เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 148 - สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ (6)

บทที่ 148 - สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ (6)

บทที่ 148 - สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ (6)


บทที่ 148 - สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ (6)

หลังจากที่ฉันกล่าวคำประกาศจบลง พวกเราก็ได้ออกมาจากคาเฟ่และกระโดดขึ้นบนหลังของล็อทเต้ ในตอนแรกที่ฉันทำให้เธอเชื่อง เธอก็ได้ปฏิเสธที่จะให้คนอื่นมาขี่เธอ แต่ว่าหลังจากที่ได้รู้จักกับสมาชิกกิลด์และทำความคุ้นเคยกับฉันมากขึ้นเลื่อยๆ เธอก็ได้อนุญาติ

"ฉันจะไปด้วย มันดูเหมือนว่าทางสมาคมผู้พิทักษ์จะไม่ชอบใจนาย แต่ว่าฉันต้องการจะเห็นกับตาของตัวเองถึงทักษะของนายที่นายมั่นใจนักหนา"

เด็กสาวคนหนึ่งได้โผล่ออกมาจากฝูงชนและขอไปกับพวกเรา เธอก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังระดับ S ในเกาหลี... แต่ว่าแน่นอนฉันไม่สามารถจะจำชื่อของเธอได้ เมื่อได้เข้าใจถึงความรู้สึกเธอฉันก็หยักหน้า

"แน่นอน เธอสามารถจะตามเรามาถ้าเธอทำได้นะ"

"หือ?"

"ล็อทเต้ของเราจะไม่ยอมให้คนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกกิลด์มานั่งบนหลังของเธอ"

[ถ้านายขอให้ฉันปล่อยให้ผู้หญิงนั่นมาขี่ฉัน ฉันก็จะกินเธอทั้งเป็นซะ]

ล็อทเต้ได้พึมพัมออกมา ฉันได้เกาคอของเธอเพื่อให้เธอใจเย็นลงและตะโกนออกไป

"ไปกันเธอ"

"ระ รอเดี๋ยว คุณยอน ฮวาวู"

ล็อทเต้ได้กระพือปีกของเธอ แม้แต่ผู้ใช้พลังระดับ S ก็ไม่สามารถจะต้านทานแรงลมนี้ได้ ลอทเต้ไปบินขึ้นไปจากพื้นในทันทีซึ่งมันทำให้พื้นคอนกรีตยุบลงไปมันที

"เดี๋ยวก่อน คุณยอน ฮวาวู! ฉันบอกให้คุณพาฉันไปด้วย"

"พระเจ้า"

เธอเป็นผู้ใช้พลังลม!? เธอเป็นผู้ใช้พลังระดับ S ที่บินช้ากว่าล็อทเต้เล็กน้อยในขณะที่เธอตะโกนออกมาสุดเสียง พลีนที่ยังเกาะติดอยู่กับหลังของฉันก็บ่นออกมา

"ฉันไม่ชอบเสียงผู้หญิงคนนั้น"

"ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นกำลังตามหลังเจาแม้ว่าเขาจะใส่หน้ากากก็ตาม พวกเราจะทำยังไงกับชายคนนี้ดีล่ะ? พวกเราควรจะพันรอบหัวเขาด้วยเทปดีปะ?"

"นั่นแหละๆ"

"อย่ามาทำให้ฉันเป็นมัมมี่สิ"

[ฉันจะเร่งความเร็วมากกว่านี้]

"แน่นอนล็อทเต้"

[อืมมม]

เมื่อล็อทเต้ได้เร่งความเร็วขึ้น ผู้หญิงคนนั้นก็ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่ไม่นานนักเธอก็เร่งความเร็วขึ้นและตามพวกเราต่อไป เมื่อมองไปที่เธอ ฉันก็ได้ตระหนักว่าเธอก็ได้จับมือของผู้ใช้พลังระดับ S อีกสองคนอยู่ ฉันสามารถจะเห็นใบหน้าที่ซีดของวู หยงฉาได้อย่างชัดเจน เธอได้คว้าที่คอของเขาเอาไว้เหมือนกับเขาเป็นแมว เมื่อฉันมองไปอย่างสนใจในพวกเขา ฮวาหยาก็แนะนำขึ้น

"พวกเขาทั้งหมดอยู่ในกลุ่มผู้พิทักษ์ ซึ่งกลุ่มปีกแห่งเสรีจะมีสูงที่สุดเพียงผู้ใช้พลังระดับ A+ เท่านั้น"

"เธอนี้รู้ทุกอย่างจริงๆเลยนะฮวาหยา"

"มะ ไม่ใช่ทุกอย่างซะหน่อย ฉันเพียงแค่รู้ในสิ่งที่ฉันต้องรู้... นายก็จำเป็นจะต้องรู้จักเกี่ยวกับศัตรูของนายนะเพื่อที่จะเตรียมตัวรับมือ"

"ศัตรู หือ...."

มนุษย์คือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนายนะคังชิน นายควรจะรู้ตัวตั้งแต่อยู่อังกฤษแล้วนะ ถ้านายคิดว่าทุกคนจะมาอยู่ข้างนายหลังจากฟังที่นายพูด นายจะมีแต่ได้รับบาดเจ็บเอานะ"

วอร์คเกอร์ได้พูดออกมาแบบประชดประชัด เมื่อมองเห็นเขาที่กอดอกมองไปบนก้อนเมฆ ฉันรู้สึกว่าเขาดูจะเหงาๆเล็กน้อย จากนั้นฉันก็คิดว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น หรือว่าเขา...เป็นห่วงฉันงั้นหรอ?

ฉันได้พึมพัมออกไป

"...นายเป็นคนดีจริงๆสินะ?"

"มันน่าขยะแขยงนะ เงียบไปเถอะ"

ฉันมั่นใจได้เลยว่าวอร์คเกอร์กำลังเปลื่ยนไป บางที่สักวันหนึ่งมันอาจจะเร็วกว่าที่ฉันคิดสัญญาณที่ไว้มันก็อาจจะไม่จำเป็น

"สิ่งสำคัญก็คือเราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องเจ้าลูกชาย อย่างน้อยจะต้องระวังเหตุการการจู่โจมที่จะโผล่ออกมา และพื้นที่ดันเจี้ยนที่จะถูกรีเซ็ตใหม่หลังสองสามเดือนที่ถูกเคลียร์ ไม่ใช่ว่าแกได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเองแล้วงั้นหรอ? เหตุการดันเจี้ยนนั้นมันอันตรายมากเกินไป ไม่ว่ามันจะให้ประโยชน์ที่มากแค่ไหน พวกเราก็จะต้องดำเนินมันต่อไป...."

"แน่นอนพ่อ ผมจะไม่ลังเล ผมได้คิดเรื่องนี้มาหลายเดือนแล้ว นอกจากนี้นผมก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นถูกต้อง"

ฉันได้ยิ้มออกมาบางๆและตอบกลับไป ฉันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ซักนิด สิ่งที่ฉันทำในวันนี้...แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจนัก แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันเป็นไปตามที่ฉันต้องการ

เป้าหมายแรกของพวกเราคือเหตุการดันเจี้ยนระดับ S+ บังเอิญมากที่มันในยงดงพู ฉันประหลาดใจมากที่ฮวาหยาได้ปล่อยันเอาไว้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยแบบนี้เธอจะต้องเครียดกับมันมากแน่ๆ

"จริงๆแล้วฉันจะบอกให้แม่ของฉันย้ายบ้าน ชินมีบ้านที่อยู่ใกล้ๆนายขายอยู่ไหม?"

"ขอโทษนะ แต่ว่าแม่ของฉันจะต้องกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีแน่ๆ ดังนั้นอย่างทำแบบนั้น"

ในคราวนี้เหตุการดันเจี้ยนมันได้ปรากฏขึ้นที่กลางสวนสาธารณะ แน่นอนว่ามีเหล่าผู้พิทักษ์จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังป้องกันมันอยู่ เพื่อที่จะป้องกันการตายไปโดยที่ไม่มีค่า

"นั่นมันอัศวินมังกร"

"ไวเวิร์นของเขามันใหญ่จริงๆ"

"ขะ เขาพยายามที่จะเข้าไปในเกตจริงๆหรอ? ไม่ใช่ว่าเขาบ้าไปแล้วหรอ?"

