เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - หอกโกลาหลสีชาด (1) [01-04-2020]

บทที่ 151 - หอกโกลาหลสีชาด (1) [01-04-2020]

บทที่ 151 - หอกโกลาหลสีชาด (1) [01-04-2020]


บทที่ 151 - หอกโกลาหลสีชาด (1)

เมื่อพวกเราได้เคลียร์ดันเจี้ยนที่เหลืออยู่ในเกาหลีเสร็จหมดมันก็เป็นเวลา 11 โมงแล้ว เหตุการการจู่โจมไม่ได้เกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว ตามที่ฮวาหยาได้บอกมาโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้มันไม่ได้สูงนัก แม้อย่างนั้นมันก็ดีแล้วที่ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น แต่ว่าฉันก็อยากจะให้มีสักครั้งเพื่อที่เราจะได้แสดงพลังของเราออกไปให้คนได้เห็นอย่างชัดเจน

ในตอนนี้พวกเราอยู่ในเครื่องบินส่วนตัวของฮวาหยา แม้ว่ามันจะเร็วกว่ามากหากขี่ล็อทเต้ แต่ว่าเราจำเป็นจะต้องพักผ่อนหลังจากเคลียร์เหตุการดันเจี้ยนทั้ง 4 แห่งติดต่อกัน ใช่แล้วตอนนี้มันเป็นเวลาสำหรับนอนมัก

พวกเราได้สัญญากันไว้ว่าจะขายมอนสเตอร์ที่เราได้รับจากดันเจี้ยนระดับ A หรือต่ำกว่าในราคาที่ถูก มันก็เหมือนกันในกรณีของดันเจี้ยนที่สูงกว่าแต่ว่าพวกเราจะขายมันแค่บางส่วนเท่านั้น ฉันไม่มีธุระอะไรกับซากศพพวกนั้น ยังไงก็ตามรางวัลจากเหตุการดันเจี้ยนนั้นน่าพอใจมาก

อย่างแรกเลยแหวนเลือดต้องสาป แม้ว่าค่าสเตตัสมันจะไม่ได้แย่่เลย แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือผลที่จะมีโอกาส 2% ในการขโมยมานาของศัตรู 10% มาเพิ่มให้ฉัน และโอกาสอีก 1% ที่จะใช้พลังชีวิตของฉัน 5% เพื่อทำให้ศัตรูติดสถานะปนเปื้อนเลือด ในช่วงระหว่างการเคลียร์ดันเจี้ยนอีกสามแห่งนั้นฉันรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ผลขโมยมานาได้ถูกใช้งาน แต่ว่าโชคก็ไม่ดีนักที่สถานะเลือดปนเปื้อนไม่เคยติดแม้แต่ครั้งเดียว ฉันอยากจะรู้ว่ามันเป็นยังไง

รางวัลที่สองก็คืออิลิกเซอร์ครึ่งชีวิตที่ฉันได้รับมาจากดันเจี้ยนระดับ S อิลิกเซอร์อันนี้สามารถจะฟื้นฟูพลังชีวิตและมานาได้ 50% และลบล้างสถานะต่างๆทั้งหมด ฉันนั้นมีชีวิตสำรองอยู่หลายอันแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไรถ้าหากจะมีสำรองไปอี่กอย่าง

รางวัลอันที่สามก็คือดาบสงครามที่ฉันได้รับจากดันเจี้ยนระดับ S แห่งที่สอง ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเกี่ยวกับมันมาก เพราะมันก็คืออาการของหอกกลืนกิน

เนื่องจากว่าพวกเราต่างก็ได้รับของมามากมายเมื่อพวกเราได้เคลียร์เหตุการดันเจี้ยนระดับ S+ ก็ทำให้เรายิ้มจนแก้มปริ ดันเจี้ยนนี้มันน่าทึ่งจริงๆ มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวในดันเจี้ยนจะเป็นมนุษย์ต่างดาวและบอสก็จะเป็นกลุ่มนักล่า 10 คน พวกมันต่างก็ใช้อาวุธที่ต่างกันออก หรือก็คือมันมีรางวัลให้กับพวกเราอย่างมากมาย เนื่องจากว่ามันเป็นดันเจี้ยนระดับ S+ มันจึงมีค่ามากๆ

รางวัลที่ฉันได้รับก็คือ....

[ผู้ล่าสมบูรณ์แบบ (อีปิค)

ความทนทาน - 360/360

ความต้องการอุปกรณ์ - ความแข็งแรง +150 ความคล่องแคล่ว +150 พลังเวทย์ +150 ความเชี่ยวชาญหน้าไม้ระดับกลาง

ผลสเตตัส - ความแข็งแรง +10 ความคล่องแคล่ว +15 พลังเวทย์ +15 เพิมพลังลมให้กับการโจมตีด้วยลูกศร ความเร็วโจมตี +20% ลูกศรจะถูกรีโหลดโดดอัตโนมัติ สามารถสร้างศรมานาได้ด้วยการใช้มานา 10

ทักษะ - ศรล่องหน: ลูกศรของคุณจะกลายเป็นล่องหน และเสียงและแรงดันของพวกมันจะหายไป เพิ่มโบนัส 30% ให้พลังโจมตีและความเร็ว]

มันเป็นหน้าไม้ที่ทำให้สมาชิกในปาตี้ทุกคนต้องอิจฉาฉัน มันเป็นสิ่งเดียวที่ดรอปออกมาและมีระดับเป็นอีปิค แม้ว่ามันจะเป็นไอเทมระดับอีปิค แต่มันก็ไม่ได้มีลักษณะที่ฉูดฉาดนัก มันทำมาจากโลหะบางอย่างสีดำและดูหยาบก้าน แต่ว่ามันไม่สามารถจะซ่อนกลิ่นอายของความสูงส่งได้เลย

ฉันได้ตระหนักในตอนที่ฮวาหยาได้สวมใส่ลูกแก้มของเธอ มันดูเหมือนว่าหน้าไม้อันนี้ก็น่าจะถือเป็นอาวุธย่อย เพียงแค่ฉันแขวนมันไว้ที่เอวสเตตัสของฉันก็จะถูกเพิ่มขึ้น ความแข็งแรง ความคล่องแคล่ว พลังเวทย์ได้ถูกเพิ่มขึ้นมาอย่างละ 15 ฉันอยากจะจูบหน้าไม้นี้จริงๆเลย

"ฉันเสร็จสิ้นการตรวจไอเทมแล้ว ดังนั้นฉันควรจะทำอะไรในตอนนี้ดีนะ...?"

'ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันลืมอะไรบางอย่างไป... มันคืออะไรนะ?'

ฉันได้เอียงหัวและมองไปรอบๆซึ่งมันค่อนข้างจะเงียบมาก ทุกๆคนต่างก็พักผ่อนกัในแบบของเธอเอง จากนั้นฉันก็มองไปเห็นวอร์คเกอร์

เขาเพิ่งจะตื่นขึ้นมาและกำลังยุ่งอยู่กับการตัดและจัดเรียงเศษผ้าที่เขาได้รับมาจากความป่าแห่งพิโรธ ฉันได้กระพริบตามองวอร์คเกอร์และพยายามคิดว่าเขากำลังทำอะไร จากนั้นฉันก็นึกได้ถึงบางอย่าง

"วอร์คเกอร์แล้วยุยล่ะ?"

"วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียน"

วอร์คเกอร์ดูจะมีความสุขมากๆ

"ฉันได้รับโทรศัพท์โทรมาบอกว่าฉันไม่ต้องไปคุ้มกันเธอในวันนี้"

"....สายเข้าหรอ?"

"จากแม่นายสิ! อย่าได้เอาคอของนายมาชี้ที่ใครสิ!"

"โทษที นายทำท่าทางให้มันน่าเจ้าใจผิดเอง ฮ่าๆ"

"นายนี่มันรักน้องสาวนายแบบนี้ได้ยังไง...!"

"นายกำลังพูดอะไร พี่ชายมุกคนก็จะต้องรักน้องสาวสิ"

ฉันได้เพ่นหน้าอกและประกาศออกไปอย่างภูมิใจ วอร์คเกอร์ได้มองมาที่ฉันด้วยท่าทางเหมือนกับกบที่โดนรถสิบล้อทับ

"ฉันควรจะแสดงตัวอย่างสินะ ลองไปดูบริทแมนสิว่าเขาปฏิบัติกับน้องสาวยังไง..."

"เขามีน้องสาวด้วยหรอ? ฉันไม่อยากจะเจอเธอเลย"

"ฉันรู้สิ่งที่นายกังวล แต่ว่าเธอนั้นต่างจากสิ่งที่นายคิด"

"ไม่ ฉันเข้าใจ เธอเป็นคนที่ดีซึ่งแตกต่างจากพี่ชายของเธอ ใช่ไหมล่ะ? นั่นมันมักจะเป็นเรื่องปกติในนิยายนี่นา น่าเสียดาย...."

"โทษนะ แต่ว่านายพูดผิดแบบสุดๆเลยล่ะสิ่งที่ฉันหมายถึงก็คือเธอไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างบริทแมน"

วอร์คเกอร์ได้บ่นออกมาและพูดขึ้น เสียงของเขาได้สูงขึ้นไปเล็กน้อย

"โซฟีนั่นไม่ได้พยายามแสดงตัวแบบบริทแมน เธอได้เข้าใจในตำแหน่งของเธอเป็นอยางดีและมันค่อนข้างจะเหมาะสมกับอายุของเธอ นอกจากนี้เธอก็ยังมีพรสวรรค์ในการบริหารที่สูงยิ่งกว่าพี่ชายของเธอ คนส่วนใหญ่ในกลุ่มบริษัทบริแมนได้เห็นพ้องกันว่าคนที่ควรเป็นคนนำกลุ่มควรจะเป็นโซฟีไม่ใช่โจชัว

"....โอ้?"

ทำไมฉันถึงรู้สึกดีกับสิ่งนี้? ฉันได้ยิ้มและถามออกไป

"นายชอบเธอใช่ไหม?"

"....อย่าพูดให้ขำสิ ฉันบอกนายไปแล้ว ฉันได้โตขึ้นมาด้วยกันกับบริทแมน เธอเลยกลายเป็นน้องสาวของฉันไปตามธรรมชาติ ไม่เหมือนกับบริทแมน เธอไม่ได้คิดว่าฉันเป็นคนรับใช้... ไม่สิ บางทีเธออาจจะรู้แต่ว่าเธอไม่ได้ปฏิบัติแบบนั้นด้วยความตั้งใจ นอกจากนี้เธอก็ยังเกลียดวิธีที่บริทแมนสั่งคนรอบๆตัว"

วอร์คเกอร์ก็ยังแสดงท่าทางเคร่งขรึมออกมา ฉันพูดอะไรผิดไปหรอ? ฉันไม่แน่ใจนัก แต่ว่ามันดูเหมือนว่าวอร์คเกอร์จะไม่ต้องการจอบอะไรฉันอีก เขาได้หันหน้าไปทางอื่นและเดินกลับไปทำสิ่งที่เขาทำอยู่ก่อนหน้านี้ ฉันรู้สึกว่ามันจะต้องมีอะไรมากกว่านี้แน่ๆ แต่ว่าเนื่องจากเขาไม่บอกฉัน ฉันก็ได้แต่ยอมแพ้ไป

หลังจากได้กลับมาเบื่ออีกครั้ง ฉันก็ได้เปิดช่องเก็บของเพื่อที่จะใส่หอกกลืน... เดี๋ยวนะ สิ่งที่ฉันลืมไปคือการพัฒนาหอกของฉัน

มานาของฉันได้เพิ่มจนเต็มสมบูรณ์แล้ว และพวกเราจะไปถึงญี่ปุ่นในอีก 20 นาที ดังนั้นฉันก็น่าจะมีเวลามากพอที่จะฟื้นฟูมานากลับมา

เยี่ยม ฉันได้หยิบหอกออกมาแล้วเริ่มในทันที

"มาเริ่มกันเถอะ"

ฉัรได้เริ่มต้นส่งมานาเข้าไปในหอก ครู่หนึ่งมันก็ได้เริ่มเรืองแสงสีแดงเข้าออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดมานาของฉันก็ถูกบรรจุลงไปจนมันเหมือนกับในตอนที่อยู่ในป่าแห่งความพิโรธ

"กะ เกิดอะไรขึ้น!?"

"ว้าว..."

ฉันได้บิดตาลง และจากนั้นก็เปิดตาออกมา หอกได้เปลื่ยนรูปลักษณ์ไป ด้านมันได้...หนาขึ้นเล็กน้อย? ใบมีดหอกได้ยาวและคมขึ้น มันได้การเป็นสีแดงไปอย่างสมบูรณ์ตั้แต่ปลายหอกไปจนถึงด้ามหอกในขณะเดียวกันก็มีรอยสลักแปลกๆอยู่บนมัน

[หอกกลืนกินสีชาดได้พัฒนาสเป็นหอกโกลาหลสีชาด เนื่องจากว่าอาวุธนี้ยังไม่ได้ดูดกลืนอย่างสบบูรณ์จึงเก็บอัตราการเติบโตไว้ อัตกราการเติบโต: 47%]

[หอกโกลาหลสีชาด (ตำนาน)

ความทนทาน - 450/450

พลังโจมตี - 7000

ความต้องการอุปกรณ์ - ความแข็งแรง +150 ความคล่องแคล่ว +150 เทคนิคหอกระดับสูง

ผลสเตตัส - สเตตัสทั้งหมด +10 ความแข็งแรง +25% เพิ่ม 'เพลิงแห่งความโกลาหล' ลงไปในการโจมตีแบบปกติ ด้วยการใส่มานาลงไปและพูดว่า 'เปลื่ยนรูปแบบ' มันจะสามารถเปลื่ยนไปสายรัดคอได้ เมื่อต้องการเปลื่ยนกลับมาเป็นหอกคุณจะต้องใส่มานาลงไปและดึงออกมา

ตำนาน นี้คือเกรดของมันที่พัฒนามาจากอีปิค นอคจากนี้มันยังมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 47% เพราะว่ามันยังไม่สามารถดูดซึมอาวุธได้อย่างสมบูรณ์ในก่อนหน้านี้ มันดูเหมือนว่าดาบศักดิ์สิทธิ์จะน่าทึ่งกว่าที่ฉันคิดเอาไว้ ไมต้องพูดถึงสเตตัสที่มากขนาดนั้นนั้น มันได้พัฒนาไปอย่างมาก]

ฉันได้คว้าหอกขึ้นมาในทันทีหลังจากนั้นร่างกายของฉันก็ได้เอ่อร้นไปด้วยพละกำลัง สเตตัสทั้งหมดได้เพิ่มขึ้นและความแข็งแรงได้เพิ่ม 25% มันรู้สึกเหมือนกับในตอนที่ฉันได้รับชื่อของซุสในตอนแรก ฉันได้บ่นออกมาในขณะที่พยายามยับยั้งพลังที่เอ่อร้นออกมา

"พวกคนทั้งหมดที่อยู่ในชั้นสูงๆมีอาวุธแบบนี้หรอ?"

ไม่ มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ฉันสามารถจะบอกได้โดยสัญชาตญาณเลยว่านี้ไม่ใช่อาวุธที่คนจะได้รับเพียงแค่เพราะปีนดันเจี้ยนเป็นเวลานาน ยังไงก็ตามนักสำรวจบนชั้นสูงๆก็น่าจะมีอาวุธระดับตำนานหรือบางทีก็แม้แต่อุปกรณ์ระดับตำนาน

หากไม่มีอาวุธแบบนี้มันก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทะลวงเลเวลของดันเจี้ยนที่พูดเขาอยู่ไปได้

ทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะเอาชนะศัตรูของโลกซึ่งมันอาจจะเป็นไปไม่ได้แม้ว่าจะมีอาวุธแบบนี้

"เอาล่ะ ตอนนี้ฉันต้องใจเย็น..."

ฉันได้วางแผนที่จะเก็บหอกของฉัน แต่ว่าฉันก็ได้เปลื่ยนความคิด แม้ว่ามันจะดีถ้าฉันเก็บมันลงช่องเก็บของ แต่ว่าฉันก็จะสูญเสียความแข็งแกร่งที่ฉันได้รับมาจากหอกไป แม้ว่ามันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ฉันก็ควรจะคิดให้ดี

ฉันจะต้องพกมันติดตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันได้มองไปที่ผลเสตตัสของหอกอีกครั้ง เปลื่ยนรูปแบบ....ฉันสามารถเปลื่ยนมันเป็นสายรัดคอได้ ฉันหวังว่าคนจะไม่มองฉันแปลกๆนะ...

ฉันได้จัดการไปอย่างรวดเร็ว ฉันได้ใส่มานาลงไปในหอกและพูดอย่างเงียบๆว่า "เปลื่ยนรูปแบบ" หอกได้เปลื่ยนสายรัดคอสีแดงดำในทันทีซึ่งได้ใส่เข้ามาอย่างฉับพลัน ฉันได้มองไปที่กระตจกก็พบว่าสายรัดนี้มันก็ไม่ได้ดูแย่นะ

ในเวลาเดียวกันฮวาหยาก็ได้มองมาที่ฉัน จากนั้นเธอก็ถามขึ้น

"นั่นสายรัดคอนั่นมันอะไรน่ะ?"

"มันคือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความมั่งทั่งทั้งหมดของฉัน"

"...อะไรล่ะนั่น?"

ใบหน้าของฮวาหยาได้เต็มไปด้วยคำถาม ยังไงก็ตามเธอไม่ได้ถามอะไรอีก พร้อมกันนั้นเสียงประกาศจากนักบินก็ดังขึ้น

[พวกเรากำลังจะไปถึงสนามบินคันไซของญี่ปุ่น โปรดตรวจสอบสายเข็มขดให้แน่ใจ]

เมื่อพวกเราลงจอดแล้ว ฉันจะสามารถโชว์มันให้ฮวาหยาดูได้ ฉันได้กลับไปยังที่นั่งด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่นั่งลงไปแล้วมานาของฉันก็ได้ค่อยๆเพิ่มขึ้นมา ฉันรู้สึกว่าร่างกายฉันมันกระหายการต่อสู้

ที่ญี่ปุ่นมีดันเจี้ยนอะไรบ้างนะ? ในขณะที่ดื่มโพชั่นฉันได้คิดถึงดันเจี้ยนที่กำลังรอพวกเราอยู่


สามารถติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลยครับ > กดเลย <

จบบทที่ บทที่ 151 - หอกโกลาหลสีชาด (1) [01-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว