เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1225 เข้าข้างญาติไม่สนเหตุผล

บทที่ 1225 เข้าข้างญาติไม่สนเหตุผล

บทที่ 1225 เข้าข้างญาติไม่สนเหตุผล 


บทที่ 1225 เข้าข้างญาติไม่สนเหตุผล

อวี๋จื้อหมิงเดินทางมาถึงล็อบบี้ชั้นหนึ่งของโรงแรมลี่จิ่ง ก็ถูกใครบางคนเรียกเอาไว้

คนที่เรียกเขานั้นทำให้เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย นั่นก็คือ ฉู่อวิ๋นฝาน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิงเฉิงสาขาใหญ่ในปักกิ่ง ซึ่งเป็นคนของตระกูลฉู่

พูดก็พูดเถอะ ช่วงนี้ตระกูลฉู่เงียบผิดปกติ ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มากวนใจอวี๋จื้อหมิงอีก

อวี๋จื้อหมิงเองก็งานยุ่งมาก ไม่มีเวลาและพลังจะไปใส่ใจข่าวสารของโรงพยาบาลจิงเฉิงหรือของตระกูลฉู่เลย

เขามองฉู่อวิ๋นฝานที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในใจก็อดคาดเดาไม่ได้ว่า

เจ้าหมอนี่ก็มาร่วมงานแต่งของกู้ชิงหรันด้วยงั้นหรือ?

หรือว่ามาดักรอเขาอยู่ตรงล็อบบี้นี้?

อวี๋จื้อหมิงมองฉู่อวี๋นฝานอย่างพินิจ เทียบกับครั้งก่อนที่พบกัน เจ้าหมอนี่ดูผอมลงไปไม่น้อย ผมเผ้าที่เคยจัดทรงเรียบร้อยกลับดูรุงรังขึ้น ดูแก่ลงไปห้าหกปีทีเดียว

ฉู่อวิ๋นฝานเดินเข้ามาใกล้แล้วเผยรอยยิ้มกล่าวว่า "คุณหมออวี๋ ขออภัยที่มารบกวน ไม่ทราบว่าจะสะดวกนั่งคุยกันสักครู่หรือไม่?"

อวี๋จื้อหมิงตอบอย่างไร้เยื่อใยว่า "ไม่สะดวก กำลังรีบ"

"เดี๋ยวสิครับ คุณหมออวี๋..."

ฉู่อวิ๋นฝานยื่นมือออกมาขวางเมื่ออวี๋จื้อหมิงยกเท้าจะเดินหนี รีบพูดว่า "ไม่มีความแค้นใดที่แก้ไขไม่ได้ คุณหมออวี๋อย่าผลักไสกันขนาดนั้นเลยครับ ด้วยศักยภาพของโรงพยาบาลจิงเฉิง แน่นอนว่าสามารถช่วยเหลือคุณหมอได้หลายด้านแน่นอน"

"ทำไมเราไม่หันมาปรับความเข้าใจ และร่วมมือกันอย่างได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายดีล่ะครับ?"

อวี๋จื้อหมิงลอบเบ้ปาก แววตาเย้ยหยัน "ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายงั้นหรือ? เว้นแต่โรงพยาบาลจิงเฉิงจะมีเทคโนโลยีหรือทักษะเฉพาะที่ไม่มีใครในแวดวงการแพทย์ของโลกนี้สามารถแทนที่ได้เท่านั้นแหละ"

คำพูดนี้ทำเอาฉู่อวี๋นฝานหน้าเสีย เพราะความจริงแล้ว โรงพยาบาลจิงเฉิงก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นถึงขนาดนั้นเลย

กลับกัน อวี๋จื้อหมิงต่างหากที่มีความสามารถระดับนั้นอยู่จริง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องมาดักรอที่นี่ และยอมก้มหัววางทิฐิลงเพื่อขอคืนดีกับอีกฝ่าย

ฉู่อวี๋นฝานกล่าวด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจว่า "คุณหมออวี๋ พวกเราตระกูลฉู่ตั้งใจจริงที่จะขอคลี่คลายความขัดแย้งกับคุณ"

แต่อวี๋จื้อหมิงก็พูดขัดขึ้นว่า "นั่นก็เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวอะไรกับผม อย่างไรเสียผมก็ไม่ต้องการ"

พูดจบ เขาก็ยกเท้าจะเดินต่อ

ฉู่อวี๋นฝานจำต้องเร่งฝีเท้าเดินตาม พลางพูดว่า "คุณหมออวี๋ พวกเราระหว่างกันก็เคยมีความขัดแย้งและความไม่พอใจจริง แต่ถ้าลองไล่เรียงดูให้ดี ก็จะเห็นว่าไม่มีเรื่องไหนที่เป็นปัญหาหลักหรือถึงขั้นร้ายแรง"

"พวกเราทางโรงพยาบาลจิงเฉิงยินดีจะขอโทษอย่างเปิดเผยและจริงใจ พร้อมทั้งชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้น..."

อวี๋จื้อหมิงหยุดฝีเท้ากะทันหัน สายตาคมกริบหันไปมองฉู่อวี๋นฝานอย่างเฉียบขาด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ใช่ปัญหาเชิงหลักการงั้นหรือ?"

"เพื่อบีบให้ฉันยอมพวกคุณใช้สารพัดวิธีที่สกปรก ยิ่งกว่านั้นคือไม่สนใจชีวิตคนไข้ กว้านซื้อโสมป่าอย่างมักง่าย"

"แค่เรื่องนี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าพวกคุณเห็นแก่ตัวถึงขีดสุด ไม่เห็นหัวชีวิตคนไข้ ไม่แม้แต่จะมีจิตใจของแพทย์เลยสักนิด"

อวี๋จื้อหมิงกล่าวอย่างฮึกเหิม "ยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นตระกูลแพทย์แผนจีนอีกหรือ? มีแต่ฝีมือไร้คุณธรรม"

"ขอย้ำอีกครั้ง ผมจะไม่มีวันร่วมมือหรือข้องเกี่ยวกับพวกคุณแม้แต่น้อย คุณเก็บคำพูดไว้เถอะ"

ถ้อยคำนี้ทำให้ฝีเท้าของฉู่อวี๋นฝานหนักอึ้งขึ้นทันที ไล่ตามอวี๋จื้อหมิงไม่ทัน ได้แต่ยืนตะลึงมองเขาเดินห่างออกไป และขึ้นรถ Phantom ที่จอดอยู่ในลานจอดรถ...

ในรถ อวี๋จื้อหมิงยังคงไม่หายโมโหนัก เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรหา กู้ชิงหรัน

"คนของตระกูลฉู่จากโรงพยาบาลจิงเฉิงก็มาแสดงความยินดีกับงานแต่งคุณด้วยเหรอ?"

เสียงของกู้ชิงหรันดังมาจากปลายสายว่า "คนจากตระกูลฉู่มากันจริง แต่เราปฏิเสธของขวัญแสดงความยินดีของพวกเขาไป และไม่ได้เชิญพวกเขาเข้าร่วมงานเลี้ยงแต่งงาน"

"พวกเขามาหานายด้วยเหรอ?"

อวี๋จื้อหมิงพูดด้วยอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยว่า "ผมโดนฉู่อวี๋นฝานดักไว้ที่ล็อบบี้ของโรงแรม บอกว่าอยากคืนดีกัน"

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อว่า "ที่ฝั่งตระกูลฉู่เกิดอะไรขึ้นใหม่หรือเปล่า?"

"มีใครสำคัญในบ้านนั้นเป็นมะเร็งระยะกลางถึงปลายหรือยังไง? หรือว่าจะเป็นหมออันดับหนึ่งของพวกเขา ฉู่สืออวี่?"

กู้ชิงหรันตอบว่า "ยังไม่เคยได้ยินว่าตาแก่นั่นมีปัญหาสุขภาพนะ"

"แต่ฉันอาจจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว"

อวี๋จื้อหมิงรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงของกู้ชิงหรันจะดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เสียงรบกวนจากปลายสายลดลงมาก เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายหาสถานที่เงียบสงบกว่าเดิมแล้ว

"จื้อหมิง วันนี้เอง ทางฝั่งญี่ปุ่น การผ่าตัดของอดีตภรรยาฉันก็เริ่มขึ้นแล้ว"

"ผ่าตัดเสร็จหรือยัง?" อวี๋จื้อหมิงถาม

กู้ชิงหรันตอบเสียงเบา "ยังเลย บอกว่าจะเสร็จราวสี่ถึงห้าโมงเย็น ตอนนี้ยังไม่มีข่าวออกมา แสดงว่าการผ่าตัดน่าจะดำเนินไปได้ด้วยดี"

กู้ชิงหรันพูดต่อว่า "แม่อดีตภรรยาฉันที่ไปดูแลเธอ เล่าให้ฟังว่า..."

"หมอซากุราอิที่เดิมมีคิวผ่าตัดสมองเมื่อวาน กลับยกเลิกไปอย่างกะทันหันด้วยเหตุผลบางอย่าง"

"แม่อดีตภรรยาฉันพูดไว้แวบหนึ่งว่า คนไข้รายนั้นก็มาจากประเทศเรานี่แหละ แถมยังแซ่ฉู่ด้วย"

อวี๋จื้อหมิงถามแทรกทันที "เป็นคนตระกูลฉู่หรือ?"

กู้ชิงหรันวิเคราะห์ในสายว่า "เทียบกับสถานการณ์วันนี้แล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว"

"บางที การผ่าตัดรายนั้นอาจมีความเสี่ยงสูง และเพราะเคยเห็นกรณีของอดีตภรรยาฉัน พวกตระกูลฉู่เลยอาจอยากให้คุณช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการผ่าตัด"

อวี๋จื้อหมิงหัวเราะเบา ๆ "บังเอิญจริง ๆ เป็นความบังเอิญแบบที่ไม่มีไม่ได้"

"ถ้าคนนั้นเป็นคนสำคัญของตระกูลฉู่จริง แบบนั้นถึงได้ยอมกลืนเลือดตัวเองมาขอคืนดีกับผม ทั้งที่นิสัยของตระกูลนี้เห็นแก่ตัวแบบนั้น"

กู้ชิงหรันหัวเราะเบา ๆ "ฉันจะให้แม่อดีตภรรยาฉันลองสืบให้แน่ชัดว่าคนนั้นคือใคร หวังว่าที่เราคาดไว้จะถูกต้อง"

ต่อมา กู้ชิงหรันก็พูดอย่างจริงจังว่า "จื้อหมิง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวกู้ของเราจะอยู่ข้างนายโดยไม่มีเงื่อนไข"

"ถึงแม้นายจะผิด เราก็จะยืนข้างนายอย่างมั่นคง เพราะเรายึดถือญาติ ไม่ใช่เหตุผล"

อวี๋จื้อหมิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ถ้าผมผิดจริง ๆ พวกคุณก็ต้องเตือนผมให้ทันนะ..."

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ขณะที่อวี๋จื้อหมิงกำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับโรงพยาบาล เขาก็ได้รับข้อความจากซุนหลิน

"คุณหมออวี๋ เรื่องของชายหนุ่มชาวอเมริกันที่คุณพูดถึงเมื่อวาน ไม่ธรรมดาเลย ผมเพิ่งได้รับข่าวจากเบื้องบนว่า..."

จากข้อมูลที่รวบรวมมาหลายทาง ชายคนนั้นน่าจะเคยเป็นสมาชิกของหน่วยซีลกองทัพพิเศษสหรัฐฯ มาก่อน"

อวี๋จื้อหมิงตอบรับในลำคอ จากนั้นก็ถามต่อว่า "เคยเป็น? แสดงว่าตอนนี้ไม่ใช่แล้ว?"

ซุนหลินตอบว่า "ตอนนี้เขามาในฐานะพลเรือนอย่างเปิดเผย ควรจะออกจากราชการทหารแล้ว แต่ทางเบื้องบนก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเขาอาจเข้าร่วมหน่วยงานลับของรัฐบาลสหรัฐฯ"

"เบื้องบนฝากขอบคุณสำหรับข้อมูลของคุณด้วยครับ"

"และยังบอกอีกว่า หากติดตามพฤติกรรมของชายคนนี้ต่อไป ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะพบเบาะแสเกี่ยวกับกิจกรรมลับบางอย่างของสหรัฐฯ อาจเป็นการค้นพบที่สำคัญเลยก็ได้..."

อวี๋จื้อหมิงเดินทางมาถึงอาคารจื้อเจินของโรงพยาบาลหัวซานก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่าแล้ว

เมื่อรู้ว่าการผ่าตัดของหมออาเดอนายังไม่เสร็จสิ้น เขาจึงตรงไปที่แผนกมะเร็งเพื่อเตรียมการผ่าตัด

ในวันนี้มีผ่าตัดตัดเนื้องอกทั้งหมดสามเคส

อวี๋จื้อหมิงรับหน้าที่มาร์คตำแหน่งชิ้นเนื้อมะเร็งสำหรับทั้งสามเคสจนเสร็จสิ้น ก็ปาเข้าไปหกโมงเย็นกว่าแล้ว

จากนั้น เขาก็รีบกลับมาที่อาคารจื้อเจินโดยไม่หยุดพัก

ที่สำนักงานใหญ่ชั้นใต้ดิน 3 อวี๋จื้อหมิงได้พบกับท่านปู่ใหญ่ของตระกูลกู้ที่รอเขาอยู่ที่นั่น...

จบบทที่ บทที่ 1225 เข้าข้างญาติไม่สนเหตุผล

คัดลอกลิงก์แล้ว