เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 - หอกโกลาหลสีชาด (7) [13-04-2020]

บทที่ 157 - หอกโกลาหลสีชาด (7) [13-04-2020]

บทที่ 157 - หอกโกลาหลสีชาด (7) [13-04-2020]


บทที่ 157 - หอกโกลาหลสีชาด (7)

ถ้าฉันไม่ได้ฆ่าเต่าทองด้วยเพลิงโกลาหลการเอาชนะบอสตัวนี้ก็อาจจะมากกว่านี้ ยัไงก็ตามฉันได้เผาเต่าทองไป และบอสก็ยังปรากฏตัวออกมาพร้อมกับเพลิงบนตัวมัน ฉันได้พบกับแค่เหตุการณ์นี้เท่านั้น แต่มันดูเหมือนว่าเพลิงโกลาหลมันสามารถจะสร้างความเสียหายได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่สามารถจะหยุดได้ และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตของมันจึงทำให้เพลิงได้สร้างความเสียหายที่ร้ายแรงกับมัน

ถ้าฉันพยายามที่จะเผามันโดยไม่มีทั้งหมดนี้มันก็เป็นไปไม่ได้เลยด้วยมานาทั้งหมดของฉัน แรงและกำลังใจของสมาชิกในปาตี้ก็จะตกลงไปเช่นกัน น่าเสียดายที่มันไม่สามารถจะพิสูจน์อะไรได้เพราะมันได้ตายไปแล้ว

สิ่งนี้มันอาจจะบอกได้ว่าพวกเราโชคดี ฉันเชื่อว่ามันคงเป็นผลมาจากผลกรรมที่ฉันได้ทำมาตลอดชีวิตนี้ จากนั้นฉันก็ได้เก็บศพของบอสลงไปในช่องเก็บของ ทุกๆคนได้จดจ่ออยู่ที่ฉัน"

"เจ้าลูกชายรีบๆเลือกรางวัลได้แล้ว อย่าทำให้พ่อตายในขณะที่รอสิ"

"เป็นพ่อที่น่ารักอะไรแบบนี้ TK...แต่ว่ารางวัลอะไร เอกอะไรหรอ พวกนายกำลังคุยเรื่องอะไรกันแล้วก็นายทำอะไรกับด้วงตัวนั้น"

"มันมีอีกหลายสิ่งที่นายจะต้องแปลกใจ ฉันจะบอกนายทั้งหมดเมื่อการจู่โจมจบลง แน่นอนว่านายจะไม่สามารถหนีออกไปได้หลังจากได้ยินทุกอย่าแล้ว คุคุคุ"

"อย่าได้ข่มขูใครในขณะที่หัวเราะแบบนั้นสิ แล้วก็เลือกรางวัลซะ"

เนื่องจากว่าทุกคนกำลังใจร้อนฉันจึงกลับมาสนใจที่ลิสรางวัล

[1.รอยสักแมลงปีกแข็งสีทอง]

หลังจากฉันได้เห็นมันฉันก็เลือกในทันที ฉันไม่แม้แต่จะตรวจสอบรางวัลอื่นๆสักนิด มันคิดรอยสัก! ฉันจะต้องได้มันมา มันไม่ใช่ของที่เหมือนกับอุปกรณ์สวมใส่ซึ่งจะต้องเปลื่ยนอยู่ตลอดเวลา รอยสักมันจะเพิ่มสเตตัสอย่างถาวร ฉันจะไม่ยอมสูญเสียมันไป ในทันทีหลังจากนั้นด้านหลังมือซ้ายของฉันก็ร้อนขึ้น ฉันได้เอาถุงมือออกและมองไปที่มันที่ๆซึ่งฉันได้เห็นรอยสักแมลงปีกแข็งสีทอง

[คุณได้รับรอยสักแมลงปีกแข็งสีทอง โชคและพลังป้องกันของคุณเพิ่มขึ้น 20% ทักษะประเภทป้องกันทั้งหมดเพิ่มประสิทธิภาพ 50% ผลบวกจะถูกเพิ่มลงในการเจริญพันธ์ทั้งหมด]

อย่างที่ฉันคาดเอาไว้เลยผลของมันน่าทึ่งมาก เนื่องจากว่าโชคมันไม่สามารถจะเพิ่มขึ้นได้ด้วยแต้มสเตตัส ทางเดียวที่จะเพิ่มมันได้คือไอเทมและฉายาเท่านั้น รอยสักนี้มันจึงเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แถมมันยังเพิ่มพลังป้องกันให้ฉันอีก 20% มันแม้แต่เพิ่มผลประสิทธืภาพให้กับทักษะประเภทป้องกันของฉัน ฉันสามารถจินตนาการได้เลยว่าทักษะผิวมังกรของฉันมันจะทรงพลังมากแค่ไหนในตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีผลบวกต่อกิจกรรมการเจริญพันธ์... ฉันนั้นไม่ได้ทำกิจกรรมการเจริญพันธ์แน่นอน แต่ฉันก็แน่ใจว่ามันจะไม่ทำร้ายฉัน

สิ่งหนึ่งที่ฉันสงสัยก็คือรอยสักแมลงปีกแข็งสีทองนี้มันแตกต่างไปจากด้วงบอสก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้มันไม่ได้สำคัญอะไรนัก เมื่อฉันกำลังลูบรอยสักของฉันอย่างพึงพอใจ ฮวาหยาก็กรี๊ดออกมา

"มันไม่มีอะไรเลยนอกจากแมลง"

"ฮวาหยาเธอจำได้ไหมว่าดันเจี้ยนนี้มีชื่อว่าอะไร? อย่าลืมนะว่ามันก็จะมีเหตุการการจู่โจมหลังจากนี้"

"ฉันเกลียดมัน ฉันเกลียดทุกอย่างที่นี่..."

ในตอนท้ายๆทุกๆคนที่ไม่ใช่คนสุดท้ายก็ได้เลือกรางวัลของพวกเขาจนเสร็จ พ่อได้รับหมวก ฮวาหยาได้แหวน และแม้ว่าแมงมุมจะไม่โผล่ออกมาแต่มันก็มีชุดเดรสที่ทำมาจากใยแมงมุมซึ่งเยอึนได้เลือกมันไป มันดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เธอได้หวังเอาไว้เพราะเธอได้กรี๊ดออกมาในตอนที่ได้รับมันมา เธอไม่แม้แต่จะแสดงให้ฉันเห็นว่ามันเป็นยังไง

สำหรับรูเดียแม้ว่าเธอจะเลือกรางวัลอย่างอื่นที่ดีกว่าแต่เธอก็เลือกอิลิกเซอร์ ถ้าฉันจำได้ถูกต้องเธอก็มักจะเลือกอิลิกเซอร์เสมอๆ แม้ว่าไอเทมอย่างอิลิกเซอร์มันจะหายากและเธอไม่ได้ขาดอุปกรณ์...แต่ฉันก็อดที่จะถามเธออกไปอย่างสงสัยไม่ได้

"รูเดียทำไมเธอถึงเลือกแต่อิลิกเซอร์"

"อิลิกเซอร์มันไม่เหมือนกับของใช้จากร้านขายของ พวกมันสามารถที่จะใช้กับคนอ่นได้...ฉันจะใช้มันเมื่อชินอยู่ในปัญหา"

"....อะ อ่่อ ขอบคุณนะ แต่เธอก็จะต้องใช้มันเมื่อเธอตกอยู่ในอันตรายเหมือนกันนะ"

"อู...."

เวร ฉันมันโง่เองที่ไม่สามารถจะเดาเหตุผลได้ตั้งแต่แรก เพราะฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นเหตุผลนี้ ฉันก็เลยสะดุ้งและถอยไป ฉันคิดว่าไม่มีใครจะได้ยินมัน แต่วอร์คเกอร์กำลังขำฉันอยู่

"ความรักที่เสียสละตัวเองให้กับชีวิตคู่มันเป็นความรักที่สวยงาม"

"อย่าได้ผลักดันความคิดที่บิดเบี้ยวของนายลงบนความรัก"

ฉันควรจะทำยังไงดี ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันรู้สึกว่ามันจะจบลงด้วยการที่ฉันกลายเป็นสามีของรูเดีย ฉันรู้สึกหนาวไปถึงสันหลังและหันหน้าไปทางรูเดีย ขณะเดียวกันเธอก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาแน่วแน่ ฉันได้หันหนีไปอย่างรวดเร็ว

"ทุกคนสภาพเป็นยังไงบ้าง?"

"เพอเฟค"

"เหมือนกัน"

"TK นายสามารถจะทำได้แม้แต่จะตั้งเวลาให้มอนสเตอร์ปรากฏตัวเลยหรอ"

"ใช่แล้ว ฉันจะบอกนายเร็วๆนี้แหละ"

"จริงนะ ถ้าฉันไม่ได้ต่อสู้ด้วยกันกับนายในหุบเขาแอนเทลโลป ฉันก็จะต้องสงสัยเกี่ยวกับนายมากในตอนนี้! แต่ว่าเพราะนายได้บอกว่านายจะอธิบายกับฉัน ฉันก็จะรอ ฉันอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้วเช่นกัน ดังนั้นไปกันเธอ"

วอร์คเกอร์ได้หยิบโพชั่นและใส่มันลงไปในปาก จากนั้นเขาก็เลือกรางวัล โลกได้เริ่มพังทลายลงไปในทันที ในเวลาเดียวกันพลังงานจำนวนมหาศาลที่อยู่ในอากาศก็ได้ก่อให้เกิดเป็นลักษณะของมอนสเตอร์

[เหตุการการจู่โจมได้เกิดขึ้น การจู่โจมระดับ SS 50 คน 'ราชินีปีศาจตั๊กแตนตำข้าว' ในฐานะที่ปาตี้ของคุณได้เคลียร์เหตุการดันเจี้ยน คุณจะได้รับสิทธิโดยสมบูรณ์]

นอกสวนสาธารธได้โผล่ออกมาพร้อมกับการดิ้นรนของโลกแมลง ในช่วงกลางเขตแดนได้มีตักแตนตำข้าวที่กำลังพยายามจะยกร่างกายของมันขึ้น ฮวาหยาได้กรี๊ดออกมาอีกรอบหนึ่ง หูของฉันได้ดับลงไปโดยทันทีเพราะเสียงของเธอ

[มนุษย์ เจ้ากล้าที่จะไล่ข้าออกมา! ส่งข้ากลับไป! ส่งข้ากลับไปเดี๋ยวนี้]

พวกเราได้ตัวสั่นในทันทีด้วยเสียงที่น่าตกใจ บอสระดับ SS อยู่ในสภาวะที่โกรธมากจนส่งผลกระทบตรงมาถึงจิตใจของพวกเรา

[อย่าได้เอาฉันและลูกๆของฉันมาเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของเจ้า! ส่งข้ากลับไป!]

เสียงได้ดังขึ้นในหัวของฉัน ในขณะที่พ่อและวอร์คเกอร์ซึ่งมีการป้องกันทางจิตใจที่อ่อนแอกว่าได้ตัวเซโดยที่ไม่สามารถยืนได้อย่างมั่นคง ....สำหรับบอส 50 คน เธอได้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่มากเกินไป ยังไงก็ตามสิ่งที่เธอพูดมันน่าสนใจ

ใช่เธอเพิ่งจะพูดคำว่า 'ลูก'

เหตุการดันเจี้ยนได้หายไปอย่างสมบูรณ์ และพวกเราได้มองเห็นตั๊กแตนตำข้าวยักษ์ที่ทำลายทางเข้าสวนสาธารณะไป มองไปที่ช่วงล่างของร่างกาย... พวกเราสามารถจะบอกได้เลยว่ามันป่องออกมาอย่างผิดปกติ พระเจ้า เธอ... เธอ....

"เธอท้อง! เธอกำลังแบกไข่อยู่"

[ฮีโร่ ฮีโร่ อีโร่ เจ้า เจ้า เจ้าเป็นคนที่นำข้ามาที่นี่]

"ตัดเจ้าตั๊กแตนตำข้าวนั่น! นายอยู่ที่นี่ในตอนที่เหตุการณ์ดันเจี้ยนปรากฏ

[อ่า อ่าาาาาาา! ข้าจะสาปแช่งแก ข้าจะสาปแช่งพวกแกทุกคน ข้าจะสาปแช่งโลกใบนี้ ตั้งแต่ที่ข้ามาที่นี่ข้าก็จะกินเจ้าทุกคน ข้าไม่ปล่อยให้มีคนที่จะมาทำร้ายลูกของข้ามีชีวิตอยู่]

ขาหน้าของมันได้ส่องแสงและมานาที่ไม่มีขีดจำกัดได้ถูกรวมเอาไว้ จากนั้นเอง...

[ฮีโร่]

ล็อทเต้ได้บินลงมาหาฉัน เธอกำลังรอคอยฉันอยู่ใกล้ๆนี้ ฉันได้กระโดดลงไปบนหลังของเธอและลูบล็อทเต้ที่มองไปที่ตั๊กแตนตำข้าวและคำรามออกมา

[เจ้าตัวเมียนั่นทำให้ฉันเข้าไปไม่ได้ เธอพยายามจะหลบซ่อนจากมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ นังนั่นคือพวกหนีทัพ]

"โทษนะ ฉันไม่แน่ใจ่ว่านั่นมันหมายถึงอะไร"

[เธอมันเป็นเจ้าขี้ขลาด เธอได้แยกฉันจากฮีโร่...! ครั้งต่อไปฉันจะไม่ยอมปล่อยฮีโร่ไว้เพียงคนเดียว]

"อ่า อืมม... ขอบคุณนะ"

ดูเหมือนว่าเธอจะโกรธที่ไม่สามารถจะเข้าไปในดันเจี้ยนได้ ฉันได้ลูบล็อทเต้อีกครั้งที่กำลังกระพือปีกอย่างรุนแรง เป็นไปได้ไหมว่าไม่ใช่มอนสเตอร์ทั้งหมดจะอยู่ในฝั่งเดียวกัน นี้มันเป็นข่าวดีสำหรับมนุษย์หรือป่าวนะ ฉันสามารถจะคิดเรื่องนี้ได้ในภายหลัง ในตอนนี้ฉันจะต้องโฟกัสในสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน

"มันเป็นบอสการจู่โจมระดับ SS คลอดลูกมามันจะเป็นภัยพิบัติ เราจำเป็นต้องเอาชนะเธอไม่ว่ายังไงก็ตาม"

แม้ในขณะที่ฮวาหยาพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ เธอก็ได้ถือคทาและลูกแก้วของเธอเตรียมต่อสู้ ดวงตาไซครอปสีทองได้เริ่มส่องแสงออกมาอีกครั้ง มันดูเหมือนว่าเธอกำลังกัดฟันแน่นและถือมันเอาไว้เผื่อเหตุการที่ไม่คาดฝัน วอร์คเกอร์ได้หยุดล้อเล่นและพึมพำออกมา

"รังไข่ของตั๊กแตนจะห่อตัวอ่อนตัวเล็กๆเอาไว้นับร้อยตัว มันอาจจะมากหรือน้อยตามขนาดตัวของมัน แต่ว่านี่...."

ด้วยขนาดท้องที่ป่องของเธอ เธอก็น่าจะคลอดลูกออกมาในเร็วๆนี้ ถ้าเธอหนีไปก็จะเกิดตั๊กแตนนับร้อยที่มีระดับ SS ออกมา แค่คิดถึงมันก็น่ากลัวแล้ว

"พวกเราจะหยุดเธอ"

พ่อได้พูดในขณะที่หอกสั่นจะคลื่นกระแทกที่รวมกันอยู่

"พวกเราจะหยุดเธอที่นี่แล้วเดี๋ยวนี้"

"ใช่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอนั่นอ่อนแอกว่าเฟรมเดรก มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะแพ้เธอ"

ฉันก็ยังกล่าวเสริมให้กับคำให้กับลังใจขชองพ่อ แม้ว่ามันจะมีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเฟรมเดรก แต่มันก็สามารถจะเข้าใจได้ว่าเธอกำลังเป็นแม่ที่จะคลอดลูก

ในความจริงแล้วเราไม่สามารถจะมองไปที่เธอได้ ตั๊กแตนนั้นมีปีก แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการคาดการณ์แต่ว่าเธอก็อาจจะบิดนขึ้นมาได้ มอนสเตอร์ที่ไม่มีปีกบางตัวยังบินได้เลย แล้วทำไมตัวที่มีปีกถึงจะบินไม่ได้ล่ะ?

ดังนั้นพวกเราจะต้องจบมันให้เร็วที่สุด

"ไปกันเลยล็อทเต้!"

[ปีกแห่งแสงที่สร้างจากเพลิงทมิฬ]

ล็อทเต้ได้กางปีกออกและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เธอได้เร่งความเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อฉันได้มองกลับไปด้วยความสงสัย เพลิงทมิฬกำลังเผาไหม้อยู่บนปีกของเธอ มันเป็นทักษะที่เธอไม่เคยใช้ให้เห็นมาก่อน เธอ...โกรธมาก

"เจ้าลูกชาย หยุดขาหน้าของเธอ พ่อจะโจมตีขาของเธอ"

"ฉันก็จะร่วมด้วยนายท่านคนที่สอง"

"ฉะ ฉันจะปกป้องทั้งสองคนเอง"

"ฉันจะไปโจมตีด้านหลังของเธอ"

"ฉันก็จะใช้การโจมตีของตัวเองเหมือนกัน"

ผู้โจมตีระยะประชิดแต่ละคนต่างวก็พุ่งเข้าใส่ตั๊กแตน มันเหมือนกับว่าเธออยู่ไกลเพราะความสูงตระหง่านนั้น แต่ในความจริงแล้วมันค่อนข้าสงจะใกล้ นั่นเป็นวิธีที่ทำให้เหตุการการจู่โจมทำงานได้ดี ในเวลาพริบตาเดียวทุกคนก็ไปถึงเธอ

น่าแปลกใจที่คนแรกที่ส่งสัญญาณโจมตีคือฮวาหยา

"กินนี้ไปซะ"

เมื่อดวงตาสีทองได้กระพริบมันก็ได้ยิงรัสสีแสงออกไป เมื่อมันโดนกับขาหน้าของตั๊กแตนมันก็ระเบิดออก

[ก๊าซซซซซ]

"ลำแสง เจ้าสิ่งนั้นมันมีกี่ทักษะนะ"

"นั่นและ รีบๆไปเลย"

ฉันได้ใช้ออร่าของฉันปกคลุมหอกและสร้างเพลิงแห่งความโกลาหลขึ้นมา มองไปที่ขนาดที่ใหญ่โตของมัน ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ามองไปที่ก็อซสิล่า

"ริยู ไพก้า ป้องกันขาหน้า"

[โอเค]

[เข้าใจแล้ว]

ภูติธาตุได้ตอบกลับมาอย่างงน่าเชื่อถือ ฉันได้ยินออกมาและตะโกนบอกล็อทเต้

"พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วเต็มที่เลย"

[ฉันก็กำลังรอคำนี้อยู่]

ล็อทเต้ได้เร่งความเร็วขึ้นในทันทีและพุ่งเข้าใสใบหน้าของตั๊กแตน ยังไงก็ตามปฏิกิริยาของตั๊กแตนนั้นก็เร็วและดีมาก ก่อนที่ฉันจะสามารถแทงหอกไปที่หน้ามันได้ มันก็ใช้ข้างหน้าเหวี่ยงมาหาฉันอย่างรวดเร็ว

[ข้าจะเก็บเกี่ยวพลังของเจ้า]

[เจ้ากล้า]

[เยือกแข็ง]

ถ้าฉันลังเลแม้แต้นิดเดียวผลของการพุ่งก็จะหายไป ฉันเชื่อในพลังของภูติธาตุของฉันและไม่แม้แต่จะหันไป ฉันได้แทงหอกที่เผาด้วยเพลิงทมิฬเข้าไปที่หน้าของมัน ขาหน้าของมันได้กลายเป็นอัมพาตจากสายฟ้าของไพก้าและถูกแช่แข็งด้วยพลังน้ำแข็งของริยูทำให้มันหยุดลงกลางอากาศเท่านั้น

[ติดคริติคอล]

[ก๊าซซ เพลิง เพลิงที่ไม่ดับลง]

"มันยังไม่จบหรอก"

ล็อทเต้ได้เร่งความเร็วขึ้นและบินไปด้านหลังตั๊กแตซึ่งทิ้งเส้นทางเพลิงไว้เบื้องหลัง เพราะความเร็วของเธอทำให้ลทตีกับหน้าของฉัน

[ฮีโร่ ฉันจะเปลื่ยน]

"ถ้าฉันช้าแม้แต่นิดเดียวคนอื่นจะอยู่ในอันตรนาย เล็งไปที่หน้าของเธอและพุ่งต่อไป"

ฉันได้ตะโกนออกไปและใส่ออร่าลงไปในหอกอีกครั้ง เมื่อเราพวกเราได้พุ่งเข้าไปหาเธออีกครั้ง ร่างกายของเธอก็สั่น

[เจ้า....เจ้าาาาาาา]

[มันอันตราย เธอกำลังเปล่งออร่าที่ทรงพลัง]

[มันกำลังจะระเบิด]

[ฮีโร่ ตายยยยยยยยยย]

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี้เป็นทักษะที่เธอพยายามจะใช้ตั้งแต่ทีแรก ฉันคิดว่ามันถูกยกเลิกไปแล้ แต่มันดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะรวบรวมมันเสร็จ

ขาหน้าซ้ายของเธอซึ่งได้ถูกเผาไปด้วยเลเซอร์ของฮวาหยาได้เปล่งแสงสีแดงแลพุ่งเข้ามาหาฉัน เพราะล็อทเต้เร็วเกินไป ฉันก็ไม่คิดว่าเธอจะสามารถหลบมันได้ แม้แต่ภูติธาตุของฉันก็ไม่สามารถจะต้านมันได้

ฉันได้คิดด้วยความรวดเร็วว่าจะต้องทำยังไงจากนั้นเอง ฉันก็กระโดดออกไปจากหลังของล็อทเต้ด้วยพลังที่มากที่สุดที่จะส่งผลให้ล็อทเต้ที่บินด้วยความเร็วเต็มที่หลุดออกไปจากระยะโจมตีและลงไปอยู่กับพื่น

[ฮีโร่]

"ฉันจะไม่ตายดังนั้นรอรับฉันเลย ผิวมังกร"

ฉันได้ใช้ทักษะป้องกันและพุ่งเข้าไปหาตั๊กแตน แม้ว่าความเร็วของฉันจะลดลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อใช้ผิวมังแต่ด้วยรอยสักหมาป่ายักษ์และชื่อที่แท้จริงเฮอร์มีส ฉันก็ไม่มีความเร็วมากขึ้น 45% และด้วยแต้มสเตตัสความคล่องแคล่ว ฉันก็ไม่สามารถจะพูดได้ว่ามันช้า

[นายจะตาย]

"ฮ่า ทำไมไม่ลองดูล่ะ"

หอกที่ถูกเผาด้วยเพลิงทมิฬและขาหน้าของตั๊กแตนที่้เรืองแสงสีแดงได้ปะทะกัน ขาหน้าได้ระเบิดเป็นชิ้นๆในทันที จากนั้นฝนหนามก็ได้ตกลงมาที่ฉัน ไม่มีที่ไหนที่จะหลบเลย

[คั๊กๆๆ ฉันจะเอาพลังของฮีโร่ มันเป็นการลงโทษสำหรับการเยาะแย่ผู้เป็นแม่]

เสียงของตั๊กแตนได้ดังขึ้น ฉันไม่สามารถจะตอบกลับไปได้เพราะกำลังยุ่งกับการป้องกันหนามที่ตกลงมา มันเจ็บมากๆ

"โอ มิทารัส ปกป้องเขา"

เสียงรนูเดียได้ดังขึ้นมาอย่างขัดเจนในขณะที่หนามแหนมได้กระแทกกับเพราะของฉันอย่างไม่สิ้นสุด ฉันได้รู้สึกถึกพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นในทันที ฉันได้เปิดตาและตะโกนออกไป

"ล็อทเต้"

[ทางนี้เลย]

ฉันได้หล่นลงไปบนหลังของล็อทเต้อย่างปลอดภัย จากนั้นก็ใช้มานาผลักหนามที่ติดกับเพราะออกไปและยกหอกขึ้น ในขณะนั้นเองฉันก็ได้ยินเสียงที่ตกใจของตั๊กแตน

[จะ เจ้ายังรอดอยู่ได้ยังไง....]

ก่อนที่เธอจะสังเหตเห็นขาของเธอที่ถูกตัดเธอก็ได้เอนได้ข้างหนึ่งแล้ว แน่นอนว่ามันไม่ใช่ผลงานของฉัน เพราะความโกรธเธอจึงสนใจแต่ฉันทำให้พรรคพวกของฉันสามารถโจมตีเธอได้อย่างง่ายดาย

[จะ เจ้า.... เจ้ากล้า]

"มันเป็นตาของเธอแล้วเจ้าตั๊กแตน...."

เพลิงสีดำได้เปล่งประกายรอบๆหอกของฉัน เมื่อฉันใส่พลังทั้งหมดของฉันลงไป ชั้นใหม่ของเพลิงสีขาวก็ได้ปรากฏเหนือเพลิงทมิฬ เพลิงทมิฬพยายามที่จะย้อมเพลิงสีขาวในขณะที่เพลิงสีขาวพยายามจะป้องกันพื้นที่ของตน หลังจากการต่อสู้กันพวกมันก็ได้เงียบลงไปราวกับว่ามันได้ยอมรับการมีอยู่ของกันและกัน

[มนุษย์อย่างเจ้ากล้าที่จะสร้างความอัปยศให้กับราชินีตั๊กแตนตำข้าวคนนี้! เจ้าจะต้องไม่ได้รับการให้อภัย! ครั้งต่อไปที่เจ้าจะได้เห็นข้า ข้าจะคือเทพแห่งความตาย]

ไม่ นั่นมันไม่ใช่เรื่องหลอก เธอได้กางปีกออกมาและกำลังจะบินหนีไป ยังไงก็ตามเขาไม่ยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ

"เผา"

มานาที่ทรงพลังของฮวาหยาได้บิดเบือนมิติ จากนั้นเพลิงสีชาดก็ได้รุกขึ้นจากปีกของตั๊กแตน ภูติธาตุของฉันกํยังโจมตีปีกของเธอ

[เจ้ากล้าที่จะหนีหลังจากที่ทำร้ายชิน]

[ข้าจะทำให้เจ้าไม่มีทางทำร้ายนายท่านได้อีกต่อไป]

ริยูและไพก้าได้เผาและแช่แข็งปีกของตั๊กแตนเอาไว้ ในเวลาแปปนึงปักของเธอก็ได้พังลง ความพยายามที่จะหลบหนีได้พังลงไปทันที ในตอนนี้เธอได้สูญเสียปีก ขาหน้า และขาหนังไปแล้ว เธอได้ร้องออกมาอย่างโกรธแค้น

[ก๊าซซซซซ ข้าจะสาปแช่งเจ้าทั้งหมด ทำไมข้าต้องมาที่นี่ ทำไมข้าจะต้องเจ็บปวดอย่างงี้โดยมนุษย์ ฮีโร่ส่งพลังของเจ้ามา เพราะเจ้าพาข้ามาที่นี่ เจ้าจะต้องจ่ายมันด้วยชีวิต]

ในเวลานี้ขาหน้าข้างขวาของเธอได้พุ่งเข้ามาหาฉัน ฉันได้พุ่งไปในขณะที่แทงหอก แต่ขาหน้าก็ได้ถูกดันกลับไปในขณะที่สะบัดอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อฉันมองลงไปเป็ปเปอร์กำลังเล็งปืนมินิกันอยู่ เขากำลังยิงในขณะที่ขำไปด้วย

"คุณหญิงตั๊กแตน มันยังเร็วไปล้านปีที่จะรุกรานมนุษย์นะ"

[ก๊าซซซซซซซซซ]

ฉันมีสิ่งหนึ่งที่ต้องการจะพูดกับเป็ปเปอร์ แต่ว่าในตอนนี้มันคงไม่ใช่เวลา เนื่องจากพลังพลังทางกายภาพไของผู้ใช้ไม่ได้เพิ่มขึ้นมา เขาก็จะต้องฝึกฝนมันมาอย่างดี หลังจากที่กระสุนหลายร้อยนัดเข้าไปถึงโดนขาหน้าของมันทำให้มันไม่พุ่งเข้ามาหาฉันอีก ในตอนนี้มันเป็นโอกาสของฉันแล้ว

"กินนี่ไปซะ นี้เป็นการโจมตีที่สร้างขึ้นจากพลังของฮีโร่ที่เธอเกลียด"

ฉันได้เล็งหอกไปที่หน้าของเธอที่ซึ่งยังมีเพลิงทมิฬจากก่อนหน้านี้เผาอยู่ ด้วยการโจมตีนี้...ฉันจะจบมัน

[อ๊ากกกกกกกก ทำไมพวกเราจะต้องหายไป ทำไมพวกเราต้องสูญเสียพื้นที่ของเขา ทำไมข้าจะต้องตายด้วยคนแบบเจ้า!? ลูกของข้า! แล้วลูกของข้าล่ะ!? ก๊าซซซซซซซซ]

"ขอโทษนะ... แต่ว่าพวกเราก็ยังยุ่งอยู่กับการมองหาทางเอาตัวรอดเหมือนกัน"

ฉันได้กัดฟันในขณะที่เหวี่ยงหอกไปข้างหน้าในทันที

[เหตุการการจู่โ๗มสำเร็จ! นักจำสวจดันเจี้ยนจากโลก 6 คน และนักสำรวจอิสระ 2 คน รวมทั้งหมดนักสำรวจดันเจี้ยน 8 คนได้ประสบความสำเร็จในการเอาชนะเหตุการการจู่โจม ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้จะเพิ่มรางวัลขึ้นอย่างมาก]

[คุณได้รับแต้มสเตตัส 3 แต้มสำหรับการเคลียร์ดหตุการการจู่โจม]

[คังชินมีผลงานสูงที่สุด เลือกรางวัลของคุณ]

[1.หนังสือเวทย์ข้ามมิติ

2.หนังสือเวทย์ย้อนกลับ

3.วิญญาณแห่งดาบการศึก

4.อิลิกเซอร์

5.มีดสั้นผู้พิทักษ์ของราชินีตั๊กแตนตำข้าว

6.เคียวรบของราชินีตั๊กแตนตำข้าว

7.3,000,000 ทอง

8.หนังสือเทคนิคการรำบำคลั่งของเลือดสด]

หลังจากฉันได้เห็นลิสรางวัล ฉันได้ล้มลงด้วยความอ่อนเพลิง ล็อทเต้ก็ได้กางปีกของเธออย่างช้าๆและลงพื้นเช่นเดียวกัน ในตอนนี้ฉันพึ่งจะคิดออก ล็อทเต้ได้ทำอะไรมากมายในวันนี้ แม้กระทั่งใช้ทักษะที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ว่าฉันจะช่วยเธอไว้ในตอนนั้น ฉันก็ได้เตะเธอไป ... ฉันได้ลูบไปที่หัวของเธอ

"ขอโทษนะล็อทเต้ที่ฉันเตะเธอไป เจ็บมากไหม"

[มันไม่เป็นไรฮีโร่ ตราบเท่าที่นายลูกหัวของฉันอีกสักหน่อย ฮีโร่นี่มีเทคนิคการลูบหัวที่ดีเลยที่เดียว ฉันรู้สึกว่าความอ่อนเพลียได้หายไป]

ฉันได้ยิ้มกับคำพูดของล็อทเต้และลูบหัวเธอตามที่เธอต้องการ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันก็ได้ แต่ฉันก้พบว่าเธอน่ารักที่เธอไม่ซื่อตรงกับตัวเอง

"ชินเป็นอะไรไหม?"

"TK"

"รีบๆหยิบรางวัล นาย....อั๊ก"

"เจ้าลูกชาย"

"ชิน"

เนื่องจากการโจมตีของราชีนีตั๊กแตนในก่อนหน้านี้มันดูเหมือนว่าทุกๆคนจะเป็นห่วงฉัน รูเดียควรจะรู้สภาพของฉันดีที่สุดเพราะเธอได้รักษาฉันในก่อนหน้านี้ ดังงนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงวิ่งมาหาฉันด้วยน้ำตาแบบนั้น แต่ฉันก็คิดว่ามันโอเคเพราะมันดูน่ารัก

และก็นาย ฉันเพิ่งจะรู้ตัว แต่ทำไมนายถึงเรียกชื่อฉันแบบนั้นล่ะเป็ปเปอร์!?

จบบทที่ บทที่ 157 - หอกโกลาหลสีชาด (7) [13-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว