- หน้าแรก
- ฉันเป็นหมอจริงๆนะ
- บทที่ 1481 จะไม่ยืนดูเฉย ๆ
บทที่ 1481 จะไม่ยืนดูเฉย ๆ
บทที่ 1481 จะไม่ยืนดูเฉย ๆ
บทที่ 1481 จะไม่ยืนดูเฉย ๆ
คืนวันนั้น หลังสี่ทุ่ม อวี๋จื้อหมิงและกู้ชิงหนิงที่อยู่บ้านจวินซานฝู่ ก็ต้อนรับโจวม๋อที่กลับมาด้วยสีหน้าหมดแรงเต็มที
เมื่อโจวม๋อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในสตูดิโอถ่ายภาพให้ฟัง อวี๋จื้อหมิงก็ถามเพื่อยืนยัน
“แค่ล้มทีเดียว... แล้วตายเลยเหรอ?”
โจวม๋อพยักหน้า หน้าหมอง “ก็แค่ล้มลงไป จากนั้นก็นอนคว่ำอยู่บนพื้นไม่ขยับเลย”
“ตอนแรกพวกเราคิดว่าเขาแค่ล้มแล้วมึน แต่พอผ่านไปเกือบนาที เขายังนิ่งสนิท เราถึงรู้ว่าไม่ปกติ”
“พอเข้าไปเช็ก ก็พบว่าไม่มีทั้งชีพจรและลมหายใจแล้ว”
“รีบทำ CPR แล้วก็โทร 110 กับ 120 แต่ก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้…”
“แม่งเอ๊ย!”
โจวม๋อสบถออกมาด้วยความโมโห ก่อนจะบ่นด้วยความเศร้า
“เรื่องซวย ๆ แบบนี้ดันมาเกิดกับฉันเนี่ยนะ…”
อวี๋จื้อหมิงปลอบใจ
“อย่ารู้สึกผิด ไม่ต้องกลัวด้วย นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ”
“อายุแค่ 26 ไม่ใช่คนแก่ ถ้าล้มแล้วตาย แสดงว่าต้องมีปัญหาในสมองหรือหัวใจอยู่แล้ว”
“พอชันสูตรแน่นอน ก็จะรู้สาเหตุชัดเจน”
กู้ชิงหนิงถามขึ้นมา
“โจวม๋อ เธอบอกว่าในมือถือของหมอนั่นมีภาพที่ทำให้เธอคลื่นไส้ มันคืออะไร?”
โจวม๋อตอบ
“ก็รูปผู้ชายผู้หญิงทำเรื่องแบบนั้นน่ะ แต่เป็นแบบกลุ่ม หลายคน ดูไม่ได้เลย…”
กู้ชิงหนิงยังอยากถามต่อ แต่ถูกอวี๋จื้อหมิงมองปรามจนต้องเงียบลงพร้อมหัวเราะแหะ ๆ
โจวม๋อนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วพูดเบา ๆ
“คือ... หมอนั่นล้มเพราะจงชุนเสี่ยวสะดุดขาเขานิดหน่อย”
“คนของตงเส้าไม่เห็นนะ แล้วจงชุนเสี่ยวก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันก็เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้ บอกตำรวจแค่ว่าเขาวิ่งจะมาแย่งมือถือฉันแล้วก็ล้มเอง”
“ฉันไม่อยากให้จงชุนเสี่ยวโดนลากเข้ามาเกี่ยวด้วย เธอทำแบบนั้นเพราะอยากช่วยฉันจริง ๆ”
อวี๋จื้อหมิงครุ่นคิด
“ไม่ว่าจะล้มเองหรือถูกสะดุดล้ม โอกาสจะตายเพราะแค่นั้นน่าจะน้อยมาก”
“อีกความเป็นไปได้คือ…”
เขาวิเคราะห์ต่อ
“เขาเห็นเธอเปิดภาพพวกนั้นในมือถือ แล้วตกใจหรือกลัวมากจนความดันพุ่ง ทำให้เส้นเลือดในสมองแตกก็ได้”
“ล้มอาจเป็นผลจากการหมดสติไปก่อนแล้วก็ได้”
โจวม๋อถอนหายใจ
“ฉันก็รู้ว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากตัวเขาเอง แต่ยังไงมันก็เกิดขึ้นเพราะฉันแย่งมือถือ”
“พ่อแม่หมอนั่นตามมาที่โรงพยาบาล แล้วชี้หน้าฉันหาว่าฉันเป็นคนฆ่าลูกเขา”
กู้ชิงหนิงพูดเสียงเย็น
“พอเกิดเรื่องก็โยนความผิดให้คนอื่น ทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดก่อน แอบถ่ายรูปเองแท้ ๆ”
อวี๋จื้อหมิงก็กล่าวสนับสนุน
“โจวม๋อ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวล พวกเราจะไม่ยืนดูเฉย ๆ แน่นอน”
คำพูดนี้ทำให้ใจโจวม๋อสงบลง รู้สึกอบอุ่นขึ้นจนจมูกเริ่มแดง
“คุณหมออวี๋ ชิงหนิง ขอบคุณนะคะ…”
กู้ชิงหนิงจับมือเธอไว้
“พูดแบบนี้ก็เกินไปแล้วนะ ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเรา…”
“ว่าแต่ การถ่ายโฆษณาล่ะ?”
โจวม๋อสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนตอบ
“ตั้งแต่เกิดเรื่องก็หยุดถ่ายทันทีเลยค่ะ”
“ดีที่จงชุนเสี่ยวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ตำรวจสอบปากคำเสร็จก็ไม่พูดอะไรมาก พรุ่งนี้ก็คงถ่ายต่อได้”
อวี๋จื้อหมิงบอก
“เธอแค่รอฟังผลชันสูตรก็พอ เรื่องอื่นให้ทนายจัดการ ไม่ต้องออกหน้าเอง”
โจวม๋อพยักหน้า แต่แล้วท้องเธอก็ร้องจ๊อกเบา ๆ
อวี๋จื้อหมิงถามด้วยความห่วงใย
“ยังไม่ได้กินข้าว?”
โจวม๋อบ่น
“ตอนแรกกะจะถ่ายโฆษณาให้เสร็จก่อน แล้วค่อยไปกินข้าวเย็นกับจงชุนเสี่ยว แต่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นซะก่อน”
“จากนั้นก็ไปโรงพยาบาล ตอบคำถามตำรวจ แล้วรีบกลับบ้านเลย ไม่มีเวลาจะกินอะไรทั้งนั้น”
กู้ชิงหนิงลุกขึ้น
“ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าวก็ต้องกินนะ อยากกินอะไร เดี๋ยวให้คุณป้าลิ่วทำให้”
โจวม๋อลูบท้อง “ไม่ค่อยมีอารมณ์กินอะไรเลยค่ะ ให้ทำเกี๊ยวต้มธรรมดาก็พอ”
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของอวี๋จื้อหมิงก็ดังขึ้น
เป็นสายจากผู้อำนวยการหลี่เหยา…
เมื่อกดรับ สายปลายทางก็พูดขึ้น
“จื้อหมิง ได้ยินมาว่าผู้ช่วยของนาย โจวม๋อ เจอเรื่องเข้า มีคนหนุ่มเสียชีวิตเพราะเธอ?”
อวี๋จื้อหมิงเล่าเรื่องที่ได้ยินจากโจวม๋อให้อีกฝ่ายฟังแบบย่อ ๆ ก่อนจะถามกลับ
“ท่านรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”
หลี่เหยาตอบ
“พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตรู้ว่าโจวม๋อเกี่ยวข้องกับนาย เลยใช้เส้นสายจนมาถึงฉัน”
เขาพูดต่อ
“เบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากตัวผู้ตายเอง และอาจไม่ต้องชันสูตรศพ เพราะการตรวจภายนอกไม่พบร่องรอยบาดแผล การใช้ยา หรืออาการเลือดออกในสมอง”
“ครอบครัวผู้ตายไม่อยากให้ลูกถูกชำแหละ เลยอยากให้คุณช่วยตรวจหาสาเหตุการตายแทน”
อวี๋จื้อหมิงย้อนถาม
“ในเมื่อ..รู้ว่าผมสนิทกับโจวม๋อ แล้วเขาไม่กลัวว่าผมจะเข้าข้างกันหรือ?”
หลี่เหยาตอบเบา ๆ
“ฉันก็ถามเขาเหมือนกัน”
“พวกเขาบอกว่าเชื่อมั่นในวิชาและจรรยาบรรณของนาย เชื่อว่านายจะไม่บิดเบือนความจริง”
“พวกเขาทั้งอยากรู้สาเหตุการตาย และไม่อยากให้ลูกถูกผ่า นายคือคนเดียวที่ทำได้”
อวี๋จื้อหมิงหันมามองโจวม๋อ “แค่ล้ม แล้วตายเลย? บอกตรง ๆ ผมก็สงสัยมากเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”
“ผู้อำนวยการ ผมรับเรื่องนี้ครับ…”
หลังวางสาย โจวม๋อก็พูดขึ้นเบา ๆ
“คุณหมออวี๋ เรื่องของฉัน ทำให้คุณอดพักวันอาทิตย์อีกแล้ว”
อวี๋จื้อหมิงยิ้ม
“ที่บอกผู้อำนวยการไปว่าผมสนใจเรื่องนี้จริง ๆ ไม่ใช่พูดเล่น”
“การหาคำตอบให้ปริศนาบางอย่าง บางทีก็เหมือนการพักผ่อนอย่างหนึ่ง”
โจวม๋อถามต่อ
“คุณหมอสามารถตรวจได้ไหม ว่าเขาล้มเพราะสะดุด หรือเพราะล้มเอง?”
อวี๋จื้อหมิงคิดสักพัก ก่อนส่ายหน้า
“แยกไม่ออกหรอกว่าเป็นเพราะอะไร ถึงล้มแบบนั้นได้”
“แต่ถ้าอยากรู้ว่าเขาตายเพราะล้ม หรือหมดสติก่อนล้ม แบบนี้พอวิเคราะห์ได้”
โจวม๋อถาม
“ต่างกันเยอะเหรอ?”
อวี๋จื้อหมิงพยักหน้า
“ถ้ามีสติอยู่ก่อนล้ม ร่างกายจะพยายามหลบหรือป้องกันตัวโดยอัตโนมัติ”
“ตำแหน่งบาดเจ็บ น้ำหนักแรงกระแทก จะต่างกับคนที่ล้มลงทั้งที่หมดสติแล้ว”
โจวม๋อครุ่นคิด
“ฉันรู้สึกว่าเขาล้มลงไปตรง ๆ ไม่มีท่าทางป้องกันเลย”
“แสดงว่าเขาอาจจะตายก่อนจะล้มแล้ว?”
อวี๋จื้อหมิงหัวเราะเบา ๆ
“อย่าคาดเดาไปก่อนเลย พรุ่งนี้ผมตรวจเอง แล้วจะรู้ทุกอย่าง…”