- หน้าแรก
- เคล็ดวิชาเทพแห่งความตาย
- บทที่ 81: เจ้ามองคนแม่นจริงๆ
บทที่ 81: เจ้ามองคนแม่นจริงๆ
บทที่ 81: เจ้ามองคนแม่นจริงๆ
"อย่างไร เจ้ายังไม่ยอมรึ?" ซูหมิงถลึงตาใส่อวี้เฟิงหยิน
"เจ้า…" อวี้เฟิงหยินเบิกตาโกรธจัด แต่นึกถึงกระบี่เมื่อครู่ของซูหมิง ก็ทำได้เพียงก้มหน้าลงอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้น ซูหมิงก็ชี้กระบี่ไปยังมู่ทัวและหลิวหรูเฟิง
"ตอนนี้ถึงตาพวกเจ้าแล้ว มา บอกข้าว่าพวกเจ้าใครจะขึ้นมารับความตายก่อน?"
"โอหัง คิดว่าตนเองไร้เทียมทานในโลก อยากฆ่าใครก็ฆ่าได้งั้นรึ?" มู่ทัวตวาดเสียงดัง: "ข้าจะบอกเจ้า ครั้งนี้ สำนักวิญญาณมรณะพวกเราไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวที่มาเมืองเฉียนหลง หากเจ้ากล้าลงมือกับข้า งั้นก็จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธแค้นอันไร้สิ้นสุดของสำนักวิญญาณมรณะข้า"
"เจ้ากำลังขู่ข้างั้นรึ?" พูดพลางซูหมิงก็ยกมือฟันกระบี่ลง จากนั้นก็ฟันประกายกระบี่สายหนึ่งพุ่งตรงไปยังมู่ทัว
มู่ทัวเห็นดังนั้น ก็รีบกระตุ้นพลังปราณต้านทาน
แต่หลายคนร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูหมิง เขาคนเดียวจะสามารถต้านทานการโจมตีของซูหมิงได้อย่างไร
ภายใต้กระบี่เดียว มู่ทัวถูกประกายกระบี่กระแทกปลิวไปทันที แล้วตกลงบนพื้น
"เจ้า… พลังบำเพ็ญมรรคากระบี่ของเจ้าทำไมถึงสูงส่งถึงเพียงนี้?" มู่ทัวพยุงร่างขึ้นจากพื้น แต่ในไม่ช้าก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
ซูหมิงส่ายหัวเบาๆ: "คนตาย รู้คำตอบไปก็ไม่มีความหมาย!"
เมื่อมองเห็นร่างของซูหมิงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทั่วร่างของมู่ทัวเย็นเยียบ วิกฤตแห่งความตายทำให้เขาตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ ขอร้องท่านเห็นแก่ที่เราเป็นศิษย์สี่สำนักใหญ่เหมือนกัน ลงมือช่วยข้าด้วยเถอะ!" มู่ทัวไม่อยากตาย ทำได้เพียงเอ่ยปากขอความเมตตาจากฝูเหยา
"ก่อกรรมทำเข็ญเองไม่อาจรอดชีวิต เจ้าคิดจะฆ่าผู้อื่น ย่อมต้องเตรียมพร้อมที่จะถูกฆ่า!" ฝูเหยาเอ่ยปาก บนใบหน้าประดับรอยยิ้มงดงามเย้ายวนใจ เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
"หยุดมือ!"
กลับเป็นหลิวหรูเฟิงข้างๆ ที่เห็นดังนั้นก็รีบมายืนอยู่หน้ามู่ทัว เขารู้ดีถึงหลักการปากสิ้นฟันหนาว ( หมายถึง พึ่งพาอาศัยกัน หากฝ่ายหนึ่งล่ม อีกฝ่ายก็จะลำบากไปด้วย)
หากมู่ทัวตาย สถานการณ์ของตนเองจะยิ่งอันตรายมากขึ้น
"ซูหมิง การโจมตีเมื่อครู่น่าจะเป็นขีดจำกัดของเจ้าแล้วกระมัง ข้ากับมู่ทัวก็ไม่ด้อย หากเจ้าบีบคั้นพวกเราจนถึงที่สุด นั่นก็คือสถานการณ์สู้ตายตาข่ายขาด" ( หมายถึง สู้ตายไปด้วยกัน)
"ข้าไม่เชื่อหรอกว่า เจ้าจะสามารถใช้การโจมตีสุดขีดจำกัดของเจ้าได้ตลอดเวลา"
ประนีประนอมได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ต่อสู้เสียหายทั้งสองฝ่าย!
หลิวหรูเฟิงมีสีหน้ามั่นใจ เขาเชื่อว่าขอเพียงซูหมิงเป็นคนปกติ ย่อมรู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไร
ซูหมิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ ราวกับสัตว์ป่าที่เลือกคนกิน
"เจ้าคิดว่านั่นคือขีดจำกัดของข้า แต่กลับไม่รู้ว่านั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของข้า!"
"ฮ่าๆๆๆ" หลิวหรูเฟิงได้ยินดังนั้นแทบจะหัวเราะจนน้ำตาไหล: "ซูหมิง แค่ข้าพูดยกยอปอปั้นเจ้าหน่อยก็เหลิงแล้วรึ?"
"ในขอบเขตแก่นทองคำ เจ้าสามารถมีพลังต่อสู้เช่นนี้ได้ข้ายอมรับว่าสู้ไม่ได้ แต่หากเจ้าจะบอกว่านี่เป็นเพียงวิธีการธรรมดาของเจ้า นั่นก็น่าหัวเราะเยาะที่สุดในโลกแล้ว"
"อย่างนี้ ข้าก็ไม่พูดไร้สาระมากความกับเจ้า วันนี้ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป เรื่องตระกูลหลิวถูกทำลายล้าง ข้าหลิวหรูเฟิงต่อจากนี้ไปจะไม่เอาความอีก"
ความแค้นที่ถูกล้างตระกูล หลิวหรูเฟิงจะบอกว่าไม่เกลียดซูหมิงเป็นไปไม่ได้
แต่เมื่อได้เห็นวิธีการของซูหมิง ตอนนี้เขาก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเอง เอาชีวิตรอดไปก่อน ค่อยวางแผนระยะยาวคือหนทางที่ดีที่สุด!
"เจ้าหลิวหรูเฟิงสามารถไม่ถือสาข้าได้ แต่ข้าซูหมิงทำไม่ได้" มองหลิวหรูเฟิงอย่างเย็นชาแวบหนึ่ง: "อย่างไรเสียข้าคนนี้ ก็ชอบถอนรากถอนโคนมาตลอด!"
"เจ้า…"
หลิวหรูเฟิงและมู่ทัวสบตากัน
"สู้ตายกับเขา!"
เมื่อเห็นว่าซูหมิงไม่คิดจะประนีประนอม ทั้งสองคนก็ลงมืออย่างเด็ดขาด พลังปราณบนร่างพวกเขาเดือดพล่าน ประตูสวรรค์สีเหลืองสองบานลอยขึ้นเหนือศีรษะพวกเขา
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนล้วนเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แย่ที่สุดในบรรดาตราประทับประตูสวรรค์ มุมปากของซูหมิงก็ปรากฏรอยยิ้มดูถูกขึ้นมา
"อย่างพวกเจ้า ข้าสู้ได้สิบคน!"
"ฟิ้ว!"
กระบี่ผ่าความว่างเปล่า ประกายกระบี่สองสายแหวกอากาศ
ในขณะเดียวกัน ก้าวท่องนภาก็กระตุ้นขึ้น ร่างของซูหมิงก็หายไปจากที่เดิมทันที
รอจนทั้งสองคนต้านทานประกายกระบี่สายนั้นได้สำเร็จ ซูหมิงก็มาปรากฏตัวด้านหลังทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัวแล้ว
"ฟัน!"
ตวาดเสียงเบา แสงกระบี่ก็มาถึงแผ่นหลังของทั้งสองคนแล้ว
ทั้งสองคนเมื่อกระทันหันแม้จะกระตุ้นพลังปราณต้านทาน แต่ก็ยังคงถูกกระบี่เดียวฟันล้มลงกับพื้น
"คุ้มครองศิษย์พี่!"
ศิษย์สำนักเฮ่าหยวนรอบข้างเห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาล้อม
วินาทีต่อมากระบี่ยาวสีเลือดเล่มหนึ่งก็ปรากฏออกมาจากร่างซูหมิง
"ฟิ้ว!"
"ฟิ้ว!"
"ฟิ้ว!"
…… …
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นนับไม่ถ้วน กระบี่ดับสูญราวกับวิญญาณที่เริงระบำเคลื่อนผ่านไปมาระหว่างศิษย์สำนักเฮ่าหยวน
จากนั้น ศิษย์ภายในโถงก็ราวกับต้นข้าวที่ถูกเกี่ยว ล้มลงไปเป็นแถวๆ
ศิษย์สำนักเฮ่าหยวนขอบเขตแก่นทองคำเหล่านี้ไม่ด้อย แต่สำหรับซูหมิงแล้ว กลับไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึงเลย!
"นั่นคือกระบี่ประจำตัว… เป็นทักษะเฉพาะของสำนักเทียนเจี้ยน เขาคงจะเข้าสู่สำนักเทียนเจี้ยนแล้ว!" มู่ทัวกล่าวอย่างตื่นตระหนก
แดนเทียนเฟิงนี้ มีเพียงศิษย์สำนักเทียนเจี้ยนเท่านั้นที่สามารถหลอมกระบี่ประจำตัวได้! เช่นเดียวกัน ก็มีเพียงศิษย์ของสำนักเทียนเจี้ยนเท่านั้นที่สามารถใช้พลังกระบี่ออกมาได้แข็งแกร่งถึงระดับของซูหมิง
"ซูหมิง ถึงเจ้าไม่กลัวหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเอง แต่ไม่กลัวว่าจะสร้างปัญหาให้สำนักเทียนเจี้ยนรึ?" หลิวหรูเฟิงที่ได้สติกลับมาตะโกนลั่น พยายามใช้สำนักเทียนเจี้ยนกดดันซูหมิง
"ใช่แล้ว!" มู่ทัวก็ตื่นรู้ขึ้นมา: "เรื่องในวันนี้หากแพร่ออกไป เจ้าจะทำให้สำนักเทียนเจี้ยนต้องเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตอย่างสำนักวิญญาณมรณะและสำนักเฮ่าหยวนพร้อมกัน ไม่ว่าอาจารย์ของเจ้าจะเป็นใคร เขาก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป!"
"ฆ่าพวกเจ้าเสีย เรื่องก็จะไม่แพร่ออกไปแล้วไม่ใช่รึ?" ซูหมิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
พร้อมกับสิ้นเสียง ร่างของเขาก็หายไปภายในโถง
รอจนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ด้านหลังหลิวหรูเฟิงและมู่ทัวทั้งสองคนแล้ว
ทั้งสองคนเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
บนลำคอของพวกเขาทั้งสองคน ต่างก็มีเส้นเลือดสีแดงปรากฏขึ้นมา
"ตุ้บ!"
ศพของทั้งสองคนล้มลงกับพื้นอย่างเป็นระเบียบ เลือดพลันย้อมสถานที่แห่งนี้ให้เป็นสีแดงทันที
ภายในโถงใหญ่เงียบสงัดราวกับความตาย นอกจากฝูเหยาแล้ว ทุกคนล้วนถูกวิธีการอันโหดเหี้ยมของซูหมิงทำให้ตกตะลึงอย่างลึกซึ้ง
ไม่มีใครคิดว่า ซูหมิงกล้าลงมือฆ่าคนต่อหน้าสาธารณชนโดยตรง
อย่างไรเสีย สองคนนี้คนหนึ่งคือศิษย์สายตรงของสำนักเฮ่าหยวน อีกคนคือผู้อาวุโสของสำนักวิญญาณมรณะ
ต้องรู้ว่า เรื่องแบบนี้หากถูกเปิดโปง ไม่เพียงแต่ซูหมิงจะได้รับผลกระทบ แม้แต่สำนักเทียนเจี้ยนก็ต้องเผชิญกับปัญหาไม่น้อย
ซูหมิงที่ทำทั้งหมดนี้เสร็จก็หันสายตาไปที่ร่างของอวี้เฟิงหยิน
"จัดการพวกเขาเสร็จแล้ว ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว!"
"เจ้า… เจ้าคิดจะทำอะไร?" เสียงของอวี้เฟิงหยินค่อนข้างสั่นเครือ
"ระหว่างข้ากับเจ้าไม่ได้มีความแค้นถึงตาย เอาอย่างนี้ เจ้าคุกเข่าโขกศีรษะสามครั้ง ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!" ซูหมิงเอ่ยปากอย่างเย็นชา
หากเป็นเวลาปกติ ซูหมิงไม่มีทางปล่อยอวี้เฟิงหยินไปแน่นอน
แต่ฝูเหยาอยู่ ซูหมิงก็ไม่อยากทำเรื่องให้ดูน่าเกลียดเกินไป
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ซูหมิงเขา…"
"หาข้าทำไม เรื่องที่เจ้าก่อขึ้นเอง ก็จัดการเองสิ!" ฝูเหยาขัดจังหวะคำพูดของอวี้เฟิงหยินโดยตรง นั่งลงบนที่นั่งข้างๆ กินองุ่นอย่างสบายๆ ราวกับว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบข้างไม่เกี่ยวข้องกับนางเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ อวี้เฟิงหยินก็รู้ว่า ฝูเหยาไม่คิดจะยุ่งเรื่องนี้จริงๆ แล้ว
"ข้าเป็นคนประเภทที่เจ้าให้ข้าคุกเข่า ข้าก็จะคุกเข่าให้เจ้ารึ?"
อวี้เฟิงหยินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว สายตาที่มองซูหมิงเต็มไปด้วยจิตสังหาร!
ซูหมิงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ค่อยๆ ยกกระบี่ชิงกังขึ้น!
"มองคนแม่นจริงๆ!"
อวี้เฟิงหยินกัดฟันยิ้ม จากนั้นก็โขกศีรษะให้ซูหมิงสามครั้งเสียงดัง "ปังๆๆ"…