- หน้าแรก
- มรดกเกมอสูร
- บทที่59: [มหกรรมกลืนกิน] โลหิตหยดแรก
บทที่59: [มหกรรมกลืนกิน] โลหิตหยดแรก
บทที่59: [มหกรรมกลืนกิน] โลหิตหยดแรก
เสียงปืนเงียบลง
เพราะร่างของเฝิงมู่กับหวังอี้หลินซ้อนทับกันอยู่ พวกหัวหน้าสถานีตำรวจกลัวว่าจะยิงพลาดไปโดนผู้บัญชาการ
แล้ว...
พวกเขาก็ราวกับกลายเป็นหินไปทั้งกลุ่ม สีหน้าแข็งทื่อและหวาดกลัวอย่างยิ่ง
พวกเขามองเห็นอย่างน่าสยดสยองว่าเนื้อของหวังอี้หลินกำลังยุบลง ผิวหนังที่เคยมันเยิ้มและหน้าท้องที่เคยป่อง ยุบแฟบลงอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผิวหนังที่เคยเต่งตึงบนใบหน้าก็พลันเหี่ยวย่นหย่อนคล้อย ราวกับจะยึดเกาะไม่อยู่ห้อยอยู่บนใบหน้า ทั้งร่างดูแก่ลงไปหลายสิบปีในทันที
ส่วนรูลูกปืนที่ขาและเอวของชายสวมหน้ากากคนนั้น กลับกำลังสมานตัวอย่างน่าประหลาด พวกเขาถึงกับมองเห็นบาดแผลกำลังขยับเขยื้อน งอกเนื้อเยื่อเล็กๆ ออกมาหนาแน่น ดูเหมือนกับฟันที่มีชีวิตนับไม่ถ้วนกำลังขบกัดซึ่งกันและกัน
ภาพนั้นมันออกจะดูคล้ายอสูรกายจากต่างมิติอยู่บ้าง ทำให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนหัวใจสั่นระรัว ค่าสติลดฮวบ
เมื่อลูกกระสุนหกเจ็ดนัดถูกเนื้อเยื่อคายออกมา เมื่อร่างที่แห้งเหี่ยวร่วงลงบนพื้นราวกับขนนก เมื่อหน้ากากที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดหันกลับมา ดวงตาสีแดงก่ำที่ไม่คล้ายมนุษย์จ้องมองมายังพวกเขาอย่างละโมบ
นิ้วที่กำลังจะเหนี่ยวไกปืนของหัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนแข็งทื่อจนกดไม่ลง
ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับสมาชิกองค์กรอธรรมสุดขั้วที่ชั่วร้ายเพียงใด พวกเขาที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว ย่อมสามารถระงับความหวาดกลัว เหนี่ยวไกปืนได้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับ...อสูรกายตรงหน้านี้ ที่ไม่รู้ว่าจะยังสามารถเรียกว่ามนุษย์ได้อีกหรือไม่ ไม่มีใครหวังว่าก้าวต่อไปของมันจะพุ่งเป้ามาที่ตนเอง
พวกเขากลั้นหายใจ ร่างกายราวกับถูกควบคุมโดยสัญชาตญาณ ยืนนิ่งอยู่กับที่ นี่คือกลไกการป้องกันตัวดั้งเดิมที่สุดของร่างกาย
บรรพบุรุษของมนุษย์ในยุคโบราณ สมัยที่ยังคงกินเนื้อดิบดื่มเลือดสด เวลาที่เจอกับสัตว์กินเนื้อที่น่าสะพรึงกลัว ก็จะหยุดนิ่งไม่ไหวติง อาศัยการแกล้งตายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล่า
ในความทรงจำที่ลึกที่สุดของยีน การแกล้งตายคือวิธีการที่ได้ผลที่สุดในการเผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่เหนือกว่าในห่วงโซ่อาหาร
การกระทำของพวกหัวหน้าสถานีตำรวจในตอนนี้ดูเหมือนจะโง่เขลามาก แต่นี่กลับสะท้อนความคิดที่แท้จริงที่สุดของพวกเขาในตอนนี้ พวกเขาคิดจริงๆ ว่าหน้ากากที่เปื้อนเลือดตรงหน้านั้น ไม่ใช่พวกเดียวกัน
หน้ากากกระดูกที่ไม่มีอวัยวะใดๆ นั่นไม่ใช่การปลอมตัว แต่มันคือใบหน้าที่แท้จริงและน่าสะพรึงกลัวของอสูรกายต่างหากล่ะ
เวลาในวินาทีนี้ ราวกับถูกยืดออกไป
พวกเขามองดูหน้ากากที่เปื้อนเลือดหันศีรษะมา ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าดวงตาสีเลือดคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่ตนเอง หน้ากากนั้นทั้งๆ ที่ไม่มีอวัยวะใดๆ แต่ทุกอณูของลวดลายกลับแผ่ไอความกระหายเลือดออกมาอย่างรุนแรง
เลือดกำลังจางลง ซึมซาบเข้าไปในกระดูกอย่างน่าประหลาด หน้ากากกลับมาขาวสะอาดไร้คราบเลือดอีกครั้ง ราวกับว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
ยกเว้น...ศพแห้งเหี่ยวบนพื้น ที่กำลังฟ้องร้องความโหดเหี้ยมของอสูรกายอย่างเงียบงัน
หัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนมองดูหน้ากากสีขาวซีดที่สะอาดหมดจดนั้น เลือดในกายยิ่งเย็นเฉียบมากขึ้นไปอีก ในหัวมีแต่ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งออกมา
"[มหกรรมกลืนกิน] มันไม่ใช่การดูดเลือดด้วยปากนี่นา แต่เป็นทั่วทั้งร่าง ทุกอณูของกระดูกก็สามารถทำได้ ขอเพียงแค่ใช้กระดูกแนบชิดกับหลอดเลือดแดงที่ฉีกขาดของอีกฝ่ายก็พอแล้ว"
เฝิงมู่สัมผัสได้ถึงเลือดที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางกระดูก คิดเช่นนี้ในใจ
"นี่ถือว่าเป็นความผูกพันระหว่าง [มหกรรมกลืนกิน] กับ [นักกลืนโลหะ] สินะ ไม่ต้องใช้ปากก็ช่วยลดปัญหาให้ฉันไปได้เยอะเลย แต่...ความรู้สึกมันก็ยิ่งชั่วร้ายมากขึ้นไปอีกนะ"
เฝิงมู่ดูดเลือดเป็นครั้งแรก ประสบการณ์เป็นศูนย์ เดิมทีเขาตั้งใจจะเอาหัวไปซบที่คอของหวังอี้หลิน แล้วก็ถอดหน้ากากออก ใช้ฟันกัดกิน
ไม่คิดเลยว่าหน้ากากจะทำเกินหน้าที่ แย่งงานของฟันไปเสียได้ ในชั่วพริบตานั้น...เฝิงมู่รู้สึกจริงๆ ว่ากระดูกมันช่างเข้าใจความรู้สึกของคนเสียเหลือเกิน เข้าใจความรู้สึกเสียจนสามารถมีชีวิตขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
เขามองดูศพแห้งเหี่ยวที่ไม่ยอมหลับตาลงที่ข้างเท้า ไม่รู้ว่าทำไม...ดูเหมือนจะสามารถได้กลิ่นไอแค้นที่รุนแรงออกมาจากศพของอีกฝ่ายได้
หรืออาจจะไม่ใช่ว่าได้กลิ่น แต่เป็นกลิ่นที่เล็ดลอดออกมาจากเลือดของอีกฝ่ายต่างหาก
ก็ใช่น่ะสิ~
หวังอี้หลินอุตส่าห์ได้ก้าวหน้าในเส้นทางข้าราชการ ผลักเปิดประตูสู่โลกใหม่ ผลลัพธ์คือ...สิ่งที่ปรากฏตัวออกมาจากอีกฟากของประตูกลับเป็นใบหน้าปีศาจดูดเลือด ดูดโลกทั้งใบของเขาจนกลายเป็นศพแห้งไปแล้ว
ดูดคนเป็นๆ จนตาย เฝิงมู่เองก็รู้สึกหนาวเยือกในใจอย่างรุนแรง
ในระหว่างกระบวนการดูดเลือด เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในหัวไม่มีความคิดที่จะหยุดเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่ความอยากที่จะดูดอีกฝ่ายจนแห้งเหือดทั้งเป็นเท่านั้น
ถึงแม้ว่าตอนแรก...เขาจะไม่ได้ตั้งใจจะดูดอีกฝ่ายจนแห้งก็ตาม
เขาสามารถอนุญาตให้ตนเองหักคอคนได้ แต่เขายังไม่สามารถยอมรับการดูดคนจนกลายเป็นศพแห้งได้ในตอนนี้ ภาพลักษณ์มันเสื่อมทรามชั่วร้ายเกินไป ไม่เพียงแต่จะทำให้ค่าสติของคนอื่นลดลง ค่าสติของตนเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน
"ที่แท้...การดูดเลือดคนจนแห้งมันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง" เฝิงมู่พึมพำกับตัวเอง
ภายใต้หน้ากาก เสียงของเขาราวกับตัดขาดจากอารมณ์ของมนุษย์ น้ำเสียงเจือไปด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึกแบบโลหะ
ถึงแม้ว่าเฝิงมู่จะไม่ได้มีอารมณ์แบบนั้น แต่หัวหน้าสถานีตำรวจรอบๆ ที่กำลังเงี่ยหูฟังอยู่ ต่างก็เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย – อสูรกายยังกินไม่อิ่ม!
การแกล้งตายอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ผล
สติกลับมาควบคุมสัญชาตญาณของยีนอีกครั้ง ในหัวของหัวหน้าสถานีตำรวจทุกคนต่างก็มีเสียงหนึ่งระเบิดขึ้นมาพร้อมกัน "หนี! ขอเพียงฉันวิ่งเร็วกว่าคนอื่น คนต่อไปที่ถูกดูดจนแห้งก็จะไม่ใช่ฉัน"
ไม่มีเสียงปืนสัญญาณ แต่ทุกคนต่างก็แย่งกันวิ่งหนี จนกระทั่งในสายตาของเฝิงมู่ กลุ่มหัวหน้าสถานีตำรวจที่หันหลังวิ่งหนีนั้นกลับมีความสวยงามแบบพร้อมเพรียงกันอย่างประหลาด
สมกับเป็นกลุ่มคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจริงๆ~
ในที่เกิดเหตุเหลือเพียงหัวหน้าสถานีตำรวจที่ถูกจัดการไปแล้ว บาดเจ็บหนักจนวิ่งหนีไม่ไหว มองตามแผ่นหลังของเพื่อนร่วมทีมที่วิ่งหนีไปอย่างสิ้นหวัง
และก็พวกคนที่ถูกสถานีตำรวจจับกุมเตรียมจะนำตัวกลับไปสอบสวน ทุกคนต่างก็ซบหน้าอยู่กับพื้น ใช้ก้นที่สั่นระริกหันไปทางหน้ากาก
ดูดเลือดคนไปหนึ่งคน ไอคอน [โลหิตคลั่งแค้น] กลับมามืดลง ไอคอน [มหกรรมกลืนกิน] สว่างจ้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ข้อความระบบปรากฏบนจอประสาทตา:
> [ท่านได้เปิดใช้งานมหกรรมกลืนกิน]
> [ท่านได้ลิ้มลองถุงเลือดไปหนึ่งส่วน]
> [คุณภาพถุงเลือด: ยากที่จะกลืนลงคอ]
>
หน้าต่างแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นบนจอประสาทตา ทำให้เฝิงมู่อดที่จะนิ่งเงียบไปไม่ได้ ดูดคนเป็นๆ จนกลายเป็นศพแห้ง นี่เรียกว่าลิ้มลองไปหนึ่งส่วน งั้น...ถ้าลิ้มลองอย่างลึกซึ้งล่ะ จะต้องกลืนกินทั้งหนังหุ้มกระดูกเลยหรือเปล่า?
ข้อความระบบปรากฏบนจอประสาทตา:
> [ถุงเลือดที่ยากที่จะกลืนลงคอไม่มีคุณค่าทางโภชนาการพิเศษอะไร เพียงแค่สามารถเปลี่ยนเป็นอายุขัยให้ท่านได้ 10 วันเท่านั้น]
>
เฝิงมู่ประหลาดใจ [มหกรรมกลืนกิน] สามารถเพิ่มอายุขัยได้จริงๆ ด้วย ยืนยันการคาดเดาของเขา
จากนั้น...สีหน้าของเขาก็ออกจะเขียวๆ เล็กน้อย คนเป็นๆ คนหนึ่งเปลี่ยนเป็นอายุขัยได้แค่ 10 วัน อัตราการแปลงเปลี่ยนนี่มันน่าตกใจไปหน่อยนะ ยากที่จะไม่ทำให้เขาเข้าใจผิดว่ามีพ่อค้าคนกลางที่หน้าเลือดอยู่ระหว่างทางจริงๆ
ไอคอน [มหกรรมกลืนกิน] ในตอนนี้ก็ไม่มีความผันผวนทางอารมณ์อีกต่อไปแล้ว ราวกับเป็นไอคอนของสิ่งที่ตายแล้วตามปกติ
เฝิงมู่กะพริบตา เตรียมจะปิดหน้าต่างแจ้งเตือน ทันใดนั้น...สีหน้าของเขาก็ตกตะลึง
ข้อความระบบปรากฏบนจอประสาทตา:
> [ท่านสามารถเพิ่มอายุขัยส่วนนี้ให้กับตนเอง หรือจะเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้อื่น/สิ่งอื่นก็ได้]
> [หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของชีวิตของเป้าหมายที่ถูกเปลี่ยนถ่าย จะมีการสูญเสียที่สอดคล้องกันเกิดขึ้น]
>
เฝิงมู่: "......"
ปากของเฝิงมู่อ้าค้างเป็นรูปวงกลม ความสามารถของคุณสมบัติ [มหกรรมกลืนกิน] นี้ ดูเหมือนจะคล้ายๆ กับที่เขาคาดไว้ แต่ก็ดูเหมือนจะแตกต่างกันมากอยู่เหมือนกัน
"[มหกรรมกลืนกิน] ไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อตัวเองได้เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลต่อเขาหรือมันได้อีกด้วยงั้นเหรอ?"
"คำว่า 'เขา' กับ 'มัน' นี่...มันคือ 'เขา' กับ 'มัน' ในความหมายที่ฉันเข้าใจหรือเปล่านะ?"
แววตาของเฝิงมู่กวาดมองไปยังศพแห้งบนพื้นอย่างประหลาดพิกล ในหัวผุดความคิดประหลาดขึ้นมาทันที สมมติว่านะ...ตอนนี้ถ้าฉันเอาชีวิตที่เปลี่ยนถ่ายมาจากในร่างของเขากลับคืนให้มันอีกครั้ง...
มันจะไม่ใช่ว่า...สามารถลุกขึ้นมาจากพื้นได้อีกครั้งหรอกนะ?
(จบตอน)