เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 : เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามสาย

บทที่ 57 : เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามสาย

บทที่ 57 : เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามสาย


บทที่ 57 : เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามสาย

ฐานการทดลอง​ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในภูเขาปรากฏต่อสายตาของชูโจวและคนอื่นๆ

ฐานการวิจัยที่อยู่ตรงหน้านี้, บนผนังของฐานมีแผ่นโลหะสีขาวจำนวนมากที่ส่องแสงสีน้ำเงิน และมีเครื่องมือขั้นสูงมากมายอยู่ในนั้น

เเละในขณะนี้ ฐานการทดลอง​นี้กำลังอยู่ในความตื่นตระหนกและนักวิจัยหลายคนในชุดขาวก็วิ่งกันอย่างยุ่งเหยิง

"ฆ่าให้หมด" เฉินปาโจวออกคำสั่งโจมตีอย่างโหดเหี้ยม

"ฆ่า!" นักรบหลายร้อยคนรีบเข้าไปในฐานการทดลอง​ตามทางแยก

"ระวังตัวกันด้วยนะ" ลูโจวพูดคุยกับ หลิงซาน, หลี่ชิงฉี, ซีเหมิง และ เซียวเตี๋ยที่อยู่ข้างๆเขาจากนั้นรีบพุ่งเข้าพร้อมๆกับทุกคน

"วู้ววว..."

ในเวลานี้ เสียงไซเรนยังคงโหยหวนในฐานการทดลอง​ภายในเนินเขา เเละในตอนนั้นเองร่างในชุดทหารจำนวนมากก็พุ่งออกมาจากส่วนลึกของฐานการทดลอง​พร้อมปืน และสาดกระสุนตรงไปที่ชูโจวและคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กระสุนจำนวนนับไม่ถ้วนจะพุ่งเข้าใส่ร่างของชูโจวและคนอื่นๆ พวกมันทั้งหมดกลับถูกหยุดอยู่กลางอากาศ แล้วบังคับให้ย้อนกลับไปด้วยความเร็วที่มากกว่า​เดิม ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องแและร่างในชุดทหารจำนวนมากที่รีบวิ่งออกจากฐานการทดลอง​ก็ถูกกระสุนของตัวเองยิงตายในทันที

“ฮึ่ม……กล้าใช้ปืนต่อหน้านักรบพลังจิต, หาเรื่องตาย” เสียงเยาะเย้ยของฟูหยานดังมาจากบนท้องฟ้า

นักรบของโรงยิมศิลปะการต่อสู้หลักสามแห่งและนักรบหลายร้อยคนจากกองทัพที่กำลังเผชิญกับพายุกระสุนในขณะนี้ต่างรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย……แม้ว่าพวกเขาจะปลุกพลังของยีนได้แล้ว แต่มันก็ยังยากที่จะต้านทานการยิงที่รุนแรงเเละมีจำนวนมากในเวลาเดียวกัน, เเต่เมื่อพวกเขาเห็นเหตุการณ์​นี้พวกเขาก็รู้สึกโล่งใจทันที

พวกเขาตระหนัก​เเล้วว่ามีนักรบพลังจิตที่ทรงพลังมากอยู่เคียงข้างพวกเขา เเละด้วยนักรบพลังจิตผู้ทรงพลังคนนี้ พวกเขาไม่จำเป็น​ต้องกลัวกระสุนอีกต่อไป

ในช่วงเวลาสั้นๆ ขวัญกำลังใจของนักรบของโรงยิมศิลปะการต่อสู้หลักทั้งสามและนักรบของกองทัพได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

"นักรบพลังจิตนั้นทรงพลังมาก" ชูโจวแอบอุทาน

……

สำหสำหรับ​นักรบเเล้ว ผู้ที่ปลดล็อกยีนขั้นที่หนึ่งคือนักรบระดับผู้ปลุก​พลัง, หลังจากหกลายเป็นนักรบผู้ปลุก​เเล้วพลังชีวิตของเเต่ละบุคคล​จะเพิ่มขึ้นอย่างมากและสามารถเริ่มใช้สนามพลังได้ซึ่งสิ่งนี้ทำให้สมรรถภาพทางกายของพวกเขา (พละกำลัง ความว่องไว การตอบสนองทางความคิด สัญชาตญาณการต่อสู้ การรับรู้ถึงอันตราย) และแง่มุมอื่นๆได้พัฒนา​จนทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับระดับผู้ฝึกหัด

จากนั้นเมื่อสนามพลังของนักรบผู้ปลุก​พลัง​พัฒนา​ไปถึงอีกระดับหนึ่ง พวกเขาก็จะมีโอกาสในการปลดล็อคยีนขั้นที่สองเเละหากปลดล็อกยีนขั้นที่​สองสำเร็จ กฌจะกลายเป็นนักรบระดับ​พิเศษ​ทันที

เมื่อเทียบกับนักรบระดับปลุกพลังเเล้วนักรบระดับพิเศษนั้น​จะได้รับการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพเพิ่มขึ้น​อย่าง​มาก, พลังดั้งเดิมของนักรบระดับพิเศษ​นั้น, ไม่ใช่เเค่สามารถปลดปล่อยออกมาภายนอกร่างกายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถแข็งแกร่งขึ้นในทิศทางที่แน่นอนอีกด้วย, นั่นคือหลังจากที่นักรบได้รับการเลื่อนระดับเป็นนักรบระดับพิเศษแล้ว……. นักรบเเต่ละคนจะได้รับเส้นทางวิวัฒนาการสามเส้นทางซึ่ง​ได้เเก่ ระบบยอดนักรบ, ระบบพลังธาตุ และระบบพลังจิต

ระบบยอดนักรบ, คือเส้นทางวิวัฒนาการที่ช่วยให้นักรบวิวัฒนาการความสามารถ​ด้านร่างกายเป็นส่วนใหญ่

ระบบพลังธาตุ, คือเส้นทางวิวัฒนาการ​เพื่อควบคุมพลังงานธรรมชาติต่างๆ เช่น ลม, ฝน, สายฟ้า และไฟ

ระบบพลังจิต, คือเส้นทางวิวัฒนาการ​ที่มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างพลังทางจิตวิญญาณและการเเปรเปลี่ยนทางจิตวิญญาณ

ในหมู่นักรบระดับ​พิเศษ​ของมนุษย​ชาติ, มีจำนวนของ"สุดยอดนักรบ"มากที่สุด, รองลงมาคือนักรบพลังธาตุที่มีประมาณครึ่งหนึ่งของสุดยอดนักรบ

เเต่ในทางกลับกัน นักรบพลังจิตนั้นมีจำนวนน้อยมาก พวกเขามีจำนวน​น้อยกว่าหนึ่งในหมื่นของสุดยอดนักรบ….. แต่เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามนั้นไม่ได้เหนือกว่าหรือด้อยกว่ากัน เเละเเน่นอนมันไม่ได้หมายความว่ายิ่งจำนวนคนในเส้นทางการวิวัฒนาการนั้นน้อยลงเท่าใดก็ยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น

อันที่จริงแล้ว คนที่ทรงพลังที่สุดสามคนในโลกอย่าง ดราก้อน, ธอร์, และอาปาซา นั้นต่างก็เป็นสุดยอดนักรบ, นักรบพลังธาตุ และนักรบพลังจิตตามลำดับ

แต่ในบรรดาสามคนนั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่นักรบพลังจิตอาปาซา, แต่เป็นดราก้อนสุดยอดนักรบต่างหาก

เเต่ความเเข็งเเกร่งอย่างเดียวไม่ได้เป็นข้อกำหนดในการเเพ้ชนะ, อย่างตอนนี้ นักรบพลัง​จิตมีประโยชน์​อย่างมากในสถานการณ์​ที่ต้องหยุดกระสุนทั้งหมดและสะท้อนมันกลับไป

…..

"ดูเหมือนว่าฉันจะต้องประสบความสำเร็จในการฝึกทักษะ​การทำสมาธิรูปแบบเจดีย์ให้ได้โดยเร็วที่สุด!"

หลังจากได้เห็นพลังของนักรบ​พลังจิตด้วยตาของตัวเองแล้ว, ชูโจวก็ตัดสินใจที่จะตั้งใจทักษะ​การฝึกสมาธิรูปแบบ​เจดีย์ให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด

…..

"ฆ่าพวกผู้​บุกรุก​"

ชูโจวและคนอื่นๆที่กำลังพุ่งเข้าไปในฐานการทดลอง, ในที่สุด​ก็ได้พบกับกลุ่มนักรบของอีกฝ่ายพุ่งสวนออกมา

เเละเกือบจะพริบตาเดียว ชูโจวได้ใช้ดาบฟันมังกรสังหารนักรบฝ่ายศัตรูไปสามคนในทันที​

หลิงซาน, ซีเหมิง และ หลี่ชิงฉีก็ไม่แสดงความเมตตาเช่นกัน พวกเขาทำการตัดหัวนักรบในชุดขาวทีละคน

แต่ทางด้านเซียวเตี๋ยที่ตามหลังชูโจวมา, เมื่อเธอนักรบชุดขาวคนหนึ่งพุ่งมาหาเธอ…. เธอก็เกิดอาการหน้าซีดและตัวสั่น, ตกใจมากจนหลับตาปี๋

“อย่าเข้ามานะ…อย่าเข้ามา…”

เธอจับนักรบชุดขาวด้วยมือทั้งสองข้าง, จากนั้นมีดสั้นนับสิบเล่มก็พุ่งออกจากร่างของเธอ แทงทะลุร่างของนักรบชุดขาวราวกับสายฟ้า

พวกชูโจวทั้งสี่ต่างตกตะลึง​เมื่อเห็นความน่ากลัวของเซียวเตี๋ย

“พอเเล้ว…มันตายเเล้ว” ชูโจวเดินเข้าไปเรียกสติของเซียวเตี๋ยที่ยังโจมตีศพของนักรบชุดขาวอยู่

“ชูโจว ฉันกลัวมากเลย” เซียวเตี๋ยกรีดร้องและรีบไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังชูโจว, จากนั้นค่อยๆโผล่หัวออกมาเล็กน้อยและมองไปที่ศพของนักรบชุดขาวที่ถูกฆ่าโดยฝีมือของ​เธอ

“กลัวหรอ…..ทำไมฉันรู้สึกว่าเธอน่ากลัวมากกว่าอีกฝ่ายอีก” ซีเหมิงเดินไปดูร่างของนักรบชุดขาวที่ถูกแทงจนเหมือนเม่นแล้วพูดด้วยท่าทางแปลกๆว่า “เพื่อนคนนี้…น่าสงสารไม่น้อยเลย”

"เอาล่ะ ไปต่อกันเถอะ…. การฆ่าศัตรูเป็นเรื่องสำคัญ​อย่างที่สอง...เรื่องสำคัญ​ที่สุดคือการคอยสังเกต​ว่าที่นี่มีของดีอะไรอีกไหม, เพราะฐานการทดลอง​ขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องมีทรัพยากรที่มีค่าอย่างเเน่นอน​"

หลังจากที่ชูโจวกล่าวจบ ดวงตาของเขาก็เริ่มสแกนไปรอบๆเพื่อดูว่าเขาจะสามารถหาแหล่งทรัพยากร​ได้หรือไม่

อีกด้าน, เมื่อได้ยินคำเตือนของหลินเป่ย ดวงตาของพวกหลิงซานก็เป็นประกาย​ทันที…..พวกเขาล้วนมีเหตุผลที่จะแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นย่อมไม่มีใครยอมพลาดโอกาสที่จะได้รับทรัพยากรการฝึกฝนเเบบฟรีๆ

"หืม? อันที่อยู่ในกล่องโลหะนั่นคือสารอาหารเสริมพันธุกรรมขั้นสูงงั้นหรอ?" ทันใดนั้นชูโจวก็สังเกตุเห็นกล่องโลหะที่เปิดอยู่เเละในกล่องโลหะนั้นมีสารอาหารเสริมพันธุกรรมคุณภาพสูงอย่างน้อยห้าสิบขวด….. สารอาหารเสริมพันธุกรรม​คุณภาพสูงมีมูลค่าขวดละ 10 ล้าน, ดังนั้นทรัพยากร​ในกล่องโลหะผสมนั้นมีมูลค่าทั้งหมด 500 ล้านเหรียญ

หัวใจของชูโจวเต้นไม่เป็นจังหวะ จาดนั้นเขาใช้ทักษะ​การเคลื่อนไหวก้าวย่างลวงตาโดยไม่ลังเล และพุ่งเข้าไปหากล่องโลหะด้วยความเร็วสูงสุด

อย่างไรก็ตาม, ไม่ใช่แค่ชูโจวคนเดียวที่รีบพุ่งไปที่กล่องโลหะ…..แต่มันยังมีอีกสองร่างที่พุ่งมาพร้อมๆกันกับเขา

เเละหนึ่งในนั้นคือจินจิงหวู!

……………………

จบบทที่ บทที่ 57 : เส้นทางวิวัฒนาการทั้งสามสาย

คัดลอกลิงก์แล้ว