- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาเทพแห่งความตาย
- บทที่ 88: นับแต่ออกจากแดนเทพไร้เทียมทาน
บทที่ 88: นับแต่ออกจากแดนเทพไร้เทียมทาน
บทที่ 88: นับแต่ออกจากแดนเทพไร้เทียมทาน
ขอบเขตสุริยันสีชาด คือวิธีการเฉพาะตัวในชาติก่อนของซูหมิง หากแพร่ออกไป ไม่แน่อาจจะดึงดูดความสนใจของศัตรูตัวฉกาจในชาติก่อนได้
ตอนนี้เขาแม้จะไม่ด้อย แต่เมื่อเทียบกับคนบางคน กลับยังอ่อนแอเกินไป ไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึงเลย
ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆ คนที่เคยเห็นขอบเขตสุริยันสีชาดของเขา เขาล้วนคิดจะถอนรากถอนโคน!
ฝูเหยาก็อ่านความหมายในสายตาของซูหมิงออกเช่นกัน นางรู้ว่า หากตนเองไม่สามารถยกเหตุผลที่ทำให้เขาใจอ่อนได้ วันนี้นางกับซูหมิง ก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะมีเพียงคนเดียวที่สามารถจากไปได้อย่างมีชีวิต
เนิ่นนานต่อมา ฝูเหยาเงยลำคอราวกับหงส์ขาวขึ้น กล่าวว่า:
"ข้าไม่เพียงแต่สามารถพาเจ้าไปยังสถานที่ที่พบตำราลึกลับนั้นได้ แล้วข้ายังสามารถบอกส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้น ที่ซ่อนอยู่ให้เจ้าได้ด้วย!"
"แน่นอน…" ซูหมิงหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ผูกมัด
เขารู้อยู่แล้วว่า ด้วยนิสัยของฝูเหยา ไม่มีทางที่จะบอกทุกสิ่งที่ตนเองรู้ให้ตนเองฟังจริงๆ
"ลองว่ามาสิ!" ซูหมิงกล่าว
"จริงๆ แล้วในตำราที่บันทึกเรื่องราวของผู้ยิ่งใหญ่ลึกลับผู้นั้น ยังมีช่วงหนึ่งที่บรรยายเกี่ยวกับแดนเทพอยู่ด้วย"
"คืออะไร?" ซูหมิงถาม สำหรับแดนเทพอันลึกลับที่ไม่รู้จักนั้น ซูหมิงก็สนใจอย่างยิ่งเช่นกัน
นั่งกลับลงบนชายคาอีกครั้ง ฝูเหยาเอ่ยปาก:
"ในบันทึก ที่ตั้งของแดนเทพ อยู่เหนือสวรรค์เก้าชั้น ในกระแสธารแห่งกาลเวลา โลกปัจจุบันไม่อาจค้นหา อดีตไม่อาจไล่ตาม"
ซูหมิงครุ่นคิด: "หากพูดตามที่เจ้าว่า งั้นแดนเทพก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในตำนานเท่านั้นรึ?"
โลกปัจจุบันไม่อาจค้นหา อดีตไม่อาจไล่ตาม
สถานที่เช่นนี้ เกินกว่าความเข้าใจของเขาไปนานแล้ว
"หรือว่า มันมีอยู่จริง แต่เป็นโลกที่พวกเราไม่สามารถเข้าใจได้?" สายตาของฝูเหยาร้อนแรง
"หากอาศัยเพียงบันทึกบนตำราโบราณ บางทีข้าก็อาจจะรู้สึกว่าแดนเทพเป็นเพียงสิ่งที่ผู้เขียนกุขึ้นมา"
"อย่างไรเสียตั้งแต่กาลเวลาอันไร้สิ้นสุดมา ไม่เคยมีใครค้นพบที่ตั้งของแดนเทพ และก็ไม่มีใครสามารถออกมาจากแดนเทพได้"
"แต่จนกระทั่งการปรากฏตัวของคนผู้นั้น เขาทำลายสถิติหมื่นยุค กลายเป็นตำนานเพียงหนึ่งเดียวที่เดินออกมาจากแดนเทพ"
"ถึงขนาดที่ เพื่อแสดงความแข็งแกร่งและความพิเศษของเขา บนตำราโบราณยังใช้ประโยคหนึ่งมาบรรยายโดยเฉพาะ"
"คำพูดอะไร?"
ฝูเหยามีสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวเสียงทุ้ม
"นับแต่ออกจากแดนเทพเขาก็กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน!"
คำบรรยายช่างหยิ่งผยองยิ่งนัก!
ซูหมิงเกิดความรู้สึกซาบซึ้งในใจ แม้จะเป็นเพียงประโยคง่ายๆ แต่กลับทำให้ซูหมิงสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของผู้นั้นราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง
อีกอย่าง ประโยคนี้ก็พิสูจน์ความจริงแท้ของแดนเทพได้อย่างชัดเจน
นับแต่ออกจากแดนเทพก็ไร้เทียมทาน งั้นแดนเทพก็ต้องมีอยู่จริงแน่นอน
แต่ซูหมิงขณะเดียวกันก็มีจุดหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ในเมื่อผู้นั้นหลังจากเดินออกมาจากแดนเทพก็ไร้เทียมทานในโลกแล้ว เหตุใดถึงได้ทอดทิ้งกระบี่คู่กายของตนเอง หายไปในโลกอันกว้างใหญ่นี้?
หรือว่า ผืนฟ้าดินนี้ ได้ถือกำเนิดผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งกว่าเขาขึ้นมาแล้ว?
คำถามนับไม่ถ้วนเต็มอยู่ในสมองของซูหมิง ทำให้ซูหมิงชั่วขณะหนึ่งค่อนข้างงุนงง
รู้สึกเพียงว่าตนเองเหมือนกับกบที่พึ่งกระโดดออกมาจากก้นบ่อ ส่วนโลกใบนี้ที่เดิมทีเขาได้มองทะลุแล้ว ก็กลับกลายเป็นสับสนซับซ้อนขึ้นมาในชั่วพริบตา
"ข้าคาดเดาอย่างกล้าหาญว่า ณ สถานที่ที่พบตำราโบราณ จะต้องมีบันทึกที่เกี่ยวข้องกับผู้แข็งแกร่งลึกลับผู้นั้นอยู่อีกมาก ไม่แน่อาจจะมีเคล็ดวิชาสูงสุดหรือสมบัติลับก็ได้"
"น่าเสียดายที่นั่นอันตรายหนักหนา ข้าคนเดียวไม่สามารถเข้าไปลึกได้เลย"
ฝูเหยามองซูหมิง: "ข้าต้องการผู้ช่วยคนหนึ่ง ผู้ช่วยที่แข็งแกร่ง!"
"ดังนั้นเจ้าต้องการข้างั้นรึ?" ซูหมิงถาม
"ถูกต้อง!" ฝูเหยาพยักหน้า: "การให้เจ้าคว้าอันดับหนึ่งในการประลองใหญ่ของสำนัก นอกจากจะให้เจ้าพาข้าออกจากสำนักเหอฮวนแล้ว ก็ยังเป็นการทดสอบเจ้าด้วย"
"หากเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ เข้าไปที่นั่นกับข้าก็เป็นการหาที่ตายเอง"
ซูหมิงมองฝูเหยาอย่างเย็นชา พูดทีละคำ: "ดังนั้น นี่คือเงื่อนไขที่เจ้าแลกเปลี่ยนกับข้างั้นรึ?"
"นี่ยังไม่พออีกรึ?" ฝูเหยาขมวดคิ้วงาม
"สิ่งที่เจ้าพูดเหล่านั้น ข้าสนใจจริงๆ แต่ว่าอย่างไรเสียก็ล้วนเลื่อนลอยเกินไป ข้าคนนี้ค่อนข้างยึดติดกับความเป็นจริง เจ้าเห็นความลับของข้าแล้ว หากข้าไม่สามารถรับประกันได้ว่าเจ้าจะไม่เปิดเผย งั้น…" พูดพลาง จิตสังหารบนร่างซูหมิงก็แผ่ออกมาอีกครั้ง
"เจ้าแน่ใจรึ ว่าเจ้าจะชนะข้าได้แน่นอน?" ฝูเหยาหรี่ตาลง สายตาก็ไม่เป็นมิตรเช่นกัน
"เจ้าลองดูได้!"
สายตาของทั้งสองคนประสานกัน เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด ชั่วพริบตากลิ่นอายดินปืนอันเข้มข้นก็แผ่กระจายไปในความว่างเปล่า
แต่ครู่ต่อมา ฝูเหยาราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ตัดสินใจกล่าว: "ช่างเถอะ! ข้ายินยอมตั้งคำสาบานจิตมรรคา จะไม่เปิดเผยเรื่องในวันนี้เด็ดขาด"
ที่เรียกว่าคำสาบานจิตมรรคา คือคำสาบานที่ร้ายกาจที่สุดในโลกแห่งการฝึกฝน ผู้ที่ผิดคำสาบาน จะเกิดมารในใจขึ้น ไม่เพียงแต่การฝึกฝนจะยากที่จะก้าวหน้าได้ ในอนาคตยิ่งจะธาตุไฟเข้าแทรกจนตาย
เมื่อได้ยินว่าฝูเหยายินยอมตั้งคำสาบานด้วยจิตมรรคา ซูหมิงถึงได้ตอบตกลง
"ได้!"
สาบานตามคำขอของซูหมิงแล้ว ฝูเหยามองซูหมิงอย่างไม่พอใจ: "ตอนนี้เจ้าสมหวังแล้วรึยัง?"
"จำใจต้องทำ โปรดเข้าใจด้วย!" ซูหมิงในที่สุดก็เผยรอยยิ้มออกมา ประสานมือให้ฝูเหยา
"เหอะ ผู้ชายเฮงซวย!" ฝูเหยาแค่นเสียงเบาๆ สีหน้าไม่พอใจ
ซูหมิงหัวเราะอย่างขมขื่น จริงๆ แล้วเขาก็ไม่อยากบีบคั้นฝูเหยาถึงขนาดนี้ เพียงแต่ขอบเขตสุริยันสีชาดนั่นสำคัญมากเกินไป
หากถูกเปิดโปง จะดึงดูดความสนใจของหลินจ้าน งั้นการวางแผนมานานของตนเองก็จะกลายเป็นความว่างเปล่าทั้งหมด
จากนั้น ซูหมิงก็กระโดดไปยังข้างกายชายชราหลายคนนั้น เริ่มค้นหาสิ่งของที่ริบมาได้!
เมื่อมองดูแผ่นหลังของซูหมิง ฝูเหยาที่เบื่อหน่ายก็กล่าวอย่างสงสัย
"ท่าไม้ตายเมื่อครู่ของเจ้าชื่ออะไร?"
ซูหมิงไม่พูด ยังคงก้มหน้าก้มตาค้นหาสมบัติของตนเองต่อไป
ฝูเหยาเข้าใจในทันทีว่าซูหมิงไม่อยากจะเจาะลึกในหัวข้อนี้ ก็เปลี่ยนเรื่องถามอีกครั้ง:
"ไพ่ตายของเจ้าข้าไม่ถามก็ได้ แต่เมื่อครู่ทำไมเจ้าถึงเร็วขนาดนั้น บอกข้าได้กระมัง?"
ความเร็วตอนที่ซูหมิงสังหารฉู่กุ่ยเร็วกว่าขั้นประตูสวรรค์ขั้นสูงสุดทั่วไปเสียอีก นี่สำหรับผู้ฝึกตนที่อยู่เพียงขอบเขตแก่นทองคำแล้วเป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการได้
อย่างไรเสีย ความเร็วระดับนี้ในการต่อสู้ตัดสินเป็นตาย สามารถมีบทบาทตัดสินผลแพ้ชนะได้
"สิ่งที่เจ้าไม่ควรถาม ทางที่ดีเจ้าก็อย่าถาม รู้มากเกินไป ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดี!" ซูหมิงในที่สุดก็เอ่ยปาก น้ำเสียงกลับมาเฉยเมย
ฝูเหยาโกรธจนอาละวาด ทุบแผ่นหลังซูหมิงอย่างแรงสองหมัด
อีกด้านหนึ่ง ซูหมิงพบกระจกจุติบานนั้นข้างศพของฉู่กุ่ย
แต่เมื่อเขาเอากระจกจุติมาถือไว้ในมือสำรวจดูเล็กน้อย บนใบหน้ากลับอดไม่ได้ที่จะเผยสีหน้าผิดหวังออกมา
"ที่แท้เป็นเพียงของเลียนแบบ แล้วจำนวนครั้งที่ใช้ได้ก็หมดแล้ว…"
เมื่อมองดูกระจกในมือที่สูญเสียพลังไปโดยสิ้นเชิงแล้ว ซูหมิงก็ถอนหายใจอย่างจนใจ
เดิมทีคิดว่าจะสามารถอาศัยสิ่งนี้ได้รับอาวุธวิเศษที่แข็งแกร่งชิ้นหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ความคิดนี้คงต้องล้มเลิกไปแล้ว
ค้นหาอยู่พักหนึ่ง ซูหมิงได้รับแหวนมิติมาทั้งหมดแปดวง ในจำนวนนั้นมีอาวุธวิเศษระดับลึกลับนับไม่ถ้วน ที่สำคัญที่สุดคือ ข้างในยังมีหินวิญญาณถึงสามแสนก้อน
บวกกับหินวิญญาณสองแสนก้อนที่ตนเองค้นหามาก่อนหน้านี้ หินวิญญาณบนร่างซูหมิงสูงถึงห้าแสนก้อน!
"รอเรื่องครั้งนี้ผ่านไป ก็สามารถหาโอกาสยกระดับพลังบำเพ็ญได้แล้ว" ซูหมิงพึมพำกับตัวเอง แต่ทันใดนั้นราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในแววตาเขาก็ฉายประกายดุร้ายออกมา
จากนั้นก็ถือกระบี่เดินไปยังลานด้านใน…