ล็อทเต้ได้กระพือปักของเธอกลางอากาศและมองไปที่เกต พวกเขาได้ตื่นตระหนกขึ้นทันทีที่เห็นล็อทเต้มองไป

"ห้ามเข้ามานะ! สถานนี้อยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของผู้พิทักษ์และไม่เปิดเป็นสาธารณะ! ถ้าหากนายต้องการจะเข้าไป นายจะต้องสร้างปาตี้และได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล"

"เข้าใจแล้ว"

ฉันได้ตอบกลับไปอย่างสุภาพให้กับเสียงที่ดังมาจากด้านล่าง

"แต่ว่าฉันไม่สน!"

ล็อทเต้ได้พุ่งเข้าใส่เกตในทันที

[คุณได้เข้าสู่เหตุการดันเจี้ยนระดับ S+ ความพิโรธของป่า]

"ป่าอีกแล้วหรอ"

"อย่าบอกนะว่ามันจะมีแมงมุมอีกแล้ว...?"

"ถ้างั้นที่นี่คือ..."

"พวกเราเข้ามาใน..."

เอ๊ะ? ฉันได้หันไปมองที่เสียงที่ไม่คุ้นเคย เมื่อมองไปตรงนั้นมีผู้ใช้พลังระดับ S ทั้งสามคนยืนอยู่ ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะตามพวกเราเข้ามาในเกตจริงๆ

"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะไปโดยไม่สนใจพวกเราเลย... มันยากนะที่จะตามนายทัน"

"อ่า... เยี่ยมเลย แต่เธอรู้สินะว่านี้เป็นดันเจี้ยนระดับ S+ ใช่ไหม?"

"อ่า นายพึ่งพูดมันตอนนี้"

ไม่มีผู้ใช้พลังระดับ S+ ในเกาหลี ทั้งสามคนนี้เป็นเพียงผู้ใช้พลังระดับ S เท่านั้น ฉันกำลังสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้เขามีความมั่นใจในการเข้ามาในนี้ ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงคำรามก็ได้ดังขึ้นทั่วทั้งดันเจี้ยน

[ก๊าซซซซซซซ]

ผู้ใช้พลังระดับ S ได้กลายเป็นตัวแข็งไป เอาตามจริงเอ็ดเวิร์ดก็ยังตัวแข็งทื่อไปด้วย

"เวรเอ้ย ถ้าฉันตายที่นี่ ฉันจะเปิดเผยยความชั่วร้ายของนายด้วยตัวฉันเอง กึก"

"นายไม่ตายหรอกน่าไม่ต้องห่วงวอร์คเกอร์"

ฉันได้ยิ้มและหยิบหอกออกมา แม้ว่ายอน ฮวาวูจะเป็นที่รู้จักว่าเขาได้ใช้หมัด แต่ว่าเขาก็ถูกเปิดเผยแล้วว่าเป็นคนๆเดียวกับอัศวินมังกรผู้ที่ใช้หอกต่อสู้กับเดรก ดังนั้นมันก็ไม่สำคัญอะไรถึงแม้ว่าฉันจะใช้หอกก็ตาม

ฉันได้ส่งหมุนหอกในมือและกระจายมานาออกไปรอบๆ หลังจากนั้นไม่นานหลังจากนั้นฉันก็หยุดลง

"เจอแล้ว"

ในเวลาเดียวกันเสียงนั้นก็ดังออกมาจากป่า

[ฮีโร่! ข้าสามารถจะรู้สึกได้ถึงตัวตนของฮีโร่!]

"ทุกคนเตรียมตัวให้ดี ทางทิศ 11 นาฬิกา สูง 5 เมตร มันกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเรา มันดูเหมือนจะเป็นพวกระยะประชิด แต่ว่าส่วนใดส่วนหนึงของมันมีมานารวมกันอยู่ดังนั้นมันอาจเป็นไปได้ที่มันจะซ่อนไพ่ตายเอาไว้อยู่"

ฉันได้อธิบายข้อมูลที่ฉันได้รวบรวมมาจากการกระจายมานาออกไปของฉัน จากนั้นฉันก็ได้เริ่มหมุนวนวงจรเพรูต้า รูเดียได้กางแขนขึ้นและร่ายพรให้กับสมาชิกทุกคนในปาตี้ ทันใดนั้นวังวนวายุที่อยู่รอบๆหอกของฉันก็ทรงพลังขึ้น

จากนั้นต้นไม้ด้านหน้าของพวกเราก็ได้ล้มลงพร้อมเสียงดัง มันได้ปรากฏตัวออกมา ตามที่ฉันได้พูดออกมามันมีขนาดที่สูงถึง 5 เมตร แม้ว่ามันจะมีรูปร่างที่คล้ายกับมนุษย์ แต่ผิวของมันเป็นสีเขียวและมีกล้ามเนื้อที่ผิดปกติในขณะที่มีตาเพียงข้างเดียว

"ไซครอป"

[ฮีโร่ ข้าจะเป็นฮีโร่ ฮ่าๆ]

ฉันได้ปาหอกของฉันออกไปอย่างง่ายๆซึ่งมันได้เปลื่ยนให้หัวของไซครอปกลายเป็นฝุ่นไปทันที ฉันไม่แม้แต่จะใช้ฮีโร่อิค สไตรค์ มันตายไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่นิด จากนั้นฉันก็เรียกหอกของฉันกลับมาผ่านมานาและะพูดกับพรรคพวกของฉัน

"ฉันจะสนับสนุนพวกนายจากด้านบน พวกมันไม่น่าจะยากอะไรจากที่ฉันเห็นนะ"

"ไม่ยากงั้นหรอ!? พวกมันได้ทำให้คนอื่นอ่อนแอด้วยเวทย์สถานะความกลัว"

"พูดตามตรงนะนายควรจะปิดกั้้นอะไรที่มันเรียกว่าความกลัว"

"นะ นาย...!"

ฉันได้ปล่อยให้วอร์คเกอร์โกรธ และสั่งพลีน

"เมื่อไซครอปโผล่ออกมา เธอช่วยร้องเพลงที่ทำให้มันอ่อนแอลงทีนะ โอเค?"

"อือ โอเค! เพลงที่พวกเราทุกคนจะสนุกไปด้วยกันใช่ไหม!?"

"ชะ ใช่แล้ว"

"เดี๋ยวก่อนสิอัศวินมังกร! พวกเราควรทำอะไร?"

เธอถามฉันหรอ? เป็นคนที่กล้าอะไรแบบนี้

"ฉันจะไม่บอกให้เธอสู้ แต่เพราะว่าเธอได้ตัดสินใจที่จะสังเกตเราถ้างั้นก็ทำมันในขณะที่วิ่งหนีซะ"

"นะ นายต้องการให้พวกเราวิ่งหนี?"

"ล็อทเต้ไปกันเถอะ"

ล็อทเต้ได้บินขึ้นไปซึ่งมีเพียงฉันที่อยู่บนหลังของเธอ แม้ว่าผู้ใช้พลังอาจจะต้องการนั่งบนล็อทเต้แต่ฉันก็ไม่แม้แต่จะหันไปมองในขณะที่บินไปข้างหน้า ถ้าฉันสามารถจะบินได้ในดันเจี้ยน มันก็จะดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดถ้าฉันต่อสู้บนหลังของล็อทเต้ ถ้าฉันต่อสู้อย่างจริงต่อสู้อย่างจริงจังบนหลังของล็อทเต้พวกเขาจะไม่เพียงแต่แค่อ้วกและเวียนหัวเท่านั้น แต่พวกเขาก็ยังจะถูกเหวี่ยงออกไปอีกด้วย

[นายจะทำอะไรฮีโร่?]

"สมาชิกกิลด์ของฉันมีความแข็งแกร่งเพียงงพอที่น่าจะสามารถจัดการมันได้สองตัวในเวลาเดียวนะ"

[ถ้างั้นพวกเราก็จะหากลุ่มที่มีสามตัวขึ้นไปสินะ]

"แน่นอนสิ"

ล็อทเต้ได้เร่งความเร็วของเธอขึ้น ดันเจี้ยนนี้ได้เต็มไปด้วยยักตาเดียวไซครอปสมกับที่เป็นระดับ S+ พวกมันต่างก็ทรงพละกำลัง มีพลังการต่อต้านมานาและทักษะเวทย์ที่ทำให้อ่อนแอพร้อมทั้งออร่า ยังไงก็ตามไต้ฝุ่นคลั่งก็มีประสิทธิภาพมากกับลักษณ์พิเศษแบบนี้

การหมุนของวังวนพายุออร่าจะทำลายความต้านทานนั้นและจัดการระเบิดที่พิเศษขึ้นทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะงอกขึ้นมาใหม่ เพรูต้าผู้ที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเหมาะสมแล้วที่จะถูกเรียกว่าเทพเจ้า

[ก๊าซซซซซซซซซซ]

"เส้นทางวายุ"

[ก๊าาาา]

ล็อทเต้ได้คำรามและพุ่งออกไป ไม่ว่าไซครอปจะตัวใหญ่แค่ไหน แต่ปีกทมิฬล็อทเต้นั้นก็ใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งกว่าไวเวิร์นทั้งหมด แม้กระทั่งไซครอปก็ไม่สามารถจะป้องกันการพุ่งชนของเธอได้ ด้วยเส้นทางวายุนี้หอกของฉันได้เจาะผ่านเหล่าไซครอปในเส้นทางของล็อทเต้ผ่านไปและเส้นทางขึ้น

"ล็อทเต้ไปที่นั่น ที่ๆมีมันรวมกันอยู่ห้าตัว! ฉันจะใช้การโจมตีสุดท้ายที่นั่น"

[เข้าใจแล้วฮีโร่]

หลังจากจัดการส่งไซครอปลอยไปแล้ว 20 ตัว พลังงานลมที่แข็งแกร่งก็ได้ล้อมรอบหอกของฉันซึ่งมันได้เสริมพลังขึ้นมา 140% แม้ในขณะที่ล็อทเต้พุ่งไปข้างหน้าพลังก็ยังไหลเข้ามาจากทุกทิศทางเปลื่ยนไปเป็นวังวนพายุออร่า วังวนพายุนี้เกือบจะเหมือนกับมันได้ห่อหุ้มทั้งล็อทเต้และฉัน

"ไพก้า"

[โอเค]

เมื่อมองไปที่ไซครอปที่ลุกขึ้นมาจากการพักผ่อนของพวกมันและเตรียมตัวที่จะโยนต้นไม้ใส่พวกเรา ฉันได้ตะโกนเรียกชื่อไพก้า เธอได้รวบรวมสายฟ้าสี่ทางที่ปลายหอกของฉันในทันที มันก็คือระเบิดสายฟ้าซึ่งมีพลังทั้งหมดของเธอรวมเอาไว้

"พายุสายฟ้า!"

ฉันได้ตะโกนชื่อทักษะออกไป ในทันทีหลังจากนั้นฉันก็ได้ปะทะเข้ากับกลุ่มของไซครอป แรงของวังวงวายุที่ผสมกับสายฟ้าได้ระเบิดออกมา

[ก๊าซซซซ]

[มัน...คือ...ฮีโร่....]

ไซครอปที่ยืนอยู่หน้าสุดได้ตายลงไปในทันที และพวกตัวด้านหลังก็ได้ถูกกวาดออกไปด้วยแรงระเบิด แม้ว่าพื้นดินจะสั่นขึ้นจากแรงล้มของพวกมัน แต่พวกมันเหมือนกับเสียงเพลงในหูของฉัน

ฉันได้แข็งแกร่งขึ้น แม้แต่ดันเจี้ยนระดับ S ก็เป็นเหมือนกับสนามเด็กเล่นสำหรับฉัน ฉันได้ยิ้มกว้างออกมาอย่างยินดี ทันใดนั้นเอง....

"พวกเราจะทำอะไรล่ะถ้านายฆ่าพวกมันทั้งหมดไป? พวกเราเป็นแค่ผู้ชมงั้นหรอ?"

เสียงฮวาหยาได้ดังออกมาจากที่ไกลๆ เมื่อฉันได้หันไปมองไซครอปในเส้นทางที่ฉันและล็อทเต้ผ่านมาจากการใช้เส้นทางวายุ ฉันได้ฆ่าไซครอปทั้งหมดที่ฉันเห็น ฉันได้ลืมที่จะเหลือมันไว้ให้คนอื่นๆไปเลย

[ทะ โทษที ฉันเพลินไปนิดนึงนะ]

[ไม่ นายทำดีแล้ว มันจะดีกว่าที่นายแสดงพลังที่เหนือกว่าให้พวกเขาเห็น นายเจ๋งสุดๆ]

[น่ากลัว ปีศา... อึก!]

ขัดกับเสียงที่เธอเพียงตะโกนออกมา ฮวาหยาได้ส่งเสียงที่พึงพอใจอย่างมาในช่องทางการสื่อสารกิลด์ แม้ว่าฉันจะไม่ได้วางแผนในเรื่องนี้ ฉัรก็ได้จบลงด้วยการแสดงพลังให้กับผู้ใช้พลังระดับ S อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าไซครอปไม่ได้ตายไปทั้ง นอกเหนือไปจากห้าตัวที่โดนระเบิดเข้าไปในการโจมตีสุดท้ายของฉัน ตัวอื่นๆได้ล้มลงไปบนพื้นด้วยการที่แขน ขา หรือชิ้นส่วนของร่างกายของพวกมันขาดหายไป จากนั้นฉันก็พุ่งไปตามเส้นทางวายุและจัดการตัวที่ยังเหลือรอดอยู่

"อะ อัศวินมังกร..."

"เขาฆ่ามอนสเตอร์ขนาดมหีมาเหล่านี้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว..."

"อึก"

หลังจากได้มารวมกับคนอื่นๆแล้ว ฉันก็อดที่จะขำไม่ได้เมื่อเห็นผู้ใช้พลังระดับ S มีท่าทางที่เปลื่ยนไป แม้อย่างนั้นพวกเขาก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่จะแสดงท่าทางแบบนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเราเคีลยร์ดันเจี้ยนของเกาหลี....

[ก๊าาาาา]

[ฆ่าฮีโร่]

เพราะว่าความสับสนวุ่นวายที่แนสร้างทำให้มีไซครอปมาได้รวมกันมากยิ่งขึ้นไป ฉันได้หมุนหอกอีกครั้งในขณะที่หันไป

"เอาล่ะพวกเราจะจบมันใน 3 ชม. ฉันต้องการจะจัดการอีกสามแห่งก่อนที่จะหมดวัน"

"จัดการดันเจี้ยนของเกาหลีในคืนเดียว... ฟังดูน่าสนุกนี่!"

พ่อได้ยิ้มออกมา

"เวรเอ้ย นายรู้ไหมว่าฉันจะต้องคุ้มครองน้องสาวของนายในวันพรุ่งนี้เหมือนกันนะ...."

"ทำให้ดีที่สุดนะวอร์คเกอร์!"

"แกมันปีศาจ! ว๊ากก!"

วอร์คเกอร์ได้ร้องออกมา น่าตกใจที่ผู้ใช้พลังระดับเอ็ดได้รับการสนับสนุนจากวอร์คเกอร์

ฉันได้เสียใจเล็กน้อยกับวอร์คเกอร์ แต่ว่านั้นก็เพียงแค่เล็กน้อยน่ะนะ

จบบทที่ บทที่ 148 - สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว