เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 215 - ฮีโร่คืออะไรกันแน่ (1) [09-08-2020]

บทที่ 215 - ฮีโร่คืออะไรกันแน่ (1) [09-08-2020]

บทที่ 215 - ฮีโร่คืออะไรกันแน่ (1) [09-08-2020]


บทที่ 215 - ฮีโร่คืออะไรกันแน่ (1)

[คุณได้ใชอิลิกเซอร์เสริมรอยสักราชินีซัคคิวบัสจนถึงขีดสุดแล้ว รอยสักราชินีซัคคิวบัสได้ถูกเสริมพลังจนถึงขีดสุด พลังเวทย์และเสน่ห์ของคุณเพิ่มขึ้น 14 พลังของทักษะและพลังอำนาจจะเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า]

[คุณได้สวมใส่ชุดเซ็ตราชินีซัคคิวบัส พลังเวทย์และเสน่ห์เพิ่มขึ้น 35 ในตอนที่คุณใส่ชุดเซ็ตราชินีซัคคิวบัสอยู่คุณจะสามารถใช้ 'ฝันร้ายที่แสนหวาน' ได้วันละครั้ง]

[เมื่อฝันร้ายที่แสนหวานได้ถูกใช้งานกับเป้าหมายที่มีเสน่ห์ต่ำกว่าคุณ คุณจะขโมยพลังชีวิตมาจากเป้าหมายครึ่งหนึ่งและทำให้เป้าหมายติดสถานะ 'ตกหลุมเสน่ห์' แต่ว่าหากใช้กับเป้าหมายที่มีเสน่ห์มากกว่าคุณจะสูญเสียพลังชีวิตและมานาครึ่งหนึ่งและตกอยู่ในสถานะ 'ขาดความกระตือรือร้น']

ในวันที่เร็นได้ตกมาอยู่ในกับดักที่ชั่วร้าย ฉันก็ได้ประสบความสำเร็จในการพิชิตไอเทมทั้งหมดของราชินีซัคคิวบัส ด้วยการที่พลังเวทย์และเสน่ห์ของฉันได้เพิ่มขึ้น 4 แต้มในทุกๆครั้งที่ใช้อิลิกเซอร์และเพิ่ม 14 แต้ม ในตอนท้าย พลังเวทย์และเสน่ห์โดยรวมของฉันจึงเพิ่มขึ้น 50 แต้ม ด้วยผลจากรอยสักราชินีซัคคิวบัสอีกทำให้พลังเวทย์และเสน่ห์ของฉันได้เพิ่มขึ้นมา 100 แต้มอย่างน่าตกตะลึง

นอกจากนี้ผลของรอยสักก็ยังไม่ได้หยุดแค่นั้น มันยังเพิ่มผลเสน่ห์ของฉันเป็นสองเท่าอีกด้วยหากเจอกับเพศตรงข้าม และฉันยังสามารถใช้การเพิ่มมานาเป็นสองเท่าได้วันละครั้งอีกด้วย

แม้ว่ามันจะมีผลเสียที่ซ่อนเอาไว้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะต้องใช้มัน ทักษะหลายๆทักษะของฉันก็มีผลของค่าเสน่ห์ในการเป็นตัวช่วยเช่นกันดังนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีที่มีค่าเสน่ห์มากๆ

"พลังของทักษะเพิ่ม 50% นี่ฉันเข้าใจ... แต่ว่าพลังอำนาจนี่คืออะไร"

ดวงตามารอาจจะนับรวมด้วยละมั้ง

ดวงตามารเป็นพลังที่มีผลขึ้นอยู่กับพลังเวทย์และเสน่ห์ของฉันมากที่สุดเนื่องว่าผลของมันจะขึ้นอยู่กับค่าพลังเวทย์ของฉันเป็นพื้นฐานมันจะยังช่วยเสริมระดับความแตกต่างระหว่างฉันเป้าหมายและอารมณ์เชิงลบของเป้าหมายที่มีต่อฉัน

ดวงตามารนี้ราวกับว่าได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของฉัน

เพียงแค่หลังจากที่ฉันได้รับรอยสักซัคคิวบัสมามันก็แทบจะเพิ่มพลังของดวงตามารมาถึงครึ่งแล้ว แต่ว่าในตอนนี้ที่ฉันได้กินอิลิกเซอร์เสริมมันจนสมบูรณณ์ทำให้มันพัฒนาขึ้นมาอีก 50% ฉันแทบจะอยากทดสอบมันในทันทีแล้ว

"ในตอนนี้ฉันสามารถจะทำให้มอนสเตอร์ในบียอนเป็นหินได้หรือยังนะ ไม่สิ นั่นอาจจะเกินจริงไปหน่อยละมั้ง.... เอาล่ะ ไว้ไปกวาดล้างอาณาเขตที่ถูกยึดบนโลกและทดสอบมันทีหลังละกัน"

ถึงแม้ว่าในไม่กี่วันมานี้ซัคคิวบิก็ได้จัดการมอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าพวกมันจะซ่อนตัวอยู่ก็ตามพวกมันก็ไม่สามารถจะหลบซ่อนตัวจากซัคคิวบิที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ได้ หลังจากได้ลองสังเกตการจากดาวเทียมดูก็พบได้ว่าจำนวนมอนสเตอร์ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

มันราวกับความพวกเธออดกลั้นกับความหิวโหยมาเป็นเวลาตลอดเวลา ซัคคิวบิได้ดูเหล่ามอนสเตอร์ทั้งหมดจนแห้ง เมื่อมอนสเตอร์ถูกซัคคิวบิดูดพลังเวทย์ไปมันจะไม่มีศพหรือแม้แต่มานาสโตนทิ้งเอาไว้เลย ดังนั้นการพูดแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่ว่ามอนสเตอร์ได้หายไปโดยสมบูรณ์ เพราะแบบนี้มอนสเตอร์บนโลกก็ได้ลดน้อยลงช้าๆ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะแต่ว่าสมาชิกกิลด์รีไวเวิร์ลก็ควรที่จะไปร่วมมือกับซัคคิวบิในการกวาดล้างมอนสเตอร์ไปด้วย

อีกไม่นานประเทศที่สูญเสียพื้นดินไปให้กับมอนสเตอร์ก็จะได้คืนมาอย่างช้าๆ ในทันทีที่ฉันคิดแบบนั้นใจฉันก็เต้นแรงขึ้น ฉันเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนเพียงผู้เดียวที่จะเป็นคนสั่งการการทำงานที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ในอดีตตอนที่ฉันได้พบเรื่องของดันเจี้ยนฉันไม่เคยที่จะคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย

"ฉันมั่นใจว่าเราทำได้ เอาตรงตรงเรายังมีโอกาสที่จะกวาดล้างมอนสเตอร์และปีศาจทั้งหมดออกไปก่อนที่การบุกรุกจะมาถึงอีกด้วย"

ฉันได้พึมพัมออกมาด้วยรอยยิ้ม ฉันได้เริ่มที่จะมองไปในอนาคตในตอนที่เดม่อนลอร์ดมาถึงมันจะเป็นยังไงกันนะ

ต้องขอบคุณการที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด 10 วันทำให้ฉันสามารถที่จะปกปิดเสน่ห์ของฉันได้บ้างแล้ว ค่าสเตตัสเสน่ห์เป็นค่าสถานะที่ข้องเกี่ยวกับพลังเวทย์ในระดับหนึ่ง ฉันสามารถจะปิดกั้นเสน่ห์ของฉันได้ด้วยการโคจรวงจรเพรูต้า

แม้ว่ามันจะพูดค่อนข้างง่ายแต่ว่าฉันก็ยังไม่เชี่ยวชาญมันนะ ยังคงมีเสน่ห์ที่รั่วไหลออกมาแต่ว่ามันก็ไม่ได้มีปัญหาอีกแล้ว

"การได้เห็นชินมีความสุขแบบนี้แสดงว่าชินจะต้องพิชิตไอเทมทั้งหมดจากบอสเสร็จแล้วสินะ"

"ใช่แล้ว ทักษะของบอสประจำชั้นนี่น่าทึ่งมากๆ"

อา เมื่อมาลองคิดมันดูทักษะของบอสประจำชั้นมันก็ไม่ใช่ในแบบที่ฉันหวังเอาไว้ ฉันหวังว่าฉันจะสามารถสังเคราะมันร่วมกับทักษะที่ได้มาจากชั้นที่ 60 และชั้นที่ 10 ของบียอนได้.... แน่นอนว่าทักษะฝันร้ายอันแสนหวานมันก็ยังคงเป็นทักกษะที่ทรงพลัง เพียงแต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรที่ต่างจากการฆ่าตัวตายเลยหากไม่มีเสน่ห์ที่สูงพอ

สิ่งที่ฉันสงสัยมาตลอดว่าทำไมราชินีซัคคิวบัสถึงดูจะมึนงงในตอนที่ฉันเข้าไปโจมตีเธอซึ่งตอนแรกฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นบัคอะไรบางอย่างของดันเจี้ยน แต่แล้วมันกลับมาเป็นว่าเธอได้ใช้ทักษะของเธอล้มเหลวเนื่องจากว่าฉันมีค่าเสน่ห์ที่สูงยิ่งกว่าเธอต่างหาก

"ถ้างั้นฉันไปก่อนนะ"

"ชินกำลังจะไปไหน"

"แน่นอนสิว่าเป็นบียอนชั้นที่ 15"

"พักสักหน่อยสิ"

โรเล็ตต้าได้ตะโกนออกมา แต่ฉันได้ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม

"พวกเราสามารถพักเล่นกันได้หลังจากชั้นเคลียร์บียอนชั้นที่ 15 แล้ว"

"....จริงนะ"

"จริงสิ"

"เย้"

โรเล็ตต้าได้กระโดดชูมือขึ้นอย่างมีความสุข หลังจากที่ฉันยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายฉันก็มุ่งหน้าไปที่ทางเข้าสู่บียอนชั้นที่ 15 ในตอนนั้นเองจู่ๆโรเล็ตต้าก็ตะโกนออกมา

"รอเดี๋ยวก่อนนะ ที่บียอนชั้นที่ 15 นะ"

"ว่าไง มีอะไรหรอ"

"หว่า ที่นั่นนะ.... แม้แต่นักสำรวจบียอนก็ยังไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จในการท้าทายครั้งแรกเลย รอเดี๋ยวก่อนนะ ฉันจะไปขู่ตาแก่....ลอร์ดและให้เขามอบประโยชน์บางอย่างให้ชิน"

"โรเล็ตต้า มัน....สายไปแล้ว"

ร่างกายครึ่งหนึ่งของฉันได้ผ่านประตูไปแล้ว โรเล็ตต้าได้ขมวดคิ้วขึ้น

"โธ่ ถ้าชินตายก็มาที่สวนแฟรี่นะ แล้วจากนั้นเราจะได้ไปเล่นด้วยกัน"

"มันดูเหมือนว่าเธอจะตีความว่าฉันจะตายแล้วนะ"

ฉันได้ตะโกนบอกโรเล็ตต้าที่มั่นใจว่าฉันจะต้องตายแน่ๆ ในวินาทีต่อมาฉากรอบๆก็ได้เปลื่ยนไป ฉันได้เข้ามาสู่บียอนชั้นที่ 15 ซึ่งแม้แต่นักสำรวจในอดีตต่างก็ล้มเหลวในการสู้ครั้งแรกกันทุกคนมาแล้ว

"นับตั้งแต่ที่ฉันเข้ามาที่นี่ ฉันก็หนีไม่ได้อีกแล้ว...."

ในตอนนั้นเองฉันก็นึกได้ว่าในรีไวเวิร์ลมีนักสำรวจบียอนที่อยู่ในระดับสูงอยู่ ฉันได้ส่งข้อความหาเธอในทันที

"เดซี่"

[อื้อ]

เธอได้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว และเสียงของเธอก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

[ที่คฤหาสน์ สุมิเระทำอาหารให้ฉัน อร่อยมากเลยล่ะ]

"อื้อ ดีแล้วล่ะ.... ฉันมีอะไรสักอย่างจะถามหน่อยนะ"

[ฉันกำลังกินอยู่ ไม่ว่าง]

"เธอเคลียร์บียอนชั้นที่ 15 ไปหรือยัง"

[....ฉันยังอยู่ที่ชั้น 82 พึ่งจะเคลียร์บียอนชั้นที่ 14 ไป คังชินนายอยู่ที่ชั้นที่ 15 หรอ]

[รอฉันด้วย ไปชั้นที่ 15 ด้วยกัน]

"นั่นมันเป็นไปได้หรอ"

[อื้อ สร้างปาตี้จากนั้ก็เข้าไป มันก็เหมือนกับชั้นปกติแหละ มันเป็นไปได้]

"เข้าใจล่ะ... แต่ว่าฉันอยู่ข้างในแล้ว

[.....]

"ขอโทษนะ ฉันไม่เคยคิดว่าเราจะสามารถท้าทายบียอนเป็นปาตี้้ได้ ถ้างั้นไว้พวกเราท้าทายชั้นที่ 16 ด้วยกันนะ"

[ฉันจะกลับไปกินอาหารล่ะ]

"ได้เลย ได้"

ฉันได้คุยกับเดซ๊่จบลงอย่างเสียใจ มันจะดีกว่านี้ถ้าเธอบอกฉันเร็วกว่านี้.... แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่คิดว่าฉันจะมาถึงชั้นที่ 15 เร็วแบบนี้

อย่างที่พูดไป แม้ว่าพวกเราจะเคลียร์ชั้นที่ 15 ด้วยกัน ความเร็วในการเคลียร์ดันเจี้ยนของเดซี่ก็จะต่างออกไปเมื่อเทียบกับฉัน เธออยู่ในเลเวลประมาณแปดสิบและชั้นอยู่ที่ประมาณหกสิบเท่านั้น ฉันสามารถจะปีนไปในดันเจี้ยนได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แม้ว่าฉันจะไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป แต่ฉันก็ยังเร็วกว่าของเดซี่อยู่ประมาณหนึ่ง ถ้าหากเขาพยายามที่จะปรับความเร็วของพวกเรา เราก็จะต้องเสียเวลาไปเปล่ามากกว่าจำเป็นซะอีก

แน่นอนว่ามันคงจะเป็นการดีที่จะเคลียร์ชั้นที่ 15 ด้วยกัน... ให้ตายสิ

"เฮ้อ ยังไงมันก็สายไปแล้ว ฉันแค่จะต้องเข้าไป"

ฉันได้ถือหน้าไม้เอาไว้ และในตอนที่ฉันได้เห็นอาวุธของบอสประจำชั้น ฉันได้วางแผนที่จะยิงลูกศรหน้าไม้ออกไปและเปลื่ยนอาวุธในทันที ซึ่งมันจะทำให้หอกของฉันได้รับโบนัสจากทักษะสับเปลื่ยนอาวุธ

ฉันยังได้อัญเชิญภูติธาตุของฉัน ในตอนนี้ฉันต้องการที่จะให้ความสำคัญกับพลังมากกว่าความเร็ว ฉันได้ให้ไพก้าเข้าไปในอาวุธของฉัน และเพื่อที่จะเพิ่มพลังป้องกันและสร้างโอกาสในการสวนกลับฉันได้ให้ริยูเข้าไปในเกราะของฉัน ในท้ายที่สุดเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วและได้รับพลังในการบิน รวมไปถึงการเพิ่มพลังโดยรวททั้งหมดของฉัน ฉันได้ให้ชาราน่าเข้าไปในร่างกายของฉัน

นอกไปจากนี้ฉันยังปล่อยเสน่ห์ที่ปิดกั้นเอาไว้ออกมา กลิ่นหอมหวานได้ถูกปลดปล่อยออกมาซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันได้มาจากผลของจิตวิญญาณนักฝึกมอนสเตอร์ แม้ว่ามันจะเป็นพลังของฉันแต่ฉันก็ไม่ค่อยพอใจกับมัน

"นี้มันอาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะใช้ความพิโรธของเทพแห่งท้องฟ้า ฉันอาจจะต้องใช้มันเพื่อช่วยชีวิตฉันไว้ในช่วงสำคัญ"

ฉันได้เตะประตูออกมา จากนั้นเองฉันก็ตะโกนในสิ่งที่ฉันมักจจะตะโกนออกไปเสมอ

"มาสู้กัน นาย....หา"

ฉันอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างออกมา มันใหญ่ พื้นที่ขนาดใหญ่มากๆกำลังรอฉันอยู่

"นี้มัน...."

บอสของบียอนชั้นที่ 15 ที่ควรจะเป็นการรวมกันของอัศวินโครงกระดูกและกูลยักษ์ หรือจะให้พูดก็คือมันเป็นอันเดทที่ทำมาจากกระดูกและมีเนื้อที่เน่าเปื่อย พลังในการฟื้นฟูที่ยอดเยี่ยมและมีทักษะในการพุ่งเข้ามาจู่โจมที่น่ากลัว แต่แล้ว.....

[ก๊าซซซซซซซซซซซ]

มันได้คำรามออกมา มีอยู่หลายจุดที่ชิ้นเนื้อได้หายไปและเผยให้เห็นกระดูกสีดำและหางที่ทำมาจากกระดูกแกว่งไปมาในอากาศ ผิวของมันนั้นเน่าเปื่อย แม้ว่าร่างกายส่วนใหญ่ของมันจะทำมาจากกระดูก แต่แม้อย่างนั้นฉันก็ไม่มั่นใจนัก ฉันมีความรู้สึกว่ามันมีพลังในการฟื้นฟูอย่างไม่น่าเชื่อและมีทักษะพุ่งเข้ามาโจมตีที่ไม่สามารถจะหลบได้ แน่นอนว่าไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคืออันเดต

[ก๊าาาาาาาาาาา]

[มังกรซอมบี้ได้ใช้ 'เสียงคำรามแห่งความข้องใจ' สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้คำสาปที่ทรงพลังและร่างกายของพวกเขาจะกลายพันด้วยความไม่พอใจแห่งปีศาจ พื้นที่นี้จะถูกความวุ่นวายและความกลัวแทรกซึมเข้ามา]

[วิญญาณที่บริสุทธิ์ของคุณได้สะท้อนคำสาปกลับไป คุณได้ลบล้างผลกระทบทางจิตใจทั้งหมด คุณได้ต่อต้านการกลายพันธุ์โดยสมบูรณ์ทำให้ร่างกายของคุณไม่กลายพันธุ์]

ความจริงที่่ว่าฉันได้สะท้อนผลของมันทั้งหมดกลับไปได้เป็นสิ่งที่ดี แต่ยังไงก็ตามมันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น

"ใครมันจะไปชนะเจ้าบ้านี่ได้ในการสู้ครั้งแรกกันฟ๊ะ"

และคนที่สู้กับมังกรตัวนี้ที่มีขนาดยาวกว่า 200 เมตรไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นฉัน คังชิน

จบบทที่ บทที่ 215 - ฮีโร่คืออะไรกันแน่ (1) [09-08-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว