั้นเลยล่ะ ทำไมกันนะ"

"ฉันมั่นใจเลยว่านั่นมันเป็นแค่การจินตนาการของเธอ บางทีเธออาจจะเปลื่ยนความคิดก็ได้ในตอนที่เราเคลียร์ดันเจี้ยน"

"ไม่ มันจะต้องเป็นเพราะว่ามันมีเวลาไม่พอแน่ๆ ถ้าแบบนี้ฉันจะต้องใช้เวลากับสามีที่รักให้มากยิ่งขึ้น"

[หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระแล้วก็มองไปข้างหน้าได้แล้วค้างคาว]

"อึก นกไร้สมองนี่..."

ลิโคไรท์ได้ขบฟันมองไปที่ล็อทเต้ ยังไงก็ตามล็อทเต้ก็พูดถูก แม้ว่าพวกเราจะเดินทางกันได้อย่างรวดเร็วบนหลังของล็อทเต้ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาเหตุการณ์ดันเจี้ยนในทวีปที่ใหญ่ขนาดนี้เจอ ลิโคไรท์ที่มีผลสรุปการค้นหาของซัคคิวบิอยู่ในหัวจำเป็นจะต้องตั้งใจนำทางเราเพื่อที่จะให้การสำรวจแอนตาร์กติก้าจบลงอย่างรวดเร็ว

"แม้แต่สามีที่รัก... ฉันรู้สึกเหมือนกับเป็นแค่แผนที่เลย"

"พยายามหน่อยนะลิโคไรท์ เมื่อจบเรื่องนี้แล้วฉันมีรางวัลจะให้ด้วยนะ"

"ถ้าสามีที่รักพูดแบบนั้น...."

ลิโคไรท์ได้บ่นออกมาเล็กน้อยและปิดตาลงเพื่อตั้งสมาธิหาข้อมูลภายในหัวของเธอ จากนั้นเธอก็สั่งให้ล็อทเต้เลี้ยงขวาและบินตรงต่อไป

ในตอนที่เราได้มาถึงจุดๆหนึ่ง เธอก็ได้มองไปทางธารน้ำแข็งขนาดใหญ่และทำท่าทางมึนงง จากนั้นเธอก็ปิดตาลงไปครู่หนึ่งก่อนจะเปิดออกมา

"สามีที่รัก"

"หืม?"

สิ่งต่อมาที่เธอได้พูดขึ้นทำให้ฉันประหลาดใจอย่างมาก

"ดันเจี้ยนอยู่ที่นี่แน่นอน ฉันคิดว่ามันถูกเคลียร์ไปแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 251 - เหนือดินแดนน้ำแข็ง (2) [19-09-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว