- หน้าแรก
- ฉันเป็นหมอจริงๆนะ
- บทที่ 1457 คำแนะนำจากปากทองคำ
บทที่ 1457 คำแนะนำจากปากทองคำ
บทที่ 1457 คำแนะนำจากปากทองคำ
บทที่ 1457 คำแนะนำจากปากทองคำ
กู้ชิงหนิงก็เห็นแผลเป็นรอยบุหรี่ตรงหน้าอกของหญิงสาวผมสั้นเช่นกัน สายตาเธอพลันคมกริบ
“เธอเป็นใครกันแน่? ใครส่งเธอมา?”
หญิงสาวผมสั้นกลับนิ่งสงบลงเมื่อได้ยินคำถาม เสียงเย็นชาดังขึ้น “จำฉันไม่ได้จริงเหรอ?”
“ดูท่า คนที่เคยโดนเธอสั่งสอนด้วยบุหรี่สมัยมัธยมคงเยอะจนเธอจำไม่ได้แล้วสินะ…”
จู่ ๆ อวี๋จื้อหมิงก็พูดขึ้น “รอยแผลไหม้พวกนั้น ฉันขอตรวจดูหน่อยได้ไหม?”
หญิงสาวผมสั้นหันมามองอวี๋จื้อหมิงด้วยแววตาเสียดสี “ฉันรู้ว่าคุณคือใคร อัจฉริยะแห่งวงการแพทย์อวี๋จื้อหมิง”
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะคบกับผู้หญิงร้ายกาจขนาดนี้ บอกได้คำเดียวว่ารสนิยมคุณ ‘ดี’ เหลือเกิน”
อวี๋จื้อหมิงบีบมือน้อย ๆ ของกู้ชิงหนิงที่เริ่มเดือดดาล ให้เธอสงบลง แล้วกล่าวอย่างปกติว่า “ผู้หญิงทุกคนล้วนรักสวยรักงาม สมัยนี้เทคโนโลยีรักษาแผลเป็นก็ล้ำหน้าไปมาก รอยแผลแบบนี้ลบได้ไม่ยากหรอก”
“หรือว่า… รอยแผลนี่ปลอม?”
หญิงสาวผมสั้นทำหน้าเหมือนถูกเหยียดหยาม แหงนอกเชิดหน้า “เชิญตรวจเลย ถ้าแผลนี้ปลอม ขอให้ฟ้าผ่าตาย!”
อวี๋จื้อหมิงปล่อยมือกู้ชิงหนิง หยิบถุงมือแพทย์จากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาสวม แล้วลงมือตรวจแผลไหม้บริเวณหน้าอกของหญิงสาวอย่างจริงจัง
ผ่านไปราวครึ่งนาที เขาจึงพูดขึ้นว่า “เป็นรอยแผลไหม้จริง”
หญิงสาวผมสั้นแอบเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก แต่ในขณะเดียวกัน ใบหน้าอวี๋จื้อหมิงกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
“รอยด้านบนเพิ่งเกิดเมื่อปีที่แล้ว ส่วนรอยด้านล่าง เกิดเมื่อสามปีก่อน”
จากนั้นเขาจ้องหญิงสาวผมสั้นเขม็งแล้วถามเสียงเข้ม “พูดความจริงมา ใครส่งเธอมาใส่ร้ายชิงหนิงของฉัน?”
หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะ แล้วหันหลังวิ่งหนีทันที พร้อมดึงเพื่อนที่มาด้วยให้วิ่งตามไป
ทั้งสองวิ่งเร็วมาก ไม่กี่อึดใจหายลับไปในซอย
กู้ชิงหนิงที่ไม่คิดจะไล่ตามหันกลับมายิ้มให้สามี “พูดตามตรงเลยนะ คุณไม่เคยแอบสงสัยฉันเลยใช่ไหม?”
อวี๋จื้อหมิงส่ายหน้าเบา ๆ
“อย่าลืมสิว่า มือเราสองคนจับกันตลอด ฉันจับความรู้สึกจากร่างกายเธอได้หมด”
“ฉันมั่นใจว่า เธอไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นจริง ๆ”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ “อีกอย่าง ถ้าคนคนหนึ่งเคยโดนเธอรังแกสาหัสมาก่อน พอเจอเธออีกทีต้องทำตัวเหมือนหนูเจอแมว ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า”
“ถ้ากล้าเดินหน้าด่าแบบนั้น แสดงว่าเธอไม่ได้กลัวเธอเลย ถ้าเคยสู้กับเธอจริง ๆ เธอต้องพอจำได้บ้างสิ”
กู้ชิงหนิงยิ้มพอใจ “สามีของฉันไม่ธรรมดาจริง ๆ ใครก็หลอกคุณไม่ได้”
เธอยักคิ้วพลางถามต่อ “จื้อหมิง อยากรู้ไหมว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงมีรอยแผลบุหรี่ แล้วโยนความผิดมาให้ฉัน?”
อวี๋จื้อหมิงทำหน้าแปลกใจ “นี่เธอเคยใช้บุหรี่จี้คนอื่นจริง ๆ ตอนเป็นนักเลงสาวเหรอ?”
“แบบนี้ก็เกินไปหน่อยนะ”
กู้ชิงหนิงเริ่มเล่า “ตอนมัธยม ฉันเรียนอยู่โรงเรียนเอกชนสำหรับคนมีฐานะ นักเรียนมีอยู่สองแบบ หนึ่งคือเด็กเรียนดี ได้ทุน ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม อีกแบบก็คือพวกเหมือนฉัน”
เธอจับมืออวี๋จื้อหมิงพาเดินต่อ พลางเล่าต่อ “เด็กเรียนดีมีครูและโรงเรียนปกป้อง ไม่ค่อยสุงสิงกับพวกฉัน ส่วนพวกฉันก็ปะทะกันเองบ่อย ๆ”
“ตอนฉันเพิ่งเข้าเรียนก็ปะทะกับกลุ่มในโรงเรียนอยู่หลายรอบ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ”
“จะสู้กันแรงแค่ไหนก็แค่ไปตบตีกันในห้องน้ำ ไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก”
“ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้เก่งเรื่องชกต่อยเท่าไรหรอก”
กู้ชิงหนิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนเล่าต่อ “ฉันเลยคิดแผนขึ้นมา จ้างคนนอกมาแกล้งเป็นนักเรียนโรงเรียนเรา ให้มาหาเรื่องฉัน แล้วฉันก็ซ้อมเธอต่อหน้าคนอื่น”
“จากนั้นก็แกล้งทำเป็นใช้บุหรี่จี้เธอให้คนอื่นเห็นว่าโหดเหี้ยม”
อวี๋จื้อหมิงเบิกตากว้าง “แล้วเธอจ้างเขากี่บาท ถึงยอมให้เธอใช้บุหรี่จี้ใส่?”
กู้ชิงหนิงยิ้มอย่าง ภูมิใจ “หลอกตาต่างหาก ฉันแค่ติดแผ่นยางรองไว้ตรงหน้าอก”
“พวกที่ดูอยู่ก็ปิดตาด้วยความตกใจ ได้ยินแค่เสียงกรีดร้อง ไม่มีใครทันสังเกตหรอก”
“แค่ทำแบบนี้ไม่กี่รอบ ก็ไม่มีใครกล้ามามีเรื่องกับฉันอีกเลย”
อวี๋จื้อหมิงพยักหน้าเบา ๆ “แสดงว่าเธอไม่เคยใช้บุหรี่จี้ใครจริง ๆ?”
กู้ชิงหนิงรีบพยักหน้า แล้วชูมือซ้าย “ฉันสามารถสาบานได้เลยว่า—”
อวี๋จื้อหมิงรีบขัด “ไม่ต้องสาบาน ฉันเชื่อเธอ”
กู้ชิงหนิงลดมือลงแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ “คุณไม่รู้หรอก ตอนหลังมีเด็กเกเรเลียนแบบฉัน เอาบุหรี่จี้คนจริง ๆ สุดท้ายโดนไล่ออก แถมครอบครัวต้องจ่ายเงินชดใช้เพียบ”
อวี๋จื้อหมิงร้องอ๋อ ก่อนถามต่อ “เธอไม่เคยจี้ใครจริง ๆ ก็แล้วไป แต่สูบบุหติตั้งแต่เด็กนี่เรื่องจริงใช่ไหม?”
กู้ชิงหนิงยิ้มแหย ๆ “ตอนนั้นก็แค่เด็กขี้เก๊ก อยากเท่ เลยลองสูบบ้าง”
“วันหนึ่งยังไม่ถึงมวนเลยด้วยซ้ำ ไม่กี่ปีต่อมาก็เลิกแล้ว”
“ที่รัก ฉันไม่ได้โกหกจริง ๆ นะ”
อวี๋จื้อหมิงรับคำเบา ๆ ก่อนพูดช้า ๆ “เมื่อคืนเธอเพิ่งเตือนฉันว่าอาจมีคนใส่ร้ายเธอ”
“วันนี้ก็เกิดเรื่องขึ้นเลย พี่ชายเธอรู้ความลับอะไรมาแล้วใช่ไหม?”
กู้ชิงหนิงตอบส่ง ๆ ว่า “อาจจะนะ”
แต่ในใจเธอพลันสะดุ้ง
แย่แล้ว! หรือว่านี่เป็นแผนของพี่ชาย? เรื่องจริงปนเท็จ เพื่อให้จื้อหมิงเริ่มไม่ไว้ใจเธอ?
เธอรู้จักนิสัยพี่ชายดี ถ้าจะเล่นละครลับ ๆ แบบนี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก
จื้อหมิงจะคิดถึงเรื่องนี้ไหมนะ?
เธอมอง ก้าวร้าวไปที่ใบหน้าด้านข้างของอวี๋จื้อหมิง ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่อ่านสีหน้าไม่ออก
แต่ที่ยังไม่คิดถึงตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าจะไม่คิดในอนาคต และเธอก็ไม่เคยสงสัยในความฉลาดของเขา
นึกถึงคำพูดของพี่ชายที่เน้นย้ำว่า “ความจริงใจคือสิ่งสำคัญ” กู้ชิงหนิงจึงแกล้งพูดขำ ๆ ว่า “จื้อหมิง คุณว่าไหม ผู้หญิงเมื่อกี้อาจเป็นคนที่พี่ชายฉันส่งมา ทดสอบว่าคุณเชื่อใจฉันแค่ไหน?”
อวี๋จื้อหมิงหัวเราะเบา ๆ “พี่ชายเธอคงไม่ว่างขนาดนั้นหรอกนะ?”
ทันใดนั้น เขาก็เห็นกู้ชิงหนิงหยุดเดิน พร้อมกับเสียงเธอดังขึ้น
“โอ๊ะ บังเอิญจัง เจอคนที่ฉันเคยจ้างให้แสดงเป็นคนถูกบุหรี่จี้!”
อวี๋จื้อหมิงหันมองตามสายตาเธอ
ฝั่งตรงข้ามถนน หญิงสาวสองคนในชุดกระโปรงสั้น ถุงน่องสีดำ รองเท้าส้นสูง กำลังเดินมากับชายวัยกลางคนสองคน พูดคุยกันสนุกสนาน
หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลแดงคนหนึ่งเหมือนจะรู้สึกถึงสายตากู้ชิงหนิง เธอหันมา และเมื่อสบตากัน ดวงตาเธอก็สว่างวาบ
เธอพูดอะไรบางอย่างกับชายข้างกาย แล้วรีบวิ่งมาหาด้วยท่าทางตื่นเต้น
“เจ๊! ไม่เจอกันตั้งหลายปี บังเอิญจริง ๆ ที่มาเจอที่นี่”
“ว่างไหม ไปนั่งบาร์กับพวกเราหน่อย อยู่ไม่ไกลเลย”
กู้ชิงหนิงยิ้มสุภาพ “ไม่ดีกว่า ฉันกับสามีจะกลับแล้ว”
หญิงสาวเหลือบมองอวี๋จื้อหมิงแล้วชม “เจ๊ สามีหล่อมาก!”
“เจ๊ยังเจ๋งเหมือนเดิมเลย”
เธอหยิบการ์ดจากกระเป๋าเล็กส่งให้กู้ชิงหนิง พร้อมน้ำเสียงสื่อความนัยว่า “งั้นฉันไม่รบกวนล่ะนะ เจ๊ติดต่อมาได้ทุกเมื่อเลยนะ เรื่องอะไรก็ได้”
กู้ชิงหนิงรับไว้แล้วยิ้ม “แน่นอน”
อวี๋จื้อหมิงสังเกตเห็นว่าผู้ชายอีกสองคนกับหญิงสาวอีกคนก็เดินเข้ามาใกล้เหมือนกัน โดยเฉพาะชายวัยกลางคนสองคนดูเหมือนอยากเข้ามาทักทายแต่ก็ลังเล
เขาคาดว่าคงจำเขาได้
อวี๋จื้อหมิงมองชายทรงผมหัวเกรียนในกลุ่มนั้น พบว่าหน้าตาซีดเซียวไม่ปกติ
แม้อวี๋จื้อหมิงจะถนัดการวินิจฉัยด้วยการสัมผัสมากกว่า แต่หลังจากผ่านเคสมากมาย ความสามารถในการสังเกตด้วยสายตาก็เพิ่มขึ้นมาก
เขาสังเกตใบหน้าและลักษณะของชายคนนั้นอีกเล็กน้อย พอเห็นอีกฝ่ายสบตาแล้วส่งยิ้มและก้มหัวเล็กน้อย
อวี๋จื้อหมิงพยักหน้ารับ แล้วพูดขึ้นว่า “แนะนำให้คุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล”
“โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารและต่อมย่อยอาหาร”
ไม่ทันขาดคำ หญิงสาวที่เกาะแขนชายคนนั้นก็แสดงท่าทีไม่พอใจทันที “พูดอะไรของคุณ?”
“สุขภาพพี่หลิวของฉันน่ะ—”
“หุบปากซะ เธอไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!”
ชายคนนั้นรีบขัด แล้วหันมาหาอวี๋จื้อหมิงด้วยท่าทีสุภาพ “ขอบคุณคุณหมออวี๋สำหรับคำแนะนำจากปากทอง ผมจะไปตรวจร่างกายทันทีเลยครับ…